Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear

Luke 13 Why is there Suffering?  Patience Learned from a Fig Tree, and Jesus Heals a Woman Who had been Sick 18 Years

ลูกาบทที่13  ทำไมจึงมีความทุกข์   เรียนรู้ความอดทนจากต้นมะเดื่อ    และพระเยซูทรงรักษาผู้หญิงที่ป่วยมานาน18ปี

Last time we talked about Jesus teaching us not to worry about things in this life but to be ready for Him to come back again.

            ครั้งที่แล้วเราพูดเรื่องพระเยซูทรงสอนเราว่า  อย่ากระวนกระวายถึงสิ่งของในชีวิตนี้  แต่จงเตรียมพร้อมต้อนรับพระองค์เสด็จกลับมาอีกครั้ง

Now Jesus addresses the question of human suffering.  Why do people suffer?

ตอนนี้พระเยซูทรงกล่าวเรื่องความทุกข์ลำบากของมนุษย์  ทำไมคนเราจึงต้องทนทุกข์

  Jesus teaches men not to judge but repent

พระเยซูทรงสอนคนไม่ให้ตัดสินแต่ให้กลับใจใหม่

1There were some present at that very time who told him about the Galileans whose blood Pilate had mingled with their sacrifices.

1ขณะนั้นบางคนซึ่งอยู่ที่นั่นเล่าเรื่องชาวกาลิลีที่ปีลาตเอาเลือดและเครื่องบูชาของพวกเขามาคละเคล้าด้วยกันให้พระเยซูทรงฟัง 

2And he answered them, “Do you think that these Galileans were worse sinners than all the other Galileans, because they suffered in this way?

2พระองค์จึงตรัสกับพวกเขาว่า “ท่านทั้งหลายคิดว่าชาวกาลิลีเหล่านั้นเป็นคนบาปยิ่งกว่าชาวกาลิลีอื่นๆ ทั้งหมด เพราะพวกเขาต้องทนทุกข์อย่างนั้นหรือ

3No, I tell you; but unless you repent, you will all likewise perish.

3เราบอกพวกท่านว่า ไม่ใช่ แต่ท่านเองถ้าไม่กลับใจใหม่ก็จะต้องพินาศเหมือนกัน

4Or those eighteen on whom the tower in Siloam fell and killed them: do you think that they were worse offenders than all the others who lived in Jerusalem?

4สิบแปดคนนั้นที่ถูกหอรบสิโลอัมพังทับตาย ท่านคิดว่าพวกเขาทำผิดมากกว่าคนที่อาศัยอยู่ในกรุงเยรูซาเล็มทั้งหมดหรือ

5No, I tell you; but unless you repent, you will all likewise perish.”

5 เราบอกพวกท่านว่า ไม่ใช่ แต่ถ้าท่านทุกคนไม่กลับใจใหม่ก็จะต้องพินาศเช่นกัน”

Pontius Pilate, the Roman governor, did not get along with the Jews because he was insensitive to their religious convictions.

            ปอนติอุส ปิลาต  ผู้ว่าราชการชาวโรมัน  เข้ากันไม่ได้กับชาวยิวเพราะเขาไม่ตอบสนองชาวยิวด้านความเชื่อมั่นศรัทธาด้านศาสนา

Pilate took money from the temple treasury to help pay for a canal.

ปิลาตเอาเงินจากคลังพระวิหารมาใช้จ่ายค่าทำคลองน้ำ

A large crowd of angry Jews gathered in protest; so, Pilate had soldiers not dressed like soldiers mix in with the crowd.

กลุ่มชาวยิวโกรธแค้นมากพากันมารวมตัวประท้วง  ปิลาตใช้ทหารที่ไม่แต่งเครื่องแบบเข้ามาอยู่ปะปนกับฝูงชน

Using concealed weapons, the soldiers killed a number of innocent Jews, and added to the Jews’ hatred for their governor.

ทหารใช้อาวุธที่ซุกซ่อนอยู่ เข่นฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์  นั่นยิ่งเพิ่มความเกลียดชังเพิ่มขึ้นต่อผู้ว่าราชการ

Since Jesus was going up to Jerusalem, anything He said about Pilate would likely be reported.

เพราะพระเยซูกำลังจะเสด็จขึ้นไปกรุงเยรูซาเลม   สิ่งใดที่พระองค์ตรัสก็มีคนนำไปรายงาน

If He ignored the issue, the crowd would accuse Him of being on the side of the Romans and not loyal to His own people.

