Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear

Luke 22-part 2 The Arrest and Religious Trial of Jesus

ลูกาบทที่ 22- ตอนที่ 2 การจับกุมพระเยซูและการทดลองทางศาสนา

    

The enemy of Peter is our enemy too. 

ศัตรูของเปโตรก็เป็นศัตรูของเราด้วย

Satan wanted to cause all the disciples to fail the sifting of Simon Peter and the others is Satan's effort to destroy their faith. And this remains Satan's main goal today.

ซาตานต้องการทำให้พวกสาวกทุกคนทำให้สิ่งที่ได้กลั่นกรองของซีโมนเปโตรและคนอื่นๆ ผิดพลาด   เป็นความพยายามของซาตานที่จะทำลายความเชื่อของพวกเขา และนี่ยังคงเป็นเป้าหมายหลักของซาตานทุกวันนี้

 

 Jesus foretells Peter's denial

พระเยซูทรงทำนายว่าเปโตรจะปฏิเสธ

 

Luke 22:31-34

31 "Simon, Simon, behold, Satan demanded to have you, that he might sift you like wheat,

ลูกา 22:31-34

31 "ซีโมน   ซีโมนเอ๋ย นี่แน่ะ   ซาตานขอพวกท่านไว้   เพื่อจะฝัดร่อนเหมือนฝัดข้าวสาลี

32 but I have prayed for you that your faith may not fail. And when you have turned again, strengthen your brothers.”

32แต่เราอธิษฐานเผื่อตัวท่าน   เพื่อความเชื่อของท่านจะไม่ได้ขาด   และเมื่อท่านหันกลับแล้ว   จงชูกำลังพี่น้องทั้งหลายของท่าน”

33 Peter said to him, “Lord, I am ready to go with you both to prison and to death.”

33 เปโตรจึงทูลพระองค์ว่า   “องค์พระผู้เป็นเจ้า   ข้าพระองค์พร้อมแล้วที่จะไปกับพระองค์   ถึงจะต้องติดคุกหรือตายก็ดี”

34Jesus said, “I tell you, Peter, the rooster will not crow this day, until you deny three times that you know me.”

34พระองค์ตรัสว่า   “เปโตรเอ๋ย   เราจะบอกท่านว่าวันนี้ก่อนไก่ขัน   ท่านจะปฏิเสธว่าไม่รู้จักเราถึงสามครั้ง”

 

Jesus warned Peter that Peter would deny Jesus three times before the rooster crowed. 

พระเยซูทรงเตือนเปโตรว่าเปโตรจะปฏิเสธพระเยซูสามครั้งก่อนไก่ขัน

Peter was proud in his response to Jesus, saying he would never deny the Lord Jesus and yet sure enough, as Jesus said, Peter denied Him three times. 

เปโตรู้สึกภาคภูมิใจในการตอบพระเยซูว่าเขาจะไม่มีวันปฏิเสธพระเยซูเจ้า  อย่างไรก็ตามมันก็แน่นอนดังที่พระเยซูตรัสไว้  เปโตรปฏิเสธพระองค์ถึงสามครั้ง.

 

Proverbs 16:18 Pride goes before destruction, and a haughty spirit before a fall.

สุภาษิต 16:18 ความเย่อหยิ่งเดินหน้าการถูกทำลาย   และจิตใจที่ยโสนำหน้าการล้ม 

 

I Peter 5:6-9

6 Humble yourselves, therefore, under the mighty hand of God so that at the proper time he may exalt you,

1 เปโตร 5:6-9

6 เพราะฉะนั้น พวกท่านจงถ่อมตัวลงภายใต้พระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระเจ้า เพื่อว่าพระองค์จะทรงยกพวกท่านขึ้นเมื่อถึงเวลาอันควร

7casting all your anxieties on him, because he cares for you.

7 จงละความกังวลทุกอย่างของพวกท่านไว้กับพระองค์ เพราะว่าพระองค์ทรงห่วงใยท่านทั้งหลาย

8 Be sober-minded; be watchful. Your adversary the devil prowls around like a roaring lion, seeking someone to devour.

8 จงควบคุมตัวเอง จงระวังระไวให้ดี ศัตรูของพวกท่านคือมาร ดุจสิงโตคำรามเดินวนเวียนเที่ยวเสาะหาคนที่มันจะกัดกินได้

9Resist him, firm in your faith, knowing that the same kinds of suffering are being experienced by your brotherhood throughout the world.

9 จงต่อต้านมันด้วยใจมั่นคงในความเชื่อ โดยรู้ว่าพวกพี่น้องของพวกท่านทั่วโลก ก็ประสบความทุกข์ลำบากอย่างเดียวกัน 

 

Scripture must be fulfilled in Jesus

พระคัมภีร์ต้องสำเร็จโดยพระเยซู

 

Luke 22:35-38

35 And he said to them, “When I sent you out with no moneybag or knapsack or sandals, did you lack anything?” They said, “Nothing.”

ลูกา 22:35-38

 35พระองค์จึงตรัสถามพวกสาวกว่า “เมื่อเราใช้พวกท่านออกไปโดยไม่มีถุงเงินหรือย่ามหรือรองเท้านั้น ท่านขาดอะไรบ้างไหมพวกเขาทูลตอบว่า “ไม่ขาดเลย”

36He said to them, “But now let the one who has a moneybag take it, and likewise a knapsack. And let the one who has no sword sell his cloak and buy one.

36 พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า “แต่ตอนนี้ใครมีถุงเงินให้เอาไปด้วย มีย่ามก็ให้เอาไปเหมือนกัน และคนที่ไม่มีดาบก็ให้ขายเสื้อคลุมของตนไปซื้อดาบ 

37For I tell you that this Scripture must be fulfilled in me: ‘And he was numbered with the transgressors.’ For what is written about me has its fulfillment.”

