Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Saturday, September 7, 2013

 

Hebrews 1 The Excellency of Christ: Greater than angels

ฮีบรู 1 ความยิ่งใหญ่ของพระคริสต์: เหนือกว่าทูตสวรรค์

We don’t know who the author of this book of Hebrews was. 

เราไม่รู้ว่าใครเป็นผู้เขียนหนังสือฮีบรูเล่มนี้

By the name, we believe it was addressed to the Jews or Hebrews. 

ดูตามชื่อ เราเชื่อว่ามันเป็นจดหมายที่ถูกส่งไปยังชาวยิวหรือชาวฮิบรู

Suggestions have been made that Barnabas or Paul wrote the book, but we don’t know. 

มีคำแนะนำว่าบารนาบัสหรือเปาโลเขียนหนังสือเล่มนี้ แต่เราไม่ทราบแน่

The style of writing seems very similar to Paul’s letters. 

รูปแบบของการเขียนดูเหมือนคล้ายกับจดหมายของเปาโล

The author knew the people he was writing to, and longed to be with them, asking for their prayers. 

ผู้เขียนรู้ว่าใครคือประชาชนที่เขาเขียนถึง  และอยากจะอยู่กับพวกเขา  ขอให้พวกเขาอธิษฐานเผื่อ

Hebrews ฮีบรู13:18-19 18Pray for us, for we are sure that we have a clear conscience, desiring to act honorably in all things.

18จงอธิษฐานเพื่อข้าพเจ้า   เพราะข้าพเจ้าแน่ใจว่า   ใจของข้าพเจ้าบริสุทธิ์อยู่แล้วและปรารถนาที่จะปฏิบัติสิ่งที่ดีงามทุกอย่าง

19I urge you the more earnestly to do this in order that I may be restored to you the sooner.

19ข้าพเจ้าขอเร่งเร้าท่านให้อธิษฐานเช่นนั้น   เพื่อว่าข้าพเจ้าจะได้กลับคืนไปอยู่กับท่านเร็วยิ่งขึ้น

The author was friends with Timothy. 

ผู้เขียนเป็นมิตรกับทิโมธี

Hebrews ฮีบรู13:23-24

23You should know that our brother Timothy has been released, with whom I shall see you if he comes soon.

23ขอให้ท่านทั้งหลายรู้ด้วยว่า   เขาปล่อยทิโมธีน้องของข้าพเจ้าเป็นอิสระแล้ว   ถ้าเขามาถึงเร็ว  ข้าพเจ้าก็จะไปพบท่านทั้งหลายพร้อมกับเขา

24Greet all your leaders and all the saints. Those who come from Italy send you greetings.

24ข้าพเจ้าขอฝากความคิดถึงมายังบรรดาหัวหน้าของท่าน   และธรรมิกชนทั้งปวง   พวกพี่น้องที่มาจากอิตาลีก็ฝากความคิดถึงมายังท่านทั้งหลายด้วย

The writer asks his audience to remember those who are in prison and those suffering persecution, and this appears to be from a prison in Rome. 

ผู้เขียนถามผู้อ่านของเขาให้นึกถึงคนเหล่านั้นที่ถูกขังอยู่ในคุก  และเป็นผู้ที่อดทนต่อการข่มเหง  และดูเหมือนเรื่องนี้เกิดขึ้นในคุกที่กรุงโรม

Hebrews ฮีบรู10:32-34 32But recall the former days when, after you were enlightened, you endured a hard struggle with sufferings,

32แต่ท่านทั้งหลายจงระลึกถึงคราวก่อนนั้น   หลังจากที่ท่านได้รับความสว่างแล้ว   ท่านได้อดทนต่อความยากลำบากอย่างใหญ่หลวง

33sometimes being publicly exposed to reproach and affliction, and sometimes being partners with those so treated.

33บางทีท่านก็ถูกประจานให้อับอายขายหน้าและถูกข่มเหง   บางทีท่านก็ร่วมทุกข์กับคนที่ถูกข่มเหงนั้น

34For you had compassion on those in prison, and you joyfully accepted the plundering of your property, since you knew that you yourselves had a better possession and an abiding one.

34เพราะว่าท่านทั้งหลายมีใจเมตตาต่อผู้ที่ต้องโทษเหล่านั้น   และเมื่อมีคนปล้นชิงเอาทรัพย์สิ่งของของท่านไป   ท่านก็ยอมให้ด้วยใจยินดี   เพราะท่านรู้แล้วว่าท่านมีทรัพย์สมบัติที่ดีกว่าและถาวรกว่านั้นอีก

Hebrews was almost certainly written in the first century and probably before 70 A.D., with the mention of Timothy. 

เกือบจะแน่นอนว่าพระธรรมฮีบรูเขียนในศตวรรษแรกและอาจจะก่อนค.ศ. 70 มีการเอ่ยถึงชื่อทิโมธี

The important issue in dating the book concerns whether the destruction of the Jerusalem temple had already occurred.