ถ้าพระองค์ทรงเพิกเฉยต่อปัญหา    ฝูงชนจะกล่าวหาว่าพระองค์ทรงอยู่ข้างชาวโรมันและไม่ซื่อสัตย์กับประชากรของพระองค์เอง

If He defended the Jews and accused Pilate, He would be in trouble with the Romans, and the Jewish leaders would have a good excuse to get Him arrested. [1]

ถ้าพระองค์ทรงปกป้องชาวยิวและกล่าวหาปิลาต พระองค์จะทรงมีปัญหากับชาวโรมัน และผู้นำชาวยิวจะมีข้อแก้ตัวที่จะหาเหตุจับกุมพระองค์

Instead of discussing Pilate’s sins, He dealt with the sins of the people questioning Him. แทนที่จะถกเถียงเรื่องปิลาตทำผิดบาป   พระองค์ทรงสั่งสอนเรื่องบาปแก่ประชาชนที่ทูลถามพระองค์

He answered their question by asking a question. 

พระองค์ทรงตอบคำถามของพวกเขาโดยทรงตั้งคำถาม

To begin with, He made it clear that human tragedies are not always divine punishments and that it is wrong for us to “play God” and pass judgment.

เริ่มต้นด้วย พระองค์ตรัสชัดเจนว่าความทุกข์ของมนุษย์ไม่ใช่เป็นเพราะพระเจ้าทรงลงโทษเสมอไป   และว่ามันไม่ถูกต้องสำหรับเราที่จะ "เอาพระเจ้ามาเล่น" และพ้นการพิพากษา

Job’s friends made this mistake when they said that Job’s troubles were evidence that he was a sinner.

เพื่อนๆ ของโยบทำผิดพลาดอย่างนี้เมื่อพวกเขาบอกว่าปัญหาความทุกข์ของโยบเป็นการแสดงว่าเขาเป็นคนบาป

If we take that approach to tragedy, then we will have a hard time explaining the sufferings of the Prophets and Apostles, and even of our Lord Himself.[2]

ถ้าเราเดินทางนี้ที่นำไปสูความโศกเศร้า  แล้วเราจะพบว่ามันยากที่อธิบายความทุกข์ของพวกศาสดาพยากรณ์และอัครสาวก  และแม้กระทั่งของพระเจ้าของเราเอง

 

Why do Christians suffer?  Why isn’t there more justice?  This passage has some lessons for us

ทำไมคริสเตียนต้องทนทุกข์ลำบาก ทำไมไม่มีความยุติธรรมกว่านี้  มีบทเรียนบางอย่างสอนเรในพระธรรมตอนนี้

When man chose to sin against God, our free world was forever spoiled. 

เมื่อมนุษย์เลือกที่จะทำบาปต่อพระเจ้า   เราก็สูญเสียอิสรภาพในโลกไปตลอดนิรันดร์

We know from the book of Job that Satan caused the pain and loss for Job. 

เรารู้จากพระธรรมโยบว่าซาตานเป็นเหตุให้เกิดความเจ็บปวดและสูญเสียต่อโยบ

And we will see later in Luke 13:16 Jesus declared that Satan caused the pain of a woman bound in disease for 18 years. 

และต่อมาเราจะพบในพระธรรมลูกา13:16 พระเยซูทรงประกาศว่าซาตานเป็นเหตุให้เกิดความเจ็บปวดของผู้หญิงที่ป่วยเป็นโรคมานาน18ปี

When tragedy or illness strikes, we want to know why it happened.

เมื่อเกิดความเศร้าโศกหรือการเจ็บป่วย  เราต้องการที่จะรู้ว่าทำไมมันเกิดขึ้น

Pilate had butchered Jews sacrificing in the temple.  

ปิลาตได้ฆ่าชาวยิวถวายบูชาในพระวิหาร

Jesus asked, "do you think they were worse sinners than other men from Galilee?" 

พระเยซูตรัสถามว่า "ท่านคิดว่าพวกเขาเป็นคนบาปยิ่งกว่าคนอื่นๆ ที่มาจากกาลิลีหรือ"

He then brought up another tragedy the death of eighteen men when the Tower of Siloam fell and asked the same question. 

