Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Sunday, January 5, 2014

 

I hold to the view of the eternal security of the believer. 

ฉันยึดถือมุมมองของความปลอดภัยนิรันดร์ของผู้เชื่อ

In other words, once you are saved, you cannot lose that salvation.  How do explain those who see to fall away? 

ในอีกนัยหนึ่ง   ทันทีที่คุณรับความรอดแล้ว  คุณไม่สามารถสูญเสียความรอดได้  ทำอย่างไรจะอธิบายคนที่ดูว่ากำลังตีตัวออกห่างไป

This verse tells us, they were not really with us in the beginning or they would have continued with us.

พระคำข้อนี้บอกเราว่า   พวกเขาจริงๆไม่ได้อยู่กับเราในตอนต้น   หรือที่พวกเขาควรจะได้อยู่กับเราต่อไป

When people come to know Christ as their Savior, they are brought into a relationship with God that guarantees their salvation as eternally secure. Numerous passages of Scripture declare this fact.

เมื่อมีคนมารู้จักพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเขา     พวกเขาจะถูกนำเข้ามาในติดสนิทกับพระเจ้า    ผู้ทรงรับรองความรอดปลอดภัยนิรันดร์ได้  พระคัมภีร์มากมายหลายตอนประกาศความจริงข้อนี้

Romans โรม 8:30 30 And those whom He predestined He also called, and those whom He called He also justified, and those whom He justified he also glorified.

30 และบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ทรงตั้งไว้นั้น   พระองค์ได้ทรงเรียกมาด้วย   และผู้ที่พระองค์ได้ทรงเรียกมานั้น   พระองค์ทรงโปรดให้เป็นผู้ชอบธรรม   และผู้ที่พระองค์ทรงโปรดให้เป็นผู้ชอบธรรม   พระองค์ก็ทรงโปรดให้มีศักดิ์ศรีด้วย  

This verse tells us that from the moment God chooses us, it is as if we are glorified in His presence in heaven.

ข้อนี้บอกเราว่าจากวินาทีที่พระเจ้าทรงเลือกเรา     มันราวกับว่าเราได้รับสง่าราศีต่อพระพักตร์พระองค์ในสวรรค์

There is nothing that can prevent a believer from one day being glorified because God has already purposed it in heaven.

ไม่มีอะไรที่สามารถกีดกันผู้เชื่อจากวันหนึ่งที่เขาได้รับสง่าราศีเพราะพระเจ้าได้ทรงประสงค์เช่นนั้นในสวรรค์

Once a person is justified, his salvation is guaranteed - he is as secure as if he is already glorified in heaven.

เมื่อคนถูกนับว่าชอบธรรมแล้ว    เขาได้รับการรับรองความรอด– เขารอดปลอดภัยราวกับว่าเขาได้รับสง่าราศีอยู่แล้วในสวรรค์

Paul asks two crucial questions:

เปาโลตั้งคำถามสองข้อที่สำคัญคือ

Romans 8:33-34 " 33 Who shall bring any charge against God's elect? It is God who justifies. _

33 ใครจะฟ้องคนเหล่านั้นที่พระเจ้าได้ทรงเลือกไว้   พระเจ้าทรงโปรดให้พ้นโทษแล้ว

34 Who is to condemn? Christ Jesus is the one who died—more than that, who was raised—who is at the right hand of God, who indeed is interceding for us.

34 ใครเล่าจะเป็นผู้ปรับโทษอีก   พระเยซูคริสต์น่ะหรือ   ผู้ทรงสิ้นพระชนม์แล้ว   และยิ่งกว่านั้นอีกได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตาย   ทรงสถิต ณ เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า   และทรงอธิษฐานขอเพื่อเราทั้งหลายด้วย

Who will bring a charge against God's elect? No one will, because Christ is our advocate.

