2012

God's Word for Today Ephesians 2

October 24, 2012

 
 

Ephesians 2  You were dead but now by grace you are saved

เอเฟซัส 2 คุณตาย แต่ตอนนี้โดยพระคุณของคุณจะถูกบันทึกไว้   

There are people all around here in this village and beyond who are dead.  Now, they don’t look dead, they are quite busy – working, playing, moving about, eating, drinking; all signs of life.  But the Bible says before we trust Christ as our Savior we are spiritually dead.  Paul explains this here:

1And you were dead in the trespasses and sins

1ท่านตายแล้วโดยการละเมิด และการบาป

2in which you once walked, following the course of this world, following the prince of the power of the air, the spirit that is now at work in the sons of disobedience—

2ครั้งเมื่อก่อนท่านเคยประพฤติในการบาปนั้นตามวิถีของโลก   ตามเจ้าแห่งย่านอากาศ   คือวิญญาณที่ครอบครองอยู่ในคนทั้งหลายที่ไม่เชื่อฟัง

3among whom we all once lived in the passions of our flesh, carrying out the desires of the body and the mind, and were by nature children of wrath, like the rest of mankind.

3เมื่อก่อนเราทั้งปวงเคยประพฤติเป็นพรรคพวกกับคนเหล่านั้น   ที่ประพฤติตามตัณหาของเนื้อหนัง   คือกระทำตามความปรารถนาของเนื้อหนังและความคิดในใจ   ตามสันดานเราจึงเป็นคนควรแก่พระอาชญาเหมือนอย่างคนอื่น

    God said to Adam, "In the day that you eat thereof you will surely die." Talking about that forbidden fruit in the Garden of Eden. God was talking about spiritual death. That awareness of God, that communion with God, or that fellowship and oneness that God intended that man should have with God. That would stop. The relationship with God would stop the moment that man disobeyed the commandment of God, the moment man sinned.

Now the main thing that death means is separation.  In physical death the body stops, returns to dust, and there is a separation between body and soul.  Ecclesiastes ปัญญาจารย์ 12:7 7and the dust returns to the earth as it was, and the spirit returns to God who gave it.

7และผงคลีกลับไปเป็นดินอย่างเดิม   และจิตวิญญาณกลับไปสู่พระเจ้าผู้ประทานให้มานั้น

Spiritual death is a separation between man and God Isaiah 59:1-2  1Behold, the LORD's hand is not shortened, that it cannot save, or his ear dull, that it cannot hear;

1ดูเถิด พระหัตถ์ของพระเจ้ามิได้สั้นลง   ที่จะช่วยให้รอดไม่ได้  
หรือพระกรรณตึง ซึ่งจะไม่ทรงได้ยิน  

2but your iniquities have made a separation between you and your God,

and your sins have hidden his face from you so that he does not hear.

2แต่ว่าความบาปชั่วของเจ้าทั้งหลายได้กระทำให้เกิดการแยก  
ระหว่างเจ้ากับพระเจ้าของเจ้า   และบาปของเจ้าทั้งหลาย ได้บังพระพักตร์ของพระองค์เสียจากเจ้า  
พระองค์จึงมิได้ยิน  

The second death is a final separation between man and God Revelation  21:8 8But as for the cowardly, the faithless, the detestable, as for murderers, the sexually immoral, sorcerers, idolaters, and all liars, their portion will be in the lake that burns with fire and sulfur, which is the second death.”

8แต่คนขลาด   คนไม่เชื่อ   คนที่น่าเกลียดน่าชัง   คนที่ฆ่ามนุษย์   คนล่วงประเวณี   คนใช้เวทมนตร์   คนไหว้รูปเคารพ   และคนทั้งปวงที่พูดมุสานั้น   มรดกของเขาอยู่ที่ในบึงไฟและกำมะถันที่กำลังไหม้อยู่นั้น   นั่นคือความตายครั้งที่สอง”

There is also a separation from believers.

Revelation วิวรณ์ 22:14-15 14Blessed are those who wash their robes, so that they may have the right to the tree of life and that they may enter the city by the gates.

