Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Sunday, March 12, 2017

 

posttribulation rapture

การรับขึ้นไปสวรรค์หลังกลียุค


What are the strengths and weaknesses of the posttribulation view of the Rapture? When will the Rapture occur in relation to the Tribulation?

อะไรคือจุดแข็งและจุดอ่อนของมุมมองเรื่องการรับขึ้นไปสวรรค์หลังกลียุค      การรับขึ้นไปสวรรค์จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่เมื่อพูดถึงมหากลียุค


Question: "What are the strengths and weaknesses of the posttribulation view of the Rapture?"
คำถาม: "อะไรคือจุดแข็งและจุดอ่อนของมุมมองเรื่องการรับขึ้นไปสวรรค์หลังกลียุค"

Answer: When considering any question involving eschatology (the study of end times), it is important to remember that almost all Christians agree on these three things: 
คำตอบ: เมื่อพิจารณาคำถามใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องโลกาวินาศ (การศึกษาเรื่องยุคสุดท้าย) นับว่าสำคัญที่ต้องจำไว้ว่า   คริสเตียนเกือบทุกคนเห็นด้วยกับสามข้อเหล่านี้:
1) There is coming a time of great tribulation such as the world has never seen,
1) จะเกิดมหากลียุคในอนาคตอย่างที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน

2) After the Tribulation, Christ will return to establish His kingdom on earth, 
2) หลังจากมหากลียุคพระคริสต์จะเสด็จมาสถาปนาราชอาณาจักรของพระองค์บนแผ่นดินโลก

3) There will be a Rapture—a “catching away” from mortality to immortality—for believers

3) จะมีการรับขึ้นไปสวรรค์--"การจับพาไป" จากความตายเป็นความอมตะ--สำหรับผู้เชื่อทั้งหลาย

John ยอห์น 14:1-3 1“Let not your hearts be troubled. Believe in God; believe also in Me.

1“อย่าให้ใจท่านทั้งหลายวิตกเลย   ท่านวางใจในพระเจ้า จงวางใจในเราด้วย

2In my Father's house are many rooms. If it were not so, would I have told you that I go to prepare a place for you?

2ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีที่อยู่เป็นอันมาก   ถ้าไม่มีเราคงได้บอกท่านแล้ว   เพราะเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านทั้งหลาย

3And if I go and prepare a place for you, I will come again and will take you to myself, that where I am you may be also.

3เมื่อเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว   เราจะกลับมาอีกรับท่านไปอยู่กับเรา   เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนท่านทั้งหลายจะได้อยู่ที่นั่นด้วย

1 Corinthians โครินธ์ 15:51-52 51Behold! I tell you a mystery. We shall not all sleep, but we shall all be changed,

51ดูก่อนท่านทั้งหลาย   ข้าพเจ้ามีความล้ำลึกที่จะบอกแก่ท่าน   คือว่าเราจะไม่ล่วงหลับหมดทุกคน   แต่เราจะถูกเปลี่ยนแปลงใหม่หมด

52in a moment, in the twinkling of an eye, at the last trumpet. For the trumpet will sound, and the dead will be raised imperishable, and we shall be changed.

52ในชั่วขณะเดียว   ในพริบตาเดียว   เมื่อเป่าแตรครั้งสุดท้าย   เพราะว่าจะมีเสียงแตร   และคนที่ตายแล้วจะเป็นขึ้นมาปราศจากเน่าเปื่อย   แล้วเราทั้งหลายจะถูกเปลี่ยนแปลงใหม่

1 Thessalonians เธสะโลนิกา 4:16-17 16For the Lord himself will descend from heaven with a cry of command, with the voice of an archangel, and with the sound of the trumpet of God. And the dead in Christ will rise first.

16ด้วยว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาจากสวรรค์ด้วยพระดำรัสสั่ง   ด้วยสำเนียงเรียกของเทพบดีและด้วยเสียงแตรของพระเจ้า   และคนทั้งปวงในพระคริสต์ที่ตายแล้วจะเป็นขึ้นมาก่อน

17Then we who are alive, who are left, will be caught up together with them in the clouds to meet the Lord in the air, and so we will always be with the Lord.