ใครจะเป็นผู้ฟ้องเราต่อพระเจ้าผู้ได้ทรงเลือก    ไม่มีใคร  เพราะพระเยซูคริสต์ทรงเป็นทนายแก้ต่างแทนเรา

Who will condemn us? No one will, because Christ, the One who died for us, is the one who condemns. We have both the advocate and judge as our Savior.

ใครจะประณามเรา   ไม่มีใคร   เพราะพระคริสต์ผู้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเราหนึ่งในผู้ปรับโทษ  เรามีทั้งทนายผู้แก้ต่างแทนเราและผู้พิพากษาเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา

Believers are born again (regenerated) when they believe

ผู้ เชื่อจะเกิดใหม่อีกครั้ง (สร้างขึ้นใหม่) เมื่อพวกเขาเชื่อ

John ยอห์น 3:3 3 Jesus answered him, “Truly, truly, I say to you, unless one is born again he cannot see the kingdom of God.”

3 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า   “เราบอกความจริงแก่ท่านว่า   ถ้าผู้ใดไม่ได้บังเกิดใหม่   ผู้นั้นจะเห็นแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้”

Titus ทิตัส 3:5 5 He saved us, not because of works done by us in righteousness, but according to his own mercy, by the washing of regeneration and renewal of the Holy Spirit,

5 พระองค์ได้ทรงช่วยเราให้รอด   มิใช่ด้วยการกระทำที่ชอบธรรมของเราเอง   แต่พระองค์ทรงพระกรุณาชำระให้เรามีใจบังเกิดใหม่   และทรงสร้างเราขึ้นมาใหม่   โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์

For a Christian to lose his salvation, he would have to be un-regenerated. The Bible gives no evidence that the new birth can be taken away.

สำหรับคริสเตียน  การที่จะสูญเสียความรอดไป   เขาจะต้องถูกยกเลิกการสร้างขึ้นใหม่   พระคัมภีร์ให้หลักฐานว่าการเกิดใหม่สามารถถูกนำพาออกไป

The Holy Spirit indwells all believers.

พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตอยู่กับผู้เชื่อทุกคน

John ยอห์น 14:17 17 even the Spirit of truth, whom the world cannot receive, because it neither sees him nor knows him. You know him, for he dwells with you and will be in you.

17 คือพระวิญญาณแห่งความจริง   ซึ่งโลกรับไว้ไม่ได้   เพราะแลไม่เห็นและไม่รู้จักพระองค์   ท่านทั้งหลายรู้จักพระองค์   เพราะพระองค์ทรงสถิตอยู่กับท่าน   และจะประทับอยู่ในท่าน  

Romans 8:9 9 You, however, are not in the flesh but in the Spirit, if in fact the Spirit of God dwells in you. Anyone who does not have the Spirit of Christ does not belong to him.

9 ถ้าพระวิญญาณของพระเจ้าทรงสถิตอยู่ในท่านทั้งหลายจริงๆแล้ว   ท่านก็มิได้อยู่ใต้เนื้อหนัง   แต่อยู่ใต้พระวิญญาณ   ผู้ใดไม่มีพระวิญญาณของพระคริสต์   ผู้นั้นก็ไม่เป็นของพระองค์

The Holy Spirit baptizes all believers into the Body of Christ

พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงให้บัพติสมาแก่ผู้เชื่อทุกคนเข้าไปอยู่ในพระกายของพระคริสต์

1 Corinthians 1โครินธ์12:13 13 For in one Spirit we were all baptized into one body—Jews or Greeks, slaves or free—and all were made to drink of one Spirit.

13 เพราะว่าถึงเราจะเป็นพวกยิว   หรือพวกกรีก   เป็นทาสหรือมิใช่ทาสก็ตาม  เราทั้งหลายได้รับบัพติสมาโดยพระวิญญาณองค์เดียวเข้าเป็นกายเดียวกัน และพระวิญญาณองค์เดียวนั้นซาบซ่านอยู่  

For a believer to become unsaved, he would have to be "un-indwelt" and detached from the Body of Christ.

