God's Word for Today
John 4

August 20, 2011

 
 

Judea is a region in the southern part of Israel and Galilee is a region in the north.  So Jesus and His disciples were returning to the northern region and needed to travel through the central region an area called Samaria. 

ยูเดียเป็นพื้นที่ในภาคใต้ของอิสราเอลและอิสราเอลเป็นพื้นที่ในภาคเหนือ ดังนั้นพระเยซูและพวกสาวกของพระองค์ได้กลับไปที่ภาคเหนือและจำเป็นต้องเดินทางผ่านพื้นที่ภาคกลางบริเวณที่เรียกว่าสะมาเรีย

Years before this time the people living in this central region were conquered by foreigners and later intermarried with them, so the people there were a mixed race of people. 

ปีก่อนเวลานี้คนที่อาศัยอยู่ในภาคกลางนี้ได้ถูกยึดครองโดยชาวต่างชาติและต่อมาระหว่างแต่งงานกับพวกเขาดังนั้นคนที่มีการแข่งขันการผสมของประชาชน

The people who were pure Jews in the north and south were prejudiced against the Samaritans.

คนที่ถูกชาวยิวที่บริสุทธิ์ในภาคเหนือและภาคใต้มีอคติกับคนของสะมาเรีย

Sometimes when traveling north or south they would go outside of Israel to go around this central region. 

บางครั้งเมื่อเดินทางไปเหนือหรือใต้ที่พวกเขาจะออกไปข้างนอกของอิสราเอลไปทั่วภาคกลางนี้

The Jews would try to avoid the Samaritans and not speak to them.

ชาวยิวจะพยายามหลีกเลี่ยงการ คนของสะมาเรียและไม่ได้พูดคุยกับพวกเขา

But Jesus went through Samaria and even stopped there.

แต่พระเยซูเสด็จผ่านสะมาเรียและแม้กระทั่งการหยุดมี

4พระองค์จำต้องเสด็จผ่านแคว้นสะมาเรีย

5พระองค์จึงเสด็จไปถึงเมืองหนึ่ง   ชื่อสิคาร์ในแคว้นสะมาเรีย   ใกล้ที่ดินซึ่งยาโคบให้แก่โยเซฟบุตรของตน

6บ่อน้ำของยาโคบอยู่ที่นั่น   พระเยซูทรงดำเนินทางมาเหน็ดเหนื่อย   จึงประทับลงที่ข้างบ่อนั้น   เป็นเวลาประมาณเที่ยง  

7มีหญิงชาวสะมาเรียคนหนึ่งมาตักน้ำ   พระเยซูตรัสกับนางว่า   “ขอน้ำให้เราดื่มบ้าง”

8ขณะนั้นสาวกของพระองค์เข้าไปซื้ออาหารในเมือง

9หญิงชาวสะมาเรียทูลพระองค์ว่า   “ไฉนท่านผู้เป็นยิวจึงขอน้ำดื่มจากดิฉัน   ผู้เป็นหญิงชาวสะมาเรีย”   (เพราะพวกยิวไม่คบหาชาวสะมาเรียเลย)

10พระเยซูตรัสตอบนางว่า   “ถ้าเจ้าได้รู้จักของที่พระเจ้าประทาน   และรู้จักผู้ที่พูดกับเจ้าว่า   'ขอน้ำให้เราดื่มบ้าง'   เจ้าก็คงจะได้ขอจากท่านผู้นั้น   และท่านผู้นั้นก็คงจะให้น้ำธำรงชีวิตแก่เจ้า”

11นางทูลพระองค์ว่า   “ท่านเจ้าคะ   ท่านไม่มีถังตัก   และบ่อนี้ก็ลึก   ท่านจะได้น้ำธำรงชีวิตนั้นมาจากไหน

12ท่านเป็นใหญ่กว่ายาโคบบรรพบุรุษของเรา   ผู้ได้ให้บ่อน้ำนี้แก่เราหรือ   และยาโคบเองก็ได้ดื่มจากบ่อนี้รวมทั้งบุตรและฝูงสัตว์ของท่านด้วย”

13พระเยซูตรัสตอบว่า   “ทุกคนที่ดื่มน้ำนี้จะกระหายอีก

14แต่ผู้ที่ดื่มน้ำซึ่งเราจะให้แก่เขานั้น   จะไม่กระหายอีกเลย   น้ำซึ่งเราจะให้เขานั้น   จะบังเกิดเป็นบ่อน้ำพุในตัวเขาพลุ่งขึ้นถึงชีวิตนิรันดร์”

    Jesus is the water that brings life to the soul. By drinking the living water one can live and never thirst again. Jesus is that Living Water.

พระเยซูทรงเป็นน้ำที่จะนำชีวิตให้กับจิตวิญญาณที่ โดยการดื่มน้ำที่มีชีวิตหนึ่งสามารถมีชีวิตอยู่และกระหายไม่เคยอีกครั้ง พระเยซูทรงเป็นน้ำที่อยู่อาศัย

Just as the physical body needs water to continue living so does the spirit. Jesus is the water needed by the spiritual part of mankind. Without Him the soul will die.

เช่นเดียวกับที่ร่างกายต้องการน้ำเพื่อดำเนินการต่อที่อยู่อาศัยเพื่อไม่จิตวิญญาณของ พระเยซูทรงเป็นน้ำที่จำเป็นโดยส่วนหนึ่งทางจิตวิญญาณของมนุษยชาติ จิตวิญญาณโดยเขาจะตาย

The soul is thirsty and we try to quench that thirst with many things that satisfy for awhile, but eventually we get thirsty again.

จิตวิญญาณคือการกระหายน้ำและเราพยายามที่จะดับความกระหายที่มีหลายสิ่งที่ตอบสนองความต้องการสำหรับสักครู่ที่ แต่ในที่สุดเราได้รับกระหายอีก

The only thing that can truly quench the thirst of the soul is the living water, Jesus Christ.

มีเพียงสิ่งเดียวที่แท้จริงสามารถดับความกระหายของจิตวิญญาณที่เป็นน้ำมีชีวิตที่พระเยซูคริสต์

For more see www.wdbydana.com/sermon.html