14คนทั้งหลายที่ชำระเสื้อผ้าของตนก็เป็นสุข   เพื่อว่าเขาจะได้มีสิทธิ์ในต้นไม้แห่งชีวิต   และเพื่อเขาจะได้เข้าไปในนครนั้นโดยทางประตู

15Outside are the dogs and sorcerers and the sexually immoral and murderers and idolaters, and everyone who loves and practices falsehood.

15ภายนอกนั้นมีสุนัข   คนใช้เวทมนตร์   คนล่วงประเวณี   คนฆ่ามนุษย์   คนไหว้รูปเคารพ   ทุกคนที่รักการมุสาและประพฤติตาม  

Matthew มัทธิว13:37-42 37He answered, “The one who sows the good seed is the Son of Man.

37พระองค์ตรัสตอบเขาว่า   “ผู้หว่านเมล็ดพืชดีนั้นได้แก่บุตรมนุษย์

38The field is the world, and the good seed is the children of the kingdom. The weeds are the sons of the evil one,

38และนานั้นได้แก่โลก   ส่วนเมล็ดพืชดีได้แก่พลเมืองแห่งแผ่นดินของพระเจ้า   แต่ข้าวละมานได้แก่พลเมืองของมารร้าย

39and the enemy who sowed them is the devil. The harvest is the close of the age, and the reapers are angels.

39ศัตรูผู้หว่านเมล็ดพืชชั่วได้แก่มารนั้น   ฤดูเกี่ยวได้แก่เวลาสิ้นยุค   และผู้เกี่ยวนั้นได้แก่ทูตสวรรค์

40Just as the weeds are gathered and burned with fire, so will it be at the close of the age.

40เหตุฉะนั้นเขาเก็บข้าวละมานเผาไฟเสียอย่างไร   เมื่อเวลาสิ้นยุคก็จะเป็นอย่างนั้น

41The Son of Man will send his angels, and they will gather out of his kingdom all causes of sin and all law-breakers,

41บุตรมนุษย์จะใช้ทูตของท่านออกไปเก็บกวาดทุกสิ่งที่ทำให้หลงผิด   และบรรดาผู้ที่กระทำชั่วไปจากแผ่นดินของท่าน

42and throw them into the fiery furnace. In that place there will be weeping and gnashing of teeth.

42และจะทิ้งลงในเตาไฟอันลุกโพลง   ที่นั่นจะมีการร้องไห้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

Matthew มัทธิว 25:32-40 32    Before him will be gathered all the nations, and he will separate people one from another as a shepherd separates the sheep from the goats.

32บรรดาประชาชาติต่างๆ   จะประชุมพร้อมกันต่อพระพักตร์พระองค์   และพระองค์จะทรงแยกมนุษย์ทั้งหลายออกเป็นสองพวก   เหมือนอย่างผู้เลี้ยงแกะจะแยกแกะออกจากแพะ

33And he will place the sheep on his right, but the goats on the left.

33ส่วนฝูงแกะนั้นจะทรงจัดให้อยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระองค์   แต่ฝูงแพะนั้นจะทรงจัดให้อยู่เบื้องซ้าย

34Then the King will say to those on his right, ‘Come, you who are blessed by my Father, inherit the kingdom prepared for you from the foundation of the world.

34ขณะนั้น   พระมหากษัตริย์จะตรัสแก่บรรดาผู้ที่อยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระองค์ว่า   'ท่านทั้งหลายที่ได้รับพระพรจากพระบิดาของเรา   จงมารับเอาราชอาณาจักร   ซึ่งได้ตระเตรียมไว้สำหรับท่านทั้งหลายตั้งแต่แรกสร้างโลก

35For I was hungry and you gave me food, I was thirsty and you gave me drink, I was a stranger and you welcomed me,

35เพราะว่าเมื่อเราหิว   ท่านทั้งหลายก็ได้จัดหาให้เรากิน   เรากระหายน้ำ   ท่านก็ให้เราดื่ม   เราเป็นแขกแปลกหน้า   ท่านก็ได้ต้อนรับเราไว้

36I was naked and you clothed me, I was sick and you visited me, I was in prison and you came to me.’

