Search the site

Calvary Chapel at the Bridge Phuket ThailandCalvary Chapel at the Bridge

Luke 15 The Parables of the Lost Sheep and the Lost Coin

ลูกาบทที่ 15 อุปมาเรื่

 

Last time we talked about people pretending to very religious but were not at all concerned with the needs of people.

ครั้งที่แล้วเราได้พูดถึงเรื่องคนที่แสร้งทำเป็นเคร่งศาสนามากแต่ไม่ได้สนใจสิ่งที่คนมีความต้องการ

Jesus tells three parables in this chapter that all teach the value of the lost sinner. 

พระเยซูทรงเล่าอุปมาสามเรื่องในบทนี้ที่สอนคุณค่าของคนบาปที่หลงหาย

They illustrate the great love the Savior has for the lost.

ทั้งหมดแสดงให้เห็นภาพความรักยิ่งใหญ่ที่พระผู้ช่วยให้รอดมีต่อผู้หลงหาย

Three words summarize the message of this chapter: lost, found, and rejoice.   

สามคำที่สรุปข้อความของบทนี้คือ  หลงหาย  พบแล้ว และชื่นชมยินดี

Jesus spoke these parables to the Pharisees and scribes who were troubled that Jesus would eat with and care for people who were sinful, people that they didn’t like, such as the tax collectors. 

พระเยซูตรัสสอนสุภาษิตเหล่านี้แก่พวกฟาริสีและพวกธรรมาจารย์ที่กำลังทุกข์ใจว่าพระเยซูจะร่วมเสวยด้วยและดูแลคนผิดบาป  คนที่พวกเขาไม่ชอบ  เช่นคนเก็บภาษี

The tax collectors were Jews who made a deal with the Roman government that they would collect taxes from their countrymen and keep part of the money for themselves. 

คนเก็บภาษีเป็นชาวยิวที่ทำข้อตกลงกับรัฐบาลโรมันว่าพวกเขาจะเก็บภาษีจากพี่น้องร่วมชาติของพวกเขาและเก็บภาษีส่วนหนึ่งไว้สำหรับตัวเอง

Some charged very high amounts to keep for themselves. 

บางคนเรียกเก็บเงินภาษีสูงมากเพื่อเก็บให้ตัวเอง

These religious leaders thought it was bad enough that Jesus welcomed these people they didn’t like and taught them, but He went so far as to eat with them.

ผู้นำทางศาสนาเหล่านี้คิดว่ามันแย่มากที่พระเยซูทรงต้อนรับบรรดาคนที่พวกเขาไม่ชอบและสั่งสอนพวกเขา  แต่พระองค์ไปไกลกว่านั้นคือร่วมเสวยกับพวกเขา

The Jewish religious leaders did not yet understand that the Jesus had “come to seek and to save that which was lost” (Luke 19:10)

ผู้นำทางศาสนายิวยังไม่เข้าใจว่าพระเยซูว่า "เสด็จมาเพื่อแสวงหาและช่วยคนบาปที่หลงหาย" (ลูกา 19:10)

Not realizing they also were lost.

ไม่รู้ตัวว่าพวกเขาก็หลงหายไปด้วย

What does it mean to be lost?

มันหมายถึงอะไรที่ว่าหลงหาย? 

It means, like the sheep, to be away from safety and in a place of danger; or like the coin, to be useless and out of circulation (not used for buying and selling and not used in the wedding necklace). 

เหมือนฝูงแกะ หมายความว่ามันอยู่ห่างจากความปลอดภัยและตกอยู่ในที่อันตราย หรือเหมือนเงินเหรียญ ที่ไม่มีประโยชน์และไม่ใช้หมุนเวียน (ไม่ได้ใช้เพื่อซื้อและขายและไม่ได้ใช้ในสร้อยคอแต่งงาน)

To be lost means to not know where you are, to not be able to get home, or to a place of safety. 

หลงหายหมายถึงไม่ทราบว่าคุณอยู่ที่ไหน  ไม่สามารถที่จะกลับบ้านหรือสถานที่ปลอดภัย

In 1962 when I was six my family went a world fair in Seattle Washington in the northern part of the United States. 

