Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Wednesday, January 15, 2014

 

1 John 5 Children of God

1ยอห์น 5 บุตรของพระเจ้า

1 Everyone who believes that Jesus is the Christ has been born of God, and everyone who loves the Father loves whoever has been born of Him.

1 ผู้ใดเชื่อว่าพระเยซูทรงเป็นพระคริสต์   ผู้นั้นก็เกิดจากพระเจ้า   และผู้ใดรักพระองค์ผู้ทรงให้กำเนิด   ผู้นั้นก็รักคนที่เกิดจากพระองค์ด้วย

John ยอห์น 1:12-13 12 But to all who did receive him, who believed in his name, he gave the right to become children of God,

12 แต่ส่วนบรรดาผู้ที่ต้อนรับพระองค์   ผู้ที่เชื่อในพระนามของพระองค์   พระองค์ก็ทรงประทานสิทธิให้เป็นบุตรของพระเจ้า

13 who were born, not of blood nor of the will of the flesh nor of the will of man, but of God.

13 ซึ่งในฐานะนั้นเป็นผู้ที่มิได้เกิดจากเลือดเนื้อ   หรือกาม   หรือความประสงค์ของมนุษย์   แต่เกิดจากพระเจ้า  

John ยอห์น 8:42 42 Jesus said to them, “If God were your Father, you would love Me, for I came from God and I am here. I came not of My own accord, but he sent me.

42 พระเยซูตรัสกับเขาว่า   “ถ้าพระเจ้าเป็นพระบิดาของท่านแล้วท่านก็จะรักข้าพเจ้า   เพราะข้าพเจ้ามาจากพระเจ้า   และอยู่นี่แล้ว   ข้าพเจ้ามิได้มาตามใจชอบของข้าพเจ้าเอง   แต่พระองค์ทรงใช้ข้าพเจ้ามา

2 By this we know that we love the children of God, when we love God and obey His commandments.

2 โดยข้อนี้เราจึงรู้ว่าเรารักคนทั้งหลายที่เป็นบุตรของพระเจ้า   เมื่อเราทั้งหลายรักพระเจ้า   และประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์

1 John 1ยอห์น 3:22-24 22 and whatever we ask we receive from Him, because we keep His commandments and do what pleases Him.

22 และเราขอสิ่งใดๆ   เราก็ได้สิ่งนั้นๆจากพระองค์   เพราะเราประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์   และปฏิบัติตามชอบพระทัยพระองค์

23 And this is His commandment, that we believe in the name of His Son Jesus Christ and love one another, just as He has commanded us.

23 และนี่เป็นพระบัญญัติของพระองค์   คือว่า   ให้เราทั้งหลายวางใจในพระนามของพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์  และให้เรารักซึ่งกันและกัน  ตามที่พระองค์ได้ทรงบัญญัติไว้แก่เรา

24 Whoever keeps His commandments abides in Him, and He in them. And by this we know that He abides in us, by the Spirit whom He has given us.

24 และทุกคนที่ประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์ก็อยู่ในพระองค์   และพระองค์ทรงสถิตอยู่ในคนนั้น   เหตุฉะนี้เราจึงรู้ว่าพระองค์ทรงสถิตอยู่ในเราคือโดยพระวิญญาณ   ซึ่งพระองค์ทรงโปรดประทานแก่เรา

John ยอห์น 13:34 34 A new commandment I give to you, that you love one another: just as I have loved you, you also are to love one another.

34 ข้าพเจ้าให้บัญญัติใหม่ไว้แก่เจ้าทั้งหลาย   คือให้เจ้ารักซึ่งกันและกัน   ข้าพเจ้ารักเจ้าทั้งหลายมาแล้วอย่างไร   เจ้าจงรักกันและกันด้วยอย่างนั้น

3 For this is the love of God, that we keep His commandments. And His commandments are not burdensome.

3 เพราะนี่แหละเป็นความรักต่อพระเจ้า   คือที่เราทั้งหลายประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์   และพระบัญญัติของพระองค์นั้นไม่เป็นภาระ

John ยอห์น 14:15 15 “If you love Me, you will keep My commandments.

