God's Word for Today Deuteronomy 16

June 25, 2011

 
 

In chapter sixteen we now deal with the various feasts that they were to observe when they came into the land.

ในบทที่สิบหกตอนนี้เราจะจัดการกับวันหยุดต่างๆว่าพวกเขาจะสังเกตเมื่อพวกเขาเข้ามาในที่ดิน

We have talked of these as we went through earlier in the book of Exodus.

เราได้พูดคุยกันของเหล่านี้ที่เราไปถึงก่อนหน้านี้ในหนังสืออพยพ

The people of Israel were to keep the feast of the Passover in the first month, the month of April, and no leaven bread during the Passover.

คนของอิสราเอลได้เพื่อให้งานฉลองของเทศกาลปัสกาในเดือนแรกเดือนเมษายนและขนมปังไม่ทำให้ฟูในระหว่างเทศกาลปัสกา

Then they could not keep the Passover in any of the cities of the land but the city that God appointed for his place of worship. They had to come to Jerusalem.

แล้วพวกเขาก็ไม่สามารถทำให้ปัสกาในทุกเมืองของที่ดิน แต่เมืองที่พระเจ้ากำหนดไว้สำหรับสถานที่ของเขาการเคารพบูชา พวกเขาจะมาถึงกรุงเยรูซาเล็ม

Then they were to keep the feast of Pentecost, the seven weeks after Passover and then the next day, the fiftieth day, they were to keep the feast of Pentecost, the ingathering and then the feast of Tabernacles in the tenth month.

จาก นั้นพวกเขาเพื่อให้งานฉลองของ เพน'ทิคอสทฺ, เจ็ดสัปดาห์หลังเทศกาลปัสกาแล้วในวันถัดไปวันที่ห้าสิบพวกเขาเพื่อให้งาน ฉลองของ เพน'ทิคอสทฺ, ในการรวบรวมและแล้วงานฉลองของ แทบ'เบอแนคเคิล ในเดือนที่สิบ

Deuteronomy เฉลยธรรมบัญญัติ16:11 ท่านจงปีติร่าเริงต่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน   ทั้งตัวท่านและบุตรชายหญิงของท่าน   ทั้งทาสชายหญิงของท่าน   คนเลวีซึ่งอยู่ในเมืองของท่าน   ทั้งคนต่างด้าว  เด็กกำพร้า   และแม่ม่าย   ซึ่งอยู่ท่ามกลางท่าน   ณ สถานที่ซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทรงเลือกไว้   ให้พระนามของพระองค์ประทับที่นั่น

Again the commandment to rejoice in verse fifteen

อีกครั้งบัญชาชื่นชมยินดีในข้อสิบห้า

Deuteronomy เฉลยธรรมบัญญัติ16:15 ท่านจงถือเทศกาลนั้นแด่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านเจ็ดวัน   ณ สถานที่ซึ่งพระเยโฮวาห์ทรงเลือกไว้   เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้า ของท่านจะทรงอำนวยพระพรแก่พืชผลของท่าน   และแก่ผลงานที่มือท่านกระทำ   เพื่อว่าท่านจะมีแต่ความปีติยินดี  

God doesn't like griping or complaining.  God wants you to serve him with a rejoicing. God wants you to give with a rejoicing.

พระเจ้าไม่ชอบการจับหรือบ่น  พระเจ้าอยากให้คุณที่จะให้บริการเขาด้วยดีใจ พระเจ้าต้องการให้คุณให้กับดีใจ

2 Corinthians โครินธ์ 9:7 ทุกคนจงให้ตามที่เขาได้คิดหมายไว้ในใจ   มิใช่ให้ด้วยนึกเสียดาย   มิใช่ให้ด้วยการฝืนใจ   เพราะว่าพระเจ้าทรงรักคนนั้นที่ให้ด้วยใจยินดี

That is why your giving should never be by pressure.  Your giving to God should always be a freewill giving with a rejoicing heart.

นั่นคือเหตุผลที่คุณไม่ควรให้ความดัน ให้กับพระเจ้าควรของคุณเสมอฟรีวิลล์ให้กับหัวใจดีใจ

Whatever you give to God of time, of service, money or possessions; you should always give it with a rejoicing heart. If you can't give it with a rejoicing heart then don't give it.

สิ่งที่คุณให้กับพระเจ้าของเวลาในการให้บริการเงินหรือทรัพย์สิน; คุณควรให้มันด้วยจิตใจที่ดีใจ ถ้าคุณไม่สามารถให้มันด้วยหัวใจดีใจแล้วไม่ให้มัน  For more see www.wdbydana.com/sermon.html