Search the site

Calvary Chapel at the Bridge Phuket ThailandCalvary Chapel at the Bridge

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear

Luke 17-part 2 Be Prepared for the Second Coming

ลูกา 17-ตอนที่ 2 เตรียมรับการเสด็จกลับมาครั้งที่สอง

Last time we talked about ten men who had leprosy, Jesus healed them, but only one came back to say thank you.  

ครั้งที่แล้วเราได้ถึงเรื่องเกี่ยวกับชายสิบคนที่เป็นโรคเรื้อน พระเยซูทรงรักษาพวกเขาให้หาย  แต่มีเพียงชายคนเดียวที่กลับมาเพื่อกล่าวขอบพระคุณ

The old hymn says, “Soon and very soon we are going to see the King.”

เพลงสรรเสริญเก่าเพลงหนึ่งกล่าวว่า "อีกไม่นานนักเราจะไปเข้าเฝ้ากษัตริย์"

Many people today are excited about prophecy and future events, and Christians are looking forward to the return of Christ. 

ทุกวันนี้คนหลายคนรู้สึกตื่นเต้นเกี่ยวกับคำทำนายและเหตุการณ์ในอนาคต และพวกคริสเตียนกำลังมุ่งหน้ารอคอยพระคริสต์เสด็จกลับมา

The Jews in Jesus’ day not knowing that Jesus is the Messiah, were looking forward to the Messiah’s coming.

ชาวยิวในสมัยของพระเยซูไม่รู้ว่าพระเยซูคือพระเมสสิยาห์  กำลังรอคอยพระเมสสิยาห์  ที่จะเสด็จมา

It is interesting to study Bible prophecy and consider the future, but we don’t want to miss the opportunities of the present. 

มันน่าสนใจที่จะศึกษาคำทำนายในพระคัมภีร์และพิจารณาอนาคต แต่เราไม่ต้องการที่จะพลาดโอกาสในปัจจุบัน

Many are not prepared for the Lord’s return. 

หลายคนไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับการเสด็จกลับมาของพระเจ้า

The important thing is not to try and know and understand the future but to be ready for His coming at any time. 

สิ่งที่สำคัญคือต้องไม่พยายามรู้และเข้าใจอนาคต  แต่ต้องพร้อมสำหรับการเสด็จมาของพระองค์ในเวลาใดก็ได้

 

Luke 17:20-37

20 Being asked by the Pharisees when the kingdom of God would come, he answered them, “The kingdom of God is not coming with signs to be observed,

20 เมื่อพวกฟาริสีทูลถามพระองค์ว่า   แผ่นดินของพระเจ้าจะมาถึงเมื่อไร   พระองค์ตรัสตอบเขาว่า   “แผ่นดินของพระเจ้าจะไม่มาด้วยสิ่งที่จะสังเกตได้

21 nor will they say, ‘Look, here it is!’ or ‘There!’ for behold, the kingdom of God is in the midst of you.”

21 และเขาจะไม่พูดกันว่า   'มาดูนี่'   หรือ   'ไปดูโน่น'   เพราะนี่แน่ะ  แผ่นดินของพระเจ้านั้นอยู่ท่ามกลางพวกท่าน”

 

The Kingdom of God had come, in that Jesus was standing right there among them.

แผ่นดินของพระเจ้าได้มาถึงแล้ว โดยพระเยซูทรงประทับอยู่ท่ามกลางพวกเขาที่นั่น

 

22 And he said to the disciples, “The days are coming when you will desire to see one of the days of the Son of Man, and you will not see it.

22 พระองค์ตรัสกับพวกสาวกว่า “คงจะมีเวลาหนึ่งเมื่อท่านทั้งหลายปรารถนาที่จะเห็นวันของบุตรมนุษย์ แต่จะไม่เห็น

23And they will say to you, ‘Look, there!’ or ‘Look, here!’ Do not go out or follow them.

23 เขาจะพูดกับพวกท่านว่า  'มาดูนี่หรือ  'ไปดูโน่นอย่าไป  อย่าตามเขาเลย

 

The first time Jesus came, the Jews failed to recognize Him because they were looking for a conquering Messiah to come and deliver them from Rome.

ครั้งแรกที่พระเยซูเสด็จมา  ชาวยิวไม่ได้ยอมรับพระองค์ เพราะพวกเขากำลังมองหาพระเมสสิยาห์ที่จะมาปกครองและปลดปล่อยพวกเขาจากกรุงโรม

Instead Jesus came as a baby and lived as a poor man.

แต่พระเยซูกลับเสด็จมาเป็นทารกน้อยและดำรงพระชนม์อยู่ในสภาพคนยากจน

The next time He comes, He will come in glory.

ในครั้งต่อไปที่พระองค์เสด็จมา  พระองค์จะเสด็จมาในพระสิริ

He warns them not to pay any attention to those who say He is here or there. 

พระองค์ทรงเตือนพวกเขาอย่าสนใจบรรดาผู้ที่บอกว่าพระองค์ประทับที่นี่หรือที่นั่น

You cannot set the date of the second coming.

คุณไม่สามารถกำหนดวันเวลาของการเสด็จมาครั้งที่สอง

 

Luke 17:24-25-

25 For as the lightning flashes and lights up the sky from one side to the other, so will the Son of Man be in his day.

ลูกา17:24-25

24 เพราะว่าบุตรมนุษย์ในวันของพระองค์นั้นจะเหมือนอย่างฟ้าแลบ   เมื่อแลบออกจากฟ้าข้างหนึ่ง   ก็ส่องสว่างไปถึงฟ้าอีกข้างหนึ่ง  

25 But first he must suffer many things and be rejected by this generation.

25 แต่ก่อนหน้านั้น จำเป็นที่บุตรมนุษย์จะต้องทนทุกข์ทรมานหลายอย่าง   และคนในยุคนี้จะไม่ยอมรับท่าน

 

When Jesus comes again to establish His Kingdom, it will be as public as lightning.  

