Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Saturday, April 5, 2014

 

Revelation 14 The 144,000, the Messages of the Three Angels, and the Sickles

วิวรณ์บทที่ 14  144,000 คน  ข่าวจากทูตสวรรค์สามองค์และเคียว

The 144,000

จำนวน 144,000 คน

1 Then I looked, and behold, on Mount Zion stood the Lamb, and with Him 144,000 who had His name and His Father's name written on their foreheads.

1 ข้าพเจ้าได้แลเห็น   และ   ดูเถิด   พระเมษโปดกทรงยืนอยู่ที่ภูเขาศิโยน   และผู้ที่อยู่กับพระองค์มีจำนวนแสนสี่หมื่นสี่พันคน   ซึ่งเป็นผู้ที่มีพระนามของพระองค์   และพระนามของพระบิดาของพระองค์เขียนไว้ที่หน้าผากของเขา

2 And I heard a voice from heaven like the roar of many waters and like the sound of loud thunder. The voice I heard was like the sound of harpists playing on their harps,

2 และข้าพเจ้าได้ยินเสียงดังจากสวรรค์   ดุจเสียงน้ำมากหลาย   และดุจเสียงฟ้าร้องสนั่น   เสียงที่ข้าพเจ้าได้ยินนั้น   เหมือนเสียงพวกดีดพิณกำลังเล่นพิณอยู่

3 and they were singing a new song before the throne and before the four living creatures and before the elders. No one could learn that song except the 144,000 who had been redeemed from the earth.

3 คนเหล่านั้นร้องเพลงบทใหม่   หน้าพระที่นั่งหน้าสัตว์ทั้งสี่นั้นและหน้าพวกผู้อาวุโส   ไม่มีใครสามารถร้องเพลงบทนั้นได้   นอกจากคนแสนสี่หมื่นสี่พันคนนั้น   ที่ได้ทรงไถ่ไว้แล้วจากแผ่นดินโลก

4 It is these who have not defiled themselves with women, for they are virgins. It is these who follow the Lamb wherever he goes. These have been redeemed from mankind as first fruits for God and the Lamb,

4 คนเหล่านี้เป็นคนที่มิได้มีมลทินกับผู้หญิง   เพราะว่าเขาเป็นพวกพรหมจารี   พระเมษโปดกเสด็จไปที่ใด   คนเหล่านี้ก็ตามเสด็จไปด้วย   พวกเขาเป็นผู้ที่ทรงไถ่จากมวลมนุษย์   เพื่อเป็นผลแรกถวายแด่พระเจ้าและแด่พระเมษโปดก

5 and in their mouth no lie was found, for they are blameless.

5 ปากเขาไม่กล่าวคำมุสาเลย   เพราะเขาไม่ด่างพร้อยเลย


We first met these 144,000 when they were chosen in chapter 7.

เราพบจำนวนคน 144,000 คนครั้งแรก เมื่อพวกเขาได้รับการคัดเลือกในบทที่ 7

4 And I heard the number of the sealed, 144,000, sealed from every tribe of the sons of Israel:

4 และข้าพเจ้าได้ยินจำนวนของผู้ที่ได้การประทับตรา   คือผู้ที่มาจากทุกเผ่าในพวกอิสราเอลได้แสนสี่หมื่นสี่พันคน

5 12,000 from the tribe of Judah were sealed, 12,000 from the tribe of Reuben, 12,000 from the tribe of Gad,

5 ผู้ที่มาจากเผ่ายูดาห์ได้หมื่นสองพันคน   ผู้ที่มาจากเผ่ารูเบนหมื่นสองพันคน   ผู้ที่มาจากเผ่ากาดหมื่นสองพันคน

6 12,000 from the tribe of Asher, 12,000 from the tribe of Naphtali, 12,000 from the tribe of Manasseh,

6 ผู้ที่มาจากเผ่าอาเชอร์หมื่นสองพันคน   ผู้ที่มาจากเผ่านัฟทาลีหมื่นสองพันคน   ผู้ที่มาจากเผ่ามนัสเสห์หมื่นสองพันคน

7 12,000 from the tribe of Simeon, 12,000 from the tribe of Levi, 12,000 from the tribe of Issachar,

7 ผู้ที่มาจากเผ่าสิเมโอนหมื่นสองพันคน   ผู้ที่มาจากเผ่าเลวีหมื่นสองพันคน   ผู้ที่มาจากเผ่าอิสสาคาร์หมื่นสองพันคน

8 12,000 from the tribe of Zebulun, 12,000 from the tribe of Joseph,

12,000 from the tribe of Benjamin were sealed.