จากนั้นพระองค์ก็ทรงยกเรื่องความเศร้าโศกอีกเรื่องหอรบที่ซีโลอามหล่นลงมาทับคนสิบแปดคนตายและทรงถามคำถามเดียวกัน

We ask the question about the tsunami that struck Thailand some years ago, why did it happen?  

เราตั้งคำถามเกี่ยวกับภัยสึนามิที่เกิดขึ้นในประเทศไทยหลายปีที่ผ่านมาว่าทำไมเกิดสิ่งนี้ขึ้น

Jesus answers, unless you repent you shall all likewise perish. 

พระเยซูตรัสตอบว่า  ถ้าท่านไม่กลับใจใหม่  พวกท่านทุกคนจะต้องพินาศเช่นเดียวกัน

The tables are turned, it is no longer why did it happen to them but now rather why doesn't it happen to more of us, since we are all sinners in a fallen world.   

โต๊ะทั้งหลายจะถูกพลิก  ไม่มีการถามอีกต่อไปว่าทำไมมันเกิดขึ้นกับพวกเขา   แต่ตอนนี้ถามว่าทำไมมันไม่เกิดขึ้นกับพวกเรามากกว่า  เพราะว่าพวกเราทุกคนได้ล้มลงในโลกแห่งความบาป

Sometimes Satan causes suffering.  

บางครั้งซาตานเป็นเหตุให้เกิดการทนทุกข์

Sometimes God allows it but isn't intending a specific message. 

บางครั้งพระเจ้าทรงยอมให้เกิดขึ้นแต่ไม่ได้จงใจเป็นกรณีพิเศษ

Sometimes suffering is due to misused human freedom. 

บางครั้งความทุกข์ลำบากเกิดจากมนุษย์ใช้เสรีภาพในทางที่ผิด

God did not create robots or puppets. 

พระเจ้าไม่ได้ทรงสร้างหุ่นยนต์หรือหุ่นกระบอก

God in His grace and mercy allows a great deal of human freedom. 

โดยพระคุณและพระเมตตาของพระองค์  พระเจ้าช่วยปล่อยให้มนุษย์มีเสรีภาพมากมาย

We are allowed to hurt ourselves. 

ทรงยอมให้พวกเราเจ็บปวด

We are allowed to hurt others. 

ทรงยอมให้พวกเราทำให้คนอื่นเจ็บปวด

Suffering can be discipline or it can be natural consequences.  

ความทุกข์ลำบากจะอบรมบ่มนิสัยเราหรือได้รับผลตามธรรมชาติที่ตามมา

“The wages of sin is death.” 

"ค่าจ้างของความบาปคือความตาย"

God has also created a world of cause and effect or natural laws and consequences. 

พระเจ้าทรงมีเหตุผลต่อการทรงสร้างของพระองค์หรือกฎธรรมชาติและผลกระทบที่ตามมา

If you stick your hand in the fire you will get burned. 

ถ้าคุณเอามือคุณไปอังไฟละก็  มันก็จะเผามือคุณ

If you smoke for a good portion of your life you will likely die of lung cancer. 

ถ้าคุณใช้เวลาหนึ่งในชีวิตสูบบุหรี่ละก็   คุณอาจจะตายด้วยมะเร็งปอด

Half the time we know why we get sick: too little exercise, a poor diet, contact with a germ. 

บางเวลาเราก็รู้ว่าทำไมเราป่วย ออกกำลังกายน้อยเกินไป  อาหารที่ไม่ดี  ติดเชื้อโรค

Do we really expect God to go around protecting us whenever we encounter something dangerous? 

เราคาดหวังว่าพระเจ้าจะทรงอยู่รอบๆ ปกป้องเราเมื่อใดก็ตามที่เราเผชิญกับสิ่งอันตรายหรือ

Should God turn the murderer's knife into rubber? 

พระเจ้าควรเปลี่ยนมีดของฆาตกรเป็นยางลบไหม

Some suffering is to chasten us.

ความทุกข์บางอย่างก็เพื่อการตีสอนเรา

 

Hebrews 12:6 For the Lord disciplines the one he loves,

and chastises every son whom he receives.”