เมื่อพระเยซูเสด็จมาอีกครั้งเพื่อสร้างอาณาจักรของพระองค์ จะมาแบบเปิดเผยราว    กับฟ้าแลบ

But now the plan of God was for Jesus to suffer and die on the cross for you and for me.

แต่ตอนนี้แผนการของพระเจ้า คือเพื่อให้พระเยซูทรงทนทุกข์และสิ้นพระชนม์บน       กางเขนเพื่อคุณและเพื่อฉัน

 

Luke 17:26-27

26 Just as it was in the days of Noah, so will it be in the days of the Son of Man.

ลูกา17:26-27

26 ในสมัยของโนอาห์   เหตุการณ์เคยเป็นมาแล้วอย่างไร   ในสมัยของบุตรมนุษย์ก็จะเป็นไปอย่างนั้นด้วย

27 They were eating and drinking and marrying and being given in marriage, until the day when Noah entered the ark, and the flood came and destroyed them all.

27พวกเขากินและดื่ม  สมรสกัน   และยกให้เป็นสามีภรรยากัน   จนกระทั่งถึงวันนั้นที่โนอาห์เข้าไปในนาวา   และน้ำมาท่วมล้างผลาญพวกเขาจนหมดสิ้น

 

In the days of Noah it was just business as usual, eating, drinking, marrying, everyone was going about their regular work and play schedules, as if nothing        was going to happen.

ในสมัยของโนอาห์ผู้คนมัวทำธุระของตนตามปกติ  กินอาหาร ดื่ม แต่งงาน ทุกคนกำลังทำงานและเล่นตามปกติ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

This was in spite of being warned by Noah to get on the ark because a flood was             coming.

ทั้งๆที่มีคำเตือนจากโนอาห์ที่จะให้พวกเขารีบขึ้นนาวาเพราะน้ำกำลังจะท่วม

This was because of the great wickedness and violence in the world. 

นี่เป็นเพราะความบาปชั่วและความรุนแรงในโลก

Noah preached as he built the ark for a hundred years.

โนอาห์ได้เทศนาสั่งสอนในขณะที่เขาสร้างเรือเป็นเวลาร้อยปี

The people were totally ignoring the warning, they didn’t repent and they didn’t     get on the ark.  

ประชาชนกำลังละเลยต่อคำตักเตือน พวกเขาไม่ได้สำนึกผิดและพวกเขาไม่ได้ขึ้น     บนนาวา

But then the flood did come. 

แต่แล้วก็ถึงเวลาน้ำท่วมใหญ่

Now Jesus is coming back again. 

ตอนนี้พระเยซูกำลังจะเสด็จกลับมาอีกครั้ง

A seven-year period of tribulation is coming. 

ระยะเวลาเจ็ดปีแห่งความทุกข์เวทนากำลังจะมาถึง

The rapture of the Church is coming. 

คริสตจักรจะถูกรับขึ้นไปกำลังจะมาถึง

Unbelievers will be left behind. 

พวกผู้ไม่เชื่อจะถูกละทิ้งไว้เบื้องหลัง

The wrath and judgment of God are coming.

การลงโทษและการพิพากษาของพระเจ้ากำลังจะมาถึง

But many people are again acting as if nothing is going to happen.

แต่หลายคนยังประพฤติตัวราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

Genesis 5:32 After Noah was 500 years old, Noah fathered Shem, Ham, and Japheth.

ปฐมกาล5:32  โนอาห์มีอายุได้ 500 ปี จึงมีบุตรชายชื่อเชม ฮามและยาเฟท

 

Genesis 6:11-14

11 Now the earth was corrupt in God's sight, and the earth was

filled with violence.

ปฐมกาล6:11-14

11 คนทั้งโลกเสื่อมทรามไปเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้า และแผ่นดินก็เต็มด้วยความโหดร้าย

12 And God saw the earth, and behold, it was corrupt, for all flesh had corrupted their way on the earth.

พระเจ้าทอดพระเนตรแผ่นดินก็ทรงเห็นว่าเสื่อมทราม  เพราะมนุษย์ทั้งหมดประพฤติตนเสื่อมทรามบนแผ่นดิน

13 And God said to Noah, “I have determined to make an end of all flesh, for the earth is filled with violence through them. Behold, I will destroy them with the earth. _

13 พระเจ้าจึงตรัสแก่โนอาห์ว่า “เราจะให้มนุษย์และสัตว์ทั้งปวงสิ้นสุดต่อหน้าเรา        ด้วยเหตุว่า แผ่นดินโลกเต็มด้วยความโหดร้ายเพราะการกระทำของมนุษย์ ดู       เถิด      เราจะทำลายพวกเขาพร้อมกับแผ่นดินโลก

14 Make yourself an ark of gopher wood...

เจ้าจงต่อเรือด้วยไม้สนโกเฟอร์ แล้วทำเรือเป็นห้องๆ และยาชันทั้งข้างในข้างนอก

 

Genesis 7:2-3, 11-16

2 Take with you seven pairs of all clean animals, the male and his mate, and a pair of the animals that are not clean, the male and his mate,

ปฐมกาล7:2-3, 11-16 

2จงเอาสัตว์ใช้งานที่ไม่เป็นมลทินทุกชนิดไปกับเจ้าด้วยอย่าง ละเจ็ดคู่ทั้งตัวผู้และตัวเมีย และสัตว์ใช้งานที่เป็นมลทินอย่างละคู่ทั้งตัวผู้และตัวเมีย 

3 and seven pairs of the birds of the heavens also, male and female, to keep their offspring alive on the face of all the earth.