สาระที่สำคัญที่พูดถึงวันเวลาเขียนหนังสือเกี่ยวกับว่าเกิดการทำลายพระวิหารในกรุงเยรูซาเล็มจริงหรือไม่

Hebrews speaks of the Jewish sacrificial system as if it were a still-present in chapters 7, 8, 9, 10 and 13, which does not seem likely after the sacrificing in the Jerusalem temple stopped in a.d. 70.  

พระธรรมฮีบรูพูดถึงระเบียบการถวายเครื่องบูชาของชาวยิว  ราวกับว่ายังคงมีอยู่ในปัจจุบัน ดูในบทที่ 7 8 9 10  และ 13 ซึ่งดูเหมือนจะไม่น่าจะเป็นไปได้หลังจากการถวายเครื่องบูชาในพระวิหารกรุงเยรูซาเล็มยุติลงในค.ศ. 70

The comparisons made though are more between the Tabernacle in the wilderness rather than Solomon’s Temple in Jerusalem.  

เป็นการเปรียบเทียบระหว่างพลับพลาในถิ่นทุรกันดารมากกว่าที่พระวิหารของโซโลมอนในกรุงเยรูซาเล็ม

The main theme of the book is Christ is greater than any angel, priest, or old covenant institution; and clinging to that faith, encouraging others in the Church to persevere.

หลักใหญ่ที่สำคัญของหนังสือเล่มนี้  คือพระคริสต์ทรงยิ่งใหญ่เหนือกว่าทูตสวรรค์ใด ๆ  ปุโรหิตหรือพันธสัญญาเดิม   และการยึดมั่นกับความเชื่อ   เป็นการหนุนใจผู้อื่นในโบสถ์ให้มีความทดทน

Hebrews frequently encourages the audience to endure and warns against leaving Christ. 

บ่อยครั้งที่พระธรรมฮีบรูหนุนใจให้ผู้ชมที่จะอดทนและเตือนการออกห่างจากพระคริสต์

These warning passages are throughout the book exhorting Christians to remain faithful.

ข้อพระธรรมเตือนใจเหล่านี้มีอยู่ตลอดหนังสือทั้งเล่มตักเตือนคริสเตียนให้ยังคงยึดมั่น

The book really reaches out to a Jewish audience and shows the superiority of Christ and His new covenant work to angels, Moses, the tabernacle priesthood, and the sacrificial system.

แท้จริงหนังสือนี้ออกไปถึงผู้อ่านชาวยิว  และแสดงให้เห็นพระคริสต์ทรงเป็นใหญ่เหนือกว่า  และพันธสัญญาใหม่ที่กระทำต่อทูตสวรรค์ โมเสส  ปุโรหิตในพลับพลา และระเบียบการถวายเครื่องบูชา

The salvation message of Hebrews is that the Son of God became the great High Priest, who offered Himself as a sacrifice for sin, once for all.

ข่าวเรื่องความรอดในพระธรรมฮีบรูคือว่า พระบุตรของพระเจ้ากลายเป็นมหาปุโรหิต  ผู้ที่ทรงสละพระองค์เองเป็นเครื่องถวายบูชาไถ่บาป  ครั้งเดียวจบ

1Long ago, at many times and in many ways, God spoke to our fathers by the prophets,

1ในโบราณกาลพระเจ้าได้ตรัสด้วยวิธีต่างๆมากมายแก่บรรพบุรุษของข้าพเจ้าทางพวกผู้เผยพระวจนะ

God has spoken, at different times, and in different ways.

พระเจ้าได้ทรงตรัส ในเวลาต่าง ๆ กันและในรูปแบบที่แตกต่างกัน

The Bible, the Old Testament, is the record of the different places and the different ways by which God has spoken to man.

พระคัมภีร์  พันธสัญญาเดิม เป็นบันทึกเรื่องสถานที่แตกต่างกันไป  และวิธีการต่าง ๆ โดยที่พระเจ้าทรงตรัสกับมนุษย์

In the book of Genesis, we find God speaking to man by angels.

ในหนังสือปฐมกาล  เราพบพระเจ้ากำลังตรัสกับมนุษย์โดยทางทูตสวรรค์

But still even in the New Testament God spoke to men by angels.

แม้กระทั่งในพันธสัญญาใหม่พระเจ้าก็ยังคงตรัสกับมนุษย์โดยทางทูตสวรรค์

It was an angel of the Lord that came to Mary and told her that she was going to bear the Messiah.

เป็นทูตสวรรค์ของพระเจ้าที่มายังนางมาเรียและบอกเธอว่าเธอกำลังจะตั้งครรภ์พระมาซีฮา

And then during the life of Jesus the angels spoke.

และในช่วงชีวิตของพระเยซู  ทูตสวรรค์ได้กล่าวหลายครั้ง

The angel told Joseph not to be afraid to take Mary as his wife.