37เราบอกท่านทั้งหลายว่า สิ่งที่เขียนไว้แล้วจะต้องสำเร็จในเรา คือที่ว่า ‘ท่านถูกนับเข้ากับคนอธรรม’ เพราะว่าสิ่งที่เล็งถึงเรานั้นกำลังจะสำเร็จแล้ว”

38And they said, “Look, Lord, here are two swords.” And he said to them, “It is enough.”

38 พวกเขาทูลตอบว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า นี่แน่ะ มีดาบสองเล่ม” พระองค์ตรัสกับเขาว่า “พอแล้ว”

 

Jesus prays in the garden

พระเยซูทรงอธิษฐานในสวน

 

Luke ลูกา 22:39-46

39 And he came out and went, as was his custom, to the Mount of Olives, and the disciples followed him.

ลูกา 22:39-46 

39พระองค์เสด็จออกไปที่ภูเขามะกอกเทศตามเคย และพวกสาวกของพระองค์ก็ตามพระองค์ไป

40 And when he came to the place, he said to them, “Pray that you may not enter into temptation.”

40 เมื่อไปถึงที่นั่นแล้ว พระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า “จงอธิษฐานเพื่อจะได้ไม่ตกอยู่ในการทดลอง”

41 And he withdrew from them about a stone's throw, and knelt down and prayed,

41 แล้วพระองค์เสด็จไปจากพวกเขาไกลเท่าระยะหินขว้าง และทรงคุกเข่าลงอธิษฐาน 

42 saying, “Father, if you are willing, remove this cup from me. Nevertheless, not my will, but yours, be done.”

42 ว่า “ข้าแต่พระบิดา ถ้าพระองค์พอพระทัย ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพระองค์ แต่อย่างไรก็ดี อย่าให้เป็นไปตามใจข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์”

43 And there appeared to him an angel from heaven, strengthening him.

43 มีทูตองค์หนึ่งจากฟ้าสวรรค์มาปรากฏต่อพระองค์และช่วยชูกำลังพระองค์

44And being in an agony he prayed more earnestly; and his sweat became like great drops of blood falling down to the ground.

44 เมื่อพระองค์ทรงเป็นทุกข์ พระองค์ก็ยิ่งทรงอธิษฐานอย่างจริงจัง เหงื่อของพระองค์เป็นเหมือนโลหิตเม็ดใหญ่ไหลหยดลงถึงดิน]

45 And when he rose from prayer, he came to the disciples and found them sleeping for sorrow,

45 เมื่อทรงลุกขึ้นจากการอธิษฐานแล้ว พระองค์เสด็จมาหาพวกสาวก พบว่าพวกเขาหลับไปด้วยความทุกข์โศกเศร้า

46 and he said to them, “Why are you sleeping? Rise and pray that you may not enter into temptation.”

46 พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า “หลับอยู่ทำไม? จงลุกขึ้นอธิษฐาน เพื่อท่านจะไม่ตกอยู่ในการทดลอง”

                                                                                                                                

How important is prayer to you?

การอธิษฐานมีความสำคัญต่อคุณอย่างไร

It was very important to Jesus and He is the Son of God, it should then be even more important for us. 

มันสำคัญมากต่อพระเยซูและพระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า  นั่นก็ควรจะมีความสำคัญสำหรับเรามากกว่า

Have any of you ever been to talk to the King of Thailand? 

ในพวกคุณใครเคยได้สนทนากับกษัตริย์ของงประเทศไทยไหม?

Most of us will never have that privilege. 

พวกเราส่วนใหญ่ไม่เคยได้รับสิทธิพิเศษนั้น

Yet we can have the privilege of talking to the King of the Universe whenever we want to. 

แต่เราสามารถมีสิทธิพิเศษที่จะสนทนากับกษัตริย์แห่งจักรวาลเมื่อใดก็ตามที่เราต้องการ.

Many times, we don’t use the wonderful power and privilege we have of talking to God. 

หลายครั้งที่เราไม่ได้ใช้อำนาจพิเศษและสิทธิพิเศษที่เรามีในการสนทนากับพระเจ้า.

The Lord Jesus talked to God the Father all the time about everything and was very dependent upon God the Father. 

พระเยซูทรงสนทนากับพระเจ้าพระบิดาตลอดเวลาเกี่ยวกับทุกสิ่งและทรงพึ่งพาพระเจ้าพระบิดา

Jesus was always seeking to do the Father’s will and not His own. 

พระเยซูทรงพยายามที่จะทำตามพระทัยพระบิดาเสมอและไม่ใช่ตามพระทัยพระองค์เอง

He always wanted instructions and directions. 

พระองค์ทรงต้องการคำสั่งสอนและการทรงนำเสมอ

He was dependent on God the Father for all His needs. 

พระองค์ทรงพึ่งพระเจ้าพระบิดาในทุกสิ่งที่ทรงต้องการ

Jesus expected His disciples to pray in this night before His death, especially His three closest friends. 

พระเยซูทรงคาดว่าพวกสาวกของพระองค์จะอธิษฐานในคืนนี้ก่อนที่พระองค์ทรงพบความตาย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวกที่ทรงสนิทมากที่สุดสามคนนั้น

What does Jesus tell His disciples to pray for? 

พระเยซูทรงบอกสาวกของพระองค์ให้อธิษฐานอย่างไร

You might think Jesus would ask them to pray for Him. 

คุณอาจคิดว่าพระเยซูจะทรงขอให้พวกเขาอธิษฐานเผื่อพระองค์

But twice He tells them to pray that they would not enter into temptation. 

แต่สองครั้งที่พระองค์ตรัสบอกให้พวกเขาอธิษฐานว่าพวกเขาจะไม่เข้าสู่การทดลอง

 

In what ways are you tempted?  What are you tempted to do or not do? 

คุณถูกทดลองด้วยวิธีใด  สิ่งใดที่ล่อลวงคุณให้ทำหรือไม่ทำ?