ในปี 1962 เมื่อผมอายุหกปี  ครอบครัวของผมไปงานแสดงสินค้าระดับโลกในนครซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน ทางตอนเหนือของประเทศสหรัฐอเมริกา.

The fairgrounds were huge and there were many people. 

พื้นที่จัดงานใหญ่โตมหึมามีคนมากมายไปที่นั่น

I was curious and began looking around at the stores, the rides, and the displays, but realized that I was not with my family anymore. 

ผมอยากรู้อยากเห็นและเริ่มกวาดตามองไปรอบๆ ที่ร้านค้า ที่เครื่องเล่นขับขี่ และสินค้า  ที่นำมาแสดงให้ชม  แต่มารู้สึกตัวว่าผมไม่ได้อยู่กับคนในครอบครัวของผมแล้ว

Where were my Mom and Dad, my younger brother and younger sister? 

พ่อแม่และน้องชายและน้องสาวของผมอยู่ที่ไหนกัน?

I was lost.  Thankfully it wasn’t too long until my parents found me.  A joyful reunion.

ผมหลงทาง  ขอบคุณที่มันไม่นานเกินไปจนกระทั่งพ่อแม่หาผมจนพบ  เราก็เลยมีความสุขร่วมกันอีก

After the terrorist jets hit the twin towers in New York I went to help the people in New York as a pastor. 

            หลังจากที่ผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบินพุ่งชนอาคารแฝดในนครนิวยอร์ก  ผมในฐานะ

ศิษยาภิบาลออกไปช่วยคนในนิวยอร์ก

I stayed in a YMCA guest house, much less expensive than a hotel. 

ผมพักที่เกสท์เฮาส์ วายเอ็มซีเอ ราคาถูกกว่าโรงแรมที่พัก

The guest house was near Central Park. 

เกสท์เฮ้าส์อยู่ใกล้กับสวนสาธารณะกลาง

I was walking back to the guest house late at night and I came to Central Park, but it was so large I became confused in my directions I walked in a big circle. 

ผมกำลังเดินกลับไปยังเกสท์เฮ้าส์ตอนกลางคืนและผมเดินมาถึงสวนสาธารณะ แต่มันกว้างใหญ่มากจนผมเริ่มสับสนในทิศทางเดิน  ผมเดินรอบวงกลมขนาดใหญ่

I finally made it back to the guest house but for a few hours I was lost in a dangerous area.

ในที่สุดผมก็กลับไปถึงที่เกสท์เฮาส์  แต่ผมหลงทางไปในพื้นที่อันตรายไม่กี่ชั่วโมง

We will talk about the joy of finding as told in two parables and then the joy of returning in the third story, next time.

เราจะพูดเรื่องความยินดีของการหาจนพบอย่างคำสอนในอุปมาสองเรื่อง  แล้วเราก็ยินดีกลับมาศึกษาอุปมาเรื่องที่สามต่อไป

Mankind has accomplished many great things. 

มนุษยชาติได้ทำสำเร็จสร้างสิ่งของยอดเยี่ยมมากมาย

In the last 100 years many, many things have been invented and things done that were not done in the past. 

ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมาหลายสิ่งหลายอย่างได้ถูกคิดค้นและประดิษฐ์ขึ้นซึ่งไม่ได้ทำในอดีตที่ผ่านมา

We have sent people to the moon, we can fly in airplanes around the world, there have been the invention of cars, boats, motorcycles, telephones, radios, and computers. 

เราได้ส่งคนไปยังดวงจันทร์ เราสามารถเดินทางโดยเครื่องบินไปทั่วโลก มีการประดิษฐ์รถยนต์  เรือ รถจักรยานยนต์ โทรศัพท์ วิทยุ และคอมพิวเตอร์

And of each of those things are continually being made better. 

และสิ่งของแต่ละสิ่งเหล่านั้นยังถูกพัฒนาให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

But there is no rejoicing in Heaven over those things. 

แต่ไม่มีความยินดีในสวรรค์ต่อสิ่งของเหล่านั้น

What causes the angels to rejoice? 

อะไรเป็นสาเหตุให้ทูตสวรรค์ชื่นชมยินดี?

They rejoice when one person who was lost is now found.