17หลังจากนั้นเราทั้งหลายซึ่งยังเป็นอยู่   จะถูกรับขึ้นไปในเมฆพร้อมกับคนเหล่านั้น   และจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในฟ้าอากาศ   อย่างนั้นแหละ   เราก็จะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์

The only question regards the timing of the Rapture: when will it occur in relation to the Tribulation and the Second Coming?
คำถามเดียวเกี่ยวกับกำหนดเวลารับขึ้นไปสวรรค์: มันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่เมื่อพูดถึงมหากลียุคและการเสด็จมาครั้งที่สอง
There are primarily three theories about the timing of the Rapture: the belief that the Rapture will occur before the Tribulation begins (pretribulation), the belief that the Rapture will occur at the midpoint of the Tribulation (midtribulation), and the belief that the Rapture will occur at the end of the Tribulation (posttribulation).

ทฤษฎีสำคัญสามแบบเกี่ยวกับกำหนดเวลารับขึ้นไปสวรรค์ : ความเชื่อที่ว่าการรับขึ้นไปสวรรค์จะเกิดขึ้นก่อนมหากลียุคเริ่มต้น(ก่อนกลียุค) ความเชื่อที่ว่าการรับขึ้นไปสวรรค์จะเกิดขึ้นตอนกลางมหากลียุค (กลางกลียุค) และ ความเชื่อที่ว่า การรับขึ้นไปสวรรค์จะเกิดขึ้นภายหลังมหากลียุค(หลังกลียุค)

This article deals specifically with the posttribulation view.
บทความนี้เกี่ยวข้องเป็นพิเศษกับมุมมองแบบหลังกลียุค
Posttribulation teaches that the Rapture occurs at the end, or near the end, of the Tribulation.

มุมมองแบบหลังกลียุคสอนว่า  การรับขึ้นไปสวรรค์เกิดขึ้นในตอนท้ายหรือใกล้ถึงวันสิ้นสุดของมหากลียุค

At that time, the church will meet Christ in the air and then return to earth for the commencement of Christ’s Kingdom on earth.

ในขณะที่คริสตจักรจะได้พบกับพระเยซูคริสต์ในอากาศ   และจากนั้นกลับมายังแผ่นดินเพื่อการเริ่มต้นแห่งราชอาณาจักรของพระคริสต์บนแผ่นดินโลก

In other words, the Rapture and Christ’s Second Coming (to set up His Kingdom) happen almost simultaneously.

อีกนัยหนึ่ง   การรับขึ้นไปสวรรค์และการเสด็จมาครั้งที่สองของพระคริสต์ (เพื่อตั้งราชอาณาจักรของพระองค์) เกิดขึ้นเกือบจะในเวลาเดียวกัน

According to this view, the church goes through the entire seven-year Tribulation. Roman Catholicism, Greek Orthodoxy, and many Protestant denominations espouse a posttribulation view of the Rapture.
ตามแบบมุมมองนี้   คริสตจักรจะผ่านพ้นมหากลียุคทั้งเจ็ดปี   โรมันคาทอลิก   กรีกออร์

โธดอกซ์  และนิกายโปรเตสแตนต์หลายลัทธิ  ยอมรับหลักของมุมมองการรับขึ้นไปสวรรค์หลังกลียุค

One strength of posttribulation is that Jesus, in His extended discourse on the end times, says He will return after a “great tribulation”

จุดแข็งอย่างหนึ่งของมุมมองแบบหลังกลียุคคือว่าพระเยซู   ในตอนที่พระองค์ทรงขยายความเรื่องวาระสุดท้าย   ตรัสว่าพระองค์จะเสด็จกลับมาหลังจาก "มหากลียุค"

Matthew มัทธิว 24:21, 29 21For then there will be great tribulation, such as has not been from the beginning of the world until now, no, and never will be.

21ด้วยว่าในคราวนั้นจะเกิดความทุกข์ลำบากใหญ่ยิ่ง   อย่างที่ไม่เคยมีตั้งแต่เริ่มโลกมาจนถึงทุกวันนี้   และในเบื้องหน้าจะไม่มีต่อไปอีก

29“Immediately after the tribulation of those days the sun will be darkened, and the moon will not give its light, and the stars will fall from heaven, and the powers of the heavens will be shaken.

29“แต่พอสิ้นความทุกข์ลำบากแห่งวันเหล่านั้นแล้ว   ดวงอาทิตย์จะมืดไป   และดวงจันทร์จะไม่ส่องแสง   ดวงดาวทั้งปวงจะตกจากฟ้า   และบรรดาสิ่งที่มีอำนาจในท้องฟ้าจะสะ

เทือนสะท้าน


Also, the book of Revelation, with all its various prophecies, mentions only one coming of the Lord—and that occurs after the Tribulation (Revelation 19-20).

