Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Wednesday, November 27, 2013

 

1 Peter 3 

1 เปโตร 3

9 Do not repay evil for evil or reviling for reviling, but on the contrary, bless, for to this you were called, that you may obtain a blessing.

9 อย่าทำการร้ายตอบแทนการร้าย   อย่าด่าตอบการด่า   แต่ตรงกันข้ามจงอวยพรแก่เขา   ด้วยว่าพระองค์ได้ทรงเรียกให้ท่านกระทำเช่นนั้น   เพื่อท่านจะได้รับพระพร

10 For “Whoever desires to love life and see good days, let him keep his tongue from evil

and his lips from speaking deceit;

10 เพราะว่า   ผู้ที่จะรักชีวิต    และปรารถนาที่จะเห็นวันดี   ก็ให้ผู้นั้นยั้งลิ้นของตนไม่พูดสิ่งชั่ว  
  และห้ามปากไม่ให้พูดเป็นอุบายล่อลวง  

11 let him turn away from evil and do good; let him seek peace and pursue it.

11 ให้เขาละความชั่วและกระทำความดี   ให้เขาใฝ่หาสันติสุขและมุ่งดำเนินไป  

12 For the eyes of the Lord are on the righteous, and his ears are open to their prayer.

But the face of the Lord is against those who do evil.”

12 เพราะว่าพระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้าเฝ้าดูคนชอบธรรม   และพระกรรณของพระองค์ทรงสดับคำอ้อนวอนของเขา    แต่พระพักตร์ของพระองค์ไม่เป็นมิตรกับคนทั้งหลายที่ทำความชั่ว 


Peter quoted Psalm 34.  From that we learned:

จากที่เราได้เรียนรู้: เปโตรยกข้อพระคำใน บทเพลงสดุดี 34  มาอ้างอิง 

Don’t repay evil with evil.  Let the Lord bring any vengeance.

อย่าตอบแทนความชั่วด้วยความชั่ว มอบให้พระเจ้าทรงทำการแก้แค้นไม่ว่าเรื่องใด ๆ


Trust the Lord with your frustrations (cry out to Him)

จงไว้วางใจ พระเจ้าในยามคุณพบความคับข้องใจ ( ร้องไห้กับพระองค์ )

Don’t speak evil or deceitfuly, you will tend to live longer.

อย่าพูดคำชั่วร้ายหรือหลอกลวง   คุณมีแนวโน้มที่จะมีชีวิตอยู่อีกนาน

Trust the Lord with your feelings (He is near to the brokenhearted ).

จงวางใจพระเจ้าด้วยความรู้สึกของคุณ (ทรงป็นผู้ที่อยู่ใกล้กับคนที่จิตใจชอกช้ำ)

Pursue peace.

ติดตามความสงบสุข

Turn from evil and do good. 

หันกลับจากความชั่วและกระทำความดี

Trust the Lord with your future (God promised to send Jesus and He did, He knows then our personal future and that Jesus is coming back.)

ประการที่สาม ไว้วางใจพระเจ้าเรื่องอนาคตของคุณ ( พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะส่งพระเยซูและทรงทำเช่นนั้น ทรงรู้อนาคตส่วนตัวเราแต่ละคน และว่าพระเยซูกำลังเสด็จกลับมา )

Rejoice that God’s eyes are on you and His ears are open to your cry.

ยินดีที่ดวงตาของพระเจ้าจับอยู่ที่คุณและพระกรรณของพระองค์จะเปิดฟังเสียงร้องของคุณ

1 Peter 1 เปโตร 3:13-22

13 Now who is there to harm you if you are zealous for what is good?

13 ถ้าท่านทั้งหลายใฝ่ใจประพฤติความดี   ผู้ใดจะทำร้ายท่าน

14 But even if you should suffer for righteousness' sake, you will be blessed. Have no fear of them, nor be troubled,

14 แต่ถึงแม้ว่าท่านทั้งหลายต้องทนทุกข์   เพราะเหตุประพฤติการชอบธรรม   ท่านก็เป็นสุข   อย่ากลัวเขา  และอย่าคิดวิตกไปเลย

15 but in your hearts regard Christ the Lord as holy, always being prepared to make a defense to anyone who asks you for a reason for the hope that is in you;

15 แต่ในใจของท่าน  จงเคารพนับถือ   พระคริสต์ว่าเป็น   องค์พระผู้เป็นเจ้า   จงเตรียมตัวไว้ให้พร้อมเสมอ   เพื่อท่านจะสามารถตอบทุกคนที่ถามท่านว่า   ท่านมีความหวังใจเช่นนี้ด้วยเหตุผลประการใด   แต่จงตอบด้วยใจสุภาพและด้วยความนับถือ

Are you always ready to tell about Jesus whenever the opportunity arises? 

