Search the site

Calvary Chapel at the Bridge Phuket ThailandCalvary Chapel at the Bridge

Luke 14 - part 2 The Crowd of False Disciples Learn the Cost of Discipleship

ลูกาบทที่ 14 ตอนที่ 2 กลุ่มสาวกเทียมเท็จเรียนรู้การเป็นสาวกที่มีคุณค่า

 

Last time we talked about Jesus having dinner with a Pharisee, where Jesus gave two parables. 

ครั้งที่แล้วเราได้พูดถึงเรื่องพระเยซูเสวยพระกระยาหารค่ำกับฟาริสี  ที่นั่นพระเยซูทรงเล่าอุปมาสองเรื่อง

When Jesus left the Pharisee’s house, great crowds followed Him, but some only wanted to see miracles, others wanted to receive healing, perhaps some hoped He would overthrow the Roman government. 

เมื่อพระเยซูเสด็จออกจากบ้านของฟาริสีประชาชนก็ติดตามพระองค์ไป  แต่บางคนต้องการที่จะเห็นการอัศจรรย์  คนอื่นๆต้องการที่ให้ทรงรักษาโรค  บางคนหวังว่าพระองค์จะทรงโค่นล้มรัฐบาลโรมัน.

Most were not truly followers or disciples.

คนส่วนใหญ่ไม่ใช่ผู้ติดตามหรือสาวกที่แท้จริง

Jesus turned to the crowd and preached a sermon that thinned out the numbers.

พระเยซูทรงหันไปทางประชาชนและเทศนาสั่งสอนจนจำนวนคเริ่มลดน้อยลง

He wants His house to be filled; but to be a disciple He wants only those who are willing to pay the price.

พระองค์ทรงต้องการให้มีคนเต็มพระนิเวศน์ของพระองค์  แต่ต้องเป็นสาวก  พระองค์ทรงต้องการบรรดาคนที่เต็มใจเสียสละเพื่อพระองค์

 

A “disciple” is a learner, one who attaches himself or herself to a teacher in order to learn a trade or a subject.

"สาวก" คือผู้เรียนรู้คนหนึ่งที่ติดสนิทกับครูเพื่อเรียนรู้การค้าหรือเนื้อหา

Perhaps our nearest modern equivalent is “apprentice,” one who learns by watching and by doing.

บางทีคำเทียบเท่าปัจจุบันที่ใกล้เคียงที่สุดของเราคือ "การฝึกงาน" คนที่เรียนรู้โดยการเฝ้าดูและลงมือทำ

The word disciple was the most common name for the followers of Jesus Christ and is used 264 times in the Gospels and the Book of Acts.[1]

คำว่าสาวกเป็นคำธรรมดาที่สุดสำหรับผู้ติดตามพระเยซูคริสต์และคำนี้นับถูกใช้       สองร้อยหกสิบสี่ครั้งในพระกิตติคุณและพระธรรมกิจการ

 

25 Now great crowds accompanied him, and he turned and said to them,

มีมหาชนไปกับพระเยซู พระองค์จึงทรงเหลียวหลังตรัสกับพวกเขาว่า

26 “If anyone comes to me and does not hate his own father and mother and wife and children and brothers and sisters, yes, and even his own life, he cannot be my disciple.

ถ้าใครมาหาเราและไม่ชังบิดามารดา บุตรภรรยา และพี่น้องชายหญิง แม้แต่ชีวิตของตนเอง คนนั้นจะเป็นสาวกของเราไม่ได้

27 Whoever does not bear his own cross and come after me cannot be my disciple.

และใครก็ตามที่ไม่ได้แบกกางเขนของตนตามเรามา คนนั้นจะเป็นสาวกของเราไม่ได้

Parable about building a tower

คำอุปมาเรื่องการสร้างตึก

28 For which of you, desiring to build a tower, does not first sit down and count the cost, whether he has enough to complete it?

ในพวกท่านมีใครบ้างเมื่อปรารถนาจะสร้างตึก จะไม่นั่งลงคิดราคาดูเสียก่อนว่า จะมีพอที่จะสร้างให้สำเร็จได้หรือไม่.

