Saturday, May 17, 2014

 

Interestingly, even the Old Testament closes with this statement:

ที่น่าสนใจ แม้แต่ในพันธสัญญาเดิมก็จบลงด้วยคำสอนนี้ :

Malachi มาลาคี 4:6 6 And he will turn the hearts of fathers to their children and the hearts of children to their fathers, lest I come and strike the land with a decree of utter destruction.”

6 และท่านผู้นั้นจะกระทำให้จิตใจของพ่อหันไปหาลูก   และจิตใจของลูกหันไปหาพ่อ  หาไม่   เราจะมาโจมตีแผ่นดินนั้นด้วยคำสาปแช่ง”

But the New Testament announces, “And there shall be no more curse!”

แต่ในพันธสัญญาใหม่ ประกาศว่า " และจะไม่มี คำสาปแช่งอีกต่อไป”


Satan will be consigned to hell; all of creation will be made new; and the curse of sin will be gone forever.

ซาตานจะถูกนำไปยังนรก สรรพสิ่งที่ทรงสร้างทั้งหมดจะถูกรื้อคืนใหม่ และ คำสาปแช่ง ความบาปจะหายไป ตลอดกาล

What will we do in heaven for all eternity? Certainly, we shall praise the Lord, but we shall also serve Him.

เรา จะทำอะไรในสวรรค์นิรันดร์  แน่นอน เราจะ สรรเสริญพระเจ้า แต่ เราก็จะ ปรนนิบัติพระองค์ด้วย

Revelation 22:3 is a great encouragement to us, for in heaven our service will be perfect.

วิวรณ์ 22:3 เป็น กำลังใจ ที่ดี ให้กับเรา ใน สวรรค์ บริการของเรา จะสมบูรณ์แบบ

As we seek to serve the Lord here on earth, we are constantly handicapped by sin and weakness; but all hindrances will be gone when we get to glory.

ในขณะที่เรา พยายามที่จะรับใช้พระเจ้า บนโลก  เรากลับพิการเพราะความบาป และความอ่อนแอเรื่อยไป แต่ อุปสรรค ทั้งหมดจะหายไปเมื่อเรามาถึงพระสิริ

Perfect service in a perfect environment!

การรับใช้ที่สมบูรณ์แบบในสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์!

What will this service be? We are not told, nor do we need to know now.

การรับใช้นี้จะเป็นอย่างไร  เราไม่ได้รับคำบอก และเราไม่ จำเป็นต้องรู้ตอนนี้

It is sufficient that we know what God wants us to do today.

มันก็เพียงพอแล้วที่เรารู้สิ่งที่พระเจ้าทรงต้องการให้เราทำในวันนี้

Our faithfulness in life prepares us for higher service in heaven.

ความซื่อสัตย์ในชีวิตของเราเตรียมเราให้พร้อมสำหรับการรับใช้ที่สูงขึ้นในสวรรค์

In fact, some Bible students think that we shall have access to the vast universe and perhaps be sent on special missions to other places.

ในความเป็นจริง นักศึกษาพระคัมภีร์ บางคนคิดว่า เราจะได้เข้าสู่จักรวาลอันกว้างใหญ่ และอาจ ถูกส่งไป ปฏิบัติพันธกิจพิเศษในสถานที่อื่น ๆ

But it is useless to speculate, because God has not seen fit to fill in the details.

แต่มันไม่มีประโยชน์ที่จะคาดเดา  เพราะพระเจ้าไม่ทรงเห็นสมควรที่จะเติมรายละเอียด

Not only shall we be servants in heaven, but we shall also be kings. We shall reign forever and ever!

ไม่เพียงแต่เราจะเป็นผู้รับใช้ในสวรรค์ แต่เรายัง จะเป็นกษัตริย์อีกด้วย  เราจะครอบครองเป็นนิตย์นิรันดร์

This speaks of sharing Christ’s authority in glory. As believers, we are seated with Christ in the heavenly place today.

