Search the site

Calvary Chapel at the Bridge Phuket ThailandCalvary Chapel at the Bridge

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Saturday, April 26, 2014

 

Jewish weddings in that day were quite unlike weddings in the Western world.

งานแต่งงาน ของชาวยิว ในวันนั้น ค่อนข้าง แตกต่างจาก งานแต่งงาน ในโลกตะวันตก

First, there was an engagement, usually made by the parents when the prospective bride and groom were quite young.

ประการแรกที่มีการหมั้น มักจะทำโดยพ่อแม่เมื่อเจ้าสาวและเจ้าบ่าวในอนาคตยังเด็กมาก

This engagement was binding and could be broken only by a form of divorce.

การหมั้นเป็นการผูกพัน และอาจแตกหักโดยรูปแบบของการหย่าร้าง

Any unfaithfulness during the engagement was considered adultery.

ความไม่สัตย์ซื่อใด ๆ ในระหว่างการหมั้นจะถูกนับว่าเป็นการมีชู้

When the public ceremony was to be enacted, the groom would go to the bride’s house and claim her for himself.

เมื่อกระทำพิธีการต่อหน้าประชาชน   เจ้าบ่าวจะไปบ้าน ของเจ้าสาว และเรียกร้อง สิทธิ์ขอเธอสำหรับตัวเอง

He would take her to his home for the wedding supper, and all the guests would join the happy couple. This feast could last as long as a week.

เขาจะพาเธอไปที่ บ้านของเขาเพื่อเลี้ยงแต่งงานอาหารมื้อเย็น และแขกทุกท่านจะเข้าร่วมฉลองความสุขกับทั้งคู่ งานฉลองนี้อาจกินเวลานานเป็น สัปดาห์

Today, the church is “engaged” to Jesus Christ; and we love Him even though we have not seen Him.

วันนี้ คริสตจักรคือ " ทำงาน " เพื่อ พระเยซูคริสต์ และเรา รักพระองค์ แม้ว่าเรา ยังไม่ได้ เห็นพระองค์

1 Peter 1เปโตร1:8 8 Though you have not seen him, you love him. Though you do not now see him, you believe in him and rejoice with joy that is inexpressible and filled with glory,

8 พระองค์ผู้ที่ท่านทั้งหลายยังไม่ได้เห็น   แต่ท่านยังรักพระองค์อยู่แม้ว่าขณะนี้ท่านไม่เห็นพระองค์   แต่ท่านยังเชื่อและชื่นชม   ด้วยความปีติยินดีเป็นล้นพ้นเหลือที่จะกล่าวได้

One day, He will return and take His bride to heaven.

วันหนึ่ง พระองค์จะเสด็จกลับมา และนำ เจ้าสาวของพระองค์ไปสวรรค์

John ยอห์น 14:1-6 1 “Let not your hearts be troubled. Believe in God; believe also in me.

1 “อย่าให้ใจท่านทั้งหลายวิตกเลย   ท่านวางใจในพระเจ้า   จงวางใจในเราด้วย

2 In My Father's house are many rooms. If it were not so, would I have told you that I go to prepare a place for you?

2 ในพระนิเวศของพระบิดาข้าพระองค์มีที่อยู่เป็นอันมาก   ถ้าไม่มีเราคงได้บอกท่านแล้ว   เพราะข้าพระองค์ไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านทั้งหลาย

3 And if I go and prepare a place for you, I will come again and will take you to myself, that where I am you may be also.

3 เมื่อข้าพระองค์ไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว   ข้าพระองค์จะกลับมาอีกรับท่านไปอยู่กับข้าพระองค์   เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนท่านทั้งหลายจะได้อยู่ที่นั่นด้วย

4 And you know the way to where I am going.”

4 และท่านรู้จักทางที่ข้าพระองค์จะไปนั้น”

5 Thomas said to him, “Lord, we do not know where you are going. How can we know the way?”

5 โธมัสทูลพระองค์ว่า   “พระองค์เจ้าข้า   พวกข้าพระองค์ไม่ทราบว่าพระองค์จะเสด็จไปที่ไหน   พวกข้าพระองค์จะรู้จักทางนั้นได้อย่างไร”

6 Jesus said to him, “I am the way, and the truth, and the life. No one comes to the Father except through Me.

6 พระเยซูตรัสกับเขาว่า   “ข้าพระองค์เป็นทางนั้น   เป็นความจริงและเป็นชีวิต   ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางข้าพระองค์

1 Thessalonians 1เธสะโลนิกา 4:13-18 13 But we do not want you to be uninformed, brothers, about those who are asleep, that you may not grieve as others do who have no hope.

