Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear

Acts 3 The Beggar Healed and Peter Preaches

กิจการ3ขอทานหายตัวและปีเตอร์สั่งสอน

Last time we spoke about Peter preaching a sermon on the day of Pentecost and 3,000 people believed and became Christians. 

ครั้งสุดท้ายที่เราพูดเกี่ยวกับ ปีเตอร์เทศน์พระธรรมเทศนาในวันเพ็นเทคอสและ 3,000 คนที่เชื่อและกลายเป็นคริสเตียน

Today we are speaking about a crippled man, who was a beggar, that God healed through Peter and John, disciples of Jesus.

วันนี้เรากำลังพูดเกี่ยวกับคนพิการเป็นผู้ที่ถูกขอทานที่พระเจ้าปีเตอร์หายผ่านและจอห์นสาวกของพระเยซู

Peter and John were often together, before they met Jesus, they were partners in the fishing business. 

เปโตรและยอห์นมักจะร่วมกันก่อนที่พวกเขาได้พบกับพระเยซูที่พวกเขามีพันธมิตรในธุรกิจการประมง

Then as two of His disciples, they prepared the last supper for Jesus and the two of them ran together to the tomb on the first Easter Sunday morning. 

แล้วเป็นที่สองของเหล่าสาวกของพระองค์ที่พวกเขาเตรียมอาหารมื้อเย็นสุดท้ายสำหรับพระเยซูและสองของพวกเขาวิ่งกันเพื่อให้หลุมฝังศพในครั้งแรกเช้าวันอาทิตย์อีสเตอร์

 

The lame beggar healed

คนขอทานที่หายนั้นหายเป็นปกติ

Acts 3:1-10

1Now Peter and John were going up to the temple at the hour of prayer, the ninth hour.

กิจการ 3:1-10

1วันหนึ่งขณะที่เปโตรกับยอห์นกำลังขึ้นไปยังบริเวณพระวิหาร ในเวลาอธิษฐานตอนบ่ายสามโมง

2And a man lame from birth was being carried, whom they laid daily at the gate of the temple that is called the Beautiful Gate to ask alms of those entering the temple.

2มีมีชายคนหนึ่งเป็นง่อยมาตั้งแต่เกิด ถูกหามเข้ามา ทุกๆ วันคนจะวางเขาไว้ที่ริมประตูพระวิหารซึ่งมีชื่อว่าประตูงาม เพื่อให้ขอทานจากคนทั้งหลายที่เข้าไปในพระวิหารนั้น

3Seeing Peter and John about to go into the temple, he asked to receive alms.

3เมื่อคนนั้นเห็นเปโตรกับยอห์นกำลังจะเข้าไปในพระวิหารก็ขอทาน

4And Peter directed his gaze at him, as did John, and said, “Look at us.”

4เปโตรกับยอห์นเพ่งดูเขาบอกว่า “จงดูเราทั้งสองเถิด”

5And he fixed his attention on them, expecting to receive something from them.

5คนนั้นก็จ้องดู คิดว่าจะได้อะไรจากท่านทั้งสอง

6But Peter said, “I have no silver and gold, but what I do have I give to you. In the name of Jesus Christ of Nazareth, rise up and walk!”

6แต่เปโตรกล่าวว่า “เงินและทองเราไม่มี แต่สิ่งที่เรามีนั้นเราจะให้ท่าน คือในพระนามของพระเยซูคริสต์ชาวนาซาเร็ธ จงเดินเถิด”

7And he took him by the right hand and raised him up, and immediately his feet and ankles were made strong.

7แล้วเปโตรก็จับมือขวาของเขาพยุงขึ้น ในทันใดนั้นเท้าและข้อเท้าของเขาก็มีกำลัง 8And leaping up he stood and began to walk, and entered the temple with them, walking and leaping and praising God.

8เขาจึงกระโดดขึ้นยืนและเดินเข้าไปในพระวิหาร พร้อมกับเปโตรและยอห์น ทั้งเดินทั้งเต้นโลดและสรรเสริญพระเจ้า

9And all the people saw him walking and praising God,

9คนทั้งหมดเห็นเขาเดินและสรรเสริญพระเจ้า

10and recognized him as the one who sat at the Beautiful Gate of the temple, asking for alms. And they were filled with wonder and amazement at what had happened to him.