นี้พูดถึงการเข้าส่วนมีสิทธิอำนาจร่วมกับพระคริสต์ในพระสิริ  ในฐานะที่เป็นผู้เชื่อที่เราได้นั่งอยู่ กับพระคริสต์ในสวรรค์ทุกวันนี้

Ephesians เอเฟซัส 2:1-10 1 And you were dead in the trespasses and sins

1 ท่านตายแล้วโดยการละเมิด  และการบาป

2 in which you once walked, following the course of this world, following the prince of the power of the air, the spirit that is now at work in the sons of disobedience—

2 ครั้งเมื่อก่อนท่านเคยประพฤติในการบาปนั้นตามวิถีของโลก   ตามเจ้าแห่งย่านอากาศ   คือวิญญาณที่ครอบครองอยู่ในคนทั้งหลายที่ไม่เชื่อฟัง

3 among whom we all once lived in the passions of our flesh, carrying out the desires of the body and the mind, and were by nature children of wrath, like the rest of mankind.

3 เมื่อก่อนเราทั้งปวงเคยประพฤติเป็นพรรคพวกกับคนเหล่านั้น   ที่ประพฤติตามตัณหาของเนื้อหนัง   คือกระทำตามความปรารถนาของเนื้อหนังและความคิดในใจ   ตามสันดานเราจึงเป็นคนควรแก่พระอาชญาเหมือนอย่างคนอื่น

4 But God, being rich in mercy, because of the great love with which He loved us,

4 แต่พระเจ้าผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระกรุณา   เพราะเหตุความรักอันใหญ่หลวง   ซึ่งพระองค์ทรงรักเรานั้น

5 even when we were dead in our trespasses, made us alive together with Christ—by grace you have been saved—

5 ถึงแม้ว่าเมื่อเราตายไปแล้วในการบาป   พระองค์ยังทรงกระทำให้เรามีชีวิตอยู่กับพระคริสต์   (ซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณ)

6 and raised us up with Him and seated us with Him in the heavenly places in Christ Jesus,

6 และพระองค์ทรงให้เราเป็นขึ้นมากับพระองค์   และทรงโปรดให้เรานั่งในสวรรคสถานกับพระเยซูคริสต์

7 so that in the coming ages he might show the immeasurable riches of his grace in kindness toward us in Christ Jesus.

7 เพื่อว่าในยุคต่อๆไป   พระองค์จะได้ทรงสำแดงพระคุณของพระองค์อันอุดมเหลือล้น   ในการซึ่งพระองค์ได้ทรงเมตตาเราในพระเยซูคริสต์

8 For by grace you have been saved through faith. And this is not your own doing; it is the gift of God,

8 ด้วยว่าซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณเพราะความเชื่อ   และมิใช่โดยตัวท่านทั้งหลายกระทำเอง   แต่พระเจ้าทรงประทานให้

9 not a result of works, so that no one may boast.

9 ความรอดนั้นจะเนื่องด้วยการกระทำก็หามิได้   เพื่อมิให้คนหนึ่งคนใดอวดได้

10 For we are his workmanship, created in Christ Jesus for good works, which God prepared beforehand, that we should walk in them. 

10 เพราะว่าเราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์   ที่ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์เพื่อให้ประกอบการดี   ซึ่งพระเจ้าได้ทรงดำริไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เรากระทำ


But in the eternal state, we shall reign as kings over the new heavens and earth. What an honor! What grace!

แต่ในสภาพนิรันดร์เราจะครอบครองเหมือนเป็นกษัตริย์เหนือชั้นฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลก ช่างเป็นเกียรติเหลือเกิน!   ทรงพระคุณอย่างยิ่ง!

Certainly, many interesting questions could be asked about our future abode in heaven, but most must go unanswered until we reach our glorious home.

