Search the site

Calvary Chapel at the Bridge Phuket ThailandCalvary Chapel at the Bridge

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear

Luke 13-part 2 The Mustard Seed and the Leaven, the Narrow Door, and Lament Over Jerusalem

ลูกาบทที่ 13- ตอนที่2 เมล็ดมัสตาร์ดและเชื้อขนม  

             Last time we talked about Jesus teaching us not to judge others but to repent, we also learned some about suffering and spoke of Jesus healing a woman who had been bound in sickness by Satan for 18 years. 

            ครั้งที่แล้วเราพูดเรื่องพระเยซูทรงสอนเราว่าอย่าตัดสินคนอื่นๆแต่จงกลับใจใหม่  เรายังเรียนรู้ความทุกข์บางอย่างและพูดเรื่องพระเยซูทรงรักษาผู้หญิงที่ป่วยเรื้อรังเพราะมารเป็นเวลา18ปี

We continue now with Jesus teaching some parables.

ต่อไปเราจะเรียนว่าขณะนี้พระเยซูทรงสอนอุปมาบางเรื่อง

 

Parables of the mustard seed and the leaven

อุปมา​เรื่องเมล็ดมัสตาร์ด​และเชื้อขนม​ ​

Luke 13:18-21 18He said therefore, "What is the kingdom of God like? And to what shall I compare it?

18 พระองค์ตรัสว่า "แผ่นดินของพระ​เจ้า​เหมือนสิ่ง​ใด? และ​เรา​จะ​เปรียบแผ่นดิน​นั้น​กับ​อะ​ไรดี?

19 It is like a grain of mustard seed that a man took and sowed in his garden, and it grew and became a tree, and the birds of the air made nests in its branches."

19 ก็​เป็น​เหมือนเมล็ดมัสตาร์ด เล็กๆ ที่คนหนึ่งเอาไปปลูกในสวน มันงอกขึ้นเป็นต้นใหญ่ และนกในอากาศมาทำรังอาศัยอยู่ตามกิ่งก้านของต้นนั้น”

20 And again he said, "To what shall I compare the kingdom of God?

20 พระองค์ตรัสอีกว่า "เรา​จะ​เปรียบแผ่นดินของพระ​เจ้า​กับ​อะ​ไร?                                             21 It is like leaven that a woman took and hid in three measures of flour, until it was all leavened."

21 ก็​เป็น​เหมือนเชื้อ​ ​ซึ่ง​ผู้​หญิงคนหนึ่งเอามา​เจือลง​ใน​แป้งสามถังจนแป้ง​นั้น​ฟูขึ้น​ทั้ง​หมด"

 

            The Kingdom of God is God's work here on earth among the people He created. 

            แผ่นดินของพระเจ้าเป็นพระราชกิจที่พระเจ้าทรงทำในโลกท่ามกลางประชากรที่พระองค์ทรงสร้าง 

In the Lord's Prayer Jesus taught us to pray "your Kingdom come, your will be done, like it is in Heaven (Matthew 6:10).   

ในคำอธิษฐานของพระเจ้าที่ทรงสอนให้เราอธิษฐาน  "ขอให้แผ่นดินของพระองค์มาตั้งอยู่  ขอให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์ ในสวรรค์เป็นอย่างไรก็ให้เป็นไปอย่างนั้นในแผ่นดินโลก (มัทธิว 6:10) 

  The Lord’s Prayer

            คำอธิษฐานของพระเจ้า

 

          Matthew 6:9-15 Pray then like this: 9 "Our Father in heaven, hallowed be your name.