พวกเขาชื่นชมยินดีเมื่อตอนนี้ได้พบคนหนึ่งที่หายไป

The story about the lost sheep would touch the hearts of the men and boys in the crowd, and the women and girls would appreciate the story about the coin that was lost from the wedding necklace.

            ผู้ชายและเด็กชายในกลุ่มคนประทับใจเรื่องราวเกี่ยวกับแกะหลงหาย ส่วนผู้หญิงและเด็กหญิงจะชื่นชมเรื่องราวเกี่ยวกับเหรียญที่หายไปจากสร้อยคอแต่งงาน

Jesus wanted to reach everybody’s heart.

พระเยซูทรงต้องการที่จะเข้าถึงจิตใจของทุกคน

 

The parable of the lost sheep

อุปมาเรื่องแกะหาย

1 Now the tax collectors and sinners were all drawing near to hear him.

1 ในเวลานั้นบรรดาคนเก็บภาษี   และพวกคนบาปเข้ามาใกล้เพื่อจะฟังพระองค์

2 And the Pharisees and the scribes grumbled, saying, “This man receives sinners and eats with them.”

2 พวกฟาริสีและพวกธรรมาจารย์ก็บ่นว่า   “คนนี้ต้อนรับคนบาปและกินด้วยกันกับเขา”  

3 So he told them this parable:

3 พระเยซูจึงตรัสอุปมาต่อไปนี้ให้พวกเขาฟังว่า

4 “What man of you, having a hundred sheep, if he has lost one of them, does not leave the ninety-nine in the open country, and go after the one that is lost, until he finds it?

4 “ใครในพวกท่านที่มีแกะร้อยตัว   และตัวหนึ่งหลงหายไป   จะไม่ทิ้งเก้าสิบเก้าตัวนั้นไว้ที่กลางทุ่งหญ้า   แล้วออกไปตามหาตัวที่หายไปนั้นจนกว่าจะพบหรือ

5 And when he has found it, he lays it on his shoulders, rejoicing.

5 และเมื่อพบแล้ว เขาจะยกขึ้นใส่บ่ามาด้วยความชื่นชมยินดี

6 And when he comes home, he calls together his friends and his neighbors, saying to them, ‘Rejoice with me, for I have found my sheep that was lost.’

6 เมื่อมาถึงบ้าน   เขาก็เชิญมิตรสหายและเพื่อนบ้านให้มาพร้อมกัน   แล้วพูดกับพวกเขาว่า   ' มาร่วมยินดีกับข้า   เพราะข้าพบแกะของข้าที่หายไปนั้นแล้ว'

7 Just so, I tell you, there will be more joy in heaven over one sinner who repents than over ninety-nine righteous persons who need no repentance.

7เราบอกท่านทั้งหลายว่า   ในทำนองเดียวกัน   จะมีความชื่นชมยินดีในสวรรค์   เรื่องคนบาปคนเดียวที่กลับใจใหม่   มากกว่าเรื่องคนชอบธรรมเก้าสิบเก้าคนที่ไม่ยอมกลับใจ

       

Note the emphasis on rejoicing: the shepherd rejoices, the neighbors rejoice, and heaven rejoices.

สังเกตที่เราเน้นความชื่นชมยินดี: คนเลี้ยงแกะชื่นชมยินดี เพื่อนบ้านชื่นชมยินดีและสวรรค์เปรมปรีดิ์

A shepherd is responsible for each of the sheep; and if one is lost or killed, he must repay the owner, or if he is the owner still suffer a financial loss.

            ผู้เลี้ยงแกะรับผิดชอบแกะแต่ละตัว  ถ้าตัวหนึ่งหลงหายหรือถูกฆ่า เขาต้องจ่ายชดใช้คืนเจ้าของ หรือถ้าเขาเป็นเจ้าของก็จะทุกข์ใจเพราะสูญเสียเงิน

Sheep are lost because of their own stupidity; they wander away and fail to see the danger they are in.

แกะหลงหายไปเพราะความโง่ของมันเอง  พวกมันหลงทางไปและไม่รู้ว่าจะตกอยู่ในอันตราย

 

Isaiah 53:6 All we like sheep have gone astray; we have turned—every one—to his own way; and the Lord has laid on him the iniquity of us all.