ฮีบรู12:6 เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตีสอนผู้ที่พระองค์ทรงรัก  และเมื่อพระองค์ทรงรับใครเป็นบุตร  พระองค์ก็ทรงตีสอนคนนั้น   

            Paul gave this warning about wrongly eating the Lord’ Supper:

พอลให้คำเตือนนี้เกี่ยวกับการรับประทานอาหารเย็นของพระเจ้า

1 Corinthians 11:29-32

29For anyone who eats and drinks without discerning the body eats and drinks judgment on himself.

1 โครินธ์ 11:29-32

29 เพราะว่าคนที่กินและดื่มโดยไม่ได้ตระหนักถึงพระกายขององค์พระผู้เป็นเจ้า ก็กินและดื่มเป็นเหตุให้ตนเองถูกลงโทษ

30That is why many of you are weak and ill, and some have died. 

30 เพราะเหตุนี้พวกท่านหลายคนจึงอ่อนแอและเจ็บป่วย และบ้างก็ล่วงหลับไป 

31But if we judged ourselves truly, we would not be judged.

31แต่ถ้าเราวินิจฉัยตัวเอง เราคงไม่ต้องถูกพิพากษา 32But when we are judged by the Lord, we are disciplined so that we may not be condemned along with the world.

32 เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพิพากษาเรานั้น พระองค์ทรงตีสอนเรา เพื่อไม่ให้เราถูกพิพากษาด้วยกันกับโลก

 

Suffering is universal and we could probably safely say that all suffering is due to sin. 

            ความทุกข์ลำบากเป็นเรื่องสากล  และบางทีเราอาจจะพูดแบบเห็นด้วยว่าความทุกข์ลำบากทั้งสิ้นเป็นเพราะความบาป

All suffering may be traced back to Adam's sin. 

เราอาจย้อนรอยทางแห่งความทุกข์ทั้งหมดกลับไปยังบาปที่อาดัมกระทำ

 

Romans 5:12 Therefore, just as sin came into the world through one man, and death through sin, and so death spread to all men because all sinned—

โรม 5:12 เพราะเหตุนี้   บาปได้เข้ามาในโลกเพราะคนๆเดียว   และความตายก็เกิดมาเพราะบาปนั้น   และความตายก็ได้แผ่ไปถึงมวลมนุษย์ทุกคน   เพราะมนุษย์ทุกคนทำบาป

 

But, that does not mean an individual's suffering is the result of each individual's own

personal sin. 

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าความทุกข์ลำบากของแต่ละคนเป็นผลมาจากความบาปส่วนตัวของแต่ละคน

Nor is the degree of suffering in proportion to the degree of sin. 

ไม่อาจวัดระดับสัดส่วนความทุกข์ลำบากกับความบาป

Job's friends all said that Job's suffering was due to his sin and yet God calls him "a man who was blameless, upright, fearing God, and turning away from evil." 

เพื่อนๆ ทั้งหมดของโยบกล่าวว่าความทุกข์ลำบากของโยบเป็นเพราะเขาทำบาป  และอย่างไรก็ตามพระเจ้าทรงเรียกเขาว่า "คนที่ปราศจากตำหนิ  คนตรง  ยำเกรงพระเจ้า และหันจากความชั่วร้าย"

We typically blame individual pain or calamity on sin yet this was not the case with Job and Jesus refutes that classic explanation in some cases.  

เรามักจะกล่าวโทษความเจ็บปวดหรือเหตุเลวร้ายของแต่ละคนลงที่ความบาป  อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่กรณีของโยบ  และพระเยซูทรงหักล้างคำอธิบายแบบดั้งเดิมในบางกรณี

In John 9, He dealt with a blind man and the disciples asked, "who sinned, this man or his parents?"

ในยอห์นบทที่ 9 พระองค์ทรงรักษาคนตาบอดและพวกสาวกถามว่า "ใครทำบาปหรือ  คนนี้หรือพ่อแม่ของเขา"

In other words, what did he do to deserve this blindness? 

กล่าวอีกอย่างคือ  เขาทำสิ่งใดที่สมควรตาบอดเช่นนี้หรือ

Jesus answered, “Neither hath this man sinned, nor his parents: but that the works of God should be made manifest in him,”

พระเยซูทรงตอบว่า "ไม่ใช่คนนี้ทำบาปหรือพ่อแม่ของเขาทำ แต่พระเจ้าทรงทำพระราชกิจของพระองค์ให้ประจักษ์แจ้ง"

God's grace working in the man's life.

