Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 

2013

God's Word for Today 1 Thessalonians 2

June 26, 2013

 
 

1 Thessalonians 2:1-2

1 เธสะโลนิกา 2:1-2

1For you yourselves know, brothers, that our coming to you was not in vain.

1ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย   ท่านเองก็ทราบว่า   การที่เรามาเยี่ยมท่านนั้นไม่ไร้ประโยชน์เลย

2But though we had already suffered and been shamefully treated at Philippi, as you know, we had boldness in our God to declare to you the gospel of God in the midst of much conflict.

2ถึงแม้ว่าเราต้องทนการยากลำบาก   และได้รับการอัปยศต่างๆมาแล้วที่เมืองฟีลิปปี   ซึ่งท่านก็ทราบอยู่   เราก็ยังมีใจกล้าในพระเจ้าของเรา   ที่ได้ประกาศข่าวประเสริฐของพระเจ้าแก่ท่านทั้งหลาย   ทั้งๆที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย

    You might remember from the book of Acts that Paul and Silas were beaten and arrested in Philippi because they cast out a demon from a woman who was a fortuneteller. 

    คุณคงจะจำได้จากหนังสือกิจการที่เปาโลและสิลาสถูกทุบตีและถูกจับขังในเมืองฟิลิปปีเพราะพวกท่านได้ขับผีร้ายออกจากผู้หญิงที่เป็นหมอดูทำนาย

Miraculously the prison doors were opened by the Lord and the jailer and his family believed in Jesus, but Paul and Silas were still asked to leave town. 

ราวปาฏิหาริย์ประตูคุกถูกเปิดออกโดยองค์พระผู้เป็นเจ้า   และผู้คุมและครอบครัวทั้งหมดได้รับเชื่อในพระเยซู แต่เปาโลและสิลาสถูกขอร้องให้เดินทางออกจากเมือง

They traveled south and they were still bold to preach the Gospel when they arrived in Thessalonica.  

พวกเขาเดินทางไปทางทิศใต้และพวกเขายังกล้าที่จะประกาศข่าวประเสริฐเมื่อพวกเขามาถึงเมืองเธสะโลนิกา

And as we read in Acts 17, soon they had trouble in Thessalonica too.  There was opposition to them from the unbelieving Jews there. 

และที่เราได้อ่านในกิจการ 17    ไม่นานนักพวกเขาก็เจอปัญหาในเธสะโลนิกาด้วย มีฝ่ายต่อต้านท่านเกิดจากชาวยิวผู้ไม่เชื่อ

They were envious of the great crowds. By the time the third Sabbath came, the whole town had gathered together to listen to the message that Paul was proclaiming, and the Jews became jealous.

พวกเขาอิจฉาที่เห็นฝูงชนมากมาย  พอถึงเวลาวันสะบาโตครั้งที่ 3 ชาวเมืองทั้งเหมดได้มาชุมนุมกันเพื่อฟังพระคำที่เปาโลกำลังประกาศและชาวยิวก็รู้สึกอิจฉา

1 Thessalonians 2:3-8

1 เธสะโลนิกา 2:3-8

3For our appeal does not spring from error or impurity or any attempt to deceive,

3เพราะว่าคำเตือนสติของเรามิได้เกิดมาจากความคิดผิด   หรือการโสโครกหรืออุบายใดๆ

4but just as we have been approved by God to be entrusted with the gospel, so we speak, not to please man, but to please God who tests our hearts.

4แต่ว่าพระเจ้าทรงเห็นชอบที่จะมอบข่าวประเสริฐไว้กับเรา   เราจึงประกาศไป   ไม่ใช่เพื่อให้เป็นที่พอใจของมนุษย์   แต่ให้เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า   ผู้ทรงชันสูตรใจเรา

5For we never came with words of flattery, as you know, nor with a pretext for greed—God is witness.

5เพราะว่าเราไม่ได้ใช้คำยกยอใดๆเลย   ซึ่งท่านก็รู้อยู่   หรือมิได้ใช้คำพูดเคลือบคลุมเพื่อความโลภเลย   พระเจ้าทรงเป็นพยานฝ่ายเรา

6Nor did we seek glory from people, whether from you or from others, though we could have made demands as apostles of Christ.

6และแม้ในฐานะเป็นอัครทูตของพระคริสต์   เราจะเรียกร้องก็ได้   แต่เราก็ไม่แสวงหาศักดิ์ศรีจากมนุษย์   ไม่ว่าจะเป็นจากท่านหรือจากคนอื่น

7But we were gentle among you, like a nursing mother taking care of her own children.

7แต่ว่าเราอยู่ในหมู่พวกท่าน   ด้วยความสุภาพอ่อนโยน   เหมือนมารดาที่เลี้ยงดูลูกของตน

8So, being affectionately desirous of you, we were ready to share with you not only the gospel of God but also our own selves, because you had become very dear to us.

