God's Word for Today Joshua 4

January 25, 2012

 
 

So what were the stones for? 

ดังนั้นสิ่งที่หินสำหรับเป็นอย่างไร

Two things, for the parents to be able to instruct their children, the children would ask the parents what are these stones? 

สองสิ่งสำหรับผู้ปกครองที่จะสามารถสั่งให้บุตรหลานของตนเด็กที่พ่อแม่จะถามในสิ่งที่เป็นหินเหล่านี้หรือไม่

Then the parents could explain the history of Israel, how that God had stopped the waters of the River Jordan so they could all cross over.  Then the second thing was so that the people of Israel could remember that event.   

จากนั้นผู้ปกครองสามารถอธิบายประวัติศาสตร์ของอิสราเอลว่าพระเจ้าที่ได้หยุดน้ำของแม่น้ำจอร์แดนให้พวกเขาทั้งหมดจะสามารถข้ามผ่าน แล้วสิ่งที่สองคือเพื่อให้คนของอิสราเอลสามารถจำเหตุการณ์ที่

As Christians here in our church, we celebrate the Lord’s Supper (Communion) the first Sunday of every month as a memorial. 

ในฐานะที่เป็นคริสเตียนที่นี่ในคริสตจักรของเราที่เราเฉลิมฉลองอาหารมื้อเย็นของพระเจ้า (การสนทนา) ในวันอาทิตย์แรกของทุกเดือนเป็นที่ระลึก

1 Corinthians 1 โครินธ์11:23-25 23For I received from the Lord what I also delivered to you, that the Lord Jesus on the night when He was betrayed took bread,

23 เพราะว่าเรื่องซึ่งข้าพเจ้าได้มอบไว้กับท่านแล้วนั้น   ข้าพเจ้าได้รับจากองค์พระผู้เป็นเจ้า   คือในคืนที่เขาอายัดพระเยซูเจ้านั้น   พระองค์ทรงหยิบขนมปัง

24and when He had given thanks, He broke it, and said, “This is My body which is for you. Do this in remembrance of Me.”

24ครั้นขอบพระคุณแล้วจึงทรงหัก   แล้วตรัสว่า   “นี่เป็นกายของเรา   ซึ่งให้แก่ท่านทั้งหลาย   จงกระทำอย่างนี้ให้เป็นที่ระลึกถึงเรา”

25In the same way also He took the cup, after supper, saying, “This cup is the new covenant in My blood. Do this, as often as you drink it, in remembrance of Me.”

25เมื่อรับประทานแล้ว   พระองค์จึงทรงหยิบถ้วยด้วยอาการอย่างเดียวกัน   ตรัสว่า   “ถ้วยนี้คือพันธสัญญาใหม่   โดยโลหิตของเรา   เมื่อท่านดื่มจากถ้วยนี้เวลาใด   จงดื่มเป็นที่ระลึกถึงเรา”

Parents have a responsibility to teach their sons and daughters about God.

ผู้ปกครองมีความรับผิดชอบที่จะสอนให้บุตรและธิดาเกี่ยวกับพระเจ้าของพวกเขา

Deuteronomy พระราชบัญญัติ11:18-19

18“You shall therefore lay up these words of mine in your heart and in your soul, and you shall bind them as a sign on your hand, and they shall be as frontlets between your eyes.

18“เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงจดจำถ้อยคำเหล่านี้ของ ข้าพเจ้าไว้ในจิตในใจของท่านทั้งหลาย   จงเอาถ้อยคำเหล่านี้พันไว้ที่มือของท่านเป็นหมายสำคัญ   และจารึกไว้ที่หว่างคิ้วของท่าน

19You shall teach them to your children, talking of them when you are sitting in your house, and when you are walking by the way, and when you lie down, and when you rise.