  มัทธิว 6:9-15  จงอธิษฐานอย่างนี้ 9 “ เพราะ​ฉะ​นั้น​พวกท่านจงอธิษฐานเช่นนี้ว่า
           ข้า
​แต่พระบิดาของข้าพระองค์​ทั้ง​หลาย ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์ ขอ​ให้​พระนามของพระองค์​เป็น​ที่​เคารพสักการะ

10 Your kingdom come, your will be done, on earth as it is in heaven.

10ขอ​ให้​แผ่นดินของพระองค์มาตั้ง​อยู่ ขอ​ให้​เป็น​ไปตามพระทัยของพระองค์ ใน​สวรรค์​เป็น​อย่างไรก็​        ให้​เป็น​ไป            อย่าง​นั้น​ใน​แผ่นดินโลก

11Give us this day our daily bread,

11 ขอประทานอาหารประจำ​วันแก่พวกข้าพระองค์​ใน​วันนี้

12 and forgive us our debts, as we also have forgiven our debtors.

12 และ​ขอทรงยกบาปผิดของพวกข้าพระองค์ เหมือนพวกข้าพระองค์ยกโทษบรรดาคนที่ทำ​ผิดต่อข้า    พระองค์

13 And lead us not into temptation, but deliver us from evil.

13 และ​ขออย่าทรงนำ​พวกข้าพระองค์​เข้า​ไป​ใน​การทดลอง แต่ขอ​ให้​พวกข้าพระองค์พ้น​จาก​ความ​ชั่ว            ร้าย

 

We have the same parable in Matthew

เรามีอุปมาเรื่องเดียวกันนี้ในพระธรรมมัทธิว

 

Matthew 13:33 He told them another parable. “The kingdom of heaven is like leaven that a woman took and hid in        three     measures of flour, till it was all leavened.”

          มัทธิว​ 13:33 พระองค์ตรัสสอนอุปมา​​พวก​เขา​อีกเรื่องหนึ่งว่า “แผ่นดินสวรรค์​เป็น​เหมือนเชื้อ ซึ่ง​ผู้​หญิงคน         หนึ่งเอามา​เจือลง​ใน​แป้งสาม    ถัง          จนแป้ง​นั้น​ฟูขึ้น​ทั้ง​หมด”

    

The kingdom is pictured as yeast, multiplying quietly spreading throughout. 

            ภาพของแผ่นดินของพระเจ้าเหมือนยีสต์  ที่เพิ่มพูนแพร่กระจายอย่างเงียบๆ ไปทั่ว 

We may see in these parables a picture of the visible outward growth of the kingdom (the mustard seed) and the invisible inward influence of the kingdom (the leaven).

บางทีในคำอุปมาเหล่านี้เราเห็นชัดเจนภาพการเจริญเติบโตภายนอกของแผ่นดินของพระเจ้า(เมล็ดมัสตาร์ด) และผลกระทบภายในที่เห็นชัดต่อแผ่นดินของพระเจ้า (เชื้อขนม).

By using these parables, Jesus was saying, “You Jewish religious leaders may hold to your dead traditions and oppose the truth, but God’s living kingdom will still increase. Satan will be defeated!”

โดยใช้อุปมาเหล่านี้  พระเยซูตรัสว่า  "พวกท่านเป็นผู้นำทางศาสนาชาวยิวอาจจะยึดถือประเพณีตายตัวและต่อต้านความจริง  แต่แผ่นดินของพระเจ้าจะยังคงขยายต่อไป ซาตานจะต้องพ่ายแพ้!"

Leaven usually does not represent good as used in the Bible.

ปกติเชื้อขนมจะไม่เป็นตัวแทนสิ่งที่ดีตามที่ใช้ในพระคัมภีร์

Leaven occurs about ninety-eight times in the Bible -- about seventy-five times in the Old Testament and about twenty-three times in the New Testament.[1]

            ปรากฏคำว่าเชื้อขนมเก้าสิบแปดครั้งในพระคัมภีร์--เจ็ดสิบห้าครั้งในพันธสัญญาเดิมและประมาณยี่สิบสามครั้งในพันธสัญญาใหม่

Both the mustard and the leaven are very small and yet can spread and become quite large. 

ทั้งมัสตาร์ดและเชื้อขนมมีขนาดเล็กมากแต่สามารถแพร่กระจายและขยายใหญ่ขึ้น 

This is true of something good, even though only about 1% of Thai population are Christians, the Gospel can still spread to the whole Nation. 