พระคุณของพระเจ้าทำงานในชีวิตของมนุษย์

We serve a savior who is well acquainted with grief and suffering. 

เรารับใช้พระผู้ช่วยให้รอดผู้ที่คุ้นเคยกับความเศร้าโศกและความทุกข์ลำบาก

He bore our iniquities through His death on the cross. 

พระองค์ทรงแบกรับความชั่วช้าของเราโดยการที่พระองค์สิ้นพระชนม์บนกางเขน

God does not just observe human suffering. 

พระเจ้าไม่ได้ทรงคำนึงถึงความทุกข์ลำบากของมนุษย์เท่านั้น

He came right down and suffered with us, enduring the shame, and reproach, even the death of the cross.  Why? 

พระองค์เสด็จลงมาและทรงทนทุกข์ทรมานเพื่อเรา  ทรงทนต่อความอับอายและการตำหนิ  แม้กระทั่งยอมสิ้นพระชนม์บนกางเขน  เพราะอะไรหรือ

Because of sin, and because of His love. 

เพราะความบาปและเพราะความรักของพระองค์

God has been patient with Israel and patient with us.  How about you are you patient with others? 

พระเจ้าทรงอดกลั้นต่อชนชาติอิสราเอลและทรงอดทนต่อเราแล้วคุณล่ะ คุณอดทนต่อผู้อื่นหรือไม่

A man’s car stalled in the heavy traffic as the light turned green.

รถยนต์ของชายคนหนึ่งติดอยู่ช่วงการจราจรที่ติดขัดมาก  และเมื่อไฟสัญญาณจราจรเป็นสีเขียว

All his efforts to start the engine failed, and many cars honking horns behind him made matters worse.

เขาพยายามเต็มที่จะเริ่มต้นสตาร์ทเครื่องยนต์ที่ล้มเหลว   และรถยนต์หลายคันก็กระหน่ำบีบแตรไล่หลังเขา ยิ่งทำให้เรื่องเลวร้ายยิ่งขึ้น

He finally got out of his car and walked back to the first driver and said, “I’m sorry, but I can’t seem to get my car started.

ในที่สุดเขาก็ได้ลงจากรถยนต์และเดินกลับไปหาคนขับรถคันแรกที่ตามหลัง  และกล่าวว่า "ผมขอโทษ แต่ดูเหมือนผมไม่สามารถสตาร์ทรถให้ติดได้

If you’ll go up there and give it a try, I’ll stay here and blow your horn for you.”

[3]ถ้าคุณจะไปดูให้และลองพยายามดูสักหน่อย   ผมจะอยู่ตรงนี้และคอยบีบแตรรถแทนคุณ "

Patience learned from the parable of the fig tree

เรียนรู้เรื่องความอดทนจากอุปมาต้นมะเดื่อ

6And he told this parable: “A man had a fig tree planted in his vineyard, and he came seeking fruit on it and found none

6พระองค์ตรัสอุปมาต่อไปนี้ว่า “ชายคนหนึ่งปลูกต้นมะเดื่อต้นหนึ่งไว้ในสวนองุ่นของตน และเขามาหาผลที่ต้นนั้นแต่ไม่พบ

7And he said to the vinedresser, ‘Look, for three years now I have come seeking fruit on this fig tree, and I find none. Cut it down. Why should it use up the ground?’

7 เขาจึงพูดกับผู้ที่รักษาเถาองุ่นว่า ‘นี่แน่ะ เรามาหาผลที่ต้นมะเดื่อนี้สามปีแล้ว แต่ไม่พบ จงโค่นมันทิ้งไป จะให้ดินจืดไปเปล่าๆ ทำไม'

8And he answered him, ‘Sir, let it alone this year also, until I dig around it and put on manure.

8 แต่ผู้รักษาเถาองุ่นตอบเขาว่า ‘นายเจ้าข้า ขอเก็บเอาไว้อีกปี ลองให้ข้าพเจ้าพรวนดินใส่ปุ๋ยดู

9Then if it should bear fruit next year, well and good; but if not, you can cut it down.’”

9 ถ้าปีหน้ามันเกิดผลก็ดีไป แต่ถ้าไม่ ท่านจะโค่นมันทิ้งก็ได้’

      The owner of the fig tree expected it to bear fruit and was disappointed when it didn’t.