8 ผู้ที่มาจากเผ่าเศบูลุนหมื่นสองพันคน   ผู้ที่มาจากพงศ์พันธุ์โยเซฟหมื่นสองพันคน   ผู้ที่มาจากเผ่าเบนยามินหมื่นสองพันคน

“Then I heard the number of those who were sealed: 144,000 from all the tribes of Israel” (Revelation 7:4), nothing in the passage leads to interpreting the 144,000 as anything but a literal number of Jews—12,000 taken from every tribe of the “sons of Israel.”

"แล้วข้าพเจ้าได้ยินว่าจำนวนผู้รับการประทับตราคือ 144,000 คน จากชนทุกเผ่าของอิสราเอล" (วิวรณ์ 7:4 ) เนื้อหาพระคัมภีร์ไม่มีอะไรที่นำไปสู่ การตีความจำนวน 144,000 เป็นอะไรได้นอกจากจำนวนแท้จริงของชาวยิว – คน12,000 คน ได้นำมาจากชนทุกเผ่าของ "บุตรชายแห่งอิสราเอล"

The New Testament offers no clear cut text replacing Israel with the church.
พันธสัญญาใหม่ ไม่แสดงเนื้อหาที่ชัดเจนในการใช้คริสตจักรแทนที่คนอิสราเอล
These Jews are “sealed,” which means they have the special protection of God from all of the divine judgments and from the Antichrist to perform their mission during the tribulation period.

ชาวยิวเหล่านี้ " ได้รับการประทับตรา  " ซึ่งหมายความว่าพระเจ้าได้ทรงปกป้องพวกเขาเป็นพิเศษให้พ้นจากการพิพากษาของสวรรค์  และจากปฏิปักษ์พระคริสต์ที่ได้ทำพันธกิจในยุคแห่งความทุกข์ลำเค็ญ

The 144,000 Jews are a sort of “first fruits” (Revelation 14:4) of a redeemed Israel which has been previously prophesied.

ชาวยิว 144,000 คน เป็นแบบที่เรียกว่า "ผลแรก" (วิวรณ์ 14:4) ของอิสราเอลที่ทรงไถ่ไว้ตามที่ได้ทำนายไว้ก่อนหน้านี้

Zechariah 12:1010 So the man who was standing among the myrtle trees answered, ‘These are they whom the LORD has sent to patrol the earth.’

เศคาริยาห์ 12:1010 10 เหตุฉะนั้นชายที่ยืนอยู่ท่ามกลางต้นน้ำมันเขียวจึงบอกว่า   'เหล่านี้คือผู้ที่พระเจ้าทรงใช้ให้ไปเที่ยวตรวจตราโลก'

Romans โรม 11:25-27 25 Lest you be wise in your own conceits, I want you to understand this mystery, brothers: a partial hardening has come upon Israel, until the fullness of the Gentiles has come in.

25 พี่น้องทั้งหลาย   ข้าพเจ้าเกรงว่าท่านจะอวดรู้   จึงอยากให้ท่านเข้าใจข้อความอันล้ำลึกนี้   คือเรื่องที่บางคนในพวกอิสราเอลมีใจแข็งกระด้างไป   จนทำให้พวกต่างชาติได้เข้ามาครบจำนวน

26 And in this way all Israel will be saved, as it is written, “The Deliverer will come from Zion, He will banish ungodliness from Jacob”;

26 และเมื่อเป็นดังนั้น   พวกอิสราเอลทั้งปวงก็จะได้รับความรอด   ตามที่มีคำเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า    พระผู้ช่วยให้รอดจะเสด็จมาจากเมืองศิโยน   และจะทรงกำจัดอธรรมให้สูญสิ้นไปจากยาโคบ  

27 “and this will be My covenant with them when I take away their sins.”

27 และนี่แหละจะเป็นพันธสัญญาของข้าพระองค์กับเขาทั้งหลาย  เมื่อข้าพระองค์ยกโทษบาปของเขา  

Their mission is to evangelize the post-rapture world and proclaim the gospel during the period.