นี้เป็นความจริงของสิ่งที่ดี แม้ว่าประชากรไทยเป็นคริสเตียนเพียงประมาณ1%  พระกิตติคุณยังสามารถแพร่กระจายไปทั่วประเทศ 

The principle of something small spreading is also true though of evil. 

หลักของสิ่งของขนาดเล็กสามารถแพร่กระจายเป็นความจริงแม้จะเป็นเรื่องความชั่ว 

For example one person having the flu caused by a small virus can spread that flu to many others.

ตัวอย่างเช่นคนคนหนึ่งที่เป็นไข้หวัดใหญ่ที่เกิดจากไวรัสขนาดเล็ก  สามารถแพร่กระจายเชื้อไข้หวัดไปยังคนอื่นๆ อีกมากมาย

So small areas of sin can spread and affect others.

พื้นที่ความบาปเล็กน้อยสามารถแพร่กระจายและส่งผลกระทบต่อผู้อื่นได้

 

The narrow door

ประตูแคบ

22 He went on his way through towns and villages, teaching and journeying toward Jerusalem.

22 พระ​เยซูเสด็จไปตามบ้านเมืองต่างๆ​ ​ทรงสั่งสอนระหว่างทางที่มุ่งไปสู่กรุงเยรูซา​เล็ม

23 And someone said to him, “Lord, will those who are saved be few?” And he said to them,

23 มีคนหนึ่งมาทูลถามพระองค์ว่า​ “​ท่านเจ้าข้า​ ​คนที่รอด​นั้น​มีจำ​นวน​เล็ก​น้อย​เท่า​นั้น​หรือ?”  พระองค์ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า​

24 “Strive to enter through the narrow door. For many, I tell you, will seek to enter and will not be able.

24 “​จงเพียรพยายาม​เข้า​ไปทางประตูที่คับแคบ​ ​เราบอกท่าน​ทั้ง​หลายว่า​ ​แม้คนจำ​นวนมากพยายาม​จะ​เข้า​ไป​ ​แต่​จะ​เข้า​ไม่​ได้

25 When once the master of the house has risen and shut the door, and you begin to stand outside and to knock at the door, saying, ‘Lord, open to us,’ then he will answer you, ‘I do not know where you come from.’

25 เมื่อเจ้าของบ้านลุกขึ้นปิดประตู​แล้ว​ ​และ​พวกท่านยืน​อยู่​ภายนอกเคาะที่ประตูว่า 'นายเจ้าข้า​ ​ช่วย​เปิด​ให้​เรา​ด้วย' แต่​เจ้าของบ้าน​นั้น​จะ​ตอบท่านว่า 'เรา​ไม่​รู้ว่าพวกเจ้ามา​จาก​ไหน'  

26 Then you will begin to say, ‘We ate and drank in your presence, and you taught in our streets.’

26 แล้ว​ท่าน​จะ​กล่าวว่า  เรา​เคยกินดื่ม​กับ​นาย​ ​และ​นายก็​เคยสั่งสอนที่ถนนของเรา'

27 But he will say, ‘I tell you, I do not know where you come from. Depart from me, all you workers of evil!’

27 แต่​เจ้าของบ้าน​นั้น​จะ​กล่าวว่า 'เรา​ไม่​รู้ว่าพวกเจ้าที่ทำ​ความ​ชั่วมา​จาก​ไหน​ ​จงไป​ให้​พ้นหน้า​เรา'  

28 In that place there will be weeping and gnashing of teeth, when you see Abraham and Isaac and Jacob and all the prophets in the kingdom of God but you yourselves cast out.

