Saturday, December 7, 2013

 

1 Peter 1 เปโตร 4:12 12 Beloved, do not be surprised at the fiery trial when it comes upon you to test you, as though something strange were happening to you.

12 ดูก่อนท่านที่รัก   อย่าประหลาดใจ   ที่ท่านต้องได้รับความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัสเป็นการลองใจ   เหมือนหนึ่งว่าเหตุการณ์อันประหลาดได้เกิดขึ้นกับท่าน

1 Peter 1 เปโตร 4:15-19

15 But let none of you suffer as a murderer or a thief or an evildoer or as a meddler.

15 แต่ว่าอย่าให้มีผู้ใดในพวกท่านได้รับโทษฐานเป็นผู้ฆ่าคน   หรือเป็นขโมย   หรือเป็นคนทำร้าย   หรือเป็นคนที่เที่ยวยุ่งกับธุระของคนอื่น

16 Yet if anyone suffers as a Christian, let him not be ashamed, but let him glorify God in that name.

16 แต่ถ้าผู้ใดถูกการร้ายเพราะมีชื่อว่าเป็นคริสตชน   ก็อย่าให้ผู้นั้นมีความละอายเลย   แต่ให้ถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าเพราะชื่อนั้น

17 For it is time for judgment to begin at the household of God; and if it begins with us, what will be the outcome for those who do not obey the gospel of God?

17 ด้วยว่าถึงเวลาแล้ว   ที่การพิพากษาจะต้องเริ่มต้นที่ครอบครัวของพระเจ้า   และถ้าการพิพากษานั้นเริ่มต้นที่พวกเราก่อน   ปลายทางของคนเหล่านั้น   ที่ไม่เชื่อฟังข่าวประเสริฐของพระเจ้าจะเป็นอย่างไร

18 And “If the righteous is scarcely saved, what will become of the ungodly and the sinner?”

18 และถ้าคนชอบธรรมจะรอดพ้นไปได้อย่า ยากเย็นแล้ว คนที่ไม่เคารพพระเจ้า   และคนบาป
จะไปอยู่ที่ไหน  

19 Therefore let those who suffer according to God's will entrust their souls to a faithful Creator while doing good.

19 เหตุฉะนั้น   ขอให้คนทั้งหลายที่ทนทุกข์ทรมานตามพระประสงค์ของพระเจ้า   จงประพฤติชอบและฝากวิญญาณจิตของตนไว้กับองค์พระผู้สร้าง   ผู้เที่ยงธรรมนั้นเถิด

So don’t be surprised when that fiery ordeal comes upon you, but trust God to take you through it. 

ดังนั้นจงอย่าแปลกใจเมื่อคุณพบอุปสรรคที่ร้ายแรง แต่จงวางใจในพระเจ้าผู้ทรงนำคุณผ่านพ้นไปได้

1 Peter 1 เปโตร 5:1 1 So I exhort the elders among you, as a fellow elder and a witness of the sufferings of Christ, as well as a partaker in the glory that is going to be revealed:

1 เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าจึงตักเตือนบรรดาผู้ใหญ่ในพวกท่านทั้งหลาย   ในฐานะที่ข้าพเจ้าก็เป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง   และเป็นพยานถึงความทุกข์ทรมานของพระคริสต์   และมีส่วนที่จะรับศักดิ์ศรีอันจะมาปรากฏภายหลัง


It was the practice of Paul and Barnabas to appoint elders in the churches they had founded.

เป็นเรื่องการทำงานของเปาโล และบาร์นาบัสที่จะแต่งตั้งผู้ปกครองอาวุโสในคริสตจักรที่พวกเขาได้ก่อตั้งขึ้น

Acts กิจการ14:23 23 And when they had appointed elders for them in every church, with prayer and fasting they committed them to the Lord in whom they had believed.

23 ท่านทั้งสองได้เลือกตั้งผู้ปกครองสาวกไว้ในทุกคริสตจักร   ได้อธิษฐานและถืออดอาหาร   ฝากสาวกไว้กับองค์พระผู้เป็นเจ้า   ที่เขาเชื่อถือนั้น


There was also the development of the office of pastor, who was essentially a teaching elder

ยังมีการพัฒนาให้การทำงานของอาจารย์  เป็นผู้อาวุโสที่คอยสั่งสอนในเรื่องที่สำคัญ ๆ

1Timothy 1ทิโมธี 5:17 17 Let the elders who rule well be considered worthy of double honor, especially those who labor in preaching and teaching.

17 จงถือว่าผู้ปกครองที่ปกครองดีนั้นสมควรได้รับเกียรติสองเท่า   โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ปกครองที่เทศนาและสั่งสอน


This pastor then appointed and guided elders and other leaders, and Paul gave Timothy and Titus a list of their qualifications. 

แล้วอาจารย์ทำการแต่งตั้งและแนะนำผู้สูงอายุและผู้นำคนอื่น ๆ และเปาโลได้ให้รายการคุณสมบัติของผู้นำแก่ทิโมธีและทิตัส

1Timothy 1 ทิโมธี 3:1-13 1The saying is trustworthy: If anyone aspires to the office of overseer, he desires a noble task.