10ก็จำได้ว่าเขาคือคนที่เคยนั่งขอทานอยู่ที่ประตูงามของพระวิหาร เขาทั้งหลายจึงประหลาดใจและอัศจรรย์ใจอย่างยิ่งในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนนั้น

           

In the temple there was an outside court for the Gentiles.  There were nine gates that led from the court of the Gentiles into the temple itself.

กันในพระวิหารมีศาลที่อยู่นอกสำหรับคนต่างชาติคือ มีเก้าประตูที่นำมาจากศาลของคนต่างชาติเข้าไปในวัดของตัวเองถูก

The Beautiful Gate was probably the Eastern Gate that led into the court of the women. Peter and John were going to the temple to pray when a crippled man spoke to them, wanting some money, but instead Peter was used of the Lord to bring him healing. 

ประตูที่สวยงามน่าจะเป็นประตูตะวันออกที่นำเข้ามาในศาลของผู้หญิงที่ เปโตรและยอห์นได้ไปวัดเพื่อสวดมนต์เมื่อมีคนตายพูดกับพวกเขา ที่ต้องการเงินบางส่วน แต่ปีเตอร์ถูกนำมาใช้ของพระเจ้าเพื่อนำเขามารักษา

He was no longer crippled but the crippled man was healed by the Lord.  He had been born that way. 

เขาไม่ตาย แต่คนที่ตายหายโดยพระเจ้า เขาได้รับการเกิดวิธีการที่

We have been born with a sinful nature, we each have a sin problem, but God has provided salvation for us, as we believe in the Lord Jesus.  

เราได้รับการเกิดมาพร้อมกับธรรมชาติบาปที่เราแต่ละคนมีปัญหาความผิดบาป แต่พระเจ้าได้จัดเตรียมความรอดสำหรับเราเพราะเราเชื่อในพระเจ้าพระเยซู

There is power in the name of Jesus.

 มีอำนาจในพระนามของพระเยซู

 

Philippians 2:9-11

9Therefore God has highly exalted Him and bestowed on Him the name that is above every name,

   ฟีลิปปี 2:9-11

9เพราะฉะนั้นพระเจ้าจึงทรงยกพระองค์ขึ้นสูงสุด และประทานพระนามเหนือนามทั้งหมดแก่พระองค์

10so that at the name of Jesus every knee should bow, in heaven and on earth and under the earth,

10เพื่อที่ว่าเพราะพระนามของพระเยซูนั้น ทุกชีวิตในสวรรค์ บนแผ่นดินโลก และใต้พื้นแผ่นดินโลก จะคุกเข่าลงกราบพระองค์

11and every tongue confess that Jesus Christ is Lord, to the glory of God the Father.

11และเพื่อที่ว่าทุกลิ้นจะยอมรับว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า เป็นการถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าพระบิดา

           

The healing miracle of this man who was crippled caught the attention of many people, which gave Peter another opportunity to preach to the crowd outside the Jewish temple

การรักษาความมหัศจรรย์ของคนที่เป็นง่อยนี้ที่จับความสนใจของคนจำนวนมากซึ่งทำให้ปีเตอร์โอกาสที่จะประกาศอีกครั้งเพื่อให้ฝูงชนที่อยู่นอกพระวิหารยิว

 

Peter speaks at Solomon's porch

เปโตรพูดที่ระเบียงของโซโลมอน

Acts 3:11-26

11While he clung to Peter and John, all the people ran together to them in the portico called Solomon's, astounded.

กิจการ 3:11-26

11ขณะที่คนนั้นยังรั้งตัวเปโตรและยอห์นอยู่นั้น ฝูงคนก็วิ่งไปหาท่านทั้งสองด้วยความอัศจรรย์ใจอย่างยิ่งที่เฉลียงพระวิหารที่เรียกว่าเฉลียงของซาโลมอน

12And when Peter saw it he addressed the people: “Men of Israel, why do you wonder at this, or why do you stare at us, as though by our own power or piety we have made him walk?

12พอเปโตรแลเห็นก็กล่าวกับคนเหล่านั้นว่า “ชนชาติอิสราเอลทั้งหลาย ทำไมท่านทั้งหลายอัศจรรย์ใจเพราะเรื่องของคนนี้? และทำไมท่านทั้งหลายจ้องดูเราราวกับว่าเราทำให้คนนี้เดินได้โดยฤทธิ์เดชหรือความชอบธรรมของเราเอง?