Temptation is different for different people. 

การทดลองจะแตกต่างกันสำหรับแต่ละคนแตกต่างกัน

Men may have different temptations than women have.   

ผู้ชายอาจจะพบการทดลองที่แตกต่างกันกว่าผู้หญิง.

We are all tempted to sin. 

เราทุกคนถูกทดลองให้ทำบาป

Some people are tempted to steal, others are tempted to have sex outside of marriage. 

บางคนถูกทดลองใจให้อยากขโมย คนอื่นๆ ถูกทดลองใจอยากจะมีเพศสัมพันธ์นอกสมรส

Some people are tempted to drink alcohol or take drugs, others are tempted to eat too much. 

บางคนถูกทดลองให้อยากดื่มเหล้าหรือใช้ยาเสพติด   คนอื่นๆก็ถูกทดลองใจอยากกินมากเกินไป

Some people are tempted to gossip, others are tempted to not talk about Jesus with their friends and family. 

บางคนถูกทดลองให้อยากซุบซิบนินทา   คนอื่นๆ ถูกทดลองให้ไม่อยากพูดเรื่องพระเยซูกับเพื่อนๆ และครอบครัวของเขา

Some people are tempted to not read their Bible, others are tempted to not give tithes and offerings to the church. 

บางคนถูกทดลองไม่ให้อ่านพระคัมภีร์  คนอื่นๆ ถูกทดลองใจไม่อยากจะถวายทรัพย์และสิบลดแก่คริสตจักร

Some people are tempted to not trust God for their needs, others are tempted to make people, money, or things more important than God. 

บางคนถูกทดลองไม่ไว้วางใจพระเจ้าในสิ่งที่พวกเขามีความต้องการ  คนอื่นๆ ก็ถูกทดลองใจให้เห็นว่าคน  เงินทอง หรือสิ่งต่างๆ สำคัญกว่าพระเจ้า

So, Jesus says pray that you will not enter into temptation, that you will not do what you are tempted to do.

ดังนั้นพระเยซูตรัสว่าจงอธิษฐานเพื่อคุณจะไม่เข้าสู่การทดลอง และคุณจะไม่ทำสิ่งที่คุณถูกทดลองใจให้ทำ

           

Jesus was in great agony when He prayed.  Why? 

พระเยซูทรงทนทุกข์ทรมานมากเมื่อพระองค์ทรงอธิษฐาน เพราะอะไร

He knew the terrible suffering He would go through in just hours. 

พระองค์ทรงรู้ว่าจะทรงพบความทุกข์ทรมานที่น่ากลัวในเวลาอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมง

He knew in the middle of the night they would come to arrest Him like a terrible criminal, and that He would be on trial before the Pharisees, the Jewish religious leaders, and later would be on trial by the Romans. 

พระองค์ทรงรู้ในตอนเที่ยงคืนว่าพวกเขาจะมาจับกุมพระองค์เหมือนนักโทษร้ายแรงทางอาญา  และที่พระองค์จะถูกไต่สวนต่อหน้าพวกฟาริสี ผู้นำทางศาสนาของชาวยิว, และในภายหลังจะทรงถูกไต่สวนต่อหน้าพวกโรมัน

He knew many people would insult Him, spit on Him, hit Him, and He would be whipped until He was almost dead, a sharp crown of thorns would be shoved on His head, He knew He would be nailed to a cross. 

พระองค์ทรงรู้ว่าคนมากมายจะดูถูกพระองค์ ถ่มน้ำลายใส่พระองค์  โบยตีพระองค์และพระองค์จะทรงถูกเฆี่ยนตีจนกระทั่งพระองค์เกือบตาย  มงกุฎคมหนามจะทิ่มแทงพระเศียรของพระองค์ พระองค์ทรงรู้ว่าพระองค์จะทรงถูกตอกตะปูบนกางเขน

Long sharp nails would be driven through His hands and His feet and then He would die of suffocation hanging on a rough wooden cross with hundreds of people staring at Him. 

ตะปูตัวยาวๆจะถูกตอกทะลุพระหัตถ์และพระบาทของพระองค์แล้วพระองค์จะสิ้นพระ   ชนม์โดยหายใจไม่ออก ถูกตรึงบนไม้กางเขนหยาบ โดยที่คนหลายร้อยคนจ้องมองที่พระองค์

But worse than that was the fact that all the sin of all the world was going to be placed on Him. 

แต่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือความจริงที่ว่า ความบาปทั้งหมดของโลกจะถูกวางไว้ที่พระองค์

He was going to become guilty of every wrong thing every person in the world has done or will do, when He is the perfect Son of God, and because of the world’s sin, God the Father would turn away from Him, there would be a time of separation between Father and Son, so that our sins could be forgiven and we would not have to be separated away from God forever. 

พระองค์ทรงกำลังจะกลายเป็นผู้รับความผิดบาปทุกสิ่งที่ไม่ถูกต้องของทุกคนในโลกที่ได้ทำหรือจะทำ   เมื่อพระองค์ทรงเป็นพระบุตรที่สมบูรณ์แบบของพระเจ้าและเพราะความบาปของโลก  พระเจ้าพระบิดาจะทรงเหินห่างไปจากพระองค์  จะมีช่วงเวลาของการแยกกันระหว่างพระบิดาและพระบุตร เพื่อว่าความบาปของเราจะได้รับการอภัยและเราจะไม่ต้องถูกแยกจากพระเจ้าตลอดไป

This is what caused Jesus agony. 

นี่คือสาเหตุที่พระเยซูทรงทนทุกข์ทรมาน

That’s something good to remember the next time you are tempted to sin, the agony Jesus went through so that sin could be forgiven. 