นกในอากาศอย่างละเจ็ดคู่ทั้งตัวผู้และตัวเมีย เพื่อรักษาพันธุ์สัตว์ให้มีชีวิตทั่วพื้นแผ่นดิน

11 In the six hundredth year of Noah's life, in the second month, on the seventeenth day of the month, on that day all the fountains of the great deep burst forth, and the windows of the heavens were opened.

11 เมื่อโนอาห์มีอายุได้ 600 ปี ในเดือนที่สองวันที่สิบเจ็ดของเดือนนั้น ในวันนั้นเองน้ำพุใต้บาดาลที่ลึกมากทั้งหมดก็พลุ่งขึ้นมา และช่องฟ้าก็เปิด

12 And rain fell upon the earth forty days and forty nights.

ฝนตกบนแผ่นดิน 40 วัน 40 คืน

13 On the very same day Noah and his sons, Shem and Ham and Japheth, and Noah's wife and the three wives of his sons with them entered the ark,

13 วันเดียวกันนั้นโนอาห์กับเชม ฮาม และยาเฟท บรรดาบุตรของท่าน และภรรยาของโนอาห์ กับบุตรสะใภ้สามคนเข้าไปในเรือ

14 they and every beast, according to its kind, and all the livestock according to their kinds, and every creeping thing that creeps on the earth, according to its kind, and every bird, according to its kind, every winged creature.

14 คนเหล่านั้นกับสัตว์ทั้งปวงตามชนิดของมัน สัตว์ใช้งานทั้งปวงตามชนิดของมัน และสัตว์เลื้อยคลานทั้งปวงบนแผ่นดินตามชนิดของมัน และนกทั้งปวงตามชนิดของมัน คือนกทุกอย่าง 

15 They went into the ark with Noah, two and two of all flesh in which there was the breath of life.

สัตว์ทั้งหลายที่มีลมหายใจก็เข้าไปในเรือกับโนอาห์เป็นคู่ๆ 

16 And those that entered, male and female of all flesh, went in as God had commanded him. And the Lord shut him in.

บรรดาสัตว์ที่เข้าไปนั้นมีทั้งตัวผู้และตัวเมียทุกชนิด  ต่างเข้าไปตามที่พระเจ้าทรงบัญชา แล้วพระยาห์เวห์ทรงปิดให้ท่านอยู่ข้างใน

 

Hebrews 11:7 By faith Noah, being warned by God concerning events as yet unseen, in reverent fear constructed an ark for the saving of his household. By this he condemned the world and became an heir of the righteousness that comes by faith.

ฮีบรู11:7 โดยความเชื่อ เมื่อโนอาห์ได้รับพระดำรัสเตือนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ยังมองไม่เห็น ท่านจึงยำเกรงและต่อเรือใหญ่ เพื่อช่วยครอบครัวของตนให้ปลอดภัย และโดยทางความเชื่อนั้น ท่านจึงกล่าวโทษชาวโลก และกลายเป็นทายาทแห่งความชอบธรรมซึ่งมาโดยความเชื่อ

 

2 Peter 2:5 if he did not spare the ancient world, but preserved Noah, a herald of righteousness, with seven others, when he brought a flood upon the world of the ungodly;

2 เปโตร2:5 และไม่ได้ทรงยกเว้นโลกสมัยโบราณ แต่ได้ทรงคุ้มครองโนอาห์ผู้ประกาศความชอบธรรม กับคนอื่นอีกเจ็ดคน เมื่อคราวที่พระองค์ได้ทรงบันดาลให้น้ำท่วมโลกของคนอธรรม

 

Luke 17:28-29

28 Likewise, just as it was in the days of Lot—they were eating and drinking, buying and selling, planting and building,

ลูกา 17:28-29

28 ในสมัยของโลทก็เหมือนกัน   เขาได้กินดื่ม   ซื้อขาย   หว่านปลูก   ก่อสร้าง

29 but on the day when Lot went out from Sodom, fire and sulfur rained from heaven and destroyed them all—

29 และเมื่อถึงวันนั้นที่โลทออกไปจากเมืองโสโดม   ไฟและกำมะถันก็ตกจากฟ้ามาเผาผลาญพวกเขาจนหมดสิ้น

 

Lot warned his son in laws to leave Sodom because it was about to be destroyed, they didn’t listen. 

โลทได้เตือนบุตรเขยของเขาให้รีบออกจากโสโดม เพราะมันกำลังจะถูกทำลาย         พวกเขาก็ไม่เชื่อฟัง

Lot’s wife looked back to Sodom, I think longing to remain there, and she was  turned into a pillar of salt. 

ภรรยาของโลทหันหลังกลับไปมองเมืองโสโดม  ผมคิดว่านางคงปรารถนาจะอยู่ที่      นั่นต่อไปและนางก็ได้กลายเป็นเสาเกลือ

So like with Noah warnings were ignored.

ดังนั้นเหมือนกับโนอาห์ที่คำเตือนของเขาถูกเพิกเฉย

Sodom was destroyed because of the great sins of the people living there.