13 ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย   เราไม่อยากให้ท่านไม่ทราบความจริงเรื่องคนที่ล่วงหลับไปแล้ว   เพื่อท่านจะไม่เป็นทุกข์โศกเศร้า   อย่างคนอื่นๆที่ไม่มีความหวัง

14 For since we believe that Jesus died and rose again, even so, through Jesus, God will bring with Him those who have fallen asleep.

14 เพราะในเมื่อเราเชื่อว่าพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์   และทรงคืนพระชนม์แล้ว   โดยพระเยซูนั้น   พระเจ้าจะทรงนำบรรดาคนที่ล่วงหลับไปแล้วนั้น   มากับพระองค์

15 For this we declare to you by a word from the Lord, that we who are alive, who are left until the coming of the Lord, will not precede those who have fallen asleep.

15 ในข้อนี้เราขอบอกให้ท่านทราบ   ตามพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้าว่า   เราผู้ยังเป็นอยู่และคอยองค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมา   จะล่วงหน้าไปก่อนคนเหล่านั้นที่ล่วงหลับไปแล้วก็หาไม่

16 For the Lord himself will descend from heaven with a cry of command, with the voice of an archangel, and with the sound of the trumpet of God. And the dead in Christ will rise first.

16 ด้วยว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาจากสวรรค์ด้วยพระดำรัสสั่ง   ด้วยสำเนียงเรียกของเทพบดีและด้วยเสียงแตรของพระเจ้า   และคนทั้งปวงในพระคริสต์ที่ตายแล้วจะเป็นขึ้นมาก่อน

17 Then we who are alive, who are left, will be caught up together with them in the clouds to meet the Lord in the air, and so we will always be with the Lord.

17 หลังจากนั้นเราทั้งหลายซึ่งยังเป็นอยู่   จะถูกรับขึ้นไปในเมฆพร้อมกับคนเหล่านั้น   และจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในฟ้าอากาศ   อย่างนั้นแหละ   เราก็จะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์

18 Therefore encourage one another with these words.

18 เหตุฉะนั้นจงปลอบใจกันด้วยถ้อยคำเหล่านี้เถิด

At the Judgment Seat of Christ, her works will be judged and all her spots and blemishes removed.

ที่พระบัลลังก์แห่งการพิพากษาของพระคริสต์ การกระทำของเธอจะได้รับการพิพากษา  และรอยจุดทุกจุด และสิวของเธอจะถูกลบออกไป

This being completed, the church will be ready to return to earth with her Bridegroom at the close of the Tribulation to reign with Him in glory.

นี้เป็นการเสร็จสมบูรณ์  คริสตจักรจะเตรียมพร้อมที่จะกลับไปยังโลกพร้อมกับเจ้าบ่าวของเธอ เมื่อใกล้ถึงยุคแห่งความยากลำเค็ญ เพื่อที่จะได้ครองราชย์ร่วมกับ พระองค์ในพระสิริ

Luke ลูกา 13:29 29 And people will come from east and west, and from north and south, and recline at table in the kingdom of God.

29 จะมีคนมาจากทิศตะวันออก   ทิศตะวันตก   ทิศเหนือ   ทิศใต้   จะมาร่วมสำรับในแผ่นดินของพระเจ้า

Matthew มัทธิว 8:1111 I tell you, many will come from east and west and recline at table with Abraham, Isaac, and Jacob in the kingdom of heaven,

11 ข้าพระองค์บอกท่านทั้งหลายว่า   คนเป็นอันมากจะมาจากทิศตะวันออกและทิศตะวันตก   จะมาร่วมสำรับกับอับราฮัม   และอิสอัค   และยาโคบในแผ่นดินสวรรค์

Certainly the bride is not invited to her own wedding!

แน่นอนว่า เจ้าสาวจะไม่ได้รับเชิญไปงานแต่งงานของเธอเอง


This invitation goes out to the guests, believers from the Old Testament era and the Tribulation.

คำเชิญนี้ออกไปเชิญแขกหลายคน  ผู้เชื่อทั้งหลายในสมัยพันธสัญญาเดิม และมหากลียุค

During the eternal state, no distinctions will be made among the people of God; but in the Kingdom Age, differences will still exist as the church reigns with Christ and as Israel enjoys the promised messianic blessings.

ในช่วงเวลานิรันดร์กาลจะไม่มีความแตกต่างในหมู่คนของพระเจ้า แต่