13The God of Abraham, the God of Isaac, and the God of Jacob, the God of our fathers, glorified His servant Jesus, whom you delivered over and denied in the presence of Pilate, when he had decided to release Him.

13พระเจ้าของอับราฮัม อิสอัค และยาโคบ ซึ่งเป็นพระเจ้าของบรรพบุรุษของเรา ได้ประทานพระเกียรตินี้แด่พระเยซูผู้รับใช้ของพระองค์ พระเยซูผู้ที่ท่านทั้งหลายมอบไว้และปฏิเสธต่อหน้าปีลาต แม้ว่าปีลาตตั้งใจจะปล่อยพระองค์ไป

14But you denied the Holy and Righteous One, and asked for a murderer to be granted to you,

14แต่ท่านทั้งหลายก็ยังปฏิเสธพระองค์ผู้ทรงเป็นองค์บริสุทธิ์และชอบธรรม และขอให้เขาปล่อยผู้ฆ่าคนให้ท่านทั้งหลาย

15and you killed the Author of life, whom God raised from the dead. To this we are witnesses.

15ท่านทั้งหลายจึงฆ่าพระองค์ผู้ทรงเป็นแหล่งกำเนิดของชีวิตเสีย แต่พระเจ้าได้โปรดให้พระองค์เป็นขึ้นจากตาย เราคือสักขีพยานของเรื่องนี้

16And His name—by faith in His name—has made this man strong whom you see and know, and the faith that is through Jesus has given the man this perfect health in the presence of you all.

16โดยความเชื่อในพระนามของพระองค์ พระนามนั้นจึงทำให้คนนี้ที่ท่านทั้งหลายเห็นและรู้จักมีกำลังขึ้น เป็นความเชื่อที่มาทางพระองค์ ทำให้คนนี้หายเป็นปกติต่อหน้าท่านทั้งหลาย

17“And now, brothers, I know that you acted in ignorance, as did also your rulers.

17พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าทราบว่าท่านทั้งหลายทำการนั้นเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่นเดียวกับบรรดาผู้ครอบครองของพวกท่าน

18But what God foretold by the mouth of all the prophets, that His Christ would suffer, He thus fulfilled.

18แต่สิ่งเหล่านั้นที่พระเจ้าทรงประกาศไว้ล่วงหน้าโดยปากของบรรดาผู้เผยพระวจนะว่าพระคริสต์ของพระองค์ต้องทนทุกข์ทรมาน พระองค์ก็ทรงให้สำเร็จ

19Repent therefore, and turn again, that your sins may be blotted out,

19เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายจงกลับใจและหันมาหาพระเจ้า เพื่อที่ว่าความผิดบาปของพวกท่านจะได้รับการลบล้าง

20 that times of refreshing may come from the presence of the Lord, and that He may send the Christ appointed for you, Jesus,

20เพื่อวาระแห่งการฟื้นชื่นจะได้มาจากพระพักตร์พระเจ้า และเพื่อพระองค์จะประทานพระคริสต์ที่ทรงกำหนดไว้นั้นแก่ท่านทั้งหลายคือพระเยซู

21whom heaven must receive until the time for restoring all the things about which God spoke by the mouth of his holy prophets long ago.

21พระองค์นั้นจะต้องอยู่ในสวรรค์จนกว่าจะถึงวาระแห่งการฟื้นฟูสรรพสิ่ง ตามที่พระเจ้าตรัสไว้โดยปากของบรรดาผู้เผยพระวจนะบริสุทธิ์ของพระองค์ตั้งแต่กาลโบราณมา

22Moses said, ‘The Lord God will raise up for you a prophet like me from your brothers. You shall listen to him in whatever he tells you.

22โมเสสได้กล่าวไว้ว่า ‘พระเจ้าของท่านทั้งหลายจะประทานผู้เผยพระวจนะคนหนึ่ง เหมือนอย่างเราแก่พวกท่านจากพี่น้องของพวกท่านเอง ท่านทั้งหลายจงเชื่อฟังผู้นั้นในทุกสิ่งที่พระองค์จะตรัสกับพวกท่าน

23And it shall be that every soul who does not listen to that prophet shall be destroyed from the people.’