29 Otherwise, when he has laid a foundation and is not able to finish, all who see it begin to mock him,

เกรงว่าเมื่อวางรากฐานแล้ว และทำให้สำเร็จไม่ได้ ทุกคนที่เห็นก็จะเยาะเย้ยเขา

30 saying, ‘This man began to build and was not able to finish.’         

ว่า ‘คนนี้เริ่มต้นก่อ แต่ทำให้สำเร็จไม่ได้’ 

 

There is a cost to following Jesus and being His disciple. 

            การติดตามพระเยซูและเป็นสาวกของพระองค์มีค่ามาก

We must count the cost. 

เราต้องเข้าใจว่าบางทีมีสิ่งที่ส่งผลกระทบในทางแย่ได้

Will you allow the Lord to really have His way in your life?  

จริงๆ คุณจะยอมให้พระเจ้านำทางชีวิตของคุณไหม

The Lord is building in our lives to form us into what He wants you to be.

พระเจ้าทรงหล่อหลอมชีวิตของเราให้เป็นตามแบบที่พระองค์ทรงประสงค์ให้เป็น

 

“Imagine yourself as a living house.

            "ลองจินตนาการว่าตัวเองเป็นบ้านที่มีชีวิต

God comes in to rebuild that house.

พระเจ้าเสด็จมาเพื่อสร้างบ้านนั้นใหม่

At first, perhaps, you can understand what He is doing.

ตอนแรก บางทีคุณสามารถเข้าใจสิ่งที่พระองค์ทรงกำลังทำ

He is getting the drains right and stopping the leaks in the roof and so on; you knew that those jobs needed doing and so you are not surprised.

พระองค์ทรงกำลังทำท่อระบายน้ำให้ถูกต้องและทำให้หลังคาหยุดรั่วซึมและอื่นๆ; คุณรู้ว่าจำเป็นต้องทำงานเหล่านั้น  และดังนั้นคุณก็ไม่ประหลาดใจ

But presently He starts knocking the house about in a way that hurts… and does not seem to make any sense.

แต่ช่วงเวลานี้ พระองค์ทรงเริ่มเคาะประตูบ้านเกี่ยวกับทางนั้นที่จะทำให้เจ็บปวด ... และดูเหมือนไม่เข้าท่านัก

What on earth is He up to?

พระองค์ทรงขึ้นอยู่กับอะไรในโลก

The explanation is that He is building quite a different house from the one you thought of - throwing out a new wing here, putting on an extra floor there, running up towers, making courtyards.

คำอธิบายก็คือว่าพระองค์ทรงกำลังสร้างบ้านที่แตกต่างกันจากบ้านหลังหนึ่งที่คุณคิดถึง -ขยายปีกข้างใหม่ที่นี่   ปูพื้นเป็นพิเศษ   หอชั้นบนมีทางขึ้น   ทำสนามหญ้า

You thought you were being made into a decent little cottage: but He is building a palace. He intends to come and live in it Himself.”

คุณคิดว่าคุณกำลังถูกสร้างเป็นกระท่อมเล็กๆ ที่นี่: แต่พระองค์ทรงกำลังสร้างพระราชวัง   ทรงตั้งพระทัยที่จะเสด็จมาและประทับในนั้นด้วยพระองค์เอง
C.S. Lewis, Mere Christianity[2]

― ซี เอส ลูอิส, เพียงแค่เรื่องศาสนาคริสต์

 

Parable of a king going to war

อุปมาเรื่องกษัตริย์ไปทำสงคราม

31 Or what king, going out to encounter another king in war, will not sit down first and deliberate whether he is able with ten thousand to meet him who comes against him with twenty thousand?

31หรือมีกษัตริย์องค์ไหน เมื่อจะยกกองทัพไปทำสงครามกับกษัตริย์อีกองค์หนึ่งนั้น จะไม่นั่งลงคิดดูเสียก่อนหรือว่า ที่มีพลทหารหนึ่งหมื่นจะสู้กับกองทัพที่ยกมารบสองหมื่นได้หรือไม่

32 And if not, while the other is yet a great way off, he sends a delegation and asks for terms of peace.

ถ้าสู้ไม่ได้ก็จะใช้พวกทูตไปเจรจาผูกไมตรีกันในระหว่างที่อีกฝ่ายยังอยู่ไกล

33So therefore, any one of you who does not renounce all that he has cannot be my disciple.