19และท่านจงสอนถ้อยคำเหล่านี้แก่บุตรหลานของท่านทั้งหลาย   จงพูดถึงถ้อยคำเหล่านี้เมื่อท่านอยู่ในเรือน   และเมื่อท่านเดินอยู่ตามทาง   เมื่อท่านนอนลงหรือลุกขึ้น

Proverbs สุภาษิต 22:6 6Train up a child in the way he should go; even when he is old he will not depart from it.

6จงฝึกเด็กในทางที่เขาควรจะเดินไป   และเมื่อเขาเป็นผู้ใหญ่แล้วเขาจะไม่พรากจากทางนั้น  

Psalms เพลงสดุดี 78:1-8

1Give ear, O my people, to my teaching; incline your ears to the words of my mouth!

1ประชากรของข้าพเจ้าเอ๋ย จงเงี่ยหูฟังคำสอนของข้าพเจ้า  
เอียงหูของท่านทั้งหลายฟังถ้อยคำจากปากข้าพเจ้า  

2I will open my mouth in a parable; I will utter dark sayings from of old,

2ข้าพเจ้าจะอ้าปากกล่าวคำอุปมา   ข้าพเจ้าจะกล่าวคำลับลึกของโบราณกาล  

3things that we have heard and known, that our fathers have told us.

3ถึงสิ่งที่เราทั้งหลายได้ยินได้ทราบ    ที่บรรพบุรุษของเราได้บอกเรา  

4We will not hide them from their children, but tell to the coming generation the glorious deeds of the LORD, and His might, and the wonders that He has done.

4เราจะไม่ซ่อนไว้จากลูกหลานของเขา   แต่จะบอกแก่ชาติพันธุ์ที่กำลังเกิดมา  
ถึงพระราชกิจอันควรสรรเสริญของพระเจ้า   และฤทธานุภาพของพระองค์  
และการอัศจรรย์ซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำ  

5He established a testimony in Jacob and appointed a law in Israel, which He commanded our fathers to teach to their children,

5เพราะพระองค์ทรงสถาปนากฎเกณฑ์ไว้ในยาโคบ   และทรงแต่งตั้งกฎหมายไว้ในอิสราเอล  
ซึ่งพระองค์ทรงบัญชาแก่บรรพบุรุษของเราว่าให้แจ้งเรื่องราวเหล่านั้นแก่ลูกหลานของเขา  

6that the next generation might know them,

the children yet unborn, and arise and tell them to their children,

6เพื่อชาติพันธุ์รุ่นต่อไปจะทราบเรื่อง คือลูกหลานที่จะเกิดมา และที่จะลุกขึ้นบอกลูกหลานของเขา  

7so that they should set their hope in God and not forget the works of God, but keep His commandments;

7เพื่อเขาจะตั้งความหวังของเขาไว้ในพระเจ้า   และไม่ลืมพระราชกิจของพระเจ้า    แต่รักษาพระบัญญัติของพระองค์  

8and that they should not be like their fathers, a stubborn and rebellious generation,

a generation whose heart was not steadfast, whose spirit was not faithful to God.

8และเพื่อเขาจะมิได้เหมือนบรรพบุรุษของเขา    คือชาติพันธุ์ที่ดื้อดึงและมักกบฏ  
ชาติพันธุ์ที่จิตใจไม่มั่นคง    ผู้ซึ่งจิตวิญญาณของเขาไม่มั่นคงต่อพระเจ้า  

8And the people of Israel did just as Joshua commanded and took up twelve stones out of the midst of the Jordan, according to the number of the tribes of the people of Israel, just as the LORD told Joshua. And they carried them over with them to the place where they lodged and laid them down there.

8คนอิสราเอลเหล่านั้นก็กระทำตามที่โยชูวาบัญชา   และขนหินสิบสองก้อนมาจากกลางจอร์แดน   ตามจำนวนเผ่าคนอิสราเอล   ดังที่พระเจ้าตรัสสั่งโยชูวา   และเขาก็แบกมายังที่ซึ่งเขาพักอยู่   วางไว้ที่นั่น

For more see www.wdbydana.com/sermon.html