28 แล้ว​จะ​มีการร้องไห้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน​ใน​เวลาที่พวกท่านเห็นอับราฮัม​ ​อิสอัค​ ​ยา​โคบ​ ​และ​บรรดา​ผู้​เผยพระวจนะ​ใน​แผ่นดินของพระ​เจ้า​ ​แต่ตัวพวกท่านเองก็​จะ​ถูกขับไล่ออกไป​อยู่​ข้างนอก​

29 And people will come from east and west, and from north and south, and recline at table in the kingdom of God.

29 และ​จะ​มีคน​จาก​ทิศตะวันออก​ ​ทิศตะวันตก​ ​ทิศเหนือ​ ​ทิศ​ใต้​ ​มานั่งร่วมโต๊ะ​ใน​แผ่นดินของพระ​เจ้า​

30 And behold, some are last who will be first, and some are first who will be last.”

30 และ​แน่นอนว่า​ ​ผู้​ที่​เป็น​คนสุดท้าย​จะ​กลับกลาย​เป็น​คนแรก​ ​และ​ผู้​ที่​เป็น​คนแรก​จะ​กลับกลาย​เป็น​คนสุดท้าย​” 

 

   Jesus is continuing to move toward Jerusalem. Luke has already told us,

พระเยซูยังทรงมุ่งหน้าไปยังกรุงเยรูซาเล็มต่ออีก  ท่านลูกาได้บอกเรา

 

Luke 9:51. "And it came to pass, when the time was come that he should be received up, he steadfastly set his face to go to Jerusalem"

            ลูกา9:51 เมื่อ​ใกล้​เวลาที่พระองค์​จะ​ถูกรับขึ้นไป​ ​พระองค์ตั้งพระทัยที่​จะ​ไป​ยัง​กรุงเยรูซา​เล็ม​

 

He is on His way there, on His way to die in Jerusalem. This was to be our Savior's last journey.

            พระองค์เสด็จไปตามทาง เส้นทางที่พระองค์ต้องไปสิ้นพระชนม์ที่กรุงเยรูซาเล็ม นี่คือการเดินทางครั้งสุดท้ายของพระผู้ช่วยให้รอด

Jesus answers a question about salvation. 

พระเยซูทรงตอบคำถามเกี่ยวกับความรอด 

Are there just a few being saved? 

มีเพียงไม่กี่คนที่จะรอดได้หรือ 

Jesus pictured the kingdom as a great feast, with the patriarchs and prophets as honored guests.  

พระเยซูทรงให้เราเห็นภาพงานเลี้ยงฉลองครั้งใหญ่    ร่วมกับพวกบรรพบุรุษและศาสดาพยากรณ์ที่เป็นแขกผู้มีเกียรติ

But many of the people who were invited waited too long to respond; and, when they arrived at the banquet hall, it was too late and the door was shut.   

แต่ประชาชนมากมายที่ได้รับเชิญต้องรอนานเกินไปที่จะตอบสนอง; และเมื่อพวกเขามาถึงห้องจัดเลี้ยงมันก็สายเกินไปและประตูถูกปิดแล้ว

Why did they wait?  They may have hesitated because of the narrow gate to salvation. .[2]

ทำไมพวกเขาจึงรอ?  พวกเขาอาจจะลังเลเพราะประตูแห่งความรอดนั้นแคบ

J. Vernon McGee said, “The world’s crowd is on the easy way, the way that leads to destruction and it is much easier to walk with them.”[3]  

เจ เวอร์นอน แมคกีกล่าวว่า "ฝูงชนในโลกเดินอยู่ในเส้นทางสบาย   ทางที่นำไปสู่หายนะและมันเป็นสบายกว่ามากที่จะเดินไปกับพวกเขา "

 

Matthew 7:13-14 13 “Enter by the narrow gate. For the gate is wide and the way is easy that leads to destruction, and those who enter by it are many.