1คำนี้เป็นคำจริง   คือว่าถ้าผู้ใดปรารถนาหน้าที่ผู้ปกครองดูแลคริสตจักร   ผู้นั้นก็ปรารถนากิจการงานที่ประเสริฐ

2Therefore an overseer must be above reproach, the husband of one wife, sober-minded, self-controlled, respectable, hospitable, able to teach,

2ผู้ปกครองดูแลนั้นต้องเป็นคนที่ไม่มีใครติได้   เป็นสามีของหญิงคนเดียว   เป็นคนรู้จักประมาณตน   มีสติสัมปชัญญะ   เป็นคนสง่าเรียบร้อย   มีอัชฌาสัยรับแขกดี   เหมาะที่จะเป็นครู

So here a pastor is called an overseer, and the requirements are: to be above reproach. 

In other words people should not be able to say bad thing against the pastor that are true. 

ดังนั้นในที่นี้อาจารย์ถูกเรียกว่าผู้ปกครอง   และกำหนดคุณสมบัติดังนี้  คือปราศจากตำหนิที่ด่างพร้อย    อีกนัยหนึ่งคือไม่ควรมีใครที่สามารถพูดกล่าวหาอาจารย์ในทางไม่ดีถ้าเป็นเรื่องจริง

Sometime people say bad things about the pastor because perhaps he has stepped on their toes by what he has said, or they just don’t like his style, his mannerisms, or personality. 

บางครั้งคนพูดในทางไม่ดีเกี่ยวกับอาจารย์   เพราะบางทีท่านได้เหยียบหัวแม่เท้าของพวกเขาเวลาที่กล่าวสั่งสอน หรือพวกเขาเพียงแค่ไม่ชอบสไตล์  ท่าทางหรือบุคลิกของท่าน

So they might say some negative things about him, that are not true, plus our enemy Satan wants to divide the church and attack the pastor.

ดังนั้นพวกเขาอาจจะพูดบางสิ่งเชิงลบเกี่ยวกับท่านที่ไม่เป็นความจริง    บวกกับศัตรูของเราคือซาตานต้องการให้คริสตจักรแตกแยกก็เลยโจมตีอาจารย์

But in qualifications for a pastor there should not be open sinfulness in the life of the pastor that people could point out. 

แต่คุณวุฒิสำหรับอาจารย์  ไม่สมควรมีบาปที่เผยชัดแจ้งในชีวิตของตนที่ผู้คนสามารถบ่งชี้ได้

The pastor, if he is married, must have only one wife, not a womanizer chasing after women, not married multiple times, not an adulterer.  

ถ้าอาจารย์จะแต่งงาน ท่านต้องมีภรรยาคนเดียว  ไม่ตามจีบผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ไม่แต่งงานซ้อน และไม่เป็นคนเล่นชู้

The pastor is to be sober minded, not drunk, and also not a wild joker but recognizing the seriousness of his responsibility to care for the flock he has been entrusted with. 

อาจารย์ต้องเป็นคนสงบเสงี่ยม    ไม่เมาสุรา  และไม่เป็นคนโปกฮาป่าเถื่อน  แต่ตระหนักถึงความรับผิดชอบหน้าที่อย่างเอาใจใส่  รักการดูแลฝูงแกะที่ท่านได้รับความไว้วางใจด้วย

He must be self controlled, respectable, hospitable and of course able to teach.  That is, to make the Scripture clear and understandable, meaningful and applicable. 

ท่านต้องเป็นคนควบคุมสติ  มีเกียรติน่านับถือ  มีน้ำใจรับรองแขก และแน่นอนสามารถสอนได้  นั่นคือสอนพระคัมภีร์ที่ชัดเจนและเข้าใจได้  สอนให้รู้ความหมายและสามารถนำไปปฏิบัติได้

3not a drunkard, not violent but gentle, not quarrelsome, not a lover of money.

3ไม่ดื่มสุรามึนเมา   ไม่เป็นนักเลงหัวไม้   แต่เป็นคนสุภาพ   ไม่เป็นคนชอบวิวาท   ไม่เป็นคนเห็นแก่เงิน

4He must manage his own household well, with all dignity keeping his children submissive,

4ต้องเป็นคนครอบครองบ้านเรือนของตนได้ดี   อบรมบุตรธิดาของตนให้อยู่ในโอวาทและมีใจนอบน้อม

5for if someone does not know how to manage his own household, how will he care for God's church?

5เพราะว่าถ้าชายคนใดไม่รู้จักครอบครองบ้านเรือนของตน   คนนั้นจะดูแลคริสตจักรของพระเจ้าอย่างไรได้

So I don’t think it is absolutely necessary for a pastor to have a wife and children, but if he does a family, how he manages his household can qualify him or disqualify him from being a pastor. 

ดังนั้นผมไม่คิดว่ามันจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับอาจารย์ที่ต้องมีภรรยาและลูก ๆ   แต่ถ้าเขามีครอบครัว  วิธีจัดการดูแลครอบครัวของเขาก็เป็นเสามารถวัดได้ว่าเขามีคุณสมบัติหรือขาดคุณสมบัติในการเป็นอาจารย์

6He must not be a recent convert, or he may become puffed up with conceit and fall into the condemnation of the devil.

6อย่าให้ผู้ที่กลับใจใหม่ๆเป็นผู้ปกครองดูแล   เกรงว่าเขาอาจจะยโส   แล้วก็จะถูกปรับโทษเหมือนอย่างมารนั้น

7Moreover, he must be well thought of by outsiders, so that he may not fall into disgrace, into a snare of the devil.

7นอกนั้นเขาจะต้องเป็นที่นับถือของคนภายนอก   มิฉะนั้นจะเป็นที่ติเตียนและจะติดบ่วงแร้วของมาร  For more see 222.2dbydana.com/sermon.html

 

1 Peter 5