นอกจากนี้  พระธรรมวิวรณ์  พร้อมทั้งคำพยากรณ์ต่าง ๆทั้งหมด   อ้างถึงการเสด็จมาครั้งที่สองของพระเจ้าเท่านั้น   และว่ามันเกิดขึ้นภายหลังมหากลียุค (วิวรณ์ 19-20)

Passages such as Revelation 13:7 and 20:9 also lend support to posttribulation in that there will obviously be saints in the Tribulation.

พระธรรมหลายตอนเช่น วิวรณ์ 13: 7 และ 20: 9 ยังสนับสนุนมุมมองแบบหลังกลียุคในแง่ที่ว่า  ปรากฏชัดว่าจะมีธรรมิกชนมากมายในมหากลียุค

Also, the resurrection of the dead in Revelation 20:5 is called “the first resurrection.”

นอกจากนี้การฟื้นคืนชีพของคนที่ตายไปในพระธรรมวิวรณ์ 20: 5  เรียกว่า "การฟื้นคืนชีพครั้งแรก"

Posttribulationists assert that, since this “first” resurrection takes place after the Tribulation, the resurrection associated with the Rapture in 1 Thessalonians 4:16 cannot occur until then.
ผู้ที่มีมุมมองแบบหลังกลียุคยืนยันว่า    เพราะการฟื้นคืนชีพ"ครั้งแรก" จะเกิดขึ้นหลังจากกลียุค   การฟื้นคืนชีพเกี่ยวข้องกับการรับขึ้นไปสวรรค์   ในพระธรรม 1 เธสะโลนิ 4:16 ไม่สามารถเกิดขึ้นจนกระทั่งถึงเวลานั้น
Posttribulationists also point out that, historically, God’s people have experienced times of intense persecution and trial.

ผู้ที่มีมุมมองแบบหลังกลียุคยังชี้ให้เห็นว่า   ตามประวัติศาสตร์ในอดีต    ประชากรของพระเจ้าได้ประสบการกดขี่ข่มเหงและการทดลองที่ร้ายแรง

Therefore, they say, it should not be surprising that the church also experiences the Great Tribulation of the end times.

ดังนั้น  พวกเขากล่าวว่ามันไม่ควรเป็นที่น่าแปลกใจ   ที่คริสตจักรจะเผชิญกับมหากลียุคในวาระสุดท้าย

In relation to this, the posttribulational view distinguishes “Satan’s wrath” (or “man’s wrath”) from “God’s wrath” in the book of Revelation.

เกี่ยวกับมุมมองนี้  มุมมองแบบหลังกลียุคแยกแยะความแตกต่างระหว่าง  "ความโกรธของซาตาน" (หรือ "ความโกรธของมนุษย์") จาก "พระพิโรธของพระเจ้า" ในพระธรรมวิวรณ์

Satan’s wrath is directed against the saints, and God allows it as a means of purifying His faithful.

ความโกรธของซาตานมุ่งทำลายธรรมิกชนทั้งหลาย  และพระเจ้าทรงยอมให้มันเป็นวิธี

การที่ชำระประชากรที่สัตย์ซื่อของพระองค์ให้บริสุทธิ์

On the other hand, God’s wrath is poured out on the Antichrist and his godless kingdom, and God will protect His people from that punishment.
อีกนัยหนึ่ง   พระเจ้าทรงลงพระอาชญาต่อปฏิปักษ์พระคริสต์และอาณาจักรที่ปราศจากพระองค์   และพระเจ้าจะทรงปกป้องประชากรของพระองค์พ้นจากการลงพระอาชญา
One weakness of posttribulation is the clear teaching of Scripture that those who are in Christ are not under condemnation and will never experience the wrath of God

จุดอ่อนอย่างหนึ่งในมุมมองแบบหลังกลียุค    คือคำสอนที่ชัดเจนในพระคัมภีร์ว่า    บรรดาผู้ที่อยู่ในพระคริสต์    จะไม่ถูกปรับโทษ   และจะไม่เผชิญกับพระอาชญาของพระเจ้า

Romans โรม 8:1 1There is therefore now no condemnation for those who are in Christ Jesus.

1เหตุฉะนั้นการลงโทษจึงไม่มีแก่คนทั้งหลาย   ที่อยู่ในพระเยซูคริสต์

While some judgments during the Tribulation specifically target the unsaved, many other judgments, such as the earthquakes, falling stars, and famines, will affect the saved and unsaved equally.