แน่นอน หลายคนอาจจะมีคำถามที่น่าสนใจเกี่ยวกับการอยู่อาศัยในสวรรค์ในอนาคต แต่คนส่วนใหญ่ต้องไปโดยที่ยังไม่ได้คำตอบ จนกระทั่งถึงบ้านแห่งพระสิริ

In fact, John closed his book by reminding us that we have responsibilities today because we are going to heaven.

ในความเป็นจริง ยอห์นปิดหนังสือของเขาด้วยการเตือนเราว่า   เรา มีความรับผิดชอบ ทุกวันนี้เพราะเรากำลังจะไปสวรรค์

II We must keep God’s Word verses 6-11

II เราต้องรักษาพระคำของพระเจ้า  ข้อ 6-11

6 ESV:And he said to me, “These words are trustworthy and true. And the Lord, the God of the spirits of the prophets, has sent his angel to show his servants what must soon take place.” 

6 และทูตสวรรค์องค์นั้นบอกข้าพเจ้าว่า   “ถ้อยคำเหล่านี้เป็นคำสัตย์ซื่อและสัตย์จริง   และองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าแห่งจิตวิญญาณของผู้เผยพระวจนะ   ได้ทรงใช้ให้ทูตสวรรค์ของพระองค์สำแดงแก่บรรดาผู้รับใช้ของพระองค์   เพื่อให้รู้เหตุการณ์ทั้งปวงซึ่งจะอุบัติขึ้นในไม่ช้า

7 “And behold, I am coming soon. Blessed is the one who keeps the words of the prophecy of this book.”

7 และดูเถิด   ข้าพระองค์จะมาในเร็วๆนี้”   ผู้ใดที่ถือรักษาคำพยากรณ์ในหนังสือนี้ก็เป็นสุข  

8 I, John, am the one who heard and saw these things. And when I heard and saw them, I fell down to worship at the feet of the angel who showed them to me,

8 ข้าพเจ้าคือยอห์นเป็นผู้ได้ยินและได้เห็นเหตุการณ์เหล่านี้   และครั้นข้าพเจ้าได้ยินและได้เห็นแล้ว   ข้าพเจ้าก็ทรุดตัวลงจะนมัสการแทบเท้าทูตสวรรค์   ที่ได้สำแดงเหตุการณ์เหล่านี้แก่ข้าพเจ้า

9 but he said to me, “You must not do that! I am a fellow servant with you and your brothers the prophets, and with those who keep the words of this book. Worship God.”

9 แต่ท่านห้ามข้าพเจ้าว่า   “อย่าเลย   ข้าพเจ้าเป็นเพื่อนผู้รับใช้เช่นเดียวกับท่านและพวกพี่น้องของท่าน   ซึ่งเป็นพวกผู้เผยพระวจนะ   และพวกที่ถือรักษาถ้อยคำในหนังสือนี้   ท่านจงนมัสการพระเจ้าเถิด”  

10 And he said to me, “Do not seal up the words of the prophecy of this book, for the time is near.

10 และท่านบอกข้าพเจ้าว่า   “อย่าประทับตราไว้ปิดคำพยากรณ์ในหนังสือนี้   เพราะว่าใกล้จะถึงเวลานั้นแล้ว

11 Let the evildoer still do evil, and the filthy still be filthy, and the righteous still do right, and the holy still be holy.”

11 ผู้ที่เป็นคนอธรรมก็ให้เขาประพฤติอธรรมต่อไป   ผู้ที่เป็นคนลามกก็ให้เขาลามกต่อไป   ผู้ที่เป็นคนชอบธรรมก็ให้เขากระทำการชอบธรรมต่อไปและผู้ที่เป็นคนบริสุทธิ์   ก็ให้เขาเป็นคนบริสุทธิ์ต่อไป”  


Because what John wrote is the Word of God, his words are faithful and true.

เพราะสิ่งที่ยอห์นเขียนเป็นพระวจนะของพระเจ้า  พระคำที่เขาเขียนเป็นความสัตย์ซื่อและเป็นความจริง

Revelation วิวรณ์ 19:11 11 Then I saw heaven opened, and behold, a white horse! The one sitting on it is called Faithful and True, and in righteousness he judges and makes war.