33เช่นนั้นแหละ ทุกคนในพวกท่านที่ไม่ได้สละสิ่งสารพัดที่มีอยู่จะเป็นสาวกของเรา    ไม่ได้

 

A person can be saved by believing in Jesus as Savior, but a person will never follow and serve Him until he is willing to sacrifice.

คนเรารอดได้โดยเชื่อว่าพระเยซูทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอด แต่คนจะไม่ติดตามและรับใช้พระองค์จนกระทั่งเขาเต็มใจที่จะเสียสละ

That is what this passage is teaching.

นั่นคือสิ่งที่พระธรรมตอนนี้สอนเรา

There is a difference between being a believer and being a disciple. Sadly, not all believers are disciples. [3] 

มีความแตกต่างระหว่างการเป็นผู้เชื่อและเป็นสาวก น่าเศร้าที่ไม่ใช่ผู้เชื่อทั้งหมดเป็นสาวก

 

Nothing must be above or more important than Christ in our lives, not family, not Nation, not earning a living, He must have first place.

ไม่มีอะไรที่จะต้องอยู่เหนือหรือสำคัญมากกว่าพระคริสต์ในชีวิตของเรา ไม่ใช่ครอบครัว ไม่ใช่ชาติ ไม่ใช่การหาเลี้ยงชีพ  พระองค์ทรงต้องมาเป็นอันดับแรก

Parable about salt that loses its flavor

อุปมาเรื่องเกลือที่สูญเสียรสชาติ

34 “Salt is good, but if salt has lost its taste, how shall its saltiness be restored? เกลือเป็นสิ่งดี แต่ถ้าเกลือนั้นหมดรสเค็มไปแล้ว จะ

34    34ทำให้กลับเค็มอีกได้อย่างไร

35 It is of no use either for the soil or for the manure pile. It is thrown away. He who has ears to hear, let him hear.”

35จะใช้เป็นปุ๋ยใส่ดินก็ไม่ได้ จะหมักไว้กับกองมูลสัตว์ก็ไม่ได้ มีแต่จะถูกเอาไปโยนทิ้งเท่านั้น ใครมีหูที่จะฟังก็จงฟังเถิด”

Salt has great value, it can be used for healing and cleansing, for preserving food, for flavoring food.  

เกลือมีค่ามาก สามารถนำมันมาใช้เพื่อการรักษาและการทำความสะอาด เพื่อการถนอมรักษาอาหาร เพื่อปรุงแต่งรสอาหาร

Salt makes people thirsty.

เกลือทำให้คนเรากระหายน้ำ

By our character and conduct, we ought to make others thirsty for the Lord Jesus Christ and the salvation that He alone can give. 

โดยนิสัยและการประพฤติของเรา   เราควรทำให้คนอื่นๆ กระหายหาพระเยซูคริสต์และความรอดที่พระองค์เดียวเท่านั้นทรงประทานให้

Jesus is looking for those with "salty character"

พระเยซูทรงกำลังมองหาบรรดาคนที่มี "รสเค็ม"

 

 

Matthew 5:13 “You are the salt of the earth, but if salt has lost its taste, how shall its saltiness be restored? It is no longer good

for anything except to be thrown out and trampled under people's feet.

มัทธิว 5:13 “ท่านทั้งหลายเป็นเกลือแห่งโลก ถ้าเกลือนั้นหมดรสเค็มไปแล้ว จะทำให้กลับเค็มอีกได้อย่างไร ตั้งแต่นั้นไปก็ไม่เป็นประโยชน์อะไร มีแต่จะถูกทิ้งเสียให้คนเหยียบย่ำ

 

Who will help Him influence this decayed world? 

            ใครจะช่วยให้พระองค์ส่งผลกระทบต่อโลกที่เสื่อมเสียนี้ 

Salt has great influence but if it loses its flavor or saltiness it is just white powder and of no value. 