In Lot’s time, many were homosexual. 

โสโดมถูกทำลายเพราะความบาปมากมายของคนที่อาศัยอยู่ที่นั่น ในสมัยของโลท    คนมากมายเล่นรักร่วมเพศ

Sodom also was arrogant, overfed, unconcerned, didn’t help the poor and needy, and did detestable things.

ชาวเมืองโสโดมยังหยิ่งยโส  กินอาหารสำราญ ไม่แยแส  ไม่ได้ช่วยคนยากจนและ    คนขัดสน  และทำสิ่งที่น่ารังเกียจ

 

Peter by inspiration calls Lot a righteous man. 

ด้วยแรงบันดาลใจเปโตรเรียกโลทว่าคนชอบธรรม

But I think he was a compromiser by choosing to live in such an openly      homosexual city, and offering his daughters to the wicked men of the city to safe     guard the angels who needed no guarding.  

แต่ฉันคิดว่าเขาเป็นนักปรองดอง  โดยการเลือกที่จะอาศัยอยู่ในเมืองที่เล่นรักร่วม      เพศอย่างเปิดเผย  และเสนอยกลูกสาวของเขาให้แก่คนชั่วในเมืองเพื่อปกป้องทูต  สวรรค์ที่ไม่จำเป็นต้องปกป้อง

There are Christians who are like Lot. 

มีคริสเตียนหลายคนที่เป็นเหมือนโลท

They are compromising with the lost world around them. 

พวกเขากำลังปรองดองกับโลกที่หลงทางรอบข้างพวกเขา

Not living holy, set apart, separate lives.

ไม่รักษาชีวิตที่บริสุทธิ์  แยกตัว  แยกชีวิตออกห่าง

They will still be taken out of the world before the Day of Judgment comes.

พวกเขาจะยังคงถูกรับไปจากโลกก่อนวันแห่งการพิพากษามาถึง

But today the world doesn't listen to them, often because of hypocrisy. 

แต่ทุกวันนี้โลกไม่ได้ฟังพวกเขา มักจะเป็นความหน้าซื่อใจคด

We tell them the end may be near, Christ’s return will be soon. 

เราบอกพวกเขาว่าเวลาสิ้นโลกอาจจะใกล้ถึง   การกลับมาของพระคริสต์จะเป็นเร็วๆนี้

As in Lot's day, they think we are a little crazy and exaggerating.

ในสมัยของโลท พวกเขาคิดว่าพวกเราคงบ้าไปมั้งและกล่าวเกินจริง

Noah warned the world of his day that the flood was coming, and the angels warned Lot and his family that destruction was coming; but the warnings did no good.

โนอาห์ได้เตือนชาวโลกในสมัยของเขาว่าน้ำกำลังจะท่วมโลก   และทูตสวรรค์ได้      เตือนโลทและครอบครัวว่าความหายนะกำลังมา แต่คำเตือนไม่ได้ผล

Only Noah and his family (eight people) were saved, and only Lot and his two unmarried daughters escaped from Sodom.

มีเพียงโนอาห์และครอบครัวของเขา (แปดคน) ที่รอดชีวิต และมีเพียงโลทและลูก       สาวของเขาทั้งสองที่ยังไม่แต่งงานสามารถหลบหนีจากเมืองโสโดมได้

 

 Genesis 19:12-17

12 Then the men said to Lot, “Have you anyone else here? Sons-in-law, sons, daughters, or anyone you have in the city, bring them out of the place.

 ปฐมกาล 19:12-17

12 แล้วท่านทั้งสองจึงพูดกับโลทว่า “ที่นี่ท่านมีใครอีกหรือ บุตรเขย บุตรชาย บุตรหญิง คนของท่านทั้งหมดในเมืองนี้ จงนำออกไปจากที่นี่ 

13 For we are about to destroy this place, because the outcry against its people has become great before the Lord, and the Lord has sent us to destroy it.”

13 เพราะเรากำลังจะทำลายที่นี่แล้ว เพราะเสียงร้องกล่าวโทษพวกเขาเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ดังนักหนา และพระยาห์เวห์ทรงใช้เรามาทำลายเมืองนี้เสีย”

14 So Lot went out and said to his sons-in-law, who were to marry his daughters, “Up! Get out of this place, for the Lord is about to destroy the city.” But he seemed to his sons-in-law to be jesting.

14 โลทจึงออกไปพูดกับบุตรเขยทั้งสอง ที่จะแต่งงานกับบุตรหญิงทั้งสองของเขาว่า “ลุกขึ้น ออกจากที่นี่เถอะ เพราะพระยาห์เวห์กำลังจะทำลายเมืองนี้” แต่บุตรเขยทั้งสองของเขากลับหาว่าโลทล้อเล่น

15 As morning dawned, the angels urged Lot, saying, “Up! Take your wife and your two daughters who are here, lest you be swept away in the punishment of the city.”

15 เมื่อเวลารุ่งเช้า ทูตสวรรค์ทั้งสองจึงเร่งโลทว่า “ลุกขึ้นพาภรรยาของท่าน และบุตรหญิงทั้งสองของท่านผู้อยู่ที่นี่ไปเสีย เกรงว่าพวกท่านจะถูกทำลายเพราะความชั่วของเมืองนี้” 

16 But he lingered. So the men seized him and his wife and his two daughters by the hand, the Lord being merciful to him, and they brought him out and set him outside the city.

