God's Word for Today
John 10

September 17, 2011

 
 

There is only one way for a person to be able to enter Heaven, the way is Jesus.  Jesus taught that clearly later

มีเพียงวิธีหนึ่งสำหรับคนที่จะสามารถป้อนสวรรค์, วิธีการที่พระเยซูทรงเป็น พระเยซูทรงสอนที่ชัดเจนในภายหลัง

John ยอห์น14:6

6พระเยซูตรัสกับเขาว่า   “ข้าพเจ้าเป็นทางนั้น   เป็นความจริงและเป็นชีวิต   ไม่มีผู้ใดมาถึง

พระบิดาได้นอกจากจะมาทางข้าพเจ้า

Here in John 10, Jesus teaches this truth by comparison.  Jesus compares Himself to the doorway of the sheepfold.  

ยอห์นนี่ในบทที่ 10 พระเยซูทรงสอนความจริงข้อนี้โดยการเปรียบเทียบ พระเยซูทรงเปรียบเทียบพระองค์เองให้ประตูของแกะพับที่

The shepherd would build a rock wall in an area and at night would bring the sheep into the sheepfold. 

คนเลี้ยงแกะที่จะสร้างกำแพงหินในพื้นที่และในเวลากลางคืนจะนำมาแกะเป็นพับแกะ

On one side was the doorway and the shepherd would lie in that doorway becoming the door to the sheepfold.  The shepherd would not allow anything in the sheepfold but his own sheep. 

ในด้านหนึ่งประตูที่ถูกและคนเลี้ยงแกะจะอยู่ในทางเข้าประตูที่กลายเป็นประตูไปสู่การพับแกะ คนเลี้ยงแกะจะไม่ปล่อยให้สิ่งใดในพับแกะ แต่แกะของเขาเอง

1“ข้าพเจ้าบอกความจริงแก่ท่านว่า   ผู้ที่มิได้เข้าไปในคอกแกะทางประตู   แต่ปีนเข้าไปทางอื่นนั้นเป็นขโมยและโจร

2แต่ผู้ที่เข้าทางประตูก็เป็นผู้เลี้ยงแกะ

3นายประตูจึงเปิดประตูให้ผู้นั้น   แกะย่อมฟังเสียงของท่าน   ท่านเรียกชื่อแกะของท่าน   และนำออกไป

If you try to enter the kingdom of heaven by your good works, if you try to enter the kingdom of heaven by being religious, you'll never make it.

หากคุณพยายามที่จะป้อนในอาณาจักรแห่งสวรรค์โดยการทำงานที่ดีของคุณถ้าคุณพยายามที่จะป้อนในอาณาจักรแห่งสวรรค์โดยการเป็นศาสนาคุณจะไม่ให้มัน

Jesus said, "I am the way, the truth and the life, and no man comes to the Father but by Me."

พระเยซูตรัสกับเขาว่า   ข้าพเจ้าเป็นทางนั้น   เป็นความจริงและเป็นชีวิต   ไม่มีผู้ใดมาถึง

พระบิดาได้นอกจากจะมาทางข้าพเจ้า

4เมื่อท่านต้อนแกะของท่าน   ออกไปหมดแล้ว   ก็เดินนำหน้า   และแกะก็ตามท่านไป   เพราะรู้จักเสียงของท่าน

5ส่วนผู้อื่นแกะจะไม่ตามเลย   แต่จะหนีไปจากเขา   เพราะไม่รู้จักเสียงของผู้อื่น”

Sometimes there may be flocks of sheep together.  But the sheep learn the voice of their shepherd and will only follow him.

บางครั้งอาจจะมีฝูงแกะด้วยกัน แต่แกะได้เรียนรู้เสียงของคนเลี้ยงแกะของตนและจะปฏิบัติตามเขา

Similarly today there are many religions in the world, many gatherings of people but the Christians have learned to hear the voice of their Shepherd and only follow Him not the teachings of others who might try to be shepherds.

