God's Word for Today New Testament Survey

May 2, 2012

 
 

Bible survey New Testament

การสำรวจพระคัมภีร์ฉบับพันธสัญญาใหม่

Matthew, Mark, Luke and John are called Gospels which means Good News.

มัทธิว มาระโก ลูกาและยอห์น เป็นชื่อพระธรรมที่เรียกว่าพระกิตติคุณซึ่งหมายถึงข่าวประเสริฐ

The Good News is the birth, life, death, and resurrection of Jesus Christ, the Son of God. 

ข่าวประเสริฐก็คือเรื่องการประสูติ ชีวิต การสิ้นพระชนม์และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระเจ้า

The name of each book is the same as the name of the author.  The four authors write from different perspectives, much the same as if you and I witnessed the same event from different locations or if our background and culture are different, we would report the same event slightly differently. 

ชื่อของหนังสือแต่ละเล่มเป็นเหมือนชื่อของผู้เขียน    ผู้เขียนทั้ง 4 ท่านนี้เขียนจากมุมมองที่แตกต่างกัน   เช่นเดียวกับถ้าคุณและผมมีมุมมองเหตุการณ์เดียวกันที่แตกต่างกันมาก จากสถานที่ที่แตกต่างกันหรือถ้าภูมิหลังและวัฒนธรรมของเราแตกต่างกัน  เราจะรายงานเหตุการณ์เดียวกันแตกต่างกันบ้าง

There also can be some difference depending on the target audience for the book. 

นอกจากนี้ยังมีข้อแตกต่างกันบางอย่างขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมายของผู้อ่านหนังสือด้วย

Matthew was a tax collector and became a disciple of Jesus. He writes so that people might know that Jesus is from the family royal line of King David. 

พระธรรมมัทธิว  มัทธิวเป็นคนเก็บภาษีและกลับใจเป็นสาวกของพระเยซู เขาเขียนหนังสือฉบับนี้เพื่อให้ผู้คนได้รู้ว่าพระเยซูทรงสืบตระกูลมาทางพงศ์พันธ์ของกษัตริย์ดาวิด

Matthew tells what Jesus said in the Sermon on the Mount.  He gave us the Beatitudes. 

มัทธิวบรรยายสิ่งที่พระเยซูตรัสใน “คำเทศนาบนภูเขา” เขาได้ความสุขอย่างยิ่งแก่เรา

Jesus gave us a model prayer in Matthew

พระเยซูทรงให้แบบอย่างการอธิษฐานแก่เราในพระธรรมมัทธิว

Matthew 6:11-13 9 Pray then like this:“Our Father in heaven, hallowed be your name.

มัทธิว 6:11-13   9 “ท่านทั้งหลาย   จงอธิษฐานตามอย่างนี้ว่า    ข้าแต่พระบิดาแห่งข้าพระองค์
ทั้งหลาย ผู้ทรงสถิตในสวรรค์     ขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่เคารพสักการะ  

10 Your kingdom come, Your will be done, on earth as it is in heaven.

10 ขอให้แผ่นดินของพระองค์มาตั้งอยู่    ขอให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์  
  ในสวรรค์เป็นอย่างไรก็ให้เป็นไปอย่างนั้นในแผ่นดินโลก  

11 Give us this day our daily bread,

11 ขอทรงโปรดประทานอาหารประจำวัน  แก่ข้าพระองค์ทั้งหลายในกาลวันนี้  

12 and forgive us our debts, as we also have forgiven our debtors.

12 และขอทรงโปรดยกบาปผิดของข้าพระองค์    เหมือนข้าพระองค์ยกโทษผู้ที่ทำผิดต่อข้าพระองค์นั้น  

13 And lead us not into temptation, but deliver us from evil.

13 และขออย่านำข้าพระองค์เข้าไปในการทดลอง     แต่ขอให้พ้นจากซึ่งชั่วร้าย    [เหตุว่าราชอำนาจ  และฤทธิ์เดช  และพระสิริเป็นของพระองค์สืบๆไปเป็นนิตย์   อาเมน]

Matthew records for us the Great Commandment and the Great Commission.   

มัทธิว ได้บันทึกเรื่องพระธรรมบัญญัติหลัก 2 ข้อใหญ่และพระมหาบัญชา ให้เราทราบ

Matthew 22:36-40 36 “Teacher, which is the great commandment in the Law?”

มัทธิว 22:36-40 36 “อาจารย์เจ้าข้า   ในธรรมบัญญัตินั้นข้อใดสำคัญที่สุด”

37 And He said to him, “You shall love the Lord your God with all your heart and with all your soul and with all your mind.