16 แต่โลทยังรีรอ ดังนั้นท่านทั้งสองจึงคว้ามือเขาและภรรยา และบุตรหญิงทั้งสอง ด้วยพระเมตตาของพระยาห์เวห์ที่มีต่อเขา ท่านทั้งสองนำเขาออกมาอยู่ที่นอกเมือง

17 And as they brought them out, one said, “Escape for your life. Do not look back or stop anywhere in the valley. Escape to the hills, lest you be swept away.”

17 เมื่อท่านทั้งสองพาพวกเขาออกมานอกเมืองแล้ว ท่านพูดว่า “หนีเอาชีวิตรอดเถิด อย่าเหลียวหลังและอย่าหยุดที่ไหนในที่ลุ่มทั้งหมด หนีไปที่เนินเขา มิฉะนั้นท่านจะถูกทำลาย”

 

We see a great deal of violence and homosexuality in our own day.

เราเห็นความรุนแรงมากมายและการเล่นรักร่วมเพศในยุคของเราเอง

 

Luke 17:30 so will it be on the day when the Son of Man is revealed.

ลูกา 17:30  ในวันที่บุตรมนุษย์จะมาปรากฏก็เป็นเหมือนอย่างนั้น

 

2 Peter 2:5 -9

 5 if he did not spare the ancient world, but preserved Noah, a herald of righteousness, with seven others, when he brought a flood upon the world of the ungodly;

2 เปโตร 2:5-9

5 และไม่ได้ทรงยกเว้นโลกสมัยโบราณ แต่ได้ทรงคุ้มครองโนอาห์ผู้ประกาศความชอบธรรม กับคนอื่นอีกเจ็ดคน เมื่อคราวที่พระองค์ได้ทรงบันดาลให้น้ำท่วมโลกของคนอธรรม

6 if by turning the cities of Sodom and Gomorrah to ashes he condemned them to extinction, making them an example of what is going to happen to the ungodly;

6 และได้ทรงลงโทษเมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์ ให้พินาศเป็นเถ้าถ่าน เพื่อให้เป็นตัวอย่างแก่คนทั้งหลายที่ประพฤติอธรรม 

7 and if he rescued righteous Lot, greatly distressed by the sensual conduct of the wicked

7 และได้ทรงช่วยชีวิตโลทผู้ชอบธรรมผู้มีความทุกข์เพราะการประพฤติลามกของคนชั่ว

 8 (for as that righteous man lived among them day after day, he was tormenting his righteous soul over their lawless deeds that he saw and heard);

8 (เพราะเมื่อคนชอบธรรมอยู่ในหมู่คนชั่วทุกวี่วัน ความประพฤติของคนชั่วที่เขาได้เห็นและได้ยิน ทำให้จิตใจชอบธรรมของเขาระทมทุกข์)

9 then the Lord knows how to rescue the godly from trials, and to keep the unrighteous under punishment until the day of judgment,

9 ดังนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าจึงทรงทราบว่าจะช่วยคนที่ยำเกรงพระเจ้าพ้นจากการ       ทดลองได้อย่างไร และทรงทราบวิธีกักขังคนชั่วไว้ให้รับโทษเมื่อถึงวัน    พิพากษา

 

Luke 17:31-32

31 On that day, let the one who is on the housetop, with his goods in the house, not come down to take them away, and likewise let the one who is in the field not turn back.

ลูกา17:31-32

31ในวันนั้นคนที่อยู่บนดาดฟ้าหลังคาตึก อย่าลงมาเก็บของข้างใน และคนที่อยู่ตามทุ่งนาก็เช่นกัน อย่าวกกลับมาเอาของ

32 Remember Lot's wife.

32 จงระลึกถึงภรรยาของโลทเถิด

 

Genesis 19:24-26

24Then the LORD rained on Sodom and Gomorrah sulfur and fire from the LORD out of heaven.

ปฐมกาล19:24-26

24 แล้วพระยาห์เวห์ทรงให้กำมะถันและไฟจากพระยาห์เวห์ ตกจากฟ้าลงมาบนเมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์

25 And he overthrew those cities, and all the valley, and all the inhabitants of the cities, and what grew on the ground.

25 และพระองค์ทรงทำลายล้างเมืองเหล่านั้น  ที่ลุ่มทั้งหมด ชาวเมืองทั้งสิ้นและพืชที่งอกบนดิน

26 But Lot's wife, behind him, looked back, and she became a pillar of salt.

26 ส่วนภรรยาของโลท   ผู้ซึ่งอยู่ข้างหลังโลท มองกลับไป นางจึงกลายเป็นเสาเกลือ 

 

Luke 17:33-37

33 Whoever seeks to preserve his life will lose it, but whoever loses his life will keep it.

ลูกา 17:33-37

33 คนที่พยายามเอาชีวิตของตนรอด คนนั้นจะเสียชีวิต แต่คนที่ยอมเสียชีวิต คนนั้นจะได้ชีวิตรอด

34 I tell you, in that night there will be two in one bed. One will be taken and the other left.

เราบอกท่านทั้งหลายว่า ในคืนวันนั้นจะมีสองคนนอนเตียงเดียวกัน จะทรงรับไปคนหนึ่ง จะทรงละไว้คนหนึ่ง 

35 There will be two women grinding together. One will be taken and the other left.”

35 ผู้หญิงสองคนจะโม่แป้งด้วยกัน จะทรงรับไปคนหนึ่ง จะทรงละไว้คนหนึ่ง”

36 Two men shall be in the field; the one shall be taken, and the other left.

36 ผู้ชายสองคนจะอยู่ในไร่นา   คนหนึ่ง จะทรงรับไป    อีกคนหนึ่ง จะทรงละไว้

37 And they said to him, “Where, Lord?” He said to them, “Where the corpse is, there the vultures will gather.”

37 พวกเขาจึงทูลถามพระองค์ว่า “จะเกิดขึ้นที่ไหนองค์พระผู้เป็นเจ้า” พระองค์ตรัสตอบว่า “ซากศพอยู่ที่ไหน ฝูงนกแร้งจะรุมล้อมกันอยู่ที่นั่น”

The return of Christ has two phases.