อิสยาห์ 53.6  เราทุกคนหลงทางไปเหมือนแกะ   ต่างคนต่างหันไปตามทางของตนเอง  และพระยาเวห์ทรงวางความผิดบาปของเราทุกคนลงบนตัวท่าน     

Luke 19:10 For the Son of Man came to seek and to save the lost.”

ลูกา19:10  เพราะว่าบุตรมนุษย์มาเพื่อจะแสวงหาและช่วยผู้ที่หลงหายไปนั้นให้รอด”

         Jesus tells us in John 10 that He is the good shepherd. 

พระเยซูทรงสอนเราในยอห์นบทที่10ว่าพระองค์ทรงเป็นผู้เลี้ยงแกะที่ดี

 

John 10:14 I am the good shepherd. I know my own and my own know me,

ยอห์น10:14 เราเป็นผู้เลี้ยงที่ดี  เรารู้จักแกะของเรา และแกะของเราก็รู้จักเรา

 

If you get 99% on a test that is good strong A grade. 

            ถ้าคุณผ่านบททดสอบ 99 % เท่ากับได้คะแนนเยี่ยมเกรดเอ

But Jesus doesn’t want to miss even one. 

แต่พระเยซูไม่ทรงต้องการที่จะพลาดแม้แต่หนึ่งเดียว

He goes after the one lost sheep.  

พระองค์ทรงไปเสาะหาแกะหนึ่งตัวที่หลงหายไป

Some people rebel against the Lord, may engage in great sin, or ignore Him for a long time and yet the Lord continues to look for them to bring them into a relationship with Him. 

บางคนกบฏต่อพระเจ้า  อาจมีส่วนร่วมทำบาปใหญ่หลวง  หรือไม่ละเลยพระองค์เป็นเวลานาน  และพระเจ้ายังทรงมองหาพวกเขา  เพื่อจะนำพวกเขาไปสู่ความสัมพันธ์กับพระองค์

Wanting to bear them up on His shoulders, and join them with the other sheep.

ทรงต้องการที่จะแบกพวกเขาขึ้นบนบ่าของพระองค์และพามาเข้าร่วมกับแกะอื่น

 

   Luke 19:10 For the Son of Man came to seek and to save the lost

ลูกา19:10  เพราะว่าบุตรมนุษย์มาเพื่อจะแสวงหาและช่วยผู้ที่หลงหายไปนั้นให้รอด”

 

The sheep was lost because of foolishness.

            แกะหลงหายไปเพราะโง่

Sheep have a tendency to go astray, and that is why they need a shepherd.  

มีแนวโน้มว่าฝูงแกะต้องเดินหลงทาง  และนั่นคือเหตุผลที่พวกเขาต้องการผู้เลี้ยงแกะ

The scribes and Pharisees had no problem seeing the tax collectors and other sinners as “lost sheep,” but they would not think of themselves as being lost.  

พวกธรรมาจารย์และพวกฟาริสีไม่มีปัญหาที่พบว่าคนเก็บภาษีและคนบาปอื่นๆเป็น "แกะหลงหาย" แต่พวกเขาจะไม่คิดว่าตัวเองก็หลงหายไปด้วย

And yet the Bible makes it clear that all of us have sinned and gone astray, and that includes religious people.

และพระคัมภีร์ยังกล่าวชัดเจนว่า พวกเราทุกคนทำบาปและหลงหายไป  และนั่นรวมบรรดาคนเคร่งศาสนา

        By leaving the ninety-nine sheep, the shepherd was not saying they were unimportant to him.

         ในการละทิ้งแกะเก้าสิบเก้าตัวไว้  ผู้เลี้ยงแกะไม่ได้บอกว่าเขาไม่แยแสพวกมัน

They were safe but the lost sheep was in danger.

ฝูงแกะปลอดภัยแต่แกะที่หลงหายไปตกอยู่ในอันตราย

The fact that the shepherd would go after one sheep is proof that each animal was dear to him.  

ความจริงที่ว่าผู้เลี้ยงแกะจะไปตามหาแกะหนึ่งตัวเป็นหลักฐานว่าเขารักสัตว์ทุกตัว

  There are four persons or groups who rejoice when a lost sinner comes to the Savior.

            มีคนสี่คนหรือสี่กลุ่มที่ชื่นชมยินดีเมื่อคนบาปที่หายไปกลับมาหาพระผู้ช่วยให้รอด

There is rejoicing in the one who is found or saved.  