พันธกิจของพวกเขา คือประกาศเรื่องโลกหลังการถูกรับขึ้นไปสวรรค์  และประกาศพระกิตติคุณในยุคแห่งความทุกข์ลำเค็ญ

As a result of their ministry, millions—“a great multitude that no one could count, from every nation, tribe, people and language” (Revelation 7:9)—will come to faith in Christ.
ผลจากการรับใช้พันธกิจของพวกเขา   คนนับล้าน---- " ผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนจากทุกชาติ ทุกเผ่า ทุกหมู่ชน และทุกภาษา " ( วิวรณ์ 7:9 )  จะมารับเชื่อในพระเยซูคริสต์
According to Revelation 20:4 there will be people ruling in the millennium with Christ.

ตามที่บันทึกใน วิวรณ์ 20:4 ผู้คนทั้งหลายจะปกครองในสหัสวรรษร่วมกับพระคริสต์

These people will be comprised of the church (believers in Jesus Christ), Old Testament saints (believers who died before Christ’s first advent), and tribulation saints (those who accept Christ during the tribulation).

คนเหล่านี้ จะประกอบด้วย คริสตจักร( ผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์ ) , ผู้ชอบธรรมในพันธสัญญาเดิม ( ผู้เชื่อที่เสียชีวิตก่อนกำเนิดของพระคริสต์ ) และผู้ชอบธรรมในยุคแห่งความทุกข์ลำเค็ญ (คนที่ ต้อนรับพระคริสต์ในระหว่างยุคแห่งความทุกข์ลำเค็ญ)

At that time, God will dwell with us in the New Jerusalem.

ในเวลานั้น พระเจ้าจะทรงประทับอยู่กับพวกเรา ในกรุงเยรูซาเล็มใหม่

He will be our God and we will be His people.

พระองค์จะทรงเป็นพระเจ้าของเรา  และเราจะเป็นประชากรของพระองค์

Revelation วิวรณ์ 21:3 3 And I heard a loud voice from the throne saying, “Behold, the dwelling place of God is with man. He will dwell with them, and they will be his people, and God himself will be with them as their God.

3 ข้าพเจ้าได้ยินเสียงดังมาจากพระที่นั่งว่า   “ดูเถิด  พลับพลาของพระเจ้าอยู่กับมนุษย์แล้ว   พระองค์จะทรงสถิตกับเขา   เขาจะเป็นชนชาติของพระองค์   และพระเจ้าเองจะประทับอยู่กับเขา

The inheritance promised to us in Christ and sealed by the Holy Spirit will become ours, and we will all be co-heirs with Christ.1

มรดกที่พระเจ้าทรงสัญญาจะประทานแก่เราจะถูกประทับตราโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ จะกลายเป็นของเรา   และเรา ทุกคนจะเป็นทายาทร่วมกันกับพระคริสต์2

Ephesians เอเฟซัส 1:13-14 13 In Him you also, when you heard the word of truth, the gospel of your salvation, and believed in Him, were sealed with the promised Holy Spirit,

13 ในพระองค์นั้น   ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน   เมื่อท่านได้ฟังสัจวาทะ   คือข่าวประเสริฐเรื่องความรอดของท่าน   และได้วางใจในพระองค์   ได้รับการผนึกตราไว้ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์แห่งพระสัญญา

14 who is the guarantee of our inheritance until we acquire possession of it, to the praise of His glory.

14 เป็นมัดจำของการรับมรดกของเรา   จนกว่าเราจะได้รับเป็นกรรมสิทธิ์   เป็นที่ถวายสรรเสริญแด่พระสิริของพระองค์

Romans โรม 8:17 17 and if children, then heirs—heirs of God and fellow heirs with Christ, provided we suffer with him in order that we may also be glorified with him.

17 และถ้าเราทั้งหลายเป็นบุตรแล้ว   เราก็เป็นทายาท   คือเป็นทายาทของพระเจ้า   และเป็นทายาทร่วมกับพระคริสต์   เมื่อเราทั้งหลายทนทุกข์ทรมานด้วยกันกับพระองค์นั้น   ก็เพื่อเราทั้งหลายจะได้ศักดิ์ศรีด้วยกันกับพระองค์ด้วย  

144,000 are there in Heaven and they are singing an exclusive song.