การกลับมาของพระคริสต์มีสองระยะ

The first phase is what we call the "Rapture of the church" which is the taking away of Christian believers.[1]

ระยะแรกคือสิ่งที่เราเรียก "คริสตจักรถูกรับขึ้นไป" ซึ่งเป็นการรับเอาคริสเตียนผู้เชื่อไป

 

1 Thessalonians 4:13-18

13 But we do not want you to be uninformed, brothers, about those who are asleep, that you may not grieve as others do who have no hope.

1เธสะโลนิกา4:13-18

13 พี่น้องทั้งหลาย เราไม่อยากให้ท่านขาดความเข้าใจเรื่องคนที่ล่วงหลับไปแล้ว เพื่อท่านจะไม่เป็นทุกข์โศกเศร้า อย่างคนอื่นๆ ที่ไม่มีความหวัง 

14 For since we believe that Jesus died and rose again, even so, through Jesus, God will bring with him those who have fallen asleep.

14 เพราะในเมื่อเราเชื่อว่าพระเยซูสิ้นพระชนม์และคืนพระชนม์แล้ว โดยพระเยซูนั้น พระเจ้าจะทรงนำบรรดาคนที่ล่วงหลับไปแล้วนั้นมากับพระองค์ 

15 For this we declare to you by a word from the Lord, that we who are alive, who are left until the coming of the Lord, will not precede those who have fallen asleep.

15 ตามพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้า เราขอบอกพวกท่านข้อนี้ว่า เราที่ยังมีชีวิตอยู่และคอยองค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมา จะไม่ล่วงหน้าไปก่อนพวกที่ล่วงหลับไปแล้ว

16 For the Lord himself will descend from heaven with a cry of command, with the voice of an archangel, and with the sound of the trumpet of God. And the dead in Christ will rise first.

16 คือว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาจากสวรรค์ด้วยพระดำรัสสั่ง ด้วยเสียงเรียกของหัวหน้าทูตสวรรค์และด้วยเสียงแตรของพระเจ้า และทุกคนที่ตายแล้วในพระคริสต์จะเป็นขึ้นมาก่อน

17Then we who are alive, who are left, will be caught up together with them in the clouds to meet the Lord in the air, and so we will always be with the Lord.

17 หลังจากนั้นพระเจ้าจะทรงรับพวกเราซึ่งยังมีชีวิตอยู่ขึ้นไปในเมฆพร้อมกับคนเหล่านั้น และจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในฟ้าอากาศ อย่างนั้นแหละ เราก็จะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์

18 Therefore encourage one another with these words.

18 เพราะฉะนั้น จงหนุนใจกันด้วยถ้อยคำเหล่านี้เถิด

 

That passage describes the rapture, our passage in Luke Verses 30-37 may not refer to the rapture but to the second phase of the return of Christ to the earth to           set up His righteous kingdom.

พระธรรมตอนนั้นอธิบายการรับขึ้นไป พระธรรมลูกาข้อ30-37 อาจจะไม่ได้   หมายถึงการรับขึ้นไป  แต่เป็นระยะที่สองของการเสด็จกลับมาของพระคริสต์มายัง         โลกเพื่อตั้งอาณาจักรที่ชอบธรรมของพระองค์

 

[Dr. J. Vernon McGee says, This is] a direct reference to taking away the ungodly in judgment and leaving on earth those who will enter the millennial kingdom…

            [ดร.เจ เวอร์นอน แมคกี กล่าวว่านี่คือการอ้างอิงโดยตรงที่รับคนอธรรมไปเข้าสู่การพิพากษา และเหลือไว้ในโลกคือบรรดาผู้ที่จะเข้าสู่ราชอาณาจักรพันปี

He is talking about the second phase of His return, which is returning to the earth to establish His Kingdom.

เขากำลังพูดถึงระยะที่สองของการเสด็จกลับมาของพระองค์   ซึ่งจะกลับมายังโลกเพื่อจะสร้างอาณาจักรของพระองค์

This will take place after the Rapture and after the Great Tribulation.[2]

สิ่งนี้จะเกิดขึ้นหลังจากการรับขึ้นไปสวรรค์และหลังยุคความทุกข์เวทนาครั้งใหญ่

 

Dr. Warren Wiersbe says, “The verb taken in Luke 17:34-36 does not mean ‘taken to heaven’ but ‘taken away in judgment’”[3]

ดร. วอร์เรน เวียสเบ้ กล่าวว่า "คำกริยาที่ใช้ในพระธรรมลูกา17:34-36 ไม่ได้            หมายความว่า ' นำไปสวรรค์ ' แต่ ' นำออกไปเพื่อเข้าสู่การพิพากษา '"

We can compare this to Matthew 24.

เราสามารถเปรียบเทียบข้อนี้กับพระธรรมมัทธิวบทที่ 24

 

Matthew 24:36-41

36“But concerning that day and hour no one knows, not even the angels of heaven, nor the Son, but the Father only.