คุณพร้อมเสมอที่จะบอกรื่องพระเยซูเมื่อใดก็ตามที่มีโอกาสเกิดขึ้นหรือไม่

How about with someone who disagrees and wants to argue some about the Christian faith? 

คุณมีวิธีการอย่างไรกับคนที่ไม่เห็นด้วยและต้องการที่จะโต้แย้งบางอย่างเกี่ยวกับศาสนาคริสต์

Are you ready to defend your faith?

คุณพร้อมที่จะปกป้องความเชื่อของคุณหรือไม่

If you have carefully studied the Bible, the Holy Spirit will bring thing to remembrance, just the right scriptures to share with the doubter.

หากคุณมีการศึกษาพระคัมภีร์อย่างละเอียดถี่ถ้วน  พระวิญญาณบริสุทธิ์จะช่วยเรียกสิ่งที่คุณต้องจำคือเรียกใช้ข้อพระคัมภีร์ที่เหมาะสมเพื่อคุณจะแบ่งปันกับผู้ที่สงสัย

1 Timothy 1ทิโมธี 4:2 2  preach the word; be ready in season and out of season; reprove, rebuke, and exhort, with complete patience and teaching.

2 ให้ประกาศพระวจนะ   ให้ขะมักเขม้นที่จะทำการทั้งในขณะที่มีโอกาสและไม่มีโอกาส   ให้ชักชวนด้วยเหตุผล   เตือนสติและตักเตือนให้อดทนอยู่เสมอในการสั่งสอน

Jesus gave this promise to His followers.

พระเยซูทรงให้สัญญานี้แก่สาวกผู้ติดตามพระองค์

John ยอห์น 14:26 26  But the Helper, the Holy Spirit, whom the Father will send in My name, He will teach you all things and bring to your remembrance all that I have said to you.

26  แต่องค์ผู้ช่วยคือพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งพระบิดาจะทรงใช้มาในนามของข้าพเจ้านั้น   จะทรงสอนท่านทั้งหลายทุกสิ่ง   และจะให้ท่านระลึกถึงทุกสิ่งที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้แก่ท่านแล้ว

I Peter 1 เปโตร 3:16-22  16 yet do it with gentleness and respect, having a good conscience, so that, when you are slandered, those who revile your good behavior in Christ may be put to shame.

16 และให้ความสำนึกผิดชอบของท่านไม่เป็นเหตุติท่าน   เพื่อว่าเมื่อท่านถูกใส่ร้าย   คนที่กล่าวร้ายความประพฤติดีของท่านในพระคริสต์   จะต้องได้รับความอับอาย

17 For it is better to suffer for doing good, if that should be God's will, than for doing evil.

17 เพราะว่า   การได้รับความทุกข์เพราะทำความดี   ถ้าเป็นที่ชอบพระทัยพระเจ้า   ก็ดีกว่าจะต้องทนอยู่เพราะการประพฤติชั่ว

18 For Christ also suffered once for sins, the righteous for the unrighteous, that He might bring us to God, being put to death in the flesh but made alive in the spirit,

18 ด้วยว่าพระคริสต์ก็ได้สิ้นพระชนม์ครั้งเดียวเท่านั้นเพราะความผิดบาป   คือพระองค์ผู้ชอบธรรมเพื่อผู้ไม่ชอบธรรม   เพื่อจะได้ทรงนำเราทั้งหลายไปถึงพระเจ้า   ฝ่ายกายพระองค์จึงสิ้นพระชนม์   แต่ฝ่ายวิญญาณทรงคืนพระชนม์

19 in which He went and proclaimed to the spirits in prison,

19 และโดยทางวิญญาณ  พระองค์ได้เสด็จไปประกาศพระวจนะแก่วิญญาณที่ติดคุกอยู่

20 because they formerly did not obey, when God's patience waited in the days of Noah, while the ark was being prepared, in which a few, that is, eight persons, were brought safely through water.