13 “​จง​เข้า​ไปทางประตู​แคบ​ ​เพราะ​ว่าประตู​ใหญ่​ ​และ​ทางกว้าง​นั้น​นำ​ไป​ถึง​ความ​พินาศ​ ​และ​คน​ทั้ง​หลายที่​เข้า​ไปทาง​นั้น​มีมาก​

14 For the gate is narrow and the way is hard that leads to life, and those who find it are few.

14 เพราะ​ประตูที่​แคบ​และ​ทางที่ลำ​บาก​นั้น​นำ​ไปสู่ชีวิต​ ​และ​พวกที่หาพบก็มีน้อย​

 

Secondly, they may have had a false sense of security.

            ประการที่สอง พวกเขาอาจมีความรู้สึกผิดที่ว่าไม่ปลอดภัย

They were Jews, trusting their religious traditions, they had been with Jesus but had not committed to Him. 

พวกเขาเป็นชาวยิว  เชื่อในประเพณีทางศาสนา  พวกเขาเคยอยู่กับพระเยซูแต่ไม่ได้ถวายตัวต่อพระองค์

God is patient but there comes a time when God shuts the door. 

พระเจ้าทรงอดกลั้นพระทัยแต่จะมีเวลาเมื่อพระเจ้าทรงปิดประตู 

Pride was another reason.  

ความหยิ่งยโสเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง

They would not humble themselves before God.

พวกเขาจะไม่ถ่อมต่อพระพักตร์พระเจ้า

The major reason Jesus stated, “You would not” (Luke 13:34).

เหตุผลหลักที่พระเยซูตรัสว่า "พวกท่านจะไม่" (ลูกา 13:34)

It was their own choice.

มันเป็นการตัดสินใจของพวกเขาเอง

Their wills were stubborn and they would not submit to Him. 

พวกเขาจงใจดื้อดึงและพวกเขาจะไม่ยอมจำนนต่อพระองค์

This is the danger of delay.

นี่คืออันตรายของการล่าช้า

The longer a sinner waits, the harder their heart becomes. [4]

ยิ่งคนบาปรอนานเท่าไร  จิตใจของพวกเขายิ่งแข็งกระด้าง

 

   Hebrews. 4:7 “Today, if you will hear His voice, do not harden your hearts”

ฮีบรู 4:7 "วันนี้ถ้าท่านทั้งหลายได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์อย่าให้จิตใจของท่านดื้อรั้น"

 

   Jesus speaks of the way to Heaven is a narrow way. 

พระเยซูตรัสถึงประตูสวรรค์ว่าเป็นทางแคบ 

Many have said, all religions are good. 

หลายคนได้กล่าวว่า ศาสนาทั้งหมดนั้นดี 

While it is true that there are some truths and some good teachings in other religions, there is only one to please God and live with in Heaven one day, that is by believing in the Lord Jesus. 

ที่จริงมีความจริงบางอย่างและคำสอนที่ดีในศาสนาอื่นๆ  แต่มีเพียงหนึ่งเดียวที่จะเป็นที่พอพระทัยพระเจ้าและจะอยู่กับพระองค์ในสวรรค์สักวันหนึ่ง นั่นคือโดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์ 

 

John 14:6 I am the Way, the Truth, and the Life. no one comes to the Father but through Me.

ยอห์น14:6 พระซูตรัส​กับ​เขา​ว่า​ “​เรา​เป็น​ทาง​นั้น​ ​เป็น​ความ​จริง  และ​เป็น​ชีวิต​ ​ไม่​มี​ใครมา​ถึง​พระบิดา​ได้​นอก​จาก​จะ​มาทางเรา​

    Herod’s threat

 เฮโรดคุกคาม

31 At that very hour some Pharisees came and said to him, “Get away from here, for Herod wants to kill you.”

31 ใน​เวลา​นั้น​เอง​ ​มีพวกฟาริสีบางคนมาทูลพระองค์ว่า  “ท่านจงไป​จาก​ที่นี่​เถิด  เพราะ​ว่า​เฮโรด​ต้อง​การ​จะ​ฆ่าท่าน​”

32 And he said to them, “Go and tell that fox, ‘Behold, I cast out demons and perform cures today and tomorrow, and the third day I finish my course.