8เมื่อเรารักท่านอย่างนี้แล้ว   เราก็มีใจพร้อมที่จะเผื่อแผ่เจือจาน   มิใช่แต่เพียงข่าวประเสริฐของพระเจ้าเท่านั้น   แต่อุทิศตัวเราให้แก่ท่านด้วย   เพราะท่านเป็นที่รักยิ่งของเรา

Paul was pure; he was honest; he was straightforward. He wasn't there to make money for himself; he wasn't there to get glory for himself.

    เปาโลเป็นคนบริสุทธิ์ ท่านซื่อสัตย์ ท่านตรงไปตรงมา  ท่านไม่ได้อยู่ที่นั่นเพื่อสร้างรายได้ให้กับตัวเอง; ท่านไม่ได้อยู่ที่นั่นเพื่อให้ตัวเองได้รับเกียรติ

He was there because he loved them with a Godly love and wanted to bring them the truth of Jesus Christ which had transformed his own life.

ท่านอยู่ที่นั่นเพราะท่านรักพวกเขาด้วยความรักของพระเจ้าและต้องการที่จะนำพวกเขามาถึงความจริงของพระเยซูคริสต์ซึ่งได้เปลี่ยนชีวิตของท่านเอง

Verse 9

ข้อ 9

9For you remember, brothers, our labor and toil: we worked night and day, that we might not be a burden to any of you, while we proclaimed to you the gospel of God.

9ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย   ท่านคงจำได้ถึงการทำงานอันเหน็ดเหนื่อย   และความยากลำบากของเรา   เมื่อเราประกาศข่าวประเสริฐของพระเจ้า   ให้ท่านฟัง   เราทำงานทั้งกลางวันและกลางคืน   เพื่อเราจะไม่เป็นภาระแก่ผู้ใดในพวกท่าน

So, he worked night and day in order that he might provide for his own needs, in order that he might preach to them the gospel of God. 

    ดังนั้นท่านทำงานทั้งกลางคืนและกลางวันเพื่อที่ท่านจะจัดหาสิ่งจำเป็นเพื่อเลี้ยงตัวเอง และท่านจะได้สั่งสอนพระกิตติคุณของพระเจ้าแก่พวกเขา

Paul was a tent maker, not wanting to be a burden on this new church that was forming.  

เปาโลเป็นช่างเย็บเต็นท์ ท่านไม่อยากที่จะเป็นภาระใครในคริสตจักรใหม่นี้ที่ได้รับการก่อตั้งขึ้น

1 Thessalonians 2:10-20

1 เธสะโลนิกา 2:10-20

10You are witnesses, and God also, how holy and righteous and blameless was our conduct toward you believers.

10ท่านทั้งหลายเป็นพยานฝ่ายเรา   และพระเจ้าก็ทรงเป็นพยานด้วยว่าเราได้ประพฤติตัวบริสุทธิ์   เที่ยงธรรม   และปราศจากข้อตำหนิในหมู่พวกท่านที่เชื่อ

11For you know how, like a father with his children,

11ดังที่ท่านรู้แล้วว่า   เราได้เตือนสติหนุนใจและกำชับท่านทุกคนดังบิดากระทำต่อบุตร

12we exhorted each one of you and encouraged you and charged you to walk in a manner worthy of God, who calls you into his own kingdom and glory.

12เพื่อให้ท่านประพฤติอย่างสมควรต่อพระเจ้า   ผู้ทรงเรียกท่านให้เข้ามาในแผ่นดิน   และพระสิริของพระองค์

13And we also thank God constantly for this, that when you received the word of God, which you heard from us, you accepted it not as the word of men but as what it really is, the word of God, which is at work in you believers.

13เราขอบพระคุณพระเจ้าเสมอ   เพราะว่าเมื่อท่านทั้งหลายได้รับพระวจนะของพระเจ้า   ซึ่งท่านได้ยินจากเรา   ท่านไม่ได้รับไว้อย่างเป็นคำของมนุษย์   แต่ได้รับไว้ตามความเป็นจริง   คือเป็นพระวจนะของพระเจ้า   ซึ่งกำลังทำงานอยู่ภายในท่านทั้งหลายที่เชื่อ

14For you, brothers, became imitators of the churches of God in Christ Jesus that are in Judea. For you suffered the same things from your own countrymen as they did from the Jews,

14ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย   ท่านปฏิบัติตามอย่างคริสตจักรที่อยู่ในแคว้นยูเดีย   ซึ่งเป็นของพระเจ้าทางพระเยซูคริสต์   เพราะว่าท่านได้รับความลำบากจากพลเมืองของตน   เหมือนอย่างที่เขาเหล่านั้นได้รับจากพวกยิว

15who killed both the Lord Jesus and the prophets, and drove us out, and displease God and oppose all mankind

15พวกยิวได้ปลงพระชนม์พระเยซูเจ้า   ได้ประหารชีวิตพวกผู้เผยพระวจนะ   ได้ขับไล่พวกเราออกไป   และขัดพระทัยพระเจ้าและเป็นปฏิปักษ์ต่อคนทั้งปวง

16by hindering us from speaking to the Gentiles that they might be saved—so as always to fill up the measure of their sins. But God's wrath has come upon them at last!