เกลือส่งผลกระทบมากแต่ถ้ามันสูญเสียรสชาติหรือความเค็ม  มันก็เป็นเพียงแป้งผงสีขาวและไม่มีค่า 

We are to be the salt of the earth, people who make a difference in the lives of other people. 

เราต้องเป็นเกลือแห่งโลก   เป็นคนที่สร้างให้เกิดความแตกต่างในชีวิตของคนอื่นๆ 

 

Salvation is open to all who will come by faith, but believers are to be disciples willing to pay a price.

ความรอดเปิดให้แก่ทุกคนที่จะมาโดยความเชื่อ แต่ผู้เชื่อจะต้องเป็นสาวกเต็มใจที่จะเสียสละเพื่อพระองค์ได้

Salvation means coming to the cross and trusting Jesus Christ, carrying the cross and following Jesus Christ.

ความรอดหมายถึงการมาถึงกางเขนและเชื่อไว้วางใจพระเยซูคริสต์ แบกกางเขนติดตามพระเยซูคริสต์

Jesus wants as many sinners saved as possible v. 26 says anyone, thank God for the Bibles open invitation for anyone, everyone, whosoever, but there are demands and requirements

พระเยซูทรงต้องการให้คนบาปรอดได้มากมายเท่าที่เป็นไปได้.ข้อ 26 กล่าวว่าใครก็ตาม ขอบคุณพระเจ้าสำหรับพระคัมภีร์ที่เปิดคำเชิญแก่ใครก็ได้ ทุกคน ใครก็ได้ แต่มีข้อเรียกร้องและมีข้อกำหนด 

Anyone who comes to Me, a requirement for salvation to come to Jesus in faith, this is the key to forgiveness and a personal relationship with God (“that My house may be filled”), but He cautions us not to take discipleship lightly; and in the three parables He gave, He made it clear that there is a price to pay. 

ใครก็ได้ที่มาหาเรา ข้อกำหนดสำหรับความรอดที่จะมาถึงพระเยซูโดยความเชื่อ, นี่เป็นกุญแจสำคัญในการให้อภัยและการมีสัมพันธ์ส่วนตัวกับพระเจ้า ("ที่ว่านิเวศน์ของเราอาจจะเต็ม") แต่พระองค์ทรงเตือนเราว่าไม่ควรเป็นสาวกอย่างผิวเผิน; และในอุปมาสามเรื่องที่พระองค์ทรงให้นั้น   ทรงตรัสชัดเจนว่าอาจต้องลำบากหรือรับความเสี่ยง

To begin with, we must love Christ supremely, even more than we love our own family (Luke 14:26-27).

เริ่มต้นด้วย เราต้องรักพระเยซูคริสต์อย่างสูงสุด  มากยิ่งกว่าที่เรารักครอบครัวของเรา(ลูกา 14.26-27)

The word hate does not suggest meanness or cruelty but rather loving family less than loving God. 

คำว่า ชังไม่ได้บอกเป็นนัยความถ่อยหรือความโหดร้าย  แต่เป็นนัยว่าให้เรารักครอบครัวน้อยกว่ารักพระเจ้า

Our love for Christ must be so strong that all other love is like hatred in comparison.

ความรักของเราต่อพระคริสต์ต้องมั่นคงกว่าความรักอื่นทั้งหมด   เหมือนความชังเมื่อเปรียบเทียบกัน

In fact, we must hate our own lives and be willing to bear the cross after Him. 

ที่จริง เราต้องชังชีวิตของเราเอง  และเต็มใจที่จะแบกกางเขนติดตามพระองค์

What does it mean to “carry the cross”?

“แบกกางเขน” หมายความว่าอะไร

It means daily identification with Christ in shame, suffering, and surrender to God’s will. It means death to self, to our own plans and ambitions, and a willingness to serve Him as He directs.[4]

มันหมายความว่าเป็นตามพระลักษณะของพระคริสต์ทุกวัน รับความอาย ทนทุกข์ และยอมจำนนต่อพระประสงค์ของพระเจ้า คือหมายความว่าตายต่อตัวเอง  ต่อแผนการและความทะเยอทะยานของเรา และความเต็มใจที่จะรับใช้พระองค์ตามที่พระองค์ทรงนำ

 

John 12:24-26. 24 “Truly, truly, I say to you, unless a grain of wheat falls into the earth and dies, it remains alone; but if it dies, it bears much fruit.