นั่นคือบางสิ่งที่ดีที่จะจดจำไว้ครั้งต่อไปที่คุณถูกล่อลวงให้ทำบาป, พระเยซูทรงทนทรมานเพื่อให้ความผิดบาปนั้นได้รับการอภัย

 

2 Corinthians 5:21 For our sake he made him to be sin who knew no sin, so that in him we might become the righteousness of God.

2 โครินธ์ 5:21 พระเจ้าทรงทำพระองค์ผู้ทรงไม่มีบาปให้บาป เพราะเห็นแก่เรา เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมของพระเจ้าทางพระองค์

 

Jesus prayed that if there would be some other way to save all people without having to become sin for them, when He prayed “let this cup pass from me” 

พระเยซูทรงอธิษฐานว่ามีวิธีอื่นหรือไม่ในการช่วยทุกคนให้รอดโดยไม่ต้องรับบาปแทนพวกเขา เมื่อพระองค์ทรงอธิษฐานว่า "ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพระองค์เถิด"

But Jesus knew there was no other way and was willing to do the Father’s will. 

แต่พระเยซูทรงรู้ว่าไม่มีทางอื่นและทรงยินดีที่จะทำตามพระทัยของพระบิดา

 

Mark 14:36 And he said, “Abba, Father, all things are possible for you. Remove this cup from me. Yet not what I will, but what you will.”

มาระโก 14:36  พระองค์ทูลว่า “อับบา (พ่อ) ทุกสิ่งเป็นได้สำหรับพระองค์ ขอโปรดให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพระองค์เถิด แต่อย่าให้เป็นไปตามใจปรารถนาของข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์”

 

Are you willing to say to God, “not what I want but what you want in my life, not my will but your will be done”?

คุณเต็มใจที่จะทูลต่อพระเจ้าไหมว่า  "อย่าให้เป็นไปตามใจปรารถนาของข้า พระองค์ แต่ขอให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์"?

 

Betrayal and Arrest of Jesus

การทรยศและการจับกุมพระเยซู

 

Luke 22:47-53

47While he was still speaking, there came a crowd, and the man called Judas, one of the twelve, was leading them. He drew near to Jesus to kiss him,

ลูกา22:47-53

47 พระองค์ตรัสยังไม่ทันขาดคำ นี่แน่ะ มีคนจำนวนมากและคนที่ชื่อยูดาสซึ่งเป็นคนหนึ่งในสาวกสิบสองคนนั้นนำหน้าพวกเขามา ยูดาสเข้ามาใกล้พระเยซูเพื่อจูบพระองค์

48 but Jesus said to him, “Judas, would you betray the Son of Man with a kiss?”

48 แต่พระเยซูตรัสถามเขาว่า “ยูดาส ท่านจะมอบบุตรมนุษย์ด้วยการจูบหรือ”

49 And when those who were around him saw what would follow, they said, “Lord, shall we strike with the sword?”

49 เมื่อพวกสาวกของพระองค์เห็นว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาจึงทูลถามพระ

องค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ให้พวกข้าพระองค์เอาดาบสู้ไหม

50 And one of them struck the servant of the high priest and cut off his right ear.

50 คนหนึ่งในพวกสาวกฟันทาสคนหนึ่งของมหาปุโรหิตถูกหูข้างขวาขาด

51 But Jesus said, “No more of this!” And he touched his ear and healed him.

51 แต่พระเยซูตรัสว่า “พอเสียทีเถอะ” แล้วพระองค์ทรงแตะต้องใบหูของคนนั้นและทรงรักษาเขา

52Then Jesus said to the chief priests and officers of the temple and elders, who had come out against him, “Have you come out as against a robber, with swords and clubs?

52 พระเยซูตรัสกับพวกหัวหน้าปุโรหิต พวกนายทหารรักษาพระวิหาร และพวกผู้ใหญ่ที่ออกมาจับพระองค์นั้นว่า “พวกท่านเห็นเราเป็นโจรหรือ ถึงได้ถือดาบถือตะบองออกมา?

53 When I was with you day after day in the temple, you did not lay hands on me. But this is your hour, and the power of darkness.”

53 เวลาที่เราอยู่กับพวกท่านในบริเวณพระวิหารทุกวัน ท่านไม่ยอมยื่นมือออกมาจับเรา อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเวลาของพวกท่าน และเป็นอำนาจของความมืด”

 

Jesus had warned His disciples at the Last Supper that one of them would betray Him and Judas had made a deal with the religious leaders to lead them to where Jesus was and turn Him over to them and some Roman soldiers for 30 pieces of silver. 

พระเยซูได้ทรงเตือนพวกสาวกของพระองค์ในพิธีมหาสนิทว่าคนหนึ่งในพวกเขาจะทรยศพระองค์และได้ทำข้อตกลงกับผู้นำทางศาสนาเพื่อนำพวกเขาไปพบพระเยซู   และมอบพระองค์ไว้กับพวกเขาและทหารโรมันบางโดยแลกกับเงิน 30 เหรียญ

Judas greeted Jesus with a kiss. 

ยูดาสทักทายพระเยซูโดยจูบคำนับพระองค์

 

Matthew 26:48 Now the betrayer had given them a sign, saying, “The one I will kiss is the man; seize him.”

มัทธิว 26:48  คนที่ทรยศพระองค์ก็ให้สัญญาณกับพวกเขาว่า “เราจูบคำนับใครก็คือคนนั้นแหละ จงจับเขาไว้

 

The love for Jesus and the friendship with Jesus was not very strong for Judas.  He was willing to sell out for only 30 silver coins. 

ความรักที่มีต่อพระเยซูและสัมพันธภาพกับพระเยซูไม่เข้มแข็งสำหรับยูดาส เขา        ยินดีที่จะขายพระองค์เพียงแค่เงิน 30เหรียญ

We must remember that Jesus gave Himself willingly and freely because of His    great love for us. 

เราต้องจำไว้ว่าพระเยซูทรงสละพระองค์เองด้วยเต็มพระทัยและอย่างเสรีเพราะ          ความรักยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่มีต่อเรา

It was not now because He was so outnumbered that He had no choice but to go with those arresting Him.  