ในขณะที่การพิพากษาบางอย่างในมหากลียุคพุ่งเป้าเฉพาะไปที่ผู้ที่ไม่รอดนั้น  การลงโทษอื่น ๆ อีกมากมาย  เช่น  แผ่นดินไหว  ดาวตก  และการกันดารอาหาร  จะส่งผลต่อผู้ที่รอดและผู้ที่ไม่รอดอย่างเท่าเทียมกัน

Thus, if believers go through the Tribulation, they will experience the wrath of God, in contradiction of Romans 8:1.
ดังนั้น  หากผู้เชื่อทั้งหลายผ่านพ้นมหากลียุค   พวกเขาจะได้สัมผัสกับพระพิโรธของพระเจ้า   ซึ่งเป็นมุมมองที่ขัดแย้งกับพระธรรมโรม 8: 1
Another weakness of the posttribulation view is that it must, to some extent, allegorize the Tribulation.

จุดอ่อนอย่างหนึ่งในมุมมองแบบหลังกลียุคก็คือว่า   ถึงระดับหนึ่ง  มันต้องเปรียบเทียบมหากลียุค

Many posttribulationists teach that we are living in the Tribulation now; in fact, some say the Tribulation began immediately after Pentecost in Acts 2.

ผู้ที่มีมุมมองแบบหลังกลียุคมากมายสอนว่า  เรามีชีวิตอยู่ในมหากลียุคในขณะนี้   ในความเป็นจริง   บางคนบอกว่ามหากลียุคได้เริ่มต้นทันทีหลังจากวันเพนเทคอสในพระธรรมกิจการบทที่ 2

Such teaching ignores the singular nature of the Tribulation as presented in Scripture

คำสอนดังกล่าวะไม่สนใจเอกลักษณะของมหากลียุคตามที่อธิบายไว้ในพระคัมภีร์

Matthew มัทธิว 24:21 21For then there will be great tribulation, such as has not been from the beginning of the world until now, no, and never will be.

21ด้วยว่าในคราวนั้นจะเกิดความทุกข์ลำบากใหญ่ยิ่ง   อย่างที่ไม่เคยมีตั้งแต่เริ่มโลกมาจนถึงทุกวันนี้   และในเบื้องหน้าจะไม่มีต่อไปอีก

The Tribulation will be a time of distress unparalleled in the history of the world.

มหากลียุคจะเป็นเวลาแห่งความทุกข์ลำเค็ญที่หาอะไรมาเทียบไม่ได้ในประวัติศาสตร์โลก

Also, posttribulationists face a difficulty in explaining the absence of the word “church” in all biblical passages related to the Tribulation.

นอกจากนี้   บรรดาผู้ที่มีมุมมองแบบหลังกลียุค      เผชิญความยากลำบากในการอธิบายการหายไปของคำว่า "คริสตจักร" ในพระธรรมหลายตอนของคัมภีร์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับมหากลียุค

Even in Revelation 4–21, the lengthiest description of the Tribulation in all of Scripture, the word "church" never appears.

แม้แต่ในพระธรรมวิวรณ์ 4-21 คำอธิบายเรื่องมหากลียุคที่ยาวที่สุดในพระคัมภีร์ทั้งหมด  คำว่า "คริสตจักร" ไม่เคยปรากฏเลย

Posttribulationists must assume that the word “saints” in Revelation 4–21 means the church, although a different Greek word is used.
บรรดาผู้ที่มีมุมมองแบบหลังกลียุคต้องสันนิษฐานว่า  คำว่า "ธรรมิกชน" ในพระธรรมวิวรณ์ 4-21 หมายถึงคริสตจักร   แม้จะใช้คำภาษากรีกที่แตกต่างกัน

And a final weakness of the posttribulational view is shared by the other two theories: namely, the Bible does not give an explicit time line concerning future events.

และจุดอ่อนสุดท้ายของมุมมองแบบหลังกลียุคกล่าวโดยทฤษฎีอีกสองแบบ: นั่นคือ  พระคัมภีร์ไม่ได้ให้เส้นเวลาที่ชัดเจนเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอนาคต

Scripture does not expressly teach one view over another, and that is why we have diversity of opinion concerning the end times and some variety on how the related prophecies should be harmonized.

พระคัมภีร์ไม่สอนเด่นชัดมุมมองหนึ่งมากกว่าอีกมุมหนึ่ง   และนั่นคือเหตุผลที่เรามีความคิดเห็นหลากหลายเกี่ยวกับวาระสุดท้าย   และความหลากหลายบางอย่างว่าคำทำนายทั้งหลายที่สัมพันธ์กันควรจะผสมกลมกลืนกันอย่างไร


www.gotquestions.org/Radio

Posttribulation

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top