God's Word for Today
God's Word for Today
Acts 16

December 7, 2011

 
 

At Lystra, the missionaries were joined by a young man named Timothy.

ที่เมืองลิสตรา   ชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อทิโมธี  ได้เข้าร่วมงานกับมิชชันนารี

Just as Silas had replaced Barnabas, so Timothy replaced John Mark.

เช่นเดียวกับที่สิลาสเข้าแทนที่บารนาบัส     ดังนั้นทิโมธีก็เข้าแทนที่ยอห์นมาระโก

Timothy would be an important part of Paul’s life, eventually becoming his right-hand man. 

ทิโมธีมีส่วนสำคัญในชีวิตของเปาโล  จนในที่สุดเขากลายเป็นมือขวาของเปาโล

1ฝ่ายเปาโลไปยังเมืองเดอร์บีกับเมืองลิสตราด้วย   และนี่แน่ะ   ที่นั่นมีสาวกคนหนึ่งชื่อทิโมธี   มารดาเป็นชาติยิว   และเป็นศิษย์พระเยซู   แต่บิดาเป็นชาติกรีก

2ทิโมธีมีชื่อเสียงดีในหมู่พวกพี่น้อง   ที่อยู่ในเมืองลิสตราและเมืองอิโคนียูม

3เปาโลจะใคร่พาทิโมธีไปด้วยกัน   จึงให้เข้าสุหนัต   เพราะเห็นแก่พวกยิวที่อยู่ในเมืองนั้นๆ   เพราะคนเหล่านั้นทุกคนรู้ว่า   บิดาของเขาเป็นชาติกรีก

4เมื่อท่านเหล่านั้นได้เที่ยวไปตามเมืองต่างๆ   ก็ได้ส่งหนังสือข้อตกลงของอัครทูต   และผู้ปกครองในกรุงเยรูซาเล็ม   มอบให้คนทั้งหลายทุกเมือง  เพื่อให้ประพฤติตาม

5คริสตจักรทั้งปวงจึงเข้มแข็งในความเชื่อ   และคริสตสมาชิกได้ทวีขึ้นทุกๆวัน

Paul circumcised Timothy because of the Jews who were in that region, for they all knew that his father was a Greek.

เปาโลได้ให้ทิโมธีเข้าสุหนัต  เพราะชาวยิวที่อยู่ในเขตนั้น   ต่างรู้กันทั่วว่าพ่อของทิโมธีเป็นชาวกรีก

Timothy’s circumcision granted him full access to the synagogues he would visit with Paul and Silas. 

การที่ทิโมธีเข้าสุหนัต  ทำให้เวลาเขาไปพร้อมเปาโลและสิลาส   เขาสามารถเข้าในธรรมศาลาได้ Missionaries need to work to adapt to the culture of the people they are going to minister to. 

มิชชันนารีจำเป็นต้องปรับการทำงาน   เพื่อให้เข้ากับวัฒนธรรมของกลุ่มคนที่พวกเขาจะทำพันธกิจ

Apparently Timothy had been led to Christ by Paul when the apostle visited Lystra on the first missionary journey. 
เห็นได้ชัดว่า   เปาโลเป็นผู้นำทิโมธีไปถึงพระคริสต์  เมื่อครั้งอัครทูตแวะเยือนเมืองลิสตรา  ในการเดินทางมิชชันนารีครั้งแรก

Timothy was the son of a Jewish woman Eunice who was a believer as was his grandmother Lois, but his father was a Greek.

ทิโมธีเป็นบุตรของหญิงชาวยิวที่มีความเชื่อ   ที่ชื่อยูนิส  และยายของเขาชื่อลูอิส    แต่พ่อของเขาเป็นชาวกรีก

Being both Jewish and Gentile, Timothy had access to both cultures.

การที่ทิโมธีเป็นทั้งชาวยิวและชาวต่างชาติ   เขาจึงเข้ากันได้กับวัฒนธรรมทั้งสองแบบ

He was a young man, probably in his late teens or early twenties, but he was well spoken of by the brethren who were in Lystra and Iconium.

เขาเป็นคนหนุ่ม   อาจจะอยู่ในวัยรุ่นตอนปลายหรือยี่สิบต้น ๆ  ทั้งพี่น้องผู้เชื่อที่อยู่ในเมืองลิสตรา และเมืองอิโคนิอุม  และรับว่าเขามีชื่อเสียงดี

Timothy later became the pastor of the church in Ephesus. 

ภายหลังทิโมธีได้กลายเป็นอาจารย์    ของโบสถ์ในเมืองเอเฟซัส

Timothy, even in his youth, was qualified for service as a missionary and then pastor. 

ทิโมธี  แม้ยังอยู่ในวัยหนุ่ม  เขาก็มีคุณสมบัติเหมาะสม    สำหรับการเป็นมิชชันนารี   และเป็นอาจารย์ได้

Recognizing Timothy’s value and potential, Paul wanted this man to go with him.

โดยตระหนักถึงคุณค่าของทิโมธี  ว่ามีศักยภาพ   เปาโลจึงต้องการหนุ่มคนนี้  ที่จะไปทำงานกับเขา

This was an important step for Timothy and a sacrifice on the part of his family.