            เจ้าของต้นมะเดื่อคาดหวังว่ามันจะเกิดผลและผิดหวังเมื่อมันไม่เกิด

As the owner of the tree he had the right to cut it down.

ในฐานะที่เป็นเจ้าของต้นไม้ เขามีสิทธิ์ที่จะโค่นมันทิ้ง

Israel had been promised blessings if they obeyed God, living in relationship with God as witness to all the other nations.

อิสราเอลได้รับพระพรตามพระสัญญา  ถ้าพวกเขาเชื่อฟังพระเจ้า ใช้ชีวิตติดสนิทในความสัมพันธ์กับพระเจ้า  เป็นพยานกับชนชาติอื่นๆ

They would have then been fruitful.  But Israel rejected Christ.

พวกอิสราเอลมีชีวิตอยู่ด้วยความเชื่อ  แต่พวกเขากลับปฏิเสธพระคริสต์

God is gracious and patient toward us and by His Holy Spirit encourages us to repent and bear fruit.

พระเจ้าทรงพระกรุณาและทรงอดกลั้นต่อเรา  และพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์ได้ทรงหนุนใจให้เรากลับใจใหม่และเกิดผล

God has every right to cut us down, but in His mercy, He has spared us.  

พระเจ้าทรงมีสิทธิ์ที่จะโค่นเราทิ้งเสีย  แต่โดยพระเมตตาของพระองค์ได้ทรงไว้ชีวิตเรา

God is seeking fruit.

พระเจ้ากำลังแสวงหาผลที่เกิด

The next time you hear about a tragedy that claims many lives, ask yourself, “Am I just taking up space, or am I bearing fruit to God’s glory?”[4]

คราวหน้าคุณจะได้ฟังเกี่ยวกับหลายชีวิตที่มีความทุกข์โศก   ให้ถามตัวคุณเองว่า "ฉันกำลังจะรับเอาพื้นที่นั้นหรือฉันกำลังเกิดผลเพื่อถวายพระสิริแด่พระเจ้าหรือ"

        

Jesus heals a woman who has been sick for 18 years 

            พระเยซูทรงรักษาผู้หญิงที่ป่วยมา18ปีแล้ว

10Now he was teaching in one of the synagogues on the Sabbath.

10ขณะที่พระเยซูทรงสั่งสอนอยู่ที่ธรรมศาลาแห่งหนึ่งในวันสะบาโต

11And there was a woman who had had a disabling spirit for eighteen years. She was bent over and could not fully straighten herself.

11มีผู้หญิงคนหนึ่งที่มีผีเข้าสิงซึ่งทำให้นางเป็นโรคมาสิบแปดปีแล้วอยู่ที่นั่นด้วย หลังของนางก็โกง ยืดตัวขึ้นไม่ได้เลย

12When Jesus saw her, he called her over and said to her, “Woman, you are freed from your disability.”

12 เมื่อพระเยซูทอดพระเนตรเห็นจึงทรงเรียกและตรัสกับนางว่า “หญิงเอ๋ย เธอได้รับการปลดปล่อยให้พ้นจากโรคของเธอแล้ว”

13And he laid his hands on her, and immediately she was made straight, and she glorified God.

13เมื่อพระองค์วางพระหัตถ์บนตัวนาง ทันใดนั้นนางก็ยืดตัวตรงได้ และสรรเสริญพระเจ้า 

14But the ruler of the synagogue, indignant because Jesus had healed on the Sabbath, said to the people, “There are six days in which work ought to be done. Come on those days and be healed, and not on the Sabbath day.”

14แต่นายธรรมศาลาไม่พอใจ เพราะพระเยซูทรงรักษาโรคในวันสะบาโต จึงพูดกับฝูงชนว่า “มีถึงหกวันสำหรับทำงาน จงมาและรับการรักษาโรคภายในหกวันนั้น อย่าทำในวันสะบาโต”

15Then the Lord answered him, “You hypocrites! Does not each of you on the Sabbath untie his ox or his donkey from the manger and lead it away to water it?

15 แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสตอบเขาว่า “โอ พวกหน้าซื่อใจคด พวกท่านทุกคนก็ปล่อยวัวปล่อยลาออกจากคอกของมันพาไปกินน้ำในวันสะบาโตไม่ใช่หรือ

16And ought not this woman, a daughter of Abraham whom Satan bound for eighteen years, be loosed from this bond on the Sabbath day?”