ทูตสวรรค์ได้บอกโยเซฟว่าจงอย่ากลัวที่รับนางมาเรียเป็นภรรยาของตน

The angel warned Joseph to take the child and flee to Egypt because Herod was going to seek to kill the child.

ทูตสวรรค์ได้เตือนโยเซฟให้พระกุมารและหนีไปประเทศอียิปต์เพราะเฮโรดกำลังทรงแสวงหาหนทางที่จะฆ่าพระกุมารนั้น

And when Jesus, after He was tempted by the devil, the angels came and ministered unto Him.

และหลังจากที่พระเยซูทรงถูกล่อลวงโดยมาร    ทูตสวรรค์ก็มาปรากฏและปรนนิบัติพระองค์

There were no prophets in the book of Genesis, but God was speaking to man through angels; they were the messengers.

ไม่มีผู้เผยพระวจนะในหนังสือปฐมกาล  แต่พระเจ้ากำลังตรัสกับผู้ชายคนหนึ่งผ่านทูตสวรรค์ พวกเขาเป็นพวกผู้ส่งสาร

The word angel means messenger.   They are God's messengers to mankind.

คำว่าทูตสวรรค์หมายถึงผู้ส่งสาร พวกเขาเป็นผู้ส่งสารของพระเจ้าเพื่อมนุษยชาติ

Then God began to speak through anointed men, such as Moses.

แล้วพระเจ้าก็เริ่มที่จะตรัสผ่านคนที่ถูกเจิมไว้เช่นโมเสส

And as the people said to Moses, "Now you go up into the mountain and you get the Word of God and you bring it down to us.

และเมื่อประชาชนพูดกับโมเสสว่า "ตอนนี้ท่านขึ้นไปบนภูเขาและท่านได้รับพระวจนะของพระเจ้าและท่านนำมันลงมาให้เรา

We don't want to approach that place. It is terrifying, and we will obey all that God commands you to say to us."

เราไม่ต้องการที่จะเข้าใกล้สถานที่นั้น มันเป็นที่น่าสะพรึงกลัว  และเราจะเชื่อฟังทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงสั่งให้ท่านมาพูดกับเรา"

So God spoke to them through Moses, and later through Joshua.

ดังนั้นพระเจ้าตรัสกับพวกเขาผ่านโมเสสและต่อมาก็ตรัสผ่านโยชูวา

Then God spoke to them through the priests.

แล้วพระเจ้าตรัสกับพวกเขาผ่านพวกปุโรหิต

Many times the people wanted to know the mind and the will of the Lord, and they would come to the priest, who would inquire of the Lord God would speak through the priest.

หลายครั้งที่ผู้คนอยากจะรู้ว่าความคิดและพระทัยของพระเจ้า   และพวกเขาจะมาหาปุโรหิต ที่จะทำหน้าที่ทูลถามจากพระเจ้าซึ่งจะทรงตรัสผ่านปุโรหิต

Later as time progressed, God called men as prophets, and God spoke to the people through the prophets.

ต่อมาเมื่อเวลาล่วงเลยไป   พระเจ้าทรงเรียกให้ผู้ชายเป็นผู้เผยพระวจนะ และพระเจ้าตรัสกับประชาชนผ่านทางพวกผู้พยากรณ์

2but in these last days He has spoken to us by His Son, whom He appointed the heir of all things, through whom also He created the world.

2แต่ในวาระสุดท้ายนี้พระองค์ได้ตรัสแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายทางพระบุตร   ผู้ซึ่งพระองค์ได้ทรงตั้งให้เป็นผู้รับสรรพสิ่งทั้งปวงเป็นมรดก   พระองค์ได้ทรงสร้างกัลปจักรวาลโดยพระบุตร

God's final revelation was given to man through Jesus Christ.

การเปิดเผยครั้งสุดท้ายของพระเจ้าแก่มนุษย์กระทำผ่านพระเยซูคริสต์

In other words, all that we need to know about God we can know about Him through Jesus Christ.

ในอีกนัยหนึ่ง   ทุกอย่างที่เราจำต้องรู้เกี่ยวกับพระเจ้า   เราสามารถรู้เกี่ยวกับพระองค์ผ่านทางพระเยซูคริสต์

The revelation of God up until the time of Jesus Christ was often misunderstood and often not complete.

การเปิดเผยของพระเจ้าจนถึงเวลาของพระเยซูคริสต์นั้น มักจะเข้าใจผิดและมักจะไม่สมบูรณ์

Jesus came to bring to man the final, the ultimate message of God, the ultimate understanding of God.

พระเยซูเสด็จมาเพื่อนำคนไปถึงพระวจนะที่ล้ำเลิศของพระเจ้า  ความเข้าใจที่สูงสุดของพระเจ้า


For more see www.wdbydana.com/sermon.html

Hebrews 1

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top