15 “ถ้าท่านทั้งหลายรักข้าพเจ้า   ท่านก็จะประพฤติตามบัญญัติของข้าพเจ้า

4 For everyone who has been born of God overcomes the world. And this is the victory that has overcome the world—our faith.

4 เพราะทุกคนที่เกิดจากพระเจ้า   ก็มีชัยต่อโลก   และความเชื่อของเรานี่แหละเป็นชัยชนะที่ชนะโลก

1 Corinthians 1โครินธ์ 15:57 57 But thanks be to God, who gives us the victory through our Lord Jesus Christ.

57 สาธุการแด่พระเจ้า  ผู้ทรงประทานชัยชนะแก่เราทั้งหลาย   โดยพระเยซูคริสตเจ้าของเรา  

Revelation วิวรณ์12:11 11 And they have conquered him by the blood of the Lamb and by the word of their testimony, for they loved not their lives even unto death.

11 เขาเหล่านั้นชนะพญามารด้วยพระโลหิตของพระเมษโปดก   และเพราะคำพยานของพวกเขาเอง   เพราะเขาไม่ได้เสียดายที่จะพลีชีพของตน

5 Who is it that overcomes the world except the one who believes that Jesus is the Son of God?

5 ใครเล่าชนะโลก   ไม่ใช่คนอื่น   คือผู้ที่เชื่อว่าพระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้านั่นเอง

6 This is He who came by water and blood—Jesus Christ; not by the water only but by the water and the blood. And the Spirit is the one who testifies, because the Spirit is the truth.

6 นี่แหละคือผู้ที่ได้มาโดยน้ำและพระโลหิต   คือพระเยซูคริสต์   ไม่ใช่ด้วยน้ำสิ่งเดียว   แต่ด้วยน้ำและพระโลหิต   และพระวิญญาณทรงเป็นพยานเพราะพระวิญญาณทรงเป็นความจริง

What does it mean, "He came by water and He came by blood, not by water only but water and blood"?

หมายความว่ายังไง “ทรงมาด้วยน้ำ และทรงมาด้วยเลือด ไม่ได้มาเฉพาะน้ำแต่ ทั้งน้ำและเลือด”

There are two general opinions of the commentators.

มีนักวิจารณ์ให้ความคิดเห็นทั่วไป 2 ประการ

The first opinion is that it is referring to His baptism. He was baptized in water and then later baptized in blood.

ความเห็น แรก ก็คือว่ามันหมายถึงการรับบัพติสมาของพระองค์ในน้ำ แล้วต่อไปด้วยเลือด

When John and James came to Him and said, "Lord, we would like a favor. When You establish Your kingdom, let him sit on your right side and let me sit on Your left side."

เมื่อยอห์น และยากอบมาหาพระองค์และทูลว่า “พระเจ้าข้า ข้าพระองค์ต้องการได้ความชอบ เมื่อพระองค์ทรงสร้าง อาณาจักร ขอให้เขานั่งอยู่ด้านขวาของพระองค์ และขอให้ข้าพระองค์นั่งอยู่ด้านซ้าย ของพระองค์”

And Jesus said, "You don't know what you ask."

และพระเยซูตรัสว่า “เจ้าไม่รู้จักสิ่งที่เจ้าขอ”

He said, "Are you able to be baptized with the baptism wherein I'm going to be baptized?"

ทรงตรัสว่า “เจ้าสามารถที่จ รับบัพติสมานั้นซึ่งฉันจะรับบัพติสมาได้หรือ”

"Oh yes, Lord, we are." Jesus said, "You don't know what you are saying”

“โอ ใช่แล้ว  พระเจ้าข้า  พวกข้าพระองค์รับได้” “พระเยซูตรัสว่า "เจ้าไม่รู้จักสิ่งที่เจ้าพูด”

But He was referring to the cross as a baptism.

แต่พระองค์ทรงทรงหมายถึงบัพติสมาบนกางเขน

So when he refers here, "He came not only by water, but by blood," it was a reference to His water baptism and then His crucifixion.