11 แล้วข้าพเจ้าก็ได้เห็นสวรรค์เปิดออก   และ   ดูเถิด   มีม้าขาวตัวหนึ่ง   พระองค์ผู้ทรงม้านั้นมีพระนามว่า   'สัตย์ซื่อและสัตย์จริง'   พระองค์พิพากษาและทรงกระทำสงครามด้วยความเป็นธรรม 

The same God who spoke through the prophets also spoke through the Apostle John.

พระเจ้าองค์เดียวกันนี้ที่ตรัสผ่านผู้เผยพระวจนะยังพูดผ่านทางอัครสาวกยอห์น

As the “capstone” of God’s revelation, John’s book cannot be divorced from the rest of the Bible.

โดยการเปิดเผยของพระเจ้าแบบ "ถึงที่สุด"  พระธรรมยอห์นไม่สามารถแยกออกจากพระคัมภีร์ส่วนที่เหลือ

If we deny that John wrote the truth, then we must also deny the prophets.

ถ้าเรา ปฏิเสธว่ายอห์นเขียนสัจธรรม  แล้วเรา ยังต้องปฏิเสธผู้เผยพระวจนะด้วย

What does it mean to “keep the sayings of the prophecy of this book”? (Rev. 22:7)

มันหมายความว่าอะไร ที่จะ " รักษาคำกล่าวของผู้พยากรณ์ในหนังสือเล่มนี้" (วิวรณ์ 22:7)

Basically, it means to guard, to watch over, to preserve intact. We must not add to the Word of God or take anything from it.

โดยพื้นฐาน มันหมายถึงการปกป้อง  เฝ้ารักษา  สงวนไว้คงเดิม เราต้องไม่เพิ่มเติมพระวจนะของพระเจ้า หรือเอาอะไรออกไปจากนั้น

Deuteronomy เฉลยธรรมบัญญัติ 4:2 2 You shall not add to the word that I command you, nor take from it, that you may keep the commandments of the LORD your God that I command you.

2 ท่านทั้งหลายอย่าเสริมเติมคำที่ข้าพเจ้าได้บัญชาท่านไว้   และอย่าตัดออก  เพื่อท่านทั้งหลายจะรักษา พระบัญญัติของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน   ซึ่งข้าพเจ้าได้บัญชาท่าน

And this responsibility is especially great in light of Christ’s return.

และความรับผิดชอบนี้ดีมากเป็นพิเศษในแง่ของการเสด็จกลับมาของพระคริสต์

The word shortly in Revelation 22:6 means “quickly come to pass.”

คำว่า เร็วๆ นี้ ใน วิวรณ์ 22:6 หมายถึง "มาอย่างรวดเร็ว"

The church has expected Christ to return since the days of the Apostles, and He has not yet come; but when John’s prophecies begin to be fulfilled, they will happen very quickly.

คริสตจักรได้ คาดหวังพระคริสต์จะเสด็จกลับมาตั้งแต่สมัยของอัครสาวก และพระองค์ ยังไม่ได้เสด็จมา แต่เมื่อ คำพยากรณ์ของยอห์นเริ่มจะสำเร็จ   สิ่งเหล่านั้นจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

There will be no delay.

จะไม่มีความล่าช้า

For a second time, John was overwhelmed by what he saw and heard; and he fell down to worship the angel who was speaking to him ( Rev. 19:10).

เป็นครั้งที่สอง ยอห์น ถูก ครอบงำด้วย สิ่งที่เขาเห็นและได้ยิน และเขา ทรุดตัวลง นมัสการทูตสวรรค์ที่กำลังพูดกับ เขา (วิวรณ์ 19:10 )

The angel gave John three words of counsel: do not worship angels; worship God; and do not seal up the Revelation.