ตอนนี้มันไม่ใช่เพราะพวกเขามีจำนวนคนมากกว่าพระองค์   จนพระองค์ทรงไม่มีทางเลือกแต่ต้องไปกับบรรดาผู้ที่จับกุมพระองค์

Jesus even took the time to heal the man’s ear that Peter cut off thinking he was defending Jesus. 

พระเยซูยังทรงใช้เวลาเยียวยารักษาหูของชายคนที่เปโตรตัดออกโดยคิดว่าเขา        กำลังอารักขาพระเยซู

What love on Jesus part to heal a man who had come to arrest Him and perhaps             even kill Him. 

เป็นส่วนของความรักที่พระเยซูทรงรักษาคนที่มาเพื่อจับกุมพระองค์และบางที            จะมาฆ่าพระองค์

I want you to see that Jesus is in control here and gives Himself freely. 

ผมต้องการให้คุณเห็นว่าพระเยซูทรงควบคุมได้ที่นี่และทรงสละพระองค์เองอย่างเสรี

 

John 18:3-11

3 So Judas, having procured a band of soldiers and some officers from the chief priests and the Pharisees, went there with lanterns and torches and weapons.

ยอห์น 18:3-11

3 ยูดาสนำพวกทหารโรมันกับเจ้าหน้าที่มาจากพวกหัวหน้าปุโรหิตและพวกฟาริสี พวกเขาถือโคมถือไต้และอาวุธไปที่นั่นด้วย 

4 Then Jesus, knowing all that would happen to him, came forward and said to them, “Whom do you seek?”

4 พระเยซูทรงทราบทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับพระองค์ พระองค์จึงเสด็จออกไปถามเขาว่า “พวกท่านมาหาใคร?”

5 They answered him, “Jesus of Nazareth.” Jesus said to them, “I am he.” Judas, who betrayed him, was standing with them.

5 เขาทูลตอบพระองค์ว่า “มาหาเยซูชาวนาซาเร็ธ” พระเยซูตรัสกับพวกเขาว่า “เราเป็นผู้นั้น” ยูดาสคนที่ทรยศพระองค์ก็ยืนอยู่กับคนเหล่านั้น 

6 When Jesus said to them, “I am he,” they drew back and fell to the ground.

6  เมื่อพระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า “เราเป็นผู้นั้น” เขาก็ถอยหลังและล้มลงที่ดิน 

7 So he asked them again, “Whom do you seek?” And they said, “Jesus of Nazareth.”

7 พระองค์ตรัสถามเขาอีกว่า “พวกท่านมาหาใครเขาทูลตอบว่า “มาหาเยซูชาวนาซาเร็ธ ”

8Jesus answered, “I told you that I am he. So, if you seek me, let these men go.”

8 พระเยซูตรัสตอบว่า “เราบอกท่านแล้วว่าเราเป็นผู้นั้น ถ้าท่านตามหาเราก็จงปล่อยคนเหล่านี้ไปเถิด”

9 This was to fulfill the word that he had spoken: “Of those whom you gave me I have lost not one.”

9  ทั้งนี้เพื่อให้เป็นจริงตามพระดำรัสที่พระองค์ตรัสว่า “คนเหล่านั้นซึ่งพระองค์ประทานแก่ข้าพระองค์ไม่ได้เสียไปสักคนเดียว” ”

10 Then Simon Peter, having a sword, drew it and struck the high priest's servant and cut off his right ear. (The servant's name was Malchus.)

10  ซีโมนเปโตรมีดาบจึงชักออกฟันทาสคนหนึ่งของมหาปุโรหิตถูกหูข้างขวาขาด ทาสคนนั้นชื่อมัลคัส

11 So Jesus said to Peter, “Put your sword into its sheath; shall I not drink the cup that the Father has given me?”

11 พระเยซูตรัสกับเปโตรว่า “จงเอาดาบใส่ฝักเสีย เราจะไม่ดื่มถ้วยที่พระบิดาประทานแก่เราหรือ?”

 

Jesus said that He could call thousands of angels to help Him but He going to die for us freely just like the prophecies had said. 

พระเยซูตรัสว่าพระองค์ทรงสามารถเรียกทูตสวรรค์หลายพันคนมาช่วยพระองคได้ แต่พระองค์กำลังจะสิ้นพระชนม์เพื่อเราจะได้เป็นอิสระเหมือนดังคำที่พยากรณ์ได้

 

Matthew 26:53-54

53 Do you think that I cannot appeal to my Father, and he will at once send me more than twelve legions of angels?

มัทธิว 26:53-54

53ท่านคิดว่าเราจะทูลขอพระบิดาของเราไม่ได้หรือ? และพระองค์ก็จะประทานทูตสวรรค์ให้เรามากกว่าสิบสองกองพลในทันที

54 But how then should the Scriptures be fulfilled, that it must be so?”

54 แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นข้อพระคัมภีร์ที่ว่า จำเป็นจะต้องเป็นอย่างนี้จะสำเร็จได้อย่างไร?”   

 

Jesus said that Peter would deny Him and we see that now in the next part of our passage, as the story continues.

พระเยซูตรัสว่าเปโตรจะปฏิเสธพระองค์และเราเห็นว่าตอนนี้ในเนื้อหาตอนหน้าเรื่องราวยังดำเนินต่อไป

 

Peter denies Jesus before the rooster crows

เปโตรปฏิเสธพระเยซูก่อนไก่ขัน

 

Luke ลูกา 22:54-62

54 Then they seized him and led him away, bringing him into the high priest's house, and Peter was following at a distance.