มีความยินดีเมื่อพบหนึ่งตัวหรือปลอดภัยแล้ว

Though nothing is said in the parable about how the sheep felt, but there is definitely joy in the heart of the person found.

แม้ว่าในอุปมาจะไม่กล่าวอะไรว่าแกะรู้สึกอย่างไร  แต่มีความสุขแน่นอนในหัวใจของคนที่ได้พบ

There is also rejoicing by the person who does the finding or soul winning.

มีความชื่นยินดีโดยบุคคลที่ได้พบหรือนำวิญญาณกลับมา

Whenever you help in leading a lost soul to faith in Jesus, you experience great joy.

เมื่อใดก็ตามที่คุณช่วยนำจิตวิญญาณที่หายไปมาเชื่อในพระเยซู  คุณจะได้พบกับความสุขที่ยิ่งใหญ่

Others join with us in rejoicing as we share the good news of a new child in the family of God, and there is rejoicing in heaven.

คนอื่นๆร่วมยินดีกับเราเมื่อเราบอกเล่าข่าวดีของบุตรคนใหม่ในครอบครัวของพระเจ้า และมีความยินดีในสวรรค์

The angels smile and I imagine they sing praises. 

ทูตสวรรค์ยิ้มและฉันคิดว่าพวกเขาร้องเพลงสรรเสริญ

They know better than we do what we are saved from and rejoice with us.[1]

พวกเขารู้ดีกว่าเรา เรื่องที่เรารอดแล้วและชื่นชมยินดีกับเรา

The common shepherd will leave 99 of his 100 sheep to find the stray. 

            ผู้เลี้ยงแกะทั่วไปจะละทิ้งแกะเก้าสิบเก้าตัวจากร้อยตัวเพื่อตามหาตัวที่หลงทาง

How much more will the Great Shepherd do for the lost person?

ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใดที่พระผู้เลี้ยงที่ดีจะทรงทำกับคนที่หลงหายไป?

Jesus took on Himself all the sins of the world, dying on the cross and coming alive again from the dead, to save the lost sinner.

พระเยซูเองทรงรับเอาบาปทั้งหมดของโลก  การสิ้นพระชนม์บนกางเขนและการฟื้นพระชนม์อีกครั้งจากความตาย เพื่อช่วยคนบาปที่หลงหายให้รอด

The repentance and subsequent salvation of even just one sinner causes the angels to rejoice. 

แม้คนเดียวที่กลับใจและรับความรอดที่ตามมาก็ทำให้พวกทูตสวรรค์ชื่นชมยินดี

Perhaps a party is thrown every time one or more people are saved. 

บางทีมีการเลี้ยงฉลองทุกครั้งเมื่อคนหนึ่งหรือหลายคนรอดได้

 

The Parable of the lost coin

อุปมาเรื่องเงินเหรียญหาย

8“Or what woman, having ten silver coins, if she loses one coin, does not light a lamp and sweep the house and seek diligently until she finds it?

8 “หญิงคนใดที่มีเหรียญเงินสิบเหรียญ   และเหรียญหนึ่งหายไป   จะไม่จุดตะเกียงกวาดบ้านค้นหาอย่างละเอียดถี่ถ้วนจนกว่าจะพบหรือ

9 And when she has found it, she calls together her friends and neighbors, saying, ‘Rejoice with me, for I have found the coin that I had lost.’

9 เมื่อพบแล้ว  นางจะเชิญมิตรสหายและเพื่อนบ้านมาพร้อมกัน   แล้วพูดกับพวกเขาว่า   ' มาร่วมยินดีกับฉัน   เพราะฉันพบเหรียญเงินที่หายไปนั้นแล้ว'

10 Just so, I tell you, there is joy before the angels of God over one sinner who repents.”

10 ในทำนองเดียวกัน เราบอกท่านทั้งหลายว่า จะมีความชื่นชมยินดีท่ามกลางพวกทูตสวรรค์ของพระเจ้า เรื่องคนบาปคนเดียวที่กลับใจใหม่”

 

From my days in Child Evangelism Fellowship, I learned that this coin was probably from a wedding necklace, so it would be like a diamond missing from a wedding ring. 