มัทธิว24:36-41

36 “แต่ไม่มีใครรู้เรื่องวันหรือเวลาแม้แต่บรรดาทูตแห่งฟ้าสวรรค์หรือพระบุตร มีแต่พระบิดาองค์เดียว

37 As were the days of Noah, so will be the coming of the Son of Man.

37 เพราะว่าสมัยของโนอาห์เคยเป็นอย่างไร เมื่อบุตรมนุษย์เสด็จมาก็จะเป็นอย่างนั้น

38 For as in those days before the flood they were eating and drinking, marrying and giving in marriage, until the day when Noah entered the ark,

38 เพราะว่าก่อนวันน้ำท่วมนั้น คนทั้งหลายพากันกินดื่มกัน สมรสกันและยกให้เป็นสามีภรรยากัน จนถึงวันที่โนอาห์เข้าไปในเรือใหญ่ 

39 and they were unaware until the flood came and swept them all away, so will be the coming of the Son of Man.

40 และน้ำท่วมกวาดเอาพวกเขาไปทุกคนโดยไม่ทันรู้ตัวอย่างไร เมื่อบุตรมนุษย์เสด็จมาก็จะเป็นอย่างนั้น

40Then two men will be in the field; one will be taken and one left.

40 เวลานั้นชายสองคนอยู่ที่ทุ่งนา จะถูกรับไปคนหนึ่ง และถูกละทิ้งไว้คนหนึ่ง

41 Two women will be grinding at the mill; one will be taken and one left.

41 หญิงสองคนโม่แป้งอยู่ด้วยกัน จะถูกรับไปคนหนึ่ง ถูกละทิ้งไว้คนหนึ่ง 

 

Luke 17:30-36 describes what will occur when Jesus Christ returns in judgment to defeat His enemies and establish His kingdom on earth.[4]

ลูกา17:30-36 อธิบายสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อพระเยซูคริสต์เสด็จกลับมาในการพิพากษาเพื่อพิชิตศัตรูของพระองค์และสร้างอาณาจักรของพระองค์บนโลก

 

Revelation 19:11-16

 11 Then I saw heaven opened, and behold, a white horse! The one sitting on it is called Faithful and True, and in righteousness he judges and makes war.

วิวรณ์19:11-16

11 แล้วข้าพเจ้าเห็นสวรรค์เปิดออก และนี่แน่ะ มีม้าสีขาวตัวหนึ่ง พระองค์ผู้ทรงม้านั้นมีพระนามว่า “ซื่อสัตย์และสัตย์จริง” พระองค์ทรงพิพากษาและทรงต่อสู้ด้วยความชอบธรรม

12 His eyes are like a flame of fire, and on his head are many diadems, and he has a name written that no one knows but himself.

12 พระเนตรของพระองค์เหมือนอย่างเปลวไฟ และบนพระเศียรของพระองค์มีมงกุฎหลายอัน พระองค์ทรงมีพระนามจารึกไว้ซึ่งไม่มีใครรู้จักเลยนอกจากพระองค์เอง

13 He is clothed in a robe dipped in blood, and the name by which he is called is The Word of God.

13 พระองค์ทรงฉลองพระองค์ที่ได้จุ่มในสำเนาโบราณบางฉบับว่า ที่ประพรมด้วยเลือด และพระนามที่เรียกพระองค์นั้นคือ “พระวาทะของพระเจ้า” 

14 And the armies of heaven, arrayed in fine linen, white and pure, were following him on white horses.

14 กองทัพทั้งหลายในสวรรค์นุ่งห่มผ้าป่านเนื้อละเอียด สีขาวสะอาด ขี่ม้าขาวตามเสด็จพระองค์ไป

15 From his mouth comes a sharp sword with which to strike down the nations, and he will rule them with a rod of iron. He will tread the winepress of the fury of the wrath of God the Almighty.

16 มีพระแสงคมกริบออกมาจากพระโอษฐ์ของพระองค์ เพื่อพระองค์จะทรงใช้มันฟาดฟันประชาชาติต่างๆ และพระองค์จะทรงครอบครองเขาทั้งหลายด้วยคทาเหล็ก พระองค์จะทรงย่ำบ่อย่ำองุ่นแห่งพระพิโรธรุนแรงของพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด

16 On his robe and on his thigh he has a name written, King of kings and Lord of lords.

18 พระองค์ทรงมีพระนามจารึกที่ฉลองพระองค์ และที่ต้นพระอูรุของพระองค์ว่า  “กษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งหลายและเจ้านายเหนือเจ้านายทั้งหลาย”

 

This is that last battle before Jesus establishes His kingdom.

นี่คือการต่อสู้ครั้งสุดท้ายก่อนที่พระเยซูทรงสร้างอาณาจักรของพระองค์

As believers in His church, we must obey Luke 17:33 and seek to live completely devoted to Him.

ในฐานะผู้เชื่อในคริสตจักรของพระองค์  เราต้องเชื่อฟังพระธรรมลูกา17:33 และ      พยายามที่จะมีชีวิตอยู่อย่างสมบูรณ์แบบเพื่ออุทิศถวายแด่พระองค์

That is the only way to be prepared for His coming. 

นั่นเป็นวิธีเดียวที่จะเตรียมพร้อมสำหรับการเสด็จกลับมาของพระองค์

So, in this important section our Lord warned His disciples and us not to be deceived concerning His return.