23ถ้าคนหนึ่งคนใดไม่เชื่อฟังผู้เผยพระวจนะผู้นั้น เขาจะต้องถูกตัดขาดให้พินาศไปจากชนชาติของพระเจ้า

24And all the prophets who have spoken, from Samuel and those who came after him, also proclaimed these days.

24และบรรดาผู้เผยพระวจนะตั้งแต่ซามูเอลเป็นต้นมาก็กล่าวเป็นเสียงเดียวกัน และได้พยากรณ์ถึงวันเหล่านี้

25You are the sons of the prophets and of the covenant that God made with your fathers, saying to Abraham, ‘And in your offspring shall all the families of the earth be blessed.’

25ท่านทั้งหลายเป็นลูกหลานของผู้เผยพระวจนะเหล่านั้น และของพันธสัญญาที่พระเจ้าทรงทำไว้กับบรรพบุรุษของพวกท่าน คือได้ตรัสกับอับราฮัมว่า ‘บรรดาพงศ์พันธุ์ของแผ่นดินโลกจะได้พรเพราะเชื้อสายของเจ้า’

26God, having raised up his servant, sent him to you first, to bless you by turning every one of you from your wickedness.”

26เมื่อพระเจ้าโปรดให้องค์ผู้รับใช้ของพระองค์เป็นขึ้นแล้ว ก็ทรงใช้พระองค์มายังท่านทั้งหลายก่อน เพื่ออวยพรแก่พวกท่าน โดยให้ทุกคนหันออกจากบาปของตน”

 

The healing of the lame beggar drew a crowd around the three men. Solomon’s Porch, on the east side of the temple, was a place where Jesus had ministered.

การรักษาในการขอทานอ่อนแอที่ดึงฝูงชนรอบสามคน มุขซาโลมอนบนฝั่งตะวันออกของวัดเป็นสถานที่ที่พระเยซูทรงปฏิบัติ

 In his sermon at Pentecost, Peter argued against the accusation that the believers were drunk.

ในคำเทศนาของเขาที่ เพนทิคอสทฺ ปีเตอร์โต้เถียงกับข้อกล่าวหาที่บรรดาผู้ศรัทธาที่ถูกเมา

In this sermon, he had to argue against the crowd thinking that he and John had healed the man by their own power. 

ในธรรมเทศนานี้เขามีการโต้เถียงกับความคิดของฝูงชนที่เขาและจอห์นได้หายคนโดยอำนาจของตัวเอง

He gave all the glory to the Lord Jesus and went on to explain the guilt the crowd had in crucifying Jesus. 

เขาให้ทุกสิริไปที่องค์พระเยซูและไปในการอธิบายความผิดฝูงชนที่มีใน ประหัตประหาร พระเยซู

Peter said that this was the God of their fathers, the God of Abraham, Isaac, and Jacob. 

ปีเตอร์กล่าวว่านี้คือพระเจ้าของบรรพบุรุษของพวกเขาพระเจ้าของอับราฮัมอิสอัคและยาโคบ

Remember his audience are all Jews. 

โปรดจำไว้ว่าผู้ชมของเขาเป็นชาวยิวทั้งหมด

The Holy Spirit certainly gave Peter boldness as he spoke to them about the way they had treated Jesus.

พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงให้ความกล้าหาญอย่างแน่นอนปีเตอร์ตามที่เขาพูดกับพวกเขาเกี่ยวกับวิธีการที่พวกเขาได้รับการรักษาพระเยซู

In order to convince them of their crimes, Peter used several different names and titles for our Lord: God’s Son, Jesus, the Holy One, the Just One, the Prince of life.

เพื่อที่จะโน้มน้าวให้พวกเขาของอาชญากรรมของพวกเขา ปีเตอร์ใช้ชื่อที่แตกต่างกันและชื่อของเราพระเจ้า : บุตรของพระเจ้า พระเยซู ศักดิ์สิทธิ์หนึ่งเพียงหนึ่ง ปรินซ์ของชีวิต

This was no ordinary man that they had handed over to the Romans to crucify. 

นี้ไม่มีคนธรรมดาที่พวกเขาได้ส่งมอบไปโรมเพื่อนำไปตรึงไว้บนไม้กางเขน

The beggar standing before them, healed in Jesus name was another proof that Jesus was alive.