สำหรับผู้เชื่อที่จะกลายเป็นไม่ได้รับความรอด    เขาจะต้อง "ไม่ได้เข้าอยู่ใน"และถูกถอดออกจากพระกายของพระคริสต์

John ยอห์น 3:1515 that whoever believes in Him may have eternal life.

15 เพื่อทุกคนที่วางใจในพระองค์จะได้ชีวิตนิรันดร์”  

The verse states that whoever believes in Jesus Christ will "have eternal life." If you believe in Christ today and have eternal life, but lose it tomorrow, then it was never "eternal" at all.

ข้อพระคัมภีร์ที่กล่าวว่าใครก็ตามที่เชื่อในพระเยซูคริสต์จะ "มีชีวิตนิรันดร์"   หากคุณเชื่อในพระเยซูคริสต์ในวันนี้และมีชีวิตนิรันดร์  แต่สูญเสียมันไปวันพรุ่งนี้แล้ว  มันก็ไม่เป็น "นิรันดร์" เลย

So then if you lose your salvation, the promises of eternal life in the Bible would be in error.

ดังนั้นแล้วถ้าคุณสูญเสียความรอด  พระสัญญาเรื่องชีวิตนิรันดร์ในพระคัมภีร์จะเป็นข้อผิดพลาด

For the most conclusive argument

สำหรับข้อสรุปที่โต้แย้งกันมากที่สุด

Romans โรม 8:38-39 38 For I am sure that neither death nor life, nor angels nor rulers, nor things present nor things to come, nor powers,

38 เพราะข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า   แม้ความตาย   หรือชีวิต   หรือบรรดาทูตสวรรค์   หรือเทพเจ้า   หรือสิ่งซึ่งมีอยู่ในปัจจุบันนี้   หรือสิ่งซึ่งจะมีในภายหน้า   หรือฤทธิ์เดชทั้งหลาย

39 nor height nor depth, nor anything else in all creation, will be able to separate us from the love of God in Christ Jesus our Lord. _

39 หรือซึ่งสูง   หรือซึ่งลึก   หรือสิ่งใดๆอื่นที่ได้ทรงสร้างแล้วนั้น   จะไม่สามารถกระทำให้เราทั้งหลายขาดจากความรักของพระเจ้า   ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้

Remember the same God who saved you is the same God who will keep you. Once we are saved we are always saved. Our salvation is most definitely eternally secure!2

โปรดจำไว้ว่าพระเจ้าองค์เดียวกันที่ทรงช่วยให้รอด    เป็นพระเจ้าองค์เดียวกันที่จะทรงรักษาคุณไว้  ทันทีที่เรารอดแล้วเราจะรอดเสมอไป   ความรอดของเราปลอดภัยนิรันดร์แน่นอนที่สุด

1 John 1 ยอห์น 2:20 20 But you have been anointed by the Holy One, and you all have knowledge.

20 และท่านทั้งหลายได้รับการทรงเจิมจากพระองค์ผู้บริสุทธิ์แล้ว   และท่านทุกคนก็มีความรู้

21 I write to you, not because you do not know the truth, but because you know it, and because no lie is of the truth.

21 ข้าพเจ้าเขียนจดหมายถึงท่านทั้งหลาย   มิใช่เพราะท่านไม่รู้สัจจะ   แต่เพราะท่านทั้งหลายรู้แล้ว   และรู้ว่าคำมุสามิใช่มาจากสัจจะ

22 Who is the liar but he who denies that Jesus is the Christ? This is the antichrist, he who denies the Father and the Son.

22 ใครเล่าเป็นผู้ที่พูดมุสา   ไม่ใช่ใครอื่น   แต่เป็นผู้ที่ปฏิเสธว่าพระเยซูมิใช่พระคริสต์   ผู้ใดที่ปฏิเสธพระบิดาและพระบุตร   ผู้นั้นแหละเป็นปฏิปักษ์ของพระคริสต์

Anyone who opposes and denies Jesus can be called an antichrist.

