Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 

God's Word for Today
John 19

October 8, 2011

 
 

All the people of the world are like these two criminals.  Because first, all people are sinners. 

ทุกคนของโลกที่เป็นเหมือนทั้งสองอาชญากร เพราะครั้งแรกที่ทุกคนจะมีคนบาป

Romans โรม 3:23 เพราะว่าทุกคนทำบาป   และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า  

Second all people choose to believe in and follow Jesus or not. 

ประการที่สองที่ทุกคนเลือกที่จะเชื่อในพระเยซูและทำตามหรือไม่

One criminal chose to believe in Jesus while he was dying on the cross. 

หนึ่งความผิดทางอาญาเลือกที่จะเชื่อในพระเยซูในขณะที่เขากำลังจะตายบนไม้กางเขน

He was sorry for the crimes he had committed and believed Jesus is the perfect son of God and didn’t deserve to die, and he asked Jesus to remember him when Jesus entered His kingdom and Jesus said, “today you will be with Me in paradise.” 

เขาได้ขอโทษสำหรับอาชญากรรมที่เขามีความมุ่งมั่นและเชื่อว่าพระเยซูเป็นบุตรชายคนที่สมบูรณ์แบบของพระเจ้าและไม่สมควรที่จะตายและเขาถามว่าพระเยซูจะจำเขาเมื่อพระเยซูป้อนราชอาณาจักรของพระองค์และพระเยซูกล่าวว่า"วันนี้เจ้าจะอยู่กับข้าพเจ้าในเมืองบรมสุขเกษม”

The other criminal chose to not believe in who Jesus is and continued to insult Him.  So it is has been throughout history and still today. 

อาชญากรรมอื่น ๆ เลือกที่จะไม่เชื่อในการที่พระเยซูทรงเป็นและยังคงดูถูกพระองค์ ดังนั้นจึงเป็นที่ได้รับในประวัติศาสตร์และยังคงวันนี้

There are only really two kinds of people in the world, those who come to a point in their life, often a point of crisis, and those who don’t believe no matter what happens. 

มีเพียงสองชนิดจริงๆของคนในโลกที่บรรดาผู้ที่มาเพื่อจุดในชีวิตของพวกเขามักจะชี้จากภาวะวิกฤติและบรรดาผู้ที่ไม่เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่

25พวกทหารได้กระทำดังนี้   ผู้ที่ยืนอยู่ข้างกางเขนของพระเยซูนั้น   มีมารดาของพระองค์กับน้าสาวของพระองค์   มารีย์ภรรยาของเคลโอปัส   และมารีย์ชาวมักดาลา

26เมื่อพระเยซูทอดพระเนตรเห็นมารดาของพระองค์   และสาวกคนที่พระองค์ทรงรักยืนอยู่ใกล้พระองค์   จึงตรัสกับมารดาของพระองค์ว่า   “หญิงเอ๋ย   จงดูบุตรของท่านเถิด”

27แล้วพระองค์ตรัสกับสาวกคนนั้นว่า   “จงดูมารดาของท่านเถิด”   ตั้งแต่เวลานั้นมาสาวกคนนั้นก็รับมารดาของพระองค์มาอยู่ในบ้านของตน

So Jesus is asking John to take care of His mother Mary.

ดังนั้นพระเยซูคือขอให้จอห์นในการดูแลของแม่มารีย์ของพระองค์

28 หลังจากนั้น   พระเยซูทรงทราบว่าทุกสิ่งสำเร็จแล้ว   เพื่อให้เป็นจริงตามพระธรรม   พระองค์จึงตรัสว่า   “ข้าพเจ้ากระหายน้ำ”

29มีภาชนะใส่น้ำส้มองุ่นวางอยู่ที่นั่น   เขาจึงเอาฟองน้ำชุบน้ำส้มองุ่นใส่ปลายไม้หุสบชูขึ้นให้ถึงพระโอษฐ์ของพระองค์

30เมื่อพระเยซูทรงรับน้ำส้มองุ่นแล้ว   พระองค์ตรัสว่า   “สำเร็จแล้ว”   และทรงก้มพระเศียรลงสิ้นพระชนม์

31วันนั้นเป็นวันเตรียม   พวกยิวจึงขอให้ปีลาตทุบขาของผู้ที่ถูกตรึงให้หัก   และให้เอาศพไปเสีย   เพื่อไม่ให้ศพค้างอยู่ที่กางเขนในวันสะบาโต   (เพราะวันสะบาโตนั้นเป็นวันใหญ่)