16โดยที่ขัดขวางไม่ให้เราประกาศแก่คนต่างชาติ   เพื่อจะให้พวกนั้นรอดได้   เพื่อให้การบาปของเขาเต็มเปี่ยม     แต่ในที่สุดพระพิโรธของพระเจ้าได้ตกลงบนเขา

17But since we were torn away from you, brothers, for a short time, in person not in heart, we endeavored the more eagerly and with great desire to see you face to face,

17ดูก่อนพวกพี่น้อง   แต่เมื่อเราถูกพรากไปจากท่านชั่วระยะเวลาหนึ่ง   พรากไปแต่กายเท่านั้นไม่ใช่จิตใจ   เราจึงขวนขวายปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเห็นหน้าท่านอีก

18because we wanted to come to you—I, Paul, again and again—but Satan hindered us.

18เพราะเราอยากมาหาท่านทั้งหลาย   ข้าพเจ้า   คือเปาโลอยากมาหนแล้วหนเล่า   แต่ซาตานได้ขัดขวางเราไว้

19For what is our hope or joy or crown of boasting before our Lord Jesus at his coming? Is it not you?

19เพราะอะไรเล่าจะเป็นความหวังหรือความชื่นชมยินดี   หรือสิ่งภูมิใจ   จำเพาะพระพักตร์พระเยซูคริสตเจ้า   เมื่อพระองค์จะเสด็จมา   ก็มิใช่ท่านทั้งหลายดอกหรือ

20For you are our glory and joy.

20เพราะว่าท่านทั้งหลายเป็นศักดิ์ศรีและความชื่นชมยินดีของเรา

    This is the heart of a pastor to know the people that he has ministered to are going on with the Lord, continuing to grow and remaining steadfast, sticking with the truth. 

นี่คือหัวใจของศิษยาภิบาลที่ต้องรู้จักคนที่เขาได้เทศนาสั่งสอนที่จะเดินไปกับพระเจ้า   ที่จะเติบโตไปเรื่อยๆ และที่ยังคงอดทน ยึดมั่นกับความจริง

3 John 3 ยอห์น 1:4 4I have no greater joy than to hear that my children are walking in the truth.

4ไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้ข้าพเจ้าปีติยิ่งกว่านี้   คือที่ได้ยินว่า   บุตรทั้งหลายของข้าพเจ้า   ประพฤติตามสัจธรรม

The real joy, the real hope, the crown of the ministry is in the lives of the people who, through the word of God, have had their lives transformed.  

    ความชื่นชมยินดีแท้จริง ความหวังแท้จริง มงกุฎของการรับใช้อยู่ในชีวิตของผู้คนที่   ได้มีชีวิตที่เปลี่ยนไป โดยพระวจนะของพระเจ้า

How wonderful when we sit there together before the throne of the Lamb, worshipping together, and we look around and we see those who God brought into our lives, that we might impact them with His love and with His truth.

ช่างอัศจรรย์เวลาเราจะนั่งด้วยกันที่นั่นหน้าพระบัลลังก์ของพระเมษโปดก, นมัสการด้วยกันและเมื่อเรามองไปรอบ ๆ และเราจะเห็นเหล่าคนที่พระเจ้าทรงนำเข้ามาในชีวิตของเรา   ที่เราอาจจะส่งผลกระทบต่อพวกเขาด้วยความรักและด้วยความจริงของพระองค์

That will be all the reward ever necessary for the ministry. So Paul said, "That's my joy, that's my hope, that's the crown of my ministry; you being there in the presence of the Lord at His coming." 

นั่นจะเป็นรางวัลจำเป็นสำหรับการรับใช้  ดังนั้นเปาโลกล่าวว่า "นั่นคือความชื่นชมยินดีความหวัง ที่ว่ามงกุฎแห่งการรับใช้ของผม  คุณจะอยู่ต่อพระพักตร์ของพระเจ้าเวลาพระองค์เสด็จมา"

Next week we will talk about the second coming of Christ.

สัปดาห์หน้าเราจะพูดเกี่ยวกับการเสด็จมาครั้งที่สองของพระคริสต์

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top