ขอทานยืนก่อ​​นที่พวกเขาหายเป็นปกติในชื่อของพระเยซูที่ถูกพิสูจน์ว่าพระเยซูยังมีชีวิตอยู่อีก

Peter’s sermon was specific to his audience.

ธรรมเทศนาของปีเตอร์เป็นที่เฉพาะเจาะจงกับผู้ชมของเขา

Just like at Pentecost, Peter was addressing people who knew the Scriptures and knew about the recent events in Jerusalem. 

เช่นเดียวกับที่ เพนทิคอสท ปีเตอร์เป็นที่อยู่ของผู้คนที่รู้พระคัมภีร์และรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ผ่านมาในกรุงเยรูซาเล็ม

When I preach or share the Gospel the basic content the same but I may have to explain more or less depending on the knowledge, background, and experience most people in the audience have. 

เมื่อฉันเทศนาหรือแบ่งปันพระกิตติคุณเนื้อหาพื้นฐานที่เหมือนกัน แต่ฉันอาจจะต้องอธิบายมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความรู้, พื้นหลังและประสบการณ์ที่คนส่วนใหญ่ในที่ประชุมมี

 When I speak to you, I need to use some illustrations that you can understand and relate to in Southern Thailand rather than something from America.

เมื่อฉันพูดกับคุณฉันจำเป็นต้องใช้ภาพประกอบบางอย่างที่คุณสามารถเข้าใจและเกี่ยวข้องกับในภาคใต้ของประเทศไทยมากกว่าสิ่งจากอเมริกา

Before anyone can come to true faith in Jesus Christ they really need to be convinced of their sinfulness and their need of a savior.

ก่อนที่ทุกคนสามารถมาถึงความเชื่อที่แท้จริงในพระเยซูคริสต์พวกเขาจริงๆจะต้องมีการเชื่อมั่นของความบาปและความต้องการของผู้ช่วยเหลือของพวกเขา

 Through the years in sharing the Gospel I have come across many people, especially young ones, who think they are not sinners or not that bad anyway, and so then why do they need the Savior?

ผ่านปีในการแบ่งปันพระกิตติคุณฉันได้เจอหลาย ๆ คนโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนหนุ่มสาวที่คิดว่าพวกเขาจะไม่บาปหรือไม่ที่ไม่ดีอยู่แล้ว, และอื่น ๆ แล้วทำไมพวกเขาต้องการผู้ช่วยให้รอดได้หรือไม่

 Once we are convinced of our sinfulness then we wonder, what is the remedy, the solution?  How can I have my sins forgiven?

เมื่อเรามีความมั่นใจจากความบาปของเราแล้วเราสงสัยว่าการแก้ไขการแก้ปัญหาคืออะไรฉันจะมีความผิดบาปของฉันอภัย?

Then you are ready for the Savior.  

แล้วคุณจะพร้อมสำหรับการช่วยให้รอด

 So Peter tells this crowd in verse 19 they need to repent

ดังนั้นปีเตอร์บอกว่าฝูงชนนี้ในข้อ 19 ที่พวกเขาต้องกลับใจ

 

19Repent therefore, and turn again, that your sins may be blotted out,

19เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายจงกลับใจและหันมาหาพระเจ้า เพื่อที่ว่าความผิดบาปของพวกท่านจะได้รับการลบล้าง

 

They need to repent and put their faith in Jesus Christ. Repentance means to change your mind, change your heart, to turn from your sin and toward God.

พวกเขาจำเป็นต้องกลับใจและศรัทธาของพวกเขาในพระเยซูคริสต์ การกลับใจหมายถึงการเปลี่ยนความคิดของคุณเปลี่ยนหัวใจของคุณเพื่อเปิดจากความบาปของคุณและต่อพระเจ้า

 Repentance involves action, not just words.  Jesus gave an example of that in Matthew

การกลับใจที่เกี่ยวข้องกับการกระทำที่ไม่คำเพียง พระเยซูทรงให้ตัวอย่างของที่อยู่ในมัทธิว

 

Matthew 21:28-32

28“What do you think? A man had two sons. And he went to the first and said, ‘Son, go and work in the vineyard today.’