ลูกา 22:54-62

54 พวกเขาก็จับพระองค์พาเข้าไปในบ้านของมหาปุโรหิต เปโตรติดตามพระองค์ไปห่างๆ

55 And when they had kindled a fire in the middle of the courtyard and sat down together, Peter sat down among them.

55  เมื่อพวกเขาก่อไฟที่กลางลานบ้านและนั่งลงด้วยกันแล้ว เปโตรก็นั่งอยู่ท่ามกลางพวกเขา

56Then a servant girl, seeing him as he sat in the light and looking closely at him, said, “This man also was with him.”

56 มีสาวใช้คนหนึ่งเห็นเปโตรนั่งอยู่ในแสงไฟ จึงจ้องมองแล้วพูดว่า “คนนี้อยู่กับเขาด้วย”

57 But he denied it, saying, “Woman, I do not know him.”

57 แต่เปโตรปฏิเสธว่า “หญิงเอ๋ย คนนั้นข้าไม่รู้จัก”

58 And a little later someone else saw him and said, “You also are one of them.” But Peter said, “Man, I am not.”

58 สักครู่หนึ่งมีอีกคนหนึ่งเห็นเปโตร จึงพูดว่า “เจ้าเป็นคนของพวกนั้นด้วย” เปโตรจึงกล่าวว่า “พ่อหนุ่มเอ๋ย ข้าไม่ได้เป็น” ”

59 And after an interval of about an hour still another insisted, saying, “Certainly this man also was with him, for he too is a Galilean.”

59 ต่อมาประมาณอีกหนึ่งชั่วโมง มีอีกคนหนึ่งยืนยันอย่างมั่นใจว่า “ต้องใช่แน่ คนนี้อยู่กับเขาด้วย เพราะเป็นชาวกาลิลี”

6 But Peter said, “Man, I do not know what you are talking about.” And immediately, while he was still speaking, the rooster crowed.

60 แต่เปโตรพูดว่า “พ่อหนุ่มเอ๋ย ที่ท่านพูดนั้นข้าไม่รู้เรื่อง” เมื่อเปโตรกำลังพูดยังไม่ทันขาดคำ ทันใดนั้นไก่ก็ขัน

61 And the Lord turned and looked at Peter. And Peter remembered the saying of the Lord, how he had said to him, “Before the rooster crows today, you will deny me three times.”

61 องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเหลียวดูเปโตร แล้วเปโตรก็ระลึกถึงคำขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่ตรัสกับเขาว่า “วันนี้ก่อนไก่ขันท่านจะปฏิเสธเราสามครั้ง”

62 And he went out and wept bitterly.

62 แล้วเปโตรก็ออกไปข้างนอกร้องไห้ด้วยความทุกข์ใจ

 

Jesus had told Peter that this would happen and He told him and two of other disciples to pray that they would not enter temptation.  

พระเยซูทรงบอกเปโตรว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นและทรงบอกเขาและสาวกอื่นอีกสองคนให้อธิษฐานเพื่อว่าพวกเขาจะไม่เข้าสู่การทดลอง

 

Matthew 26:41 Watch and pray that you may not enter into temptation. The spirit indeed is willing, but the flesh is weak.”

มัทธิว 26:41 ท่านทั้งหลายจงเฝ้าระวังและอธิษฐานเพื่อจะไม่ถูกทดลอง จิตวิญญาณพร้อมแล้วก็จริง แต่กายยังอ่อนกำลัง”

 

While Peter is denying he even knows Jesus, people who are holding Jesus are mocking Him.

ในขณะที่เปโตรปฏิเสธว่าเขารู้จักพระเยซู  ประชาชนที่ยึดมั่นพระเยซูก็กำลังเยาะเย้ยเขา

 

Jesus is mocked

พระเยซูทรงถูกเยาะเย้ย

 

Luke 22:63-65

63 Now the men who were holding Jesus in custody were mocking him as they beat him.

ลูกา 22:63-65

63 พวกที่คุมพระเยซูก็เยาะเย้ยโบยตีพระองค์

64They also blindfolded him and kept asking him, “Prophesy! Who is it that struck you?”

64 และเมื่อพวกเขาเอาผ้าผูกปิดพระเนตรของพระองค์แล้ว พวกเขาก็ถามว่า “ทำนายซิว่าใครตบเจ้า”

65And they said many other things against him, blaspheming him.

65 แล้วพวกเขายังพูดคำหยาบช้าต่อพระองค์อีกหลายอย่าง   

 

Jesus could have said the names of those who hit him and told them all about themselves. 

พระเยซูคริสต์คงได้ตรัสถึงชื่อของบรรดาผู้ที่ตีพระองค์และบอกพวกเขาทั้งหมดเกี่ยวกับตัวเขาเอง

Jesus had not yet officially been declared guilty, and yet the soldiers were permitted to mock Him and abuse Him.

พระเยซูยังไม่ทรงถูกประกาศว่าผิดตามกฎหมาย  แต่กระนั้นทหารยังได้รับอนุญาต

ให้เยาะเย้ยพระองค์และล่วงละเมิดพระองค์

Here they mocked His claim to being a Prophet; later they would mock His claim to being a King.

ที่นี่พวกเขาล้อเลียนที่พระองค์ทรงประกาศว่าทรงเป็นผู้พยากรณ์ หลังจากนั้นพวก    เขาก็เยาะเย้ยที่ทรงประกาศว่าทรงเป็นกษัตริย์

Their mockery, sinful as it was, actually fulfilled prophecy.

การเยาะเย้ยของพวกเขานับเป็นความผิดบาป   เป็นจริงตามคำทำนาย

He is an example to us of how we should behave when sinners ridicule us and     our faith.

พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของเราในการที่เราควรประพฤติตน   เมื่อคนบาปเยาะ      เย้ยเราและความเชื่อของเรา

 

I Peter 2: 21-24

21 For to this you have been called, because Christ also suffered for you, leaving you an example, so that you might follow in his steps.