            ในสมัยที่ผมทำงานสมาคมเผยแพร่ศาสนาคริสต์   ผมได้เรียนรู้ว่าเหรียญนี้อาจจะมาจากสร้อยคอแต่งงาน ดังนั้นมันจะเป็นเหมือนเพชรหนึ่งเม็ดหายไปจากแหวนแต่งงาน

The coin would be especially valuable to the woman. 

เหรียญจะมีคุณค่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้หญิง

When a Jewish girl married, she began to wear a headband of ten silver coins to signify that she was now a wife.

         เมื่อหญิงสาวยิวแต่งงาน  เธอเริ่มที่จะสวมผ้าคลุมศีรษะมีราคาสิบเหรียญเงินเพื่อจะบ่งบอกว่าตอนนี้เธอเป็นภรรยา

It was the Jewish version of our modern wedding ring, and it would be considered a terrible thing for her to lose one of those coins.

มันเป็นแหวนแต่งงานที่ทันสมัยของเราในแบบฉบับชาวยิว และถือว่าเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับเธอที่จะสูญเสียเหรียญเหล่านั้นไปหนึ่งอัน

The houses were dark, so she had to light a lamp and search until she found the lost coin; and we can imagine her joy at finding it.  

บ้านแถวนั้นมืดดังนั้นเธอจึงต้องจุดโคมไฟและค้นหาจนกระทั่งเธอพบเหรียญที่หายไป และเราสามารถจินตนาการได้ว่าเธอมีความสุขที่หามันพบ

To lose one of the coins would be to ruin the necklace and embarrass the woman.

การสูญเสียเหรียญหนึ่งอันจะสร้อยคอเสียหายและทำให้ผู้หญิงขายหน้า

It is likely that coin had the image of the king on it, people have the image of God and are valuable; but they are lost and not being used now by the Lord.  

เป็นไปได้ว่าเหรียญมีภาพลักษณ์ของกษัตริย์ในนั้น  คนที่มีภาพลักษณ์ของพระเจ้าและมีคุณค่า  แต่พวกเขาหลงหายไปและพระเจ้าไม่ทรงนำมาใช้ในขณะนี้

To lose one of the coins was like losing a diamond out of one's wedding ring.

การสูญเสียเหรียญหนึ่งอันเหมือนการสูญเสียเพชรเม็ดหนึ่งจากแหวนแต่งงาน

The woman reminds me of the Holy Spirit who works to make sure that each one who belongs to the Bridegroom – Jesus, will be present for the wedding.

ผู้หญิงทำให้ผมนึกถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทรงทำงานเพื่อให้แน่ใจว่าแต่ละคนที่เป็นของเจ้าบ่าว–คือพระเยซู จะอยู่ในงานแต่งงาน

Every coin will be in place.

เหรียญทุกอันจะอยู่ในที่ของมัน

Everyone is valuable to Him. 

ทุกคนมีคุณค่าต่อพระองค์ 

When found, sinners are once again useful and able to serve the Lord.

เมื่อพบคนบาปแล้ว  จะมีประโยชน์อีกครั้งและสามารถที่จะรับใช้พระเจ้า

Again, there is joy in Heaven because the lost has been found.

อีกครั้ง มีความยินดีในสวรรค์เพราะได้พบคนหลงหายแล้ว

  These two parables help us understand what it means to be lost.                       

คำอุปมาทั้งสองนี้ช่วยให้เราเข้าใจว่าหลงหายหมายถึงอะไร

It means being out of place.

มันหมายถึงการอยู่นอกสถานที่

Sheep belong with the flock and the shepherd, coins belong on the chain or in the purse, and lost sinners belong in relationship with God.

แกะอยู่กับฝูงแกะ และผู้เลี้ยงแกะ  เงินเหรียญอยู่บนห่วงโซ่ หรือในกระเป๋าสตางค์และคนบาปหลงหายอยู่ในความสัมพันธ์กับพระเจ้า

But to be lost also means being out of commission.

แต่การที่หลงหายไปหมายถึงการออกจากงานพันธกิจ

A lost sheep is of no use to the shepherd, a lost coin has no use for the owner, and a lost sinner cannot experience Heaven.