 24เราบอกความจริงกับพวกท่านว่า ถ้าเมล็ดข้าวไม่ได้ตกลงดินและตายไป ก็จะคงอยู่เมล็ดเดียว แต่ถ้าตายไปแล้วก็จะงอกขึ้นเกิดผลมาก

25 Whoever loves his life loses it, and whoever hates his life in this world will keep it for eternal life.

25 คนที่รักชีวิตตัวเองต้องเสียชีวิต และคนที่ชิงชังชีวิตตัวเองในโลกนี้จะรักษาชีวิตนั้นไว้นิรันดร์

26 If anyone serves me, he must follow me; and where I am, there will my servant be also. If anyone serves me, the Father will honor him.

26 ถ้าใครจะปรนนิบัติเรา คนนั้นต้องตามเรามา  และเราอยู่ที่ไหน ผู้ปรนนิบัติของเรา           จะอยู่ที่นั่นด้วย  ถ้าใครปรนนิบัติเรา พระบิดาจะประทานเกียรติแก่ผู้นั้น

              

The Holy Spirit helps believers understand spiritual truth. 

                        พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงช่วยให้ผู้เชื่อเข้าใจความจริงฝ่ายวิญญาณ 

If we are not true disciples, then Jesus cannot build the tower and fight the war.    Will you be His disciple?

ถ้าเราไม่ได้เป็นสาวกที่แท้จริง   แล้วพระเยซูไม่ทรงสามารถสร้างคุณและต่อสู้ใน   การศึกได้  คุณจะเป็นสาวกของพระองค์ไหม

 

This sermon is a part of a collection of sermons entitled New Testament Expository Sermons vol. 5 Luke 14-24 copyright©2018 by Dana Bratton available at Amazon.com in Kindle and paperback (English only).

คำสอนนี้เป็นตอนหนึ่งของชุดรวมคำสอนที่มีชื่อว่า คำสอนเชิงอธิบายพันธสัญญาใหม่ ชุดที่ 5 พระธรรมลูกา 14-24 ลิขสิทธิ์© 2018 โดยนายเดนา แบรตตัน สามารถดูได้ที่ Amazon.comในเครื่องอ่านหนังสืออีเล็คทรอนิกส์และหนังสือปกอ่อน (ภาษาอังกฤษเท่านั้น) 

Scripture quotations are from the ESV® Bible (The Holy Bible, English Standard Version®, copyright ©2001 by Crossway, a publishing ministry of Good News Publishers. Used by permission. All rights reserved. 

ข้อพระคัมภีร์คัดมาจากพระคัมภีร์ฉบับ ESV® (พระคัมภีร์ฉบับมาตรฐานอังกฤษ®สงวนลิขสิทธิ์© 2001 โดย Crossway  พันธกิจการพิมพ์ของสำนักพิมพ์ข่าวประเสริฐ  โดยได้รับอนุญาต  ขอสงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด

Thai Scripture quotations are from The Holy Bible – Thai Standard Version 2011 Copyright © 2011 Thailand Bible Society

ข้อพระคัมภีร์ไทยคัดมาจากพระคัมภีร์  พระคริสตธรรมคัมภีร์ภาษาไทยฉบับมาตรฐาน 2011 สงวนลิขสิทธิ์ 2011 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย



[1] Warren Wiersbe, Bible Exposition Commentary – Be Courageous (Luke 14-24), (Colorado Springs, CO: Victor, 2003), WORDsearch CROSS e-book, 232.

[2] C.S. Lewis, Mere Christianity, “Mere Christianity Quotes” Goodreads.com www.goodreads.com/work/quotes/801500-mere-christianity (accessed June 9, 2018).

[3] McGee, Thru the Bible with J. Vernon McGee, Luke 14.

   [ 4] Wiersbe, Bible Exposition Commentary – Be Courageous (Luke 14-24), 232.

 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian Links Daily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash Cards Thai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top