1 เปโตร 2:21-24

21 เพราะพระเจ้าทรงเรียกพวกท่านเพื่อจุดประสงค์นี้ เพราะว่าพระคริสต์ทรงทนทุกข์เพื่อพวกท่าน พระองค์ทรงวางแบบอย่างแก่พวกท่าน เพื่อท่านจะได้ดำเนินตามรอยพระบาทของพระองค์

22 He committed no sin, neither was deceit found in his mouth.

22 พระองค์ไม่ได้ทรงทำบาปเลย และไม่พบการล่อลวงในพระโอษฐ์ของพระองค์เลย

23 When he was reviled, he did not revile in return; when he suffered, he did not threaten, but continued entrusting himself to him who judges justly.

23 เมื่อเขากล่าวคำหยาบคายต่อพระองค์ พระองค์ไม่ได้ทรงกล่าวตอบเขาด้วยคำหยาบคายเลย เมื่อพระองค์ทรงทนทุกข์ พระองค์ไม่ได้ทรงขู่อาฆาต แต่ทรงมอบพระองค์เองไว้แก่พระเจ้าผู้ทรงพิพากษาอย่างยุติธรรม

24 He himself bore our sins in his body on the tree, that we might die to sin and live to righteousness. By his wounds you have been healed.

24 พระองค์เองได้ทรงรับแบกบาปทั้งหลายของเราไว้ในพระกายของพระองค์ ที่ต้นไม้นั้น เพื่อว่าเราจะตายต่อบาปได้ และดำเนินชีวิตเพื่อความชอบธรรม ด้วยบาดแผลของพระองค์ พวกท่านจึงได้รับการรักษาให้หาย

 

The Jewish council could not vote on capital offenses at night; so the chief priests, scribes, and elders had to assemble again as soon as it was day.

สภาชาวยิวไม่สามารถลงคะแนนในความผิดที่สำคัญๆในเวลากลางคืน ดังนั้นมหาปุโรหิต พวกธรรมาจารย์ และผู้ปกครองรวมกลุ่มกันอีกครั้งทันทีที่เริ่มต้นวันใหม่

 

Jesus before the council

พระเยซูทรงอยู่ต่อหน้าสภา

 

Luke 22:66-71

66 When day came, the assembly of the elders of the people gathered together, both chief priests and scribes. And they led him away to their council, and they said,

ลูกา 22:66-71

66 พอรุ่งเช้าพวกผู้ใหญ่ของประชาชนกับพวกหัวหน้าปุโรหิตและพวกธรรมาจารย์ก็มาประชุมกัน เขาพาพระองค์เข้าไปในสภาของพวกเขาและพูดว่า 

67 "If you are the Christ, tell us.” But he said to them, “If I tell you, you will not believe,

67 "ถ้าเจ้าเป็นพระคริสต์ ก็จงบอกเรา” แต่พระองค์ทรงตอบเขาว่า “ถึงเราบอกพวกท่าน ท่านก็ไม่เชื่อ

68 and if I ask you, you will not answer.

68 และถึงเราถามท่าน   ท่านก็ไม่ตอบเรา

69 But from now on the Son of Man shall be seated at the right hand of the power of God.”

69 อย่างไรก็ตาม แต่ตั้งแต่นี้ไป บุตรมนุษย์จะนั่งด้านขวาของพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพ”

70 So they all said, “Are you the Son of God, then?” And he said to them, “You say that I am.”

70 พวกเขาทุกคนจึงถามว่า “เจ้าเป็นพระบุตรของพระเจ้าหรือพระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า “ก็ท่านพูดแล้วว่าเราเป็น ”

71Then they said, “What further testimony do we need? We have heard it ourselves from his own lips.”

71 พวกเขาจึงพูดว่า “เราต้องการพยานอะไรอีก? เพราะว่าเราได้ยินจากปากของเขาเองแล้ว”

 

The religious rulers arrested Jesus for breaking the Law of Moses yet they broke the Law by trying Him at night and by making a ruling the same day He was tried, which also was illegal.

ผู้ปกครองทางศาสนาจับกุมพระเยซูหาว่าทรงละเมิดบทบัญญัติของโมเสสแต่พวกเขาละเมิดบทบัญญัติโดยไต่สวนพระองค์ในเวลากลางคืน  และโดยทำการลงมติในวันเดียวกันที่พระองค์ทรงถูกไต่สวนซึ่งผิดบทบัญญัติด้วย

The religious trial was now over.

การไต่สวนทางศาสนาตอนนี้สิ้นสุดลงแล้ว

The next step was to put Him through a civil trial and convince the Roman governor that Jesus was a criminal worthy of death.

ขั้นตอนต่อไปคือการนำพระองค์ไปไต่สวนต่อพลเมืองและโน้มน้าวใจผู้ว่าการชาวโรมันว่าพระเยซูทรงเป็นอาชญากรที่สมควรรับโทษถึงตาย

The Son of God was to be crucified, and only the Romans could do that. 

พระบุตรของพระเจ้าต้องทรงถูกตรึงและเฉพาะชาวโรมันเท่านั้นที่สามารถทำได้

Remember that you have an Enemy that wants you to stumble in your faith.

จำไว้ว่าคุณมีศัตรูที่ต้องการให้คุณสะดุดในความเชื่อ

Jesus wants you to pray every day so that you would not give into temptation. 

พระเยซูทรงต้องการให้คุณอธิษฐานทุกวันเพื่อที่คุณจะไม่ตกอยู่ในการทดลอง

When you are tempted to sin, remember the agony Jesus went through to forgive your sin. 

เมื่อคุณถูกทดลองใจให้ทำบาป  จำไว้ว่าพระเยซูทรงทนทรมานเพื่อให้อภัยบาปแก่คุณ

Remember that Jesus prayed for you and is always near to help you. 

โปรดจำไว้ว่าพระเยซูทรงอธิษฐานเผื่อคุณและทรงอยู่ใกล้เพื่อช่วยเหลือคุณเสมอ

Don’t be proud, but humbly trust the Lord for His strength. 