ในสวรรค์มีคน144,000คน และพวกเขากำลังร้องเพลงสุดแสนพิเศษ

They have an exclusive relationship with the Lord.

พวกเขามีความใกล้ชิดเป็นพิเศษสุดกับพระเจ้า

They were sealed and they were preserved during a portion of the great tribulation period.

พวกเขาถูกประทับตราไว้และพวกเขาจะถูกดูแลรักษาไว้ในช่วงเวลาหนึ่งของยุคแห่งความทุกข์ยากลำเค็ญ


And so they have that special relationship with God and they can sing of that special relationship.

และดังนั้นพวกเขามีความใกล้ชิดเป็นพิเศษกับพระเจ้า  และพวกเขาสามารถร้องเพลงของการติดสนิทพิเศษนั้น

So, these one hundred and forty-four thousand are not the bride of Christ.

ดังนั้นเหล่าคน 144000 คน ไม่ใช่เจ้าสาวของพระคริสต์

The church is the bride of Christ quite obviously in chapter nineteen.

คริสตจักรเป็นเจ้าสาวของพระคริสต์ค่อนข้างแน่ชัดในบทที่สิบเก้า

But these are virgins, which do follow the procession.

แต่คนเหล่านี้เป็นหญิงพรหมจารีซึ่งเข้าร่วมขบวนแห่

They follow the Lamb being the first fruits unto God and unto the Lamb out of the Great Tribulation period.3

พวกเขาติดตามพระเมษโปดกเป็นผลแรกถวายแด่พระเจ้า  และพระเมษโปดกจากช่วงเวลามหากลียุค

The Messages of the Three Angels

ข่าวจากทูตสวรรค์สามองค์

6 Then I saw another angel flying directly overhead, with an eternal gospel to proclaim to those who dwell on earth, to every nation and tribe and language and people.

6 แล้วข้าพเจ้าได้เห็นทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งเหาะไปในท้องฟ้า   เพื่อประกาศข่าวประเสริฐอันเป็นอมตะแก่ชนชาวโลกทั้งปวง   ทุกเผ่าพันธุ์   ทุกชาติ   ทุกภาษา

He has the everlasting gospel to preach to those that dwell upon the earth, to every nation, kindred, tongue and people. 

ทูตสวรรค์มีพระกิตติคุณนิรันดร์ที่จะเทศนาแก่ผู้ที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินโลก  แก่ทุกชาติ  ทุกตระกูล, ทุกภาษาและผู้คนทั้งหลาย

This is our task now as Christians.  Jesus gave the command to His disciples and to us.  

นี้เป็นงานของเราตอนนี้ในฐานะเป็นคริสเตียน ที่พระเยซูได้ทรงบัญชาเหล่าสาวกของพระองค์และพวกเรา

Mark มาระโก 16:15-16 15 And He said to them, “Go into all the world and proclaim the gospel to the whole creation.

15 ฝ่ายพระองค์จึงตรัสสั่งพวกสาวกว่า   “เจ้าทั้งหลายจงออกไปทั่วโลก   ประกาศข่าวประเสริฐแก่มนุษย์ทุกคน

16 Whoever believes and is baptized will be saved, but whoever does not believe will be condemned.

16 ผู้ใดเชื่อและรับบัพติศมาแล้วผู้นั้นจะรอด   แต่ผู้ใดไม่เชื่อจะต้องปรับโทษ

God is giving yet another opportunity for people to hear the Gospel and be saved through the message of this angel even during the tribulation.

พระเจ้ายังทรงประทานโอกาสให้คนทั้งปวงได้ยินข่าวประเสริฐ และได้รับความรอดผ่านทางข่าวจากทูตสวรรค์องค์นี้แม้ในช่วงมหาภัยพิบัติ

What did Jesus say would have to happen before the end could come?

พระเยซูตรัสว่าจะเกิดอะไรขึ้นก่อนที่จะสิ้นยุค

Matthew มัทธิว 24:8-14 5 For many will come in my name, saying, ‘I am the Christ,’ and they will lead many astray.

5 ด้วยว่าจะมีหลายคนมา   ต่างอ้างนามของเราว่าตัวเขาเป็นพระคริสต์   เขาจะให้คนเป็นอันมากหลงไป

6 And you will hear of wars and rumors of wars. See that you are not alarmed, for this must take place, but the end is not yet.