มัทธิว 21:28-32

28 “ท่านทั้งหลายคิดอย่างไร? ชายคนหนึ่งมีบุตรชายสองคน บิดาไปหาบุตรคนแรกบอกว่า ‘ลูกเอ๋ย วันนี้จงไปทำงานในสวนองุ่นเถิด’

29And he answered, ‘I will not,’ but afterward he changed his mind and went.

29บุตรคนนั้นตอบว่า ‘ไม่ไป’ แต่ภายหลังกลับใจแล้วก็ไป

30And he went to the other son and said the same. And he answered, ‘I go, sir,’ but did not go.

30บิดาไปหาบุตรคนที่สองพูดอย่างเดียวกัน บุตรคนนั้นกล่าวว่า ‘ไป’ แต่ไม่ได้ไป31Which of the two did the will of his father?” They said, “The first.” Jesus said to them, “Truly, I say to you, the tax collectors and the prostitutes go into the kingdom of God before you.

31คนไหนในบุตรสองคนนี้ที่ทำตามใจของบิดาพวกเขาทูลตอบว่า “บุตรคนแรก” พระเยซูตรัสตอบว่า “เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า บรรดาคนเก็บภาษีและหญิงโสเภณีจะได้เข้าในแผ่นดินของพระเจ้าก่อนพวกท่าน

32For John came to you in the way of righteousness, and you did not believe him, but the tax collectors and the prostitutes believed him. And even when you saw it, you did not afterward change your minds and believe him.

32เพราะยอห์นมาหาพวกท่านและแสดงวิถีทางของความชอบธรรม และท่านไม่ได้เชื่อ แต่พวกคนเก็บภาษีและพวกหญิงโสเภณีเชื่อ และแม้เมื่อท่านทั้งหลายเห็นแล้วก็ยังไม่กลับใจและเชื่อยอห์น

The second son not only changed his mind but also followed that decision with a change in his behavior.

ลูกที่สองมีการเปลี่ยนแปลงไม่เพียง แต่ใจของเขา แต่ตามนอกจากนี้ยังมีการตัดสินใจที่มีการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของเขา

About 2,000 Jews believed the Word of God and were converted, but the religious leaders of the nation and others rejected the message and tried to silence the Apostles.

ประมาณชาวยิว 2,000 เชื่อว่าพระวจนะของพระเจ้าและถูกแปลง แต่ผู้นำทางศาสนาของชาติและคนอื่น ๆ ปฏิเสธข้อความและพยายามที่จะเงียบอัครสาวก

 It was not long until the first Christians were being persecuted for their faith.

ไม่นานจนกระทั่งคริสตชนแรกที่ถูกข่มเหงความเชื่อของตน

Have you received Jesus as your Lord and Savior?  “Believe on the Lord Jesus Christ and you will be saved.”  Have you repented of your sin? 

คุณเคยได้รับพระเยซูเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าและผู้ช่วยให้รอดของคุณ “เชื่อในองค์พระเยซูคริสต์และคุณจะถูกบันทึกไว้” คุณมีกลับใจจากความบาปของคุณ? 

 

This sermon is a part of a collection of sermons entitled New Testament Expository Sermons vol. 7 Acts copyright ©2018 by Dana Bratton available at Amazon.com in Kindle and paperback (English only).

คำสอนนี้เป็นตอนหนึ่งของชุดรวมคำสอนที่มีชื่อว่า  คำสอนเชิงอธิบายพันธสัญญาใหม่ ชุดที่ 7 พระธรรมกิจการ ลิขสิทธิ์© 2018 โดยนายเดนา แบรตตัน สามารถดูได้ที่ Amazon.com ในเครื่องอ่านหนังสืออีเล็คทรอนิกส์และหนังสือปกอ่อน (ภาษาอังกฤษ)

Scripture quotations are from the ESV® Bible (The Holy Bible, English Standard Version®, copyright ©2001 by Crossway, a publishing ministry of Good News Publishers. Used by permission. All rights reserved 

ข้อพระคัมภีร์คัดมาจากพระคัมภีร์ ESV® (พระคัมภีร์ฉบับมาตรฐานอังกฤษ®สงวนลิขสิทธิ์© 2001 โดย Crossway  พันธกิจการพิมพ์ของสำนักพิมพ์ข่าวประเสริฐ  โดยได้รับอนุญาต  ขอสงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด

 

 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top