16 ผู้หญิงคนนี้เป็นบุตรสาวของอับราฮัมซึ่งถูกซาตานผูกมัดไว้ถึงสิบแปดปีแล้ว ไม่ควรหรือที่จะให้นางหลุดพ้นจากเครื่องจำจองนี้ในวันสะบาโต

17As he said these things, all his adversaries were put to shame, and all the people rejoiced at all the glorious things that were done by him.

17 มื่อพระองค์ตรัสอย่างนั้นแล้ว พวกที่เป็นศัตรูกับพระองค์ก็ได้รับความอับอาย แต่ฝูงชนทั้งหมดชื่นชมยินดีกับคุณความดีทุกประการที่พระองค์ทรงทำ

Her healing brings a question about the Sabbath. 

การรักษาเธอให้หายโรคทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับสะบาโต 

Having a day of rest and worship is important, but healing someone who had been sick for 18 years was even more important. 

การมีวันหยุดพักและนมัสการเป็นสิ่งสำคัญ   แต่การรักษาคนป่วยที่ป่วยมาเป็นเวลา18ปีนั้นยิ่งสำคัญกว่ามาก 

Her illness was chronic. Because of it she was bowed down or bent double.

เธอเจ็บป่วยมานานเรื้อรัง เพราะโรคนั้นทำให้เธอค้อมตัวลงหรือโค้งงอลงเป็นสองเท่า

This poor woman could not lift herself up.

ผู้หญิงยากจนคนนี้ไม่สามารถช่วยตัวเองได้

Here was a woman in a desperate condition.

นี่คือผู้หญิงในสภาพที่สิ้นหวัง

 Most Christians worship on Sunday the first day of the week, but some on Saturday which is was the Sabbath day or day of worship for the Jews. 

คริสเตียนส่วนใหญ่นมัสการวันอาทิตย์วันแรกของสัปดาห์  แต่บางคนทำในวันเสาร์ที่เป็นวันสะบาโตหรือวันแห่งการนมัสการสำหรับชาวยิว

The important thing is not to argue about Christianity, but to learn to live it. [5] 

สิ่งสำคัญไม่ใช่เราจะถกเถียงเกี่ยวกับศาสนาคริสต์   แต่เพื่อเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่ 

God has been patient with Israel and patient with us.

พระเจ้าทรงอดกลั้นต่อชนชาติอิสราเอลและทรงอดทนต่อเรา 

How about you are you patient with others? 

แล้วคุณล่ะ  คุณอดทนต่อผู้อื่นหรือไม่ 

The Jewish religious leaders were more concerned about religious ritual and their traditions than a person being healed. 

            ผู้นำศาสนายิวเป็นกังวลมากในเรื่องพิธีกรรมและประเพณีทางศาสนาของพวกเขายิ่งกว่าคนที่หายจากโรค

Their traditions were keeping them at odds with Jesus.  Are you allowing anything to keep you away from Jesus?  

พวกเขารักษาประเพณีไว้จึงไม่เห็นด้วยกับพระเยซู   คุณกำลังยอมให้สิ่งใดบ้างมาแยกคุณจากพระเยซูหรือไม่

 The Gospel or Good News is God loves you.

พระกิตติคุณหรือข่าวดีคือว่าพระเจ้าทรงรักคุณ

John 3:16 For God so loved the world that he gave his only Son that whoever believes in him should not perish but have eternal life.

ยอห์น3:16  พระเจ้าทรงรักโลกดังนี้   คือได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์   เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศแต่มีชีวิตนิรันดร์

Romans 3:23 For all have sinned and fallen short of the glory of God

โรม 3:23 เพราะว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า

Romans 6:23 For the wages of sin is death, but the gift of God is eternal life through Jesus Christ our Lord.

โรม6:23 เพราะว่าค่าจ้างของบาปคือความตาย แต่ของประทานจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา

That gift must be received.

ของประทานที่เราได้รับ

John 1:12 But as many as received him to them gave he power to become the children of God, even to them that believe on his name.

ยอห์น1:12 แต่ทุกคนที่ยอมรับพระองค์  คือคนที่เชื่อในพระนามของพระองค์นั้น พระองค์ก็จะประทานสิทธิให้เป็นลูกของพระเจ้า

Jesus, the perfect Son of God, died for us on the cross and came alive again.