ใครก็ตามที่ต่อต้านและปฏิเสธพระเยซูสามารถเรียกว่าปฏิปักษ์พระคริสต์

But there is one Antichrist who will claim he is God and have great popularity and authority during the last half of the seven years of Great Tribulation. 

แต่มีปฏิปักษ์พระคริสต์คนหนึ่งที่อวดอ้างว่ามันคือพระคริสต์  และได้รับความนิยมชมชอบมาก และมีสิทธิอำนาจ ในช่วงครึ่งหลังของปีที่เจ็ดแห่งความทุกข์เวทนาครั้งใหญ่

แต่มีหนึ่งมารที่จะอ้างว่าเขาเป็นพระเจ้าและมีความนิยมอย่างมากและผู้มีอำนาจในช่วงครึ่งหลังของปีที่เจ็ดของมหากลียุคคือ

23 No one who denies the Son has the Father. Whoever confesses the Son has the Father also.

23 ผู้ใดที่ปฏิเสธพระบุตร   ผู้นั้นก็ไม่มีพระบิดา   ผู้ใดที่รับพระบุตร   ผู้นั้นก็มีพระบิดาด้วย

24 Let what you heard from the beginning abide in you. If what you heard from the beginning abides in you, then you too will abide in the Son and in the Father.

24 ฝ่ายท่านทั้งหลาย   จงให้ข้อความที่ท่านได้ยินมาตั้งแต่ต้นนั้นดำรงอยู่กับท่านเถิด   ถ้าข้อความที่ท่านได้ยินตั้งแต่ต้นนั้นดำรงอยู่กับท่าน   ท่านก็ตั้งมั่นคงอยู่ในพระบุตรและในพระบิดาด้วย

25 And this is the promise that he made to us—eternal life.

25 นี่แหละเป็นพระสัญญาซึ่งพระองค์ได้ทรงสัญญาไว้แก่เรา   คือโปรดให้มีชีวิตนิรันดร์   

26 I write these things to you about those who are trying to deceive you.                      

26 ข้าพเจ้าได้เขียนข้อความนี้ถึงท่าน   กล่าวถึงคนเหล่านั้นที่หลอกลวงท่าน

27 But the anointing that you received from Him abides in you, and you have no need that anyone should teach you. But as His anointing teaches you about everything—and is true and is no lie, just as it has taught you—abide in Him. 

27 และฝ่ายท่านทั้งหลาย   การเจิมซึ่งท่านทั้งหลายได้รับจากพระองค์นั้นดำรงอยู่กับท่าน   และไม่จำเป็นต้องมีใครสอนท่านทั้งหลาย   เพราะว่าการเจิมนั้นได้สอนท่านให้รู้ทุกสิ่ง   และเป็นความจริง   และไม่ใช่ความเท็จ   การเจิมนั้นสอนท่านทั้งหลายแล้วอย่างใด   ท่านจงตั้งมั่นคงอยู่กับพระองค์อย่างนั้น  

28 And now, little children, abide in Him, so that when He appears we may have confidence and not shrink from Him in shame at His coming.

28 และบัดนี้ลูกทั้งหลายเอ๋ย   จงอยู่ในพระองค์   เพื่อว่าเมื่อพระองค์ทรงปรากฏ   เราทั้งหลายจะได้มีใจกล้า   และไม่หลบพระพักตร์พระองค์ด้วยความละอาย   เมื่อพระองค์เสด็จมา

29 If you know that He is righteous, you may be sure that everyone who practices righteousness has been born of Him.

29 ถ้าท่านทั้งหลายรู้ว่าพระองค์เที่ยงธรรม   ท่านก็รู้ว่าทุกคนที่ประพฤติตามความเที่ยงธรรมได้บังเกิดมาจากพระองค์ด้วย

1 John 2 and 3

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top