20 ซึ่งในกาลก่อนไม่ได้เชื่อฟังพระเจ้า   คราวเมื่อพระเจ้าทรงโปรดงดโทษไว้ในสมัยโนอาห์   ขณะที่ท่านกำลังต่อเรือใหญ่   ในนั้นมีน้อยคน   คือทางน้ำนั้นแปดคนรอดชีวิตจากน้ำท่วม

According to Peter, sometime between His death and His resurrection Jesus made a special proclamation to "the spirits in prison."

ตามที่เปโตรสอน    พระเยซูทรงประกาศพิเศษกับ "วิญญาณที่ถูกขังคุก”   ช่วงระยะระหว่างเวลาสิ้นพระชนม์และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์."

This may be a reference to demons, and if so, then Jesus was proclaiming victory.

นี้อาจจะเป็นการอ้างอิงถึงปีศาจ   และถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว   พระเยซูกำลังทรงประกาศชัยชนะ

The word "Hades" refers to the realm of the dead, a temporary place where they awaited the resurrection.

คำว่า "นรก" คำหมายถึงดินแดนแห่งความตาย   เป็นสถานที่ชั่วคราวที่พวกเขารอคอยการฟื้นคืนพระชนม์

Revelation 20 gives a clear distinction between the two.

วิวรณ์ บทที่ 20 ให้แตกต่างที่ชัดเจนระหว่างทั้งสองอย่างนี้

Hell is the permanent and final place of judgment for the lost. Hades is a temporary place.

บึงนรกเป็นสถานที่สุดท้ายและถาวรในการตัดสินสำหรับผู้หลงหาย  ขุมนรกเป็นสถานที่ชั่วคราว

Revelation วิวรณ์20:11-15 11 Then I saw a great white throne and him who was seated on it. From his presence earth and sky fled away, and no place was found for them.

11 ข้าพเจ้าได้เห็นพระที่นั่งใหญ่สีขาวและเห็นท่านผู้ประทับบนพระที่นั่งนั้น   เมื่อพระองค์ทรงปรากฏแผ่นดินโลกและท้องฟ้าก็หายไป   และไม่มีที่อยู่สำหรับแผ่นดินโลกและท้องฟ้าเลย

12 And I saw the dead, great and small, standing before the throne, and books were opened. Then another book was opened, which is the book of life. And the dead were judged by what was written in the books, according to what they had done.

12 ข้าพเจ้าได้เห็นบรรดาผู้ที่ตายแล้ว   ทั้งผู้ใหญ่และผู้น้อยยืนอยู่หน้าพระที่นั่งนั้น   และหนังสือต่างๆก็เปิดออก   หนังสืออีกเล่มหนึ่งก็เปิดออกด้วย   คือหนังสือชีวิต   และผู้ที่ตายไปแล้วทั้งหมด   ก็ถูกพิพากษาตามข้อความที่จารึกไว้ในหนังสือเหล่านั้น   และตามที่เขาได้กระทำ

13 And the sea gave up the dead who were in it, Death and Hades gave up the dead who were in them, and they were judged, each one of them, according to what they had done. _

13 ทะเลก็ส่งคืนคนทั้งหลายที่ตายในทะเล   ความตายและแดนมรณาก็ส่งคืนคนทั้งหลายที่อยู่ในแดนนั้น   และคนทั้งหลายก็ถูกพิพากษาตามการกระทำของตนหมดทุกคน

14 Then Death and Hades were thrown into the lake of fire. This is the second death, the lake of fire.

14 แล้วความตาย   และแดนมรณาก็ถูกผลักทิ้งลงไปในบึงไฟ   บึงไฟนี่แหละเป็นความตายครั้งที่สอง

15 And if anyone's name was not found written in the book of life, he was thrown into the lake of fire.

15 และถ้าผู้ใดที่ไม่มีชื่อจดไว้ในหนังสือชีวิต   ผู้นั้นก็ถูกทิ้งลงไปในบึงไฟ


Our Lord yielded His spirit to the Father, died, and at some time between death and resurrection, visited the realm of the dead where He delivered a message to those there. 

องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรามอบถวายจิตวิญญาณของพระองค์ต่อพระบิดา ทรงสิ้นพระชนม์ และในช่วงระหว่างการสิ้นพระชนม์และการฟื้นคืนพระชนม์  ทรงไปเยือนดินแดนแห่งคนที่ตายไป โดยทรงแบ่งปันข่าวประเสริฐแก่คนเหล่านั้น

This may have been a declaration of victory over Satan and his demons.

นี้อาจจะมีการประกาศชัยชนะเหนือซาตานและสมุนปีศาจของมัน

Ephesians  เอเฟซัส 4:8-10 8Therefore it says,“When He ascended on high He led a host of captives, and He gave gifts to men.”

8เหตุฉะนั้นจึงมีพระวจนะว่า   ครั้นพระองค์เสด็จขึ้นไปสู่ที่สูง   พระองค์ก็ทรงนำพวกเชลยไป  
  และประทานของประทานแก่มนุษย์  

9(In saying, “He ascended,” what does it mean but that He had also descended into the lower parts of the earth?

9(ที่กล่าวว่าพระองค์เสด็จขึ้นไปนั้น   จะหมายความอย่างอื่นไปไม่ได้   นอกจากว่าพระองค์ได้เสด็จลงไปสู่เบื้องต่ำของแผ่นดินโลกแล้วด้วย

10He who descended is the one who also ascended far above all the heavens, that He might fill all things.)

10องค์ผู้เสด็จลงไปนั้นก็คือพระองค์ผู้ที่เสด็จขึ้นไปสู่ที่สูงเหนือฟ้าสวรรค์ทั้งปวงนั่นเอง   เพื่อจะได้สถิตอยู่ทั่วในสิ่งสารพัด)


What is he talking about? Jesus tells us that prior to His death, Hades was separated into two compartments: in one compartment those who were being tormented, the unrighteous; in the other compartment those who were being comforted in Abraham's bosom.

พระองค์ทรงกำลังสอนอะไร  พระเยซูทรงสอนเราก่อนทรงสิ้นพระชนม์   นรกจะถูกแยกออกเป็นสองช่อง: ช่องหนึ่งเพื่อบรรดาผู้ที่กำลังรับทุกข์ทรมาน, ผู้ไม่ชอบธรรม; ส่วนอีกช่อง  เพื่อบรรดาผู้ที่ได้อยู่ในอ้อกอกของอับราฮัมอย่างสบาย


For we are told in Hebrews chapter 11, when it lists these great men of faith in the Old Testament, that they all died in faith not having received the promise.

เพราะในฮีบรูบทที่ 11 บอกเราว่า เมื่อคนที่มีความเชื่อเข้มแข็งถูกจดรายชื่อในพันธสัญญาเดิม   พวกเขาทั้งหมดเสียชีวิตในความเชื่อ พวกเขายังไม่ได้รับพระสัญญา



But they saw it afar off and they embraced it, and they claimed they were just strangers and pilgrims.

แต่พวกเขามองว่าเป็นเรื่องไกลตัว    พวกเขาก็ยอมรับ   และประกาศว่าพวกเขาเป็นเพียงคนแปลกหน้าและผู้เดินทางร่อนเร่

But they all died in faith, not having received the promise, because God has reserved some better thing for us that they apart from us could not come into the perfected state.

แต่พวกเขาทั้งหมดเสียชีวิตในความเชื่อ   และยังไม่ได้รับพระสัญญา    เพราะพระเจ้าได้ทรงสงวนบางสิ่งที่ดีกว่าสำหรับเรา ส่วนคนทั้งหลายที่แยกจากเราไม่ได้มาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์


Isaiah tells us that a part of the mission of Christ in chapter 61, was to preach the gospel unto the poor, to bind the brokenhearted, and then also to set at liberty the captive and to open the prison doors to those that were bound.