36เราเปลือยกายท่านก็ได้ให้เสื้อผ้าเรานุ่งห่ม   เมื่อเราเจ็บป่วยท่านก็ได้มาเยี่ยมเอาใจใส่เรา   เมื่อเราต้องจำอยู่ในพันธนาคาร   ท่านก็ได้มาเยี่ยมเรา'

37Then the righteous will answer him, saying, ‘Lord, when did we see you hungry and feed you, or thirsty and give you drink?

37เวลานั้นบรรดาผู้ชอบธรรมจะกราบทูลว่า   'พระองค์เจ้าข้า   ที่ข้าพระองค์เห็นพระองค์ทรงหิวหรือทรงกระหายน้ำ   และได้จัดมาถวายแด่พระองค์แต่เมื่อไร

38And when did we see you a stranger and welcome you, or naked and clothe you?

38ที่ข้าพระองค์ได้เห็นพระองค์ทรงเป็นแขกแปลกหน้า   และได้ต้อนรับไว้   หรือเปลือยพระกาย   และได้สวมฉลองพระองค์ให้แต่เมื่อไร

39And when did we see you sick or in prison and visit you?’

39ที่ข้าพระองค์เห็นพระองค์ประชวรหรือต้องจำอยู่ในพันธนาคาร   และได้มาเฝ้าพระองค์นั้นแต่เมื่อไร'

40And the King will answer them, ‘Truly, I say to you, as you did it to one of the least of these my brothers, you did it to me.’

40แล้วพระมหากษัตริย์จะตรัสกับเขาว่า   'เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า   ซึ่งท่านได้กระทำแก่คนใดคนหนึ่งในพวกพี่น้องของเรานี้   ถึงแม้จะต่ำต้อยเพียงไร   ก็เหมือนได้กระทำแก่เราด้วย'

  To be dead to sin, is a separation between the Christian and sin Romans 6:1-4 1What shall we say then? Are we to continue in sin that grace may abound?

1ถ้าเช่นนั้นแล้วเราจะว่าอย่างไร   ควรเราจะอยู่ในบาปต่อไป   เพื่อให้พระคุณมีมากยิ่งขึ้นหรือ

2By no means! How can we who died to sin still live in it?

2อย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย   พวกเราที่ตายต่อบาปแล้วจะมีชีวิตในบาปต่อไปอย่างไรได้

3Do you not know that all of us who have been baptized into Christ Jesus were baptized into his death?

3ท่านไม่รู้หรือว่า   เราทั้งหลายที่ได้รับบัพติศมาเข้าในพระเยซูคริสต์   ก็ได้รับบัพติศมานั้นเข้าในความตายของพระองค์

4We were buried therefore with him by baptism into death, in order that, just as Christ was raised from the dead by the glory of the Father, we too might walk in newness of life.

4เหตุฉะนั้น   เราจึงถูกฝังไว้กับพระองค์แล้ว   โดยการรับบัพติศมาเข้าส่วนในการตายนั้น   เพื่อว่าเมื่อพระคริสต์ได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตายโดยเดชพระสิริของพระบิดาแล้ว   เราก็จะได้ดำเนินตามชีวิตใหม่ด้วยเหมือนกัน  

Romans โรม 6:11 11So you also must consider yourselves dead to sin and alive to God in Christ Jesus.

11เหมือนกันเช่นนั้นแหละ   ท่านทั้งหลายจงถือว่าท่านได้ตายต่อบาป   และมีชีวิตสนิทกับพระเจ้าในพระเยซูคริสต์  

So before, we believed Christ we were spiritually dead, separated from a relationship with God.

4But God, being rich in mercy, because of the great love with which he loved us,

4แต่พระเจ้าผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระกรุณา   เพราะเหตุความรักอันใหญ่หลวง   ซึ่งพระองค์ทรงรักเรานั้น

5even when we were dead in our trespasses, made us alive together with Christ—by grace you have been saved—

5ถึงแม้ว่าเมื่อเราตายไปแล้วในการบาป   พระองค์ยังทรงกระทำให้เรามีชีวิตอยู่กับพระคริสต์   (ซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณ)

Formore see www.wdbydana.com/sermon.html