แกะที่หลงหายไปไม่มีประโยชน์ต่อผู้เลี้ยง เหรียญที่หายไปไม่มีประโยชน์สำหรับเจ้าของ, และคนบาปหลงหายไม่มีโอกาสได้ไปสวรรค์

To be found or saved means that you are back in place in relationship to God, back in commission with life purpose and you are out of danger.

หาพบแล้วหรือรอดแล้วหมายความว่าคุณกลับมาอยู่ในสถานที่มีความสัมพันธ์กับพระเจ้า, กลับมารับใช้งานพันธกิจโดยมีเป้าหมายชีวิตและคุณพ้นจากอันตราย

Plenty of reasons to rejoice.[2]

เหตุผลมากมายที่จะชื่นชมยินดี

Many people today are lost, but don’t even know it. 

หลายคนวันนี้หลงหายไปแต่ไม่ได้รู้ตัว

God is seeking those who will “worship Him in Spirit and in truth” (John 4:24).

พระเจ้าทรงกำลังแสวงหาผู้ที่จะ "นมัสการพระองค์ด้วยจิตวิญญาณและความจริง" (ยอห์น 4:24)

Is that you? Are you still lost? 

คือคุณหรือ? คุณยังหลงหายไหม?

Make the angels rejoice today and place your faith in Jesus.

ทำให้ทูตสวรรค์ชื่นชมยินดีในวันนี้และเชื่อวางใจในพระเยซู

There are few joys that match the joy of finding the lost and bringing them to the Savior.

 มีความสุขไม่กี่อย่างที่ตรงกับความสุขของการพบผู้หลงหายและนำพวกเขากลับไปหาพระผู้ช่วยให้รอด

We have seen how precious the lost are to God and the angels. 

เราได้เห็นว่าผู้หลงหายไปมีค่าต่อพระเจ้าและทูตสวรรค์

Are they precious to you? 

พวกเขามีคุณค่าต่อคุณหรือไม่

Are you joining Jesus, who came to seek and to save the lost?

คุณกำลังร่วมกับพระเยซู ผู้เสด็จมาหาและช่วยคนที่หลงหายหรือไม่

 

Luke 19:10 For the Son of Man came to seek and to save the lost.”

         ลูกา19:10 เพราะว่าบุตรมนุษย์เสด็จมาเพื่อแสวงหาและช่วยผู้หลงหายให้รอด 

This sermon is a part of a collection of sermons entitled New Testament Expository Sermons vol. 5 Luke 14-24 copyright©2018 by Dana Bratton available at Amazon.com in Kindle and paperback (English only).

คำสอนนี้เป็นตอนหนึ่งของชุดรวมคำสอนที่มีชื่อว่า คำสอนเชิงอธิบายพันธสัญญาใหม่ ชุดที่ 5 พระธรรมลูกา 14-24 ลิขสิทธิ์© 2018 โดยนายเดนา แบรตตัน สามารถดูได้ที่ Amazon.comในเครื่องอ่านหนังสืออีเล็คทรอนิกส์และหนังสือปกอ่อน (ภาษาอังกฤษเท่านั้น) 

Scripture quotations are from the ESV® Bible (The Holy Bible, English Standard Version®, copyright ©2001 by Crossway, a publishing ministry of Good News Publishers. Used by permission. All rights reserved. 

ข้อพระคัมภีร์คัดมาจากพระคัมภีร์ฉบับ ESV® (พระคัมภีร์ฉบับมาตรฐานอังกฤษ®สงวนลิขสิทธิ์© 2001 โดย Crossway  พันธกิจการพิมพ์ของสำนักพิมพ์ข่าวประเสริฐ  โดยได้รับอนุญาต  ขอสงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด

Thai Scripture quotations are from The Holy Bible – Thai Standard Version 2011 Copyright © 2011 Thailand Bible Society

ข้อพระคัมภีร์ไทยคัดมาจากพระคัมภีร์  พระคริสตธรรมคัมภีร์ภาษาไทยฉบับมาตรฐาน 2011 สงวนลิขสิทธิ์ 2011 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย



     [1] Wiersbe, Bible Exposition Commentary - Be Courageous (Luke 14-24), 234.

        [2] ibid.

 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian Links Daily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash Cards Thai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top