พระเยซู พระบุตรที่สมบูรณ์ของพระเจ้า ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเราบนกางเขน และทรงฟื้นพระชนม์อีกครั้ง

1 Corinthians โครินธ์ 15:3-4 3For I delivered to you as of first importance what I also received: that Christ died for our sins in accordance with the Scriptures, _

3 เพราะว่าข้าพเจ้าได้มอบเรื่องสำคัญที่สุดที่ได้รับมานั้นแก่พวกท่านคือพระคริสต์วายพระชนม์เพราะบาปของเราตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์

4that he was buried, that he was raised on the third day in accordance with the Scriptures,

4 และทรงถูกฝังไว้ แล้ววันที่สามพระองค์ทรงถูกทำให้เป็นขึ้นมา ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์

If you would like to receive Jesus as your savior you can talk to God about your new faith in Him, with a prayer like this: 

หากคุณต้องการที่จะต้อนรับพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอด  คุณสามารถสนทนากับพระเจ้าเกี่ยวกับความเชื่อใหม่ของคุณในพระองค์ ด้วยการอธิษฐานเช่นนี้:

Dear Lord, I know I have done wrong and need forgiveness.

ข้าแต่พระเจ้า  ข้าพเจ้ารู้ว่าได้ทำผิดบาปและจำเป็นต้องขอการทรงอภัยให้

Thank You for dying for my sins and for offering me eternal life.

ขอบพระคุณที่ทรงสิ้นพระชนม์เพราะความบาปของข้าพเจ้า และที่ทรงประทานชีวิตนิรันดร์แก่ข้าพเจ้า

Please forgive me of my sins and help me turn from them. I now confess you as my Savour.

ขอทรงโปรดยกโทษแก่ข้าพเจ้าและทรงช่วยให้ข้าพเจ้าหันจากบาป  ตอนนี้ข้าพเจ้าขอสารภาพว่าพระองค์ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอด

Take control of my life and help me live for Jesus.

โปรดทรงควบคุมของชีวิตของข้าพเจ้าและช่วยให้ข้าพเจ้าอยู่เพื่อพระเยซู

Thank You for coming into my life and giving me eternal life. In Jesus name I pray, Amen.

ขอบพระคุณที่เสด็จเข้ามาในชีวิตของข้าพเจ้าและประทานชีวิตนิรันดร์. ข้าพเจ้าขออธิษฐานในนามของพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

This sermon is a part of a collection of sermons entitled New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13 copyright ©2018 by Dana Bratton available at Amazon.com in Kindle and paperback (English only).

คำสอนนี้เป็นตอนหนึ่งของชุดรวมคำสอนที่มีชื่อว่า  คำสอนเชิงอธิบายพันธสัญญาใหม่ ชุดที่ 4 พระธรรมลูกา 1-13 ลิขสิทธิ์© 2018 โดยนายเดนา แบรตตัน สามารถดูได้ที่ Amazon.comในเครื่องอ่านหนังสืออีเล็คทรอนิกส์และหนังสือปกอ่อน (ภาษาอังกฤษ)

 

Scripture quotations are from the ESV® Bible (The Holy Bible, English Standard Version®, copyright ©2001 by Crossway, a publishing ministry of Good News Publishers. Used by permission. All rights reserved 

ข้อพระคัมภีร์คัดมาจากพระคัมภีร์ ESV® (พระคัมภีร์ฉบับมาตรฐานอังกฤษ®สงวนลิขสิทธิ์© 2001 โดย Crossway  พันธกิจการพิมพ์ของสำนักพิมพ์ข่าวประเสริฐ  โดยได้รับอนุญาต  ขอสงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด

Thai Scripture quotations are from The Holy Bible – Thai Standard Version 2011 Copyright © 2011 Thailand Bible Society

ข้อพระคัมภีร์ไทยคัดมาจากพระคัมภีร์  พระคริสตธรรมคัมภีร์ภาษาไทยฉบับมาตรฐาน 2011  สงวนลิขสิทธิ์ 2011 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย



                [2] ibid.

                [3] Thomas Edward, Healing a Man's Heart, (Summerville, SC: Holy Fire Publishing 2008), 21).

                [4] Wiersbe, Bible Exposition Commentary.  Be Courageous (Luke 1-13), 225.

                [5] McGee, Thru the Bible with J. Vernon McGee, Luke 13.

 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top