32 พระองค์​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า​ “​จงไปบอกเจ้าหมาจิ้งจอกตัว​นั้น​ว่า 'จงฟัง​ให้​ดี​ ​เราขับผี​และ​รักษา​โรค​ใน​วันนี้​และ​วันพรุ่งนี้​ ​แล้ว​ใน​วันที่สามเราก็​จะ​เสร็จงาน'

33 Nevertheless, I must go on my way today and tomorrow and the day following, for it cannot be that a prophet should perish away from Jerusalem.’

33 แต่ว่า​เราจำ​เป็น​จะ​ต้อง​เดินต่อไป​ใน​วันนี้​ ​วันพรุ่งนี้​ ​และ​วันมะรืนนี้​ ​เพราะ​ว่า​เป็น​ไป​ไม่​ได้​ที่​ผู้​เผยพระวจนะ​จะ​ถูกฆ่านอกกรุงเยรูซา​เล็ม​

 

  Since Jesus was in the territory ruled by Herod Antipas, the Pharisees thought they could frighten Him; but they were greatly mistaken.

            เพราะพระเยซูทรงอยู่ในดินแดนปกครองโดยเฮโรันติปัส พวกฟาริสีคิดว่าพวกเขาสามารถขู่พระองค์ แต่พวกเขาเข้าใจผิดมาก

Herod’s father, Herod the Great, had killed the little children in Bethlehem and Herod Antipas had slain John the Baptist, so this ruler was capable of doing the same thing to Jesus.

พระบิดาของเฮโรด เฮโรดมหาราช ได้ฆ่าเด็กๆในเบธเลเฮมและเฮโรด อันติปัสสังหารยอห์นผู้ให้บัพติศมา ดังนั้นผู้ปกครองคนนี้สามารถกระทำสิ่งเดียวกันต่อพระเยซู

The Pharisees wanted Jesus to go to Judea where they had authority to deal with Him, but He knew their plans and continued to follow His plan. 

พวกฟาริสีต้องการให้พระเยซูที่ไปยังแคว้นยูเดียที่ซึ่งพวกเขามีอำนาจในการจัดการกับพระองค์  แต่พระองค์ทรงรู้ทันแผนการของพวกเขาและยังคงทำตามโครงการของพระองค์

But Jesus was not afraid.

แต่พระเยซูทรงไม่กลัว

He lived on a divine timetable and knew that He could not die until His hour had come.[5]

            พระองค์ทรงพระชนม์อยู่ตามเวลาที่เบื้องบนกำหนด  และทรงรู้ว่าพระองค์ไม่สิ้นพระชนม์จนกว่าชั่วโมงของพระองค์มาถึง

Jesus weeps over Jerusalem

พระเยซู ทรงคร่ำครวญถึงกรุงเยรูซาเล็ม

34 O Jerusalem, Jerusalem, the city that kills the prophets and stones those who are sent to it! How often would I have gathered your children together as a hen gathers her brood under her wings, and you would not!

34 โอ  เยรูซา​เล็มๆ  เมืองที่ฆ่าบรรดา​ผู้​เผยพระวจนะ​และ​เอาหินขว้างพวกที่ทรง​ใช้​มาหา​ถึง​ตาย​ ​บ่อยครั้งเราปรารถนา​จะ​รวบรวมลูกๆ ​ของเจ้า​ไว้​ ​เหมือนแม่​ไก่ที่กกลูก​อยู่​ใต้​ปีกของมัน​ ​แต่พวกเจ้า​ไม่​ยอม​

35 Behold, your house is forsaken. And I tell you, you will not see me until you say, ‘Blessed is he who comes in the name of the Lord!’”