อย่าหยิ่งยโส  แต่จงวางใจพระเจ้าด้วยใจถ่อมเพื่อรับกำลังจากพระองค์

When you are hurt by the words of others because of your faith, remember Jesus example of the way.

เมื่อคุณปวดใจจากคำพูดของคนอื่นๆเพราะความเชื่อของคุณ  จำวิธีการของพระเยซูเป็นตัวอย่าง

He suffered for you and for me. 

พระองค์ทรงทนทรมานเพื่อคุณและผม

He didn’t try to out argue, to outsmart, or to get even with those who accused Him falsely. 

พระองค์ไม่ได้ทรงโต้เถียง  เพื่อหลอก หรือที่จะทรงแก้แค้นแม้กระทั่งกับผู้ที่กล่าวหาพระองค์อย่างผิดๆ

 

Help us Lord to be people of faith and people and prayer. 

ขอพระเจ้าทรงโปรดช่วยให้เราเป็นบุรุษแห่งความเชื่อและการอธิษฐาน

We are so grateful that Jesus, “who knew no sin, was willing to become sin for us.”  

เรารู้สึกขอบพระคุณพระเยซู "ผู้ทรงปราศจากบาป  และทรงยินดีที่จะรับบาปแทนเรา"

Help us Lord to say as Jesus said, “Not my will, but your will be done.”  

ขอพระเจ้าทรงโปรดช่วยเราให้พูดดังที่พระเยซูตรัสว่า "ไม่ใช่ตามใจข้าพระองค์ แต่ตามพระทัยพระองค์"

Lord may your will be done in each of our lives. 

ขอโปรดให้น้ำพระทัยพระเจ้าสำเร็จในชีวิตของเรา

We don’t want to live for ourselves but we want to live for You, as good and faithful servants. 

เราไม่ต้องการที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเราเอง  แต่เราต้องการที่จะอยู่เพื่อพระองค์ เป็นผู้รับใช้ที่ดีและซื่อสัตย์

In Jesus name, amen.

ในพระนามพระเยซู  อาเมน

 

The Gospel or Good News is God loves you.

พระกิตติคุณหรือข่าวดีคือพระเจ้าทรงรักคุณ

 

John 3:16 For God so loved the world that he gave his only Son that whoever believes in him should not perish but have eternal life.

ยอห์น3:16 พระเจ้าทรงรักโลกดังนี้   คือได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์   เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ   แต่มีชีวิตนิรันดร์

 

Romans 3:23 For all have sinned and fallen short of the glory of God

โรม3:23 เพราะว่าทุกคนทำบาปและเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า

 

Romans 6:23 For the wages of sin is death, but the gift of God is eternal life through Jesus Christ our Lord.

โรม6:23 เพราะว่าค่าจ้างของความบาปคือความตาย   แต่ของประทานจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา

 

That gift must be received.

เราต้องได้รับของประทานนั้น

 

John 1:12 But as many as received him to them gave he power to become the children of God, even to them that believe on his name.

ยอห์น1:12 แต่ทุกคนที่ต้อนรับพระองค์   คือคนที่เชื่อในพระนามของพระองค์นั้น   พระองค์ก็จะประทานสิทธิให้เป็นลูกของพระเจ้า

 

Jesus, the perfect Son of God, died for us on the cross and came alive again.

พระเยซู พระบุตรที่สมบูรณ์แบบของพระเจ้า สิ้นพระชนม์เพื่อเราบนกางเขนและ ทรงฟื้นพระชนม์อีกครั้ง

 

1 Corinthians 15:3-4

3 For I delivered to you as of first importance what I also received: that Christ died for our sins in accordance with the Scriptures, _

1โครินธ์15:3-4

 3 เพราะว่าข้าพเจ้าได้มอบเรื่องสำคัญที่สุดที่ได้รับมานั้นแก่พวกท่านคือพระคริสต์วายพระชนม์เพราะบาปของเรา ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์

4 that he was buried, that he was raised on the third day in accordance with the Scriptures,

4 และทรงถูกฝังไว้ แล้ววันที่สามพระองค์ทรงถูกทำให้เป็นขึ้นมา ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์

 

This sermon is a part of a collection of sermons entitled New Testament Expository Sermons vol. 5 Luke 14-24 copyright ©2018 by Dana Bratton available at Amazon.com in Kindle and paperback (English only).

คำสอนนี้เป็นตอนหนึ่งของชุดรวมคำสอนที่มีชื่อว่า คำสอนเชิงอธิบายพันธสัญญาใหม่ ชุดที่ 5 พระธรรมลูกา 14-24 ลิขสิทธิ์© 2018 โดยนายเดนา แบรตตัน สามารถดูได้ที่ Amazon.com ในเครื่องอ่านหนังสืออีเล็คทรอนิกส์และหนังสือปกอ่อน (ภาษาอังกฤษเท่านั้น) 

 

Scripture quotations are from the ESV® Bible (The Holy Bible, English Standard Version®, copyright ©2001 by Crossway, a publishing ministry of Good News Publishers. Used by permission. All rights reserved 

ข้อพระคัมภีร์คัดมาจากพระคัมภีร์ ESV® (พระคัมภีร์ฉบับมาตรฐานอังกฤษ®สงวนลิขสิทธิ์© 2001 โดย Crossway  พันธกิจการพิมพ์ของสำนักพิมพ์ข่าวประเสริฐ  โดยได้รับอนุญาต  ขอสงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด

Thai Scripture quotations are from The Holy Bible – Thai Standard Version 2011 Copyright © 2011 Thailand Bible Society

ข้อพระคัมภีร์ไทยคัดมาจากพระคัมภีร์  พระคริสตธรรมคัมภีร์ภาษาไทยฉบับมาตรฐาน 2011 สงวนลิขสิทธิ์ 2011 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย

 

 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top