ดังนั้นในตอนสำคัญนี้ พระเจ้าทรงเตือนพวกสาวกของพระองค์และเรา   จงอย่าถูก   หลอกเกี่ยวกับการเสด็จกลับมาของพระองค์

Notice that Christ implied that the earth was round, while we are working here in Thailand, people in America are sleeping because we are 15 hours ahead of them,        so one will be in bed and another working out in the field.

ขอให้สังเกตว่าพระคริสต์ตรัสเป็นนัยว่าโลกกลม ในขณะที่เรากำลังทำงานที่นี่ใน       ประเทศไทย  คนในอเมริกากำลังนอนหลับเพราะเวลาของเราเร็วกว่าพวกเขา 15             ชั่วโมง ดังนั้นคนหนึ่งจะนอนอยู่บนเตียงและอีกคนหนึ่งกำลังทำงานในทุ่งนา

There will be night on one side of the earth and day on the other side.

จะเป็นเวลากลางคืนในด้านหนึ่งของโลกและเวลากลางวันในอีกด้านหนึ่ง

Jesus saw human society at the end of the age to be like a rotten corpse that invites the eagles and vultures (verse 37).

พระเยซูทอดพระเนตรเห็นสังคมมนุษย์ในยุคสุดท้าย ที่จะเป็นเหมือนศพเน่าเปื่อยที่     เชิญชวนอินทรีและแร้งมากัดกิน (37)

 

Revelation 19:19-21

19 And I saw the beast and the kings of the earth with their armies gathered to make war against him who was sitting on the horse and against his army.

วิวรณ์19:19-21 และข้าพเจ้าเห็นสัตว์ร้าย และบรรดากษัตริย์บนแผ่นดินโลก พร้อมทั้งกองทัพของกษัตริย์เหล่านั้น มาชุมนุมกันเพื่อทำสงครามกับพระองค์ผู้ทรงม้า และกับกองทัพของพระองค์ 

20 And the beast was captured, and with it the false prophet who in its presence had done the signs by which he deceived those who had received the mark of the beast and those who worshiped its image. These two were thrown alive into the lake of fire that burns with sulfur.

20 แต่สัตว์ร้ายนั้นถูกจับพร้อมกับผู้เผยพระวจนะเท็จผู้ที่ทำหมายสำคัญต่อหน้ามัน และใช้หมายสำคัญนั้นล่อลวงคนทั้งหลายที่ได้รับเครื่องหมายของสัตว์ร้าย และคนทั้งหลายที่บูชารูปของมันทั้งสองถูกโยนลงไปทั้งเป็นในบึงไฟที่ลุกไหม้ด้วยกำมะถัน 

21 And the rest were slain by the sword that came from the mouth of him who was sitting on the horse, and all the birds were gorged with their flesh.

21 และคนที่เหลืออยู่ก็ถูกฆ่าด้วยพระแสงที่ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระองค์ผู้ทรง    ม้านั้น และนกทั้งหมดก็อิ่มด้วยเนื้อของคนเหล่านั้น

This is what we call the Battle of Armageddon, it will be ended when Christ comes to establish His Kingdom upon the earth.[5]

นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่าสงครามอามาเกโดน  โลกก็จะสิ้นสุดลงเมื่อพระคริสต์เสด็จกลับมาสร้างราชอาณาจักรของพระองค์บนโลก

Are you looking for His return, and do you really want to see Him come? 

คุณกำลังรอการเสด็จกลับมาของพระองค์ไหม และจริงๆ คุณอยากจะเห็นพระองค์     เสด็จมาไหม?

Are you living completely devoted to Him and are you telling others about Jesus?

คุณมีชีวิตอยู่อย่างสมบูรณ์แบบอุทิศถวายแด่พระองค์และคุณบอกคนอื่นๆ เรื่อง          พระเยซูไหม?

 

This sermon is a part of a collection of sermons entitled New Testament     Expository Sermons vol. 5 Luke 14-24 copyright ©2018 by Dana Bratton available at Amazon.com in Kindle and paperback (English only).

New Testament Expository Sermons vol. 5 Luke 14-24

คำสอนนี้เป็คำสอนนี้เป็นตอนหนึ่งของชุดรวมคำสอนที่มีชื่อว่า คำสอนเชิงอธิบายพันธสัญญาใหม่ ชุดที่ 5 พระธรรมลูกา 14-24 ลิขสิทธิ์2018 โดยนายเดนา แบรตตัน สามารถ          ดูได้ที่ Amazon.com ในเครื่องอ่านหนังสืออีเล็คทรอนิกส์และหนังสือปกอ่อน   (ภาษาอังกฤษเท่านั้น)

ข้อพระคัมภีร์คัดมาจากพระคัมภีร์ (พระคัมภีร์ฉบับมาตรฐานอังกฤษ®สงวนลิขสิทธิ์© 2001 โดย Crossway  พันธกิจการพิมพ์ของสำนักพิมพ์ข่าวประเสริฐ  โดยได้รับอนุญาต  ขอสงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด

ข้อพระคัมภีร์ไทยคัดมาจากพระคัมภีร์  พระคริสตธรรมคัมภีร์ภาษาไทยฉบับมาตรฐาน 2011 สงวนลิขสิทธิ์ 2011 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย



[1] McGee, Thru the Bible with J. Vernon McGee, Luke 17.

[2] ibid.

[3] Wiersbe, Wiersbe's Expository Outlines – Wiersbe's Expository Outlines on the New Testament, 189.

 [4]  Wiersbe, Bible Exposition Commentary - Be Courageous (Luke 14-24), 246.

  [5] McGee, Thru the Bible with J. Vernon McGee, Luke 17.

 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top