35 นี่​แน่ะ  นิเวศของพวกเจ้า​จะ​ถูกทอดทิ้ง  เราบอกพวกเจ้าว่า  เจ้า​จะ​ไม่​เห็นเราจนกว่าพวกเจ้า​จะ​กล่าวว่า​ 'ขอ​ให้​ท่าน​ผู้​เสด็จมา​ใน​พระนามขององค์พระ​ผู้​เป็น​เจ้าทรงพระ​เจริญ ' ”

 

Again, He expresses His love and concern for Jerusalem, the city where He was to die. He also pronounces judgment upon the city and He announces that He is coming again.

อีกครั้งหนึ่ง พระองค์ทรงสำแดงความรักและความห่วงใยต่อกรุงเยรูซาเล็มสถานที่ที่พระองค์จะต้องตาย พระองค์ยังประกาศการพิพากษาต่อเมืองและพระองค์ประกาศว่าพระองค์จะเสด็จมาอีกครั้ง

Have you ever let Christ into your heart?

            คุณเคยยอมให้พระคริสต์เสด็จมาประทับในใจของคุณไหม

Are you filled with doubts?

คุณเต็มไปด้วยข้อสงสัยหรือ

Are you puzzled or troubled?

คุณรู้สึกงงหรือยุ่งยากใจไหม

Are you troubled with the burdens of life?

คุณเป็นทุกข์เพราะบภาระในชีวิตหรือ

Then come to the Lord Jesus Christ with your burdens and sins.

ถ้าเช่นนั้น จงมาหาพระเยซูคริสต์ด้วยภาระและความบาปของคุณ

You can come to Him anytime. He is ready and waiting to meet your need.

คุณสามารถมาหาพระองค์ได้ตลอดเวลา   พระองค์ทรงพร้อมและรอที่จะตอบสนองความต้องการของคุณ

 

This sermon is a part of a collection of sermons entitled New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13 copyright ©2018 by Dana Bratton available at Amazon.com in Kindle and paperback (English only).

คำสอนนี้เป็นตอนหนึ่งของชุดรวมคำสอนที่มีชื่อว่า  คำสอนเชิงอธิบายพันธสัญญาใหม่ ชุดที่ 4 พระธรรมลูกา 1-13 ลิขสิทธิ์© 2018 โดยนายเดนา แบรตตัน สามารถดูได้ที่ Amazon.comในเครื่องอ่านหนังสืออีเล็คทรอนิกส์และหนังสือปกอ่อน (ภาษาอังกฤษ)

Scripture quotations are from the ESV® Bible (The Holy Bible, English Standard Version®, copyright ©2001 by Crossway, a publishing ministry of Good News Publishers. Used by permission. All rights reserved 

ข้อพระคัมภีร์คัดมาจากพระคัมภีร์ ESV® (พระคัมภีร์ฉบับมาตรฐานอังกฤษ®สงวนลิขสิทธิ์© 2001 โดย Crossway  พันธกิจการพิมพ์ของสำนักพิมพ์ข่าวประเสริฐ  โดยได้รับอนุญาต  ขอสงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด

Thai Scripture quotations are from The Holy Bible – Thai Standard Version 2011 Copyright © 2011 Thailand Bible Society

ข้อพระคัมภีร์ไทยคัดมาจากพระคัมภีร์  พระคริสตธรรมคัมภีร์ภาษาไทยฉบับมาตรฐาน 2011 สงวนลิขสิทธิ์ 2011 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย



                 [1] J. Vernon McGee, Thru the Bible with J. Vernon McGee, (Nashville, TN: Thomas Nelson, 1983), WORDsearch CROSS e-book, Luke 13.

                 [2] Warren Wiersbe, Bible Exposition Commentary – Be Compassionate (Luke 1-13), (Colorado Springs, CO: Victor, 2003), WORDsearch CROSS e-book, 226.

                [3] McGee, Thru the Bible with J. Vernon McGee, Luke 13.

     [4] Wiersbe, Bible Exposition Commentary.  Be Compassionate (Luke 1-13), 226.

                 [5] Warren W. Wiersbe, Wiersbe's Expository Outlines on the New Testament, (Colorado Springs, CO: Victor, 1992), WORDsearch CROSS e-book, 180.

 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top