ดังนั้นเมื่อทรงหมายถึงที่นี่ " พระองค์ไม่ได้ทรงมาโดยเพียงแต่น้ำ แต่ด้วยพระโลหิต " นั่นคือ การอ้างอิงถึงบัพติสมาด้วยน้ำของพระองค์  แล้วทรงถูกตรึงบนกางเขน

The other field of thought of the commentators is that it is a reference to the crucifixion itself, when the soldier pierced His side and there came forth blood and water.

ความคิดอีกด้านของนักวิจารณ์ที่ แสดงความเห็นก็คือ มีการอ้างอิงถึงการตรึงกางเขนของพระองค์เองเมื่อทหารแทงที่สีข้างของพระองค์และมีพระโลหิตไหลออกมาปนกับน้ำ

And it is a reference to that cleansing flow from Jesus by which our sins are cleansed, the poring forth of the water and the blood.1

และนั่นคือการอ้างอิงถึงการไหลเพื่อชำระโดยพระเยซูซึ่งทำให้บาปของเราสะอาด   เป็นการปล่อยน้ำ และพระโลหิตไหล ออกมา

7 For there are three that testify:

7 มีพยานอยู่สามประการด้วยกัน

8 the Spirit and the water and the blood; and these three agree.

8 คือพระวิญญาณ   น้ำ   และพระโลหิต   และพยานทั้งสามนี้สอดคล้องกัน

9 If we receive the testimony of men, the testimony of God is greater, for this is the testimony of God that He has borne concerning His Son.

9 ถ้าเรายังรับพยานหลักฐานของมนุษย์   พยานหลักฐานของพระเจ้าก็ยิ่งใหญ่กว่า   เพราะว่าพยานหลักฐานของพระเจ้านั้น   คือพระองค์ได้ทรงเป็นพยานอ้างถึงพระบุตรของพระองค์

10 Whoever believes in the Son of God has the testimony in himself. Whoever does not believe God has made Him a liar, because he has not believed in the testimony that God has borne concerning His Son.

10 ผู้ที่เชื่อในพระบุตรของพระเจ้าก็มีพยานอยู่ในตัว   ผู้ที่ไม่เชื่อพระเจ้าก็ได้กระทำให้พระองค์เป็นผู้ตรัสมุสา   เพราะเขามิได้เชื่อคำพยาน   ที่พระเจ้าได้ทรงเป็นพยานอ้างถึงพระบุตรของพระองค์

Romans โรม 8:16 16 The Spirit himself bears witness with our spirit that we are children of God,

16 พระวิญญาณนั้นเป็นพยานร่วมกับวิญญาณจิตของเราทั้งหลายว่า   เราทั้งหลายเป็นบุตรของพระเจ้า

11 And this is the testimony, that God gave us eternal life, and this life is in His Son.

11 และพยานหลักฐานนั้นก็คือว่า   พระเจ้าได้ทรงโปรดประทานชีวิตนิรันดร์ให้เราทั้งหลาย   และชีวิตนี้มีอยู่ในพระบุตรของพระองค์

12 Whoever has the Son has life; whoever does not have the Son of God does not have life.

12 ผู้ที่มีพระบุตรก็มีชีวิต   ผู้ที่ไม่มีพระบุตรก็ไม่มีชีวิต

John ยอห์น 3:36 36 Whoever believes in the Son has eternal life; whoever does not obey the Son shall not see life, but the wrath of God remains on him.

36 ผู้ที่วางใจในพระบุตรก็มีชีวิตนิรันดร์   ผู้ที่ไม่เชื่อฟังพระบุตรก็จะไม่ได้เห็นชีวิต   แต่พระพิโรธของพระเจ้าตกอยู่กับเขา

13 I write these things to you who believe in the name of the Son of God that you may know that you have eternal life.

13 ข้อความเหล่านี้ข้าพเจ้าได้เขียนถึงท่านทั้งหลาย   ที่เชื่อในพระนามของพระบุตรของพระเจ้า   เพื่อท่านทั้งหลายจะได้รู้ว่าท่านมีชีวิตนิรันดร์

We can know that we have eternal life.  

เราสามารถรู้ว่าเรามีชีวิตนิรันดร์

Forr more see www.wdbydana.com/sermon.html

 

1 John 5

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top