ทูตสวรรค์กล่าวคำแนะนำแก่ยอห์นสามคำ : อย่านมัสการทูตสวรรค์ จงนมัสการพระเจ้า และอย่าปิดกั้นการทรงเปิดเผย

The Prophet Daniel was commanded to seal his book (Dan. 12:4), because the time was not yet ready.

ศาสดาพยากรณ์ดาเนียลได้รับพระบัญชาในการปกปิดหนังสือของเขา ( ดาเนียล 12:4 ) เพราะยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะ

John’s book was an “apocalypse,” an unveiling (Rev. 1:1); and, therefore, it must not be sealed.

หนังสือของยอห์น เป็นการเปิดเผย "คัมภีร์ศาสนาคริสต์" (วิวรณ์ 1:1) ; และดังนั้น มัน จะต้องไม่ถูกปกปิด

Once again, the Holy Spirit is reminding us of the living unity of God’s Word.

อีกครั้งหนึ่ง พระวิญญาณ บริสุทธิ์จะเตือนให้เรานึกถึงการมีชีวิตแบบเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันตามพระวจนะของพระเจ้า

We have seen in our study how John, led by the Spirit, reached back into the Old Testament and used many of the images found there, including Daniel’s prophecy. Scripture is its own best interpreter.

ในการศึกษา  เราได้เห็นว่ายอห์นได้รับการทรงนำดยพระวิญญาณอย่างไร   กลับไปสู่ พันธสัญญาเดิม  และใช้ภาพจำนวนมากที่พบที่นั่น   รวมทั้งคำพยากรณ์ของดาเนียล พระคัมภีร์เป็นผู้แปลความหมายที่ดีที่สุดในตัวเอง

Does Revelation 22:11 suggest that God does not want men to repent and change their ways? No, because that would be contrary to the message of Revelation and of the Gospel itself.

วิวรณ์ 22:11 แนะนำว่า พระเจ้าไม่ได้ทรง ต้องการให้คนกลับใจและเปลี่ยนวิถีทางของเขาใช่ไหม ไม่ใช่  เพราะมันจะขัดแย้งกับเนื้อหาพระคัมภีร์ และการเปิดเผยของพระกิตติคุณเอง

The angel’s words must be understood in light of the repeated statement, “Behold, I come quickly” (Rev. 22:7, 12), as well as his statement, “For the time is at hand” (Rev. 22:10).

คำกล่าวของทูตสวรรค์เป็นที่เข้าใจได้ ในแง่ของการกล่าวคำซ้ำ " ดูเถิด เราจะมาอย่างรวดเร็ว " (วิวรณ์ 22:07, 12) เช่นเดียวกับที่คำพูดของเขาที่ว่า "เพราะเวลานั้นอยู่ในมือแล้ว " (วิวรณ์ 22:10)

Jesus Christ’s coming will occur so quickly that men will not have time to change their character.

การเสด็จมาของพระเยซูคริสต์จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนมนุษย์ไม่มีเวลาที่จะ เปลี่ยนแปลงลักษณะของพวกเขา

Revelation 22:11, therefore, is a solemn warning that decision determines character, and faith determines destiny.

วิวรณ์ 22:11 ดังนั้น จึงเป็นคำเตือนจริงจังว่า   การตัดสินใจเลือกจะกำหนดลักษณะและ ความเชื่อจะเป็นตัวกำหนดชะตาชีวิต

Suffering believers might ask, “Is it worth it to live a godly life?” John’s reply is, “Yes!

ผู้เชื่อที่ทนทุกข์อาจถามว่า " มันคุ้มค่าไหมที่จะมีชีวิตแบบเลื่อมใส่เคร่งครัด " คำตอบของยอห์น คือ "ใช่เลย !

Jesus is returning, and He will reward you!” Next comes John’s second admonition.

พระเยซูจะเสด็จกลับมาและพระองค์จะทรงประทานรางวัลแก่คุณ " ต่อไปเป็นคำตักเตือนให้ระวังของยอห์น

 

Revelation 22b