37 พระเยซูทรงตอบเขาว่า   “จงรักพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของเจ้าด้วยสุดใจสุดจิตของเจ้า   และด้วยสิ้นสุดความคิดของเจ้า

38 This is the great and first commandment.

38 นั่นแหละเป็นพระบัญญัติข้อใหญ่และข้อต้น

39 And a second is like it: You shall love your neighbor as yourself.

39 ข้อที่สองก็เหมือนกัน   คือ   จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง

40 On these two commandments depend all the Law and the Prophets.”

40 ธรรมบัญญัติและคำของผู้เผยพระวจนะทั้งสิ้น   ก็ขึ้นอยู่กับพระบัญญัติสองข้อนี้”

Matthew 28:19-20 19 Go therefore and make disciples of all nations, baptizing them in the name of the Father and of the Son and of the Holy Spirit,

มัทธิว 28:19-20 19 เหตุฉะนั้นเจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ   ให้เป็นสาวกของเรา   ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา   พระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์

20 teaching them to observe all that I have commanded you. And behold, I am with you always, to the end of the age.”

20 สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งข้าพเจ้าได้สั่งพวกเจ้าไว้   นี่แหละข้าพเจ้าจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป   จนกว่าจะสิ้นยุค”

Mark was a missionary with Paul and Barnabas.  Mark tells us about John the Baptist, the cousin of Jesus, who preached repentance in preparation for Jesus coming. 

พระธรรมมาระโก    มาระโกเป็นมิชชันนารีร่วมกับเปาโลและบารนาบัส   มาระโกบรรยายเรื่องเกี่ยวกับ ยอห์นผู้ให้บัพติสมา ผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องของพระเยซูที่เทศนาให้คนกลับใจ  และเตรียมให้คนพร้อมในการที่พระเยซูจะเสด็จมา

Luke was a medical doctor and also accompanied Paul on his missionary journeys.  Luke gives a very detailed account of the birth of Jesus and later of His death on the cross. 

พระธรรมลูกา  ลูกาเป็นนายแพทย์และยังมาร่วมในการเดินทางเผยแพร่ศาสนาของเปาโล  ลูกาบรรยายเรื่องราวรายละเอียดการประสูติของพระเยซู   และต่อมาเรื่องการสิ้นพระชนม์ของพระองค์บนไม้กางเขน

John was a disciple of Jesus and refers to Himself as the “one who Jesus loved.”  John wants to show his readers that Jesus is the eternal son of God and let us know how to become a Christian.

ยอห์น  ยอห์นเป็นสาวกของพระเยซูและกล่าวถึงตัวเองว่าเป็น "สาวกที่พระเยซูทรงรัก" ยอห์นอยากจะแสดงให้ผู้อ่านเห็นว่าพระเยซูทรงเป็นพระบุตรนิรันดร์ของพระเจ้า   และสอนให้เราทราบว่าจะเป็นคริสเตียนอย่างไร

John 1:1, 14 1In the beginning was the Word, and the Word was with God, and the Word was God.

ยอห์น 1:1, 14 1ในปฐมกาลพระวาทะดำรงอยู่   และพระวาทะทรงสถิตอยู่กับพระเจ้า   และพระวาทะทรงเป็นพระเจ้า

14 And the Word became flesh and dwelt among us, and we have seen his glory, glory as of the only Son from the Father, full of grace and truth.

14 พระวาทะได้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์และทรงอยู่ท่ามกลางเรา   บริบูรณ์ด้วยพระคุณและความจริง   เราทั้งหลายได้เห็นพระสิริของพระองค์   คือพระสิริอันสมกับพระบุตรองค์เดียวของพระบิดา

John 20:31 31 but these are written so that you may believe that Jesus is the Christ, the Son of God, and that by believing you may have life in his name.

ยอห์น 20:31 31 แต่การที่ได้บันทึกเหตุการณ์เหล่านี้ไว้   ก็เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เชื่อว่า   พระเยซูทรงเป็นพระคริสต์   พระบุตรของพระเจ้า   และเมื่อมีความเชื่อแล้ว   ท่านก็จะมีชีวิตโดยพระนามของพระองค์

John 3:16 is probably the most well known Bible verse. 

ยอห์น 3:16 น่าจะเป็นข้อพระคัมภีร์ที่รู้จักกันแพร่หลาย

16 “For God so loved the world, that He gave His only Son, that whoever believes in Him should not perish but have eternal life.

16 เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก   จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์   เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ   แต่มีชีวิตนิรันดร์

It is from John chapter 3, in the visit between Nicodemus and Jesus that we get the term “born again.”  Jesus told Nicodemus that he must be born again. 

ในพระธรรมยอห์นบทที่ 3 เรื่องการที่นิโคเดมัสเข้าเฝ้าและพระเยซู   ที่เราได้รับคำใหม่ว่า "เกิดใหม่อีกครั้ง." พระเยซูได้ทรงบอกนิโคเดมัสว่าเขาต้องเกิดใหม่อีกครั้ง

For more see www.wdbydana.com/sermon.html