ในทำนองเดียวกันวันนี้มีหลายศาสนาในโลกที่การชุมนุมของคนจำนวนมาก แต่ชาวคริสต์ที่มีการเรียนรู้ที่จะได้ยินเสียงของคนเลี้ยงแกะของตนและติดตามพระองค์เท่านั้นไม่ได้คำสอนของผู้อื่นที่อาจพยายามที่จะเป็นคนเลี้ยงแกะ

6คำเปรียบนั้นพระเยซูได้ตรัสกับเขาทั้งหลาย   แต่เขาไม่เข้าใจความหมายของพระดำรัสที่พระองค์ตรัสกับเขาเลย

7พระเยซูจึงตรัสกับเขาอีกว่า   “ข้าพเจ้าบอกความจริงแก่ท่านว่า   ข้าพเจ้าเป็นประตูของแกะทั้งหลาย

8บรรดาผู้ที่มาก่อนข้าพเจ้านั้นเป็นขโมยและโจร   แต่ฝูงแกะก็มิได้ฟังเขา

9ข้าพเจ้าเป็นประตู   ถ้าผู้ใดเข้าไปทางข้าพเจ้าผู้นั้นก็จะรอด   เขาจะเข้าออกแล้วก็จะพบอาหาร

10ขโมยนั้นย่อมมาเพื่อจะลักและฆ่าและทำลายเสีย   ข้าพเจ้าได้มาเพื่อเขาทั้งหลายจะได้ชีวิต   และจะได้อย่างครบบริบูรณ์

Jesus came so that we could have life, eternal life and an abundant life right now.  What a contrast between religion and Christianity. 

พระเยซูเสด็จมาเพื่อให้เราสามารถมีชีวิตชีวิตนิรันดร์และชีวิตที่ครบบริบูรณ์ได้ในขณะนี้ สิ่งที่แตกต่างระหว่างศาสนาและศาสนาคริสต์

Sadly, Christianity is often ranked as one of the religions of the world.

น่าเศร้าที่ศาสนาคริสต์มักจะมีการจัดอันดับเป็นหนึ่งในศาสนาของโลก

The difference between all the religions and Christianity is this:    The religions of the world are trying to make people good or make a way for people to come to God, and they are manmade efforts. 

ความแตกต่างระหว่างทุกศาสนาและศาสนาคริสต์คือ : ศาสนาของโลกกำลังพยายามที่จะทำให้คนดีหรือทำทางสำหรับคนที่จะมาให้กับพระเจ้าและพวกเขามีความพยายามมนุษย์

Christianity is God reaching out to mankind, making us righteous by a new birth through faith in Jesus Christ.

ศาสนาคริสต์พระเจ้าทรงเป็นพระคริสต์ออกไปถึงมวลมนุษยชาติจึงทำให้เราเป็นคนชอบธรรมโดยการเกิดใหม่โดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์

Christianity involves God's power to live the life that God would have you to live, that more abundant life in Christ. 

ศาสนาคริสต์เกี่ยวข้องกับอำนาจของพระเจ้ามีชีวิตที่พระเจ้าจะมีคุณจะอยู่ที่ชีวิตที่ครบบริบูรณ์ในพระคริสต์มากขึ้น

So religions are us trying to improve ourselves or reach out to God but Christianity is God reaching out to us, because He loves us and wants a relationship with us.

ดังนั้นเราจะศาสนาพยายามที่จะปรับปรุงตัวเองหรือถึงออกไปพระเจ้า แต่ศาสนาคริสต์เป็นพระเจ้าออกไปถึงเราเพราะเขารักเราและต้องการมีความสัมพันธ์กับเรา

God wants us as sheep to be under the care of the Shepherd.

พระเจ้าต้องการให้เราเป็นแกะจะอยู่ภายใต้การดูแลของคนเลี้ยงแกะที่

11ข้าพเจ้าเป็นผู้เลี้ยงที่ดี   ผู้เลี้ยงที่ดีนั้นย่อมสละชีวิตของตนเพื่อฝูงแกะ

This idea of the Lord being our shepherd was first given in the Psalms by King David. 

ความคิดของพระเจ้าที่มีการเลี้ยงแกะของเรานี้ได้รับครั้งแรกในพระธรรมสดุดีโดยกษัตริย์ดาวิด 

For more see www.wdbydana.com/sermon.html