พระธรรมอิสยาห์บอกเราว่า ส่วนหนึ่งของราชกิจของพระคริสต์ในบทที่ 61 ก็คือการประกาศข่าวประเสริฐแก่คนยากจน, การรักษาผู้จิตใจแตกสลาย    แล้วปล่อยเชลยให้รับเสรีภาพ    และเพื่อเปิดประตูคุกให้ผู้ที่ถูกขัง

So that when the thief on the cross said, "Lord, when You come into Your kingdom, remember me,”

ดังนั้นเมื่อโจรบนไม้กางเขนกล่าวว่า "พระเจ้าข้า เมื่อเวลาพระองค์เสด็จเข้าในราชอาณาจักรของพระองค์ ขอทรงโปรดอย่าลืมผม”

Jesus said, "Today you will be with Me in paradise." 

พระเยซูทรงตรัสว่า "วันนี้เจ้าจะได้อยู่กับฉันในสวรรค์"

When Jesus died, His Spirit went into Hades, but into that compartment where Abraham was comforting those who had died in faith, as they were awaiting the fullness of time when God would fulfill the promise of sending the Messiah.

เมื่อพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์ พระวิญญาณของพระองค์เข้าไปในนรกทางช่องที่อับราฮัมกำลังปลอบโยนบรรดาผู้ที่เสียชีวิตในความเชื่อ   ขณะที่พวกเขากำลังรอเวลาที่พระเจ้าจะทำให้พระสัญญาของพระองค์สำเร็จโดยการส่งพระมาซีฮามา

They all died in faith, but they could not ascend into heaven because it was impossible that the blood of bulls and goats could put away their sins.

พวกเขาทั้งหมดเสียชีวิตในความเชื่อ แต่พวกเขาไม่สามารถขึ้นไปบนสวรรค์   เพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่เลือดของวัวและแพะสามารถนำไปชำระบาปของพวกเขา

All that they did was foreshadow the sacrifice of Jesus Christ whereby sins could be put away and man could have access on into heaven.

ทั้งหมดที่พวกเขาทำ เป็นลางบอกถึงการเสียสละของพระเยซูคริสต์  โดยความผิดบาปจะถูกยกออกไป   และมนุษย์สามารถเข้าถึงทางไปสู่สวรรค์

So Jesus preached to those souls that were imprisoned, and on the third day when He arose again, He led the captives from their captivity.

ดังนั้นพระเยซูทรงสั่งสอนแก่ดวงวิญญาณเหล่านั้นที่ถูกกักขัง   และในวันที่สามเมื่อทรงฟื้นขึ้นอีกครั้ง   พระองค์ได้ทรงนำเชลยเหล่านั้นพ้นจากการถูกจองจำ

He opened the prison doors to those that were bound. He led them from their captivity, and the graves of many of the saints were opened, and they were seen walking in the streets of Jerusalem after His resurrection from the dead. 

พระองค์ทรงเปิดประตูคุกให้ผู้ที่ถูกจำจองไว้   พระองค์ทรงนำพวกเขาหลุดจากการถูกจองจำ  และหลุมฝังศพของธรรมิกชนหลายคนถูกเปิดออก   และได้เห็นพวกเขากำลังเดินตามท้องถนนในกรุงเยรูซาเล็ม   หลังจากที่ทรงฟื้นคืนพระชนม์จากความตาย

So, "He who has ascended" is the one who, first of all, descended into the lower parts of the earth.

ดังนั้น “พระองค์ผู้ได้เสด็จขึ้น” เป็นผู้หนึ่งที่เป็นคนแรกของทั้งหมด ที่ได้เสด็จลงไปในส่วนลึกที่สุดของโลก

In order to open the prison doors to those that were bound, in order to lead those who had by faith been waiting for the Messiah in order to lead them on into glory.  And He gave gifts unto men. 

เพื่อที่จะเปิดประตูคุกให้ผู้ที่ถูกผูกมัดไว้    เพื่อที่จะนำผู้ที่มีความเชื่อรอคอยพระเมสสิยาห์  เพื่อที่จะนำพวกเขาไปถึงพระสิริ และพระองค์ได้ทรงมอบของประทานแก่คนทั้งหลาย

What we can know for sure is that Jesus was not giving people a second chance for salvation.

สิ่งที่เราสามารถทราบแน่ชัดคือว่าพระเยซูไม่ทรงเปิดโอกาสครั้งที่สองให้คนรับความรอด

The Bible tells us that we face judgment after death, not a second chance.