32ดังนั้น   พวกทหารจึงมาทุบขาของคนที่หนึ่ง   และขาของอีกคนหนึ่งที่ถูกตรึงอยู่กับพระองค์

33แต่เมื่อเขามาถึงพระเยซู   และเห็นว่า   พระองค์สิ้นพระชนม์แล้ว   เขาจึงมิได้ทุบขาของพระองค์

    King David many years before this had written a prophecy in the Psalms

กษัตริย์ดาวิดเป็นเวลาหลายปีก่อนหน้านี้ได้เขียนคำพยากรณ์ในพระธรรมสดุดี

Psalm เพลงสดุดี 34:20

20พระองค์ทรงรักษากระดูกเขาไว้ทั้งหมด   ไม่หักสักซี่เดียว  
John ยอห์น19:34-37

34แต่ทหารคนหนึ่งเอาทวนแทงที่สีข้างของพระองค์   และโลหิตกับน้ำก็ไหลออกมาทันที

35คนนั้นที่เห็นก็เป็นพยาน   และคำพยานของเขาก็เป็นความจริง   และเขาก็รู้ว่าเขาพูดความจริง   เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เชื่อ

36เพราะสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น   เพื่อให้เป็นจริงตามข้อพระธรรม   ซึ่งว่า“พระอัฐิของพระองค์จะไม่หักสักชิ้นเดียว”

37และมีข้อพระธรรมอีกข้อหนึ่งว่า    “พวกเขาจะมองดูพระองค์ผู้ที่เขาได้แทง”

King David also wrote this prophecy. 

กษัตริย์ดาวิดยังได้เขียนคำพยากรณ์นี้

Psalm เพลงสดุดี 22:13-18

13มันอ้าปากกว้างเข้าใส่ข้าพระองค์    ดั่งสิงห์ขณะกัดฉีกและคำรามร้อง  

14ข้าพระองค์ถูกเทออกเหมือนอย่างน้ำ   กระดูกทั้งสิ้นของข้าพระองค์หลุดลุ่ยไป  
จิตใจก็เหมือนขี้ผึ้ง    ละลายภายในอกของข้าพระองค์  

15กำลังของข้าพระองค์เหือดแห้งไปเหมือนเศษหม้อดิน    และลิ้นของข้าพระองค์ก็เกาะติดที่ขากรรไกร    พระองค์ทรงวางข้าพระองค์ไว้ในผงคลีมัจจุราช  

16พระเจ้าข้า   บรรดาสุนัขล้อมรอบข้าพระองค์ไว้    คนทำชั่วหมู่หนึ่งล้อมข้าพระองค์  
เขาแทงมือแทงเท้าข้าพระองค์  

17ข้าพระองค์นับกระดูกของข้าพระองค์ได้เป็นชิ้นๆ    เขาจ้องมองและยิ้มเยาะข้าพระองค์  

18เสื้อผ้าของข้าพระองค์เขาแบ่งปันกัน    ส่วนเสื้อของข้าพระองค์นั้นเขาก็จับฉลาก กัน  

John ยอห์น19:38-40

38หลังจากนี้โยเซฟชาวอาริมาเธียซึ่งเป็นสาวกลับๆของพระเยซู   เพราะเขากลัวพวกยิว   ก็ได้ขอพระศพพระเยซูจากปีลาต   และปีลาตก็ยอมให้   โยเซฟจึงมาอัญเชิญพระศพพระองค์ไป

39ฝ่ายนิโคเดมัส   ซึ่งตอนแรกไปหาพระองค์ในเวลากลางคืนนั้นก็มาด้วย   เขานำเครื่องหอมผสม   คือมดยอบกับกฤษณาหนักประมาณสามสิบกว่ากิโลกรัมมาด้วย

40เขาอัญเชิญพระศพพระเยซูลงมา   เอาผ้าป่านกับเครื่องหอมพันพระศพนั้นตามธรรมเนียมฝังศพของพวกยิว

41ในตำบลที่พระองค์ถูกตรึงที่กางเขนนั้นมีสวนแห่งหนึ่ง   ในสวนนั้นมีอุโมงค์ฝังศพใหม่ที่ยังไม่ได้ฝังศพผู้ใดเลย

42เพราะวันนั้นเป็นวันเตรียมของพวกยิว   และเพราะอุโมงค์นั้นอยู่ใกล้   เขาจึงบรรจุพระศพพระเยซูไว้ที่นั่น

For more see www.wdbydana.com/sermon.html

 
 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top