นี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญสำหรับทิโมธี   และเป็นการเสียสละในครอบครัวของเขา

They knew the dangers he faced as Paul’s companion. Eunice and Lois would remember the events of Paul’s last visit to Lystra, when he was stoned and left for dead.

ยูนิสและลูอิสรู้ถึงอันตรายที่ทิโมธีต้องเผชิญ   ในการไปเป็นเพื่อนทำงานร่วมกับเปาโล    พวกเขาจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเปาโล  ตอนมาเยือนเมืองลิสตราครั้งล่าสุด  เมื่อเขาถูกขว้างด้วยก้อนหินและรอดตาย

It was possible that Timothy might receive similar treatment. Nevertheless, they permitted him to go.

เป็นไปได้ว่า  ทิโมธีอาจจะได้รับการปฎิบัติแบบเดียวกัน   อย่างไรก็ตามทั้งยายและแม่ก็อนุญาตให้เขาไป

After being commissioned by the elders of the local assembly of believers he joined Paul and Silas

หลังจากทิโมธีได้รับการมอบหมายพันธกิจ    จากพวกผู้ปกครองผู้เชื่อของสภาท้องถิ่น   เขาจึงได้เข้าร่วมเดินทางไปกับเปาโลและสิลาส

Come help us in Macedonia verses 6-10

ขอโปรดมาช่วยพวกข้าพเจ้าในแคว้นมาซิโดเนียเถิด   ข้อที่ 6-10

It was Paul’s plan to make a great circle by going through the Galatian country, then Phrygia, then south into the province of Asia, and then back again to Antioch to report to the home church. 

เปาโลได้วางแผนเดินทางเป็นรอบวงกลม  โดยจะผ่านแคว้นกาลาเทีย    เมืองฟรีเจีย    แล้วเข้าสู่แคว้นในเอเชีย   และจากนั้นวกกลับมายังเมืองอันติโอกอีกครั้ง    เพื่อรายงานต่อคริสตจักรบ้านเกิด

The Spirit of God had something else in mind.

พระวิญญาณของพระเจ้าทรงคิดหมายทำบางสิ่ง

We are told that the Holy Spirit forbade him to preach the Word down in Asia.

เราได้รับการบอกว่า   พระวิญญาณบริสุทธิ์ ห้ามไม่ให้เขาไปประกาศพระวจนะของพระเจ้าในเอเชีย

That is really amazing, isn't it? Paul wanted to go there, and the Spirit of God wanted the Word of God given out, but the Spirit of God wanted Paul in a different place at this time.

นี่เป็นเรื่องแปลกจริงๆ   ไม่ใช่หรือ     เปาโลต้องการไปที่นั่น   และพระวิญญาณของพระเจ้าต้องการให้พระวจนะของพระเจ้าประกาศออกไป   แต่ในเวลานี้   พระวิญญาณของพระเจ้าต้องการให้เปาโลไปในสถานที่อื่นแทน  

So Paul naturally thought that if he could not go south, he would go north.

ดังนั้นโดยธรรมชาติแล้ว  เปาโลคิดว่า    ถ้าเขาไม่สามารถไปทางใต้    เขาก็จะไปทางทิศเหนือ

Bithynia was in the north, along the Black Sea. That also was a large population center, and there was a large number of Jews in that area.

เมืองบิธิเนียอยู่ในภาคเหนือ  ตามแนวชายฝั่งทะเลดำ  เป็นศูนย์กลางของประชากรชาวยิว  ที่มีขนาดใหญ่มาก

This area is in Turkey today. The Spirit forbade them to go south into the province of Asia.

ปัจจุบันนี้ บริเวณนี้อยู่ในประเทศตุรกี   พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงห้ามพวกเขา  ไม่ให้ไปยังจังหวัดทางใต้ของเอเชีย

Then the Spirit of God forbade them to go north into Bithynia.

จากนั้นพระวิญญาณของพระเจ้าห้าม   ไม่ให้พวกเขาเข้าไปในเมืองบิธิเนีย  ทางทิศเหนือ

They have come from the east. Where will they go? Well, there is only one direction left and that is west.

พวกเขาได้มาจากทิศตะวันออก  พวกเขาจะไปที่ไหนกันล่ะ   อ๋อ   ก็เหลืออยู่ทิศเดียวเท่านั้น  นั่นคือทางทิศตะวันตก

So Paul and his companions kept going west until they came to Troas.

ดังนั้นเปาโลและสหายของเขา    มุ่งไปทางทิศตะวันตก    จนกระทั่งมาถึงเมืองโตรอัส

They had to stop there because from that point they would need a ship to continue.

พวกเขาต้องหยุดการเดินทางที่โตรอัส   เพราะจากจุดนั้น   จำเป็นต้องใช้เรือเพื่อจะไปต่อ

Paul couldn't imagine what he was to do or where he was to go from that point.  

เปาโลไม่อาจนึกภาพออก    ในสิ่งที่เขาต้องทำ    หรือเขาจะไปจากจุดนั้นเพื่อไปที่ไหน

For more see www.wdbydana.com/sermon.html