6 ท่านทั้งหลายจะได้ยินเสียงสงคราม   และข่าวลือเรื่องสงคราม   คอยระวังอย่าตื่นตระหนกเลย   ด้วยว่าบรรดาสิ่งเหล่านี้จำต้องบังเกิดขึ้น   แต่ที่สุดปลายยุคยังไม่มาถึง

7 For nation will rise against nation, and kingdom against kingdom, and there will be famines and earthquakes in various places.

7 เพราะ   ประชาชาติต่อประชาชาติ   ราชอาณาจักรต่อราชอาณาจักรจะต่อสู้กัน     ทั้งจะเกิดกันดารอาหารและแผ่นดินไหวในที่ต่างๆ

8 All these are but the beginning of the birth pains.

8 เหตุการณ์ทั้งปวงนี้เป็นขั้นแรกแห่งความทุกข์ลำบาก   ซึ่งต้องมีมาก่อนกำเนิดยุคใหม่  

9 “Then they will deliver you up to tribulation and put you to death, and you will be hated by all nations for my name's sake.

9 “ในเวลานั้นเขาจะอายัดท่านทั้งหลายไว้   ให้ทนทุกข์ลำบากและฆ่าท่านเสีย   และประชาชาติต่างๆจะเกลียดชังพวกท่าน   เพราะความจงรักภักดีของท่านที่มีต่อเรา

10 And then many will fall away and betray one another and hate one another.

10 คราวนั้นคนเป็นอันมากจะถดถอยไป   และอายัดกันและกัน   ทั้งจะเกลียดชังซึ่งกันและกันด้วย

11 And many false prophets will arise and lead many astray.

11 ผู้เผยพระวจนะปลอมหลายคนจะเกิดมีขึ้น   และล่อลวงคนเป็นอันมากให้หลงไป

12 And because lawlessness will be increased, the love of many will grow cold.

12 ความรักของคนส่วนมากจะเยือกเย็นลง   เพราะความอธรรมแผ่กว้างออกไป

13 But the one who endures to the end will be saved.

13 แต่ผู้ใดทนได้จนถึงที่สุดผู้นั้นจะรอด

14 And this gospel of the kingdom will be proclaimed throughout the whole world as a testimony to all nations, and then the end will come. 

14 ข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า   จะได้ประกาศไปทั่วโลก   ให้เป็นคำพยานแก่บรรดาประชาชาติ   แล้วที่สุดปลายจะมาถึง

So interestingly, Jesus was talking about this same period of time, the last period of time during the Great Tribulation.

น่าสนใจมาก  พระเยซูทรงตรัสถึงช่วงเวลาเดียวกันนี้  เวลายุคสุดท้าย ในช่วงเวลามหากลียุค

It is all in context with the Great Tribulation. And the gospel shall be preached as a witness to all nations.

เป็นบริบทเกี่ยวกับมหากลียุค  และข่าวประเสริฐจะประกาศเป็นพยานแก่บรรดาประชาชาติทั้งหมด

Now, the church has taken that as a challenge and we’ve said that Jesus can't come again until we have preached the gospel to every nation.

ตอนนี้ คริสตจักรถือเป็นการท้าทายอย่างหนึ่ง  และเราได้กล่าวว่าพระเยซูจะไม่เสด็จกลับมาอีกครั้ง  จนกว่าเราจะได้ประกาศข่าวประเสริฐแก่ชนทุกชาติ



But yet here is another opportunity for people to again hear the gospel.  "and the gospel shall be preached as a witness to all nations" is a reference to this angel that flies through the midst of heaven declaring the everlasting gospel to all the nations, and people.4

แต่กระนั้น ที่นี่ยังเป็นโอกาสสำหรับคนที่จะมาฟังพระกิตติคุณอีก "และพระกิตติคุณจะประกาศเป็นพยานแก่บรรดาประชาชาติ"  คือการกล่าวถึงทูตสวรรค์ที่บินอยู่ในท้องฟ้าประกาศพระกิตติคุณนิรันดร์แก่บรรดาประชาชาตินี้และผู้คน ด้วยน้ำท่วม   จนกระทั่งที่สุดจะมีสงคราม  มีความวิบัติกำหนดไว้

Revelation14a

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top