พระคัมภีร์ทรงบอกเราว่าเราเผชิญกับการลงโทษหลังความตาย  ไม่มีโอกาสครั้งที่สอง

Hebrews ฮีบรู 9:27 27And just as it is appointed for man to die once, and after that comes judgment,

27 มีข้อกำหนดสำหรับมนุษย์ไว้แล้วว่าจะตายครั้งเดียว   และหลังจากนั้นก็จะมีการพิพากษาฉันใด

Jesus preached to the souls in prison.

พระเยซูทรงสั่งสอนจิตวิญญาณคนในคุก

The prison Peter speaks of here possibly was death by which men were bound. They were held captive in Hades.

คุกที่เปโตรพูดถึงที่นี่อาจจะเป็นความตายโดยที่คนถูกผูกมัดไว้ พวกเขาถูกขังอยู่ในนรก

Jesus came to open the prison to those that are bound, or to open up Hades to those people who were bound there, who died before Jesus died for our sins.

พระเยซูเสด็จมาเพื่อเปิดเรือนจำให้แก่ผู้ที่ถูกจำจองไว้   หรือจะเปิดนรกกับคนเหล่านั้นที่ถูกผูกติดไว้ผู้ที่เสียชีวิตก่อนที่พระเยซูได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อบาปของเรา

So when He died, He descended into Hades. And He preached to those souls that were in prison.

ดังนั้นเมื่อพระองค์ทรงสิ้นพระชนม์   ได้ทรงเสด็จลงไปในนรก และพระองค์ทรงเทศนาให้วิญญาณเหล่านั้นที่อยู่ในคุก

And when He ascended out of Hades, He brought with Him those who had been captive, those who had lived by faith, believing in God.

และเมื่อพระองค์เสด็จขึ้นมาจากนรก   พระองค์ทรงนำเขาเหล่านั้นที่เคยถูกจับเป็นเชลยมาด้วย    ผู้ที่เคยอาศัยอยู่โดยความเชื่อในพระเจ้า

Luke's gospel, the sixteenth chapter, Jesus describes what hell was like prior to His death: Two compartments, no capacity of crossing from one to the other.

พระกิตติคุณลูกาบทที่สิบหก   พระเยซูทรงอธิบายถึงสิ่งที่นรกเป็น ก่อนที่จะทรงสิ้นพระชนม์: มีสองช่อง     ไม่มีที่ว่างที่จะข้ามจากช่องหนึ่งไปยังช่องอื่น

One was a place of torment, the other was a place of comfort.

ช่องหนึ่งเป็นสถานที่แห่งการทรมาน    อีกช่องหนึ่งเป็นที่ความสะดวกสบาย

Those who died in faith went to the place of comfort and were comforted by father Abraham.

บรรดาผู้ที่เสียชีวิตในความเชื่อ  ได้ไปที่สถานที่สะดวกสบายและได้รับการปลอบประโลมโดยอับราฮัมบิดาของชนชาติ

They are the ones to which Jesus preached when He descended into hell.

พวกเขาเป็นผู้ที่พระเยซูทรงเทศนาเมื่อทรงเสด็จลงไปในนรก

Acts กิจการ2:27 27 For You will not abandon my soul to Hades, or let your Holy One see corruption.

27 เพราะพระองค์จะไม่ทรงละข้าพระองค์ไว้ในแดนคนตาย   ทั้งจะไม่ทรงให้องค์บริสุทธิ์ของพระองค์เปื่อยเน่าไป   

Peter gives Noah and his family as examples.

เปโตรยกตัวอย่างโนอาห์และครอบครัวของเขา

So they were saved by the water or by the ark in the water, and they had lived by faith.

ดังนั้นพวกเขาจึงรอดพ้นจากน้ำท่วมโดยอยู่ในเรือที่ลอยน้ำและพวกเขามีชีวิตอยู่โดยความเชื่อ

21 Baptism, which corresponds to this, now saves you, not as a removal of dirt from the body but as an appeal to God for a good conscience, through the resurrection of Jesus Christ,

21 บัดนี้พิธีบัพติศมาก็ช่วยท่านทั้งหลายให้รอดเช่นเดียวกัน   มิใช่เป็นการชำระมลทินทางกาย   แต่ให้มีจิตสำนึกว่าชอบจำเพาะพระพักตร์พระเจ้า   โดยที่พระเยซูคริสต์ได้ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย

22 who has gone into heaven and is at the right hand of God, with angels, authorities, and powers having been subjected to Him.

22 พระองค์เสด็จสู่สวรรค์   และทรงสถิตอยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้าแล้ว   มีพวกทูตสวรรค์และศักดิเทพ   และอิทธิเทพทั้งหลายอยู่ใต้อำนาจของพระองค์ทั้งสิ้น

Even so, "Baptism," Peter says, “saves us.” But then lest people make a mistake, he points out; it isn't the physical ritual.

ดังนั้นแม้เปโตร บอกว่า " บัพติสมา " " ช่วย เราให้รอด . " แต่แล้ว เกรงว่า คน ทำผิดพลาด  ท่าน ชี้ให้เห็นว่า มันไม่ใช่พิธีกรรมฝ่ายร่างกาย

(This isn't the washing away of the filth of the flesh, but it is the answer of a good conscience toward God,) by the resurrection of Jesus Christ.  In other words salvation comes by faith in Jesus, who He is and what He did.

(นี่ไม่ได้เป็นการชำระล้างความสกปรกของเนื้อหนัง    แต่มัน คือคำตอบ ของ จิตสำนึกที่ ดีต่อพระเจ้า) โดย การฟื้นคืนพระชนม์ ของพระเยซูคริสต์    อีกนัยหนึ่งความรอดก็เนื่องด้วยความเชื่อ ในพระเยซู ที่ทรงเป็นและสิ่งที่ทรงกระทำ

I do believe that every one who believes in Jesus Christ should be baptized in water.

ผมเชื่อว่าทุกคนที่ เชื่อ ในพระเยซูคริสต์ควรจะ รับบัพติสมาในน้ำ

I definitely believe in water baptism and that is by full immersion.

แน่นอนผม เชื่อว่าในพิธีบัพติสมาด้วยน้ำ และนั่นเป็นการดำลงให้มิด

But that baptism is only a symbol of the work of the Spirit that has transpired within my heart.  That is described in Romans chapter 6. 

แต่ พิธีบัพติสมาเป็นเพียง สัญลักษณ์ ของการทำงานของพระวิญญาณที่เกิดขึ้น ภายใน หัวใจของผมดังที่อธิบายไว้ใน โรม บทที่ 6

The old man being dead now buried in water and the new life that I now have, the life of the Spirit through Jesus Christ.

ชายชราคนหนึ่งตายแล้วถูกฝังอยู่ในในน้ำ    และชีวิต ใหม่ที่มีตอนนี้  ผมมี ชีวิตของพระวิญญาณโดยพระเยซูคริสต

Baptism becomes a beautiful symbol of that. As I go down in the water, this is similar to being buried.

บัพติสมา จะกลายเป็นสัญลักษณ์ ที่สวยงามแค่นั้น    ขณะที่ผม ลงไป ในน้ำ นี้มันคล้ายกับผมได้ถูกฝังไว้

The old life being buried; and as I come up out of the water, I show resurrection to new life in the Spirit, in Christ.

ชีวิต เก่า ถูก ฝังไว้ และ เมื่อผมขึ้นมา จากน้ำ  แสดงว่าผมฟื้นจากความตาย ไปสู่ชีวิต ใหม่ ใน พระวิญญาณคือ ในพระคริสต์

But if it has not happened in my heart by faith, the ritual of baptism means nothing.

แต่ถ้ามัน ไม่ได้เกิดขึ้นใน จิตใจของผมที่มีความเชื่อ   พิธีกรรมบัพติสมาก็ไม่มีความหมายอะไร

Baptism cannot save your or me.    If you haven’t been baptized I encourage you do do so soon.

บัพติสมาไม่สามารถช่วยให้ ผมหรือคุณรอดได้  ถ้าคุณ ยังไม่ได้ เข้าพิธีรับศีลบัพติสมา ผมขอแนะนำให้ คุณ ทำเช่นนั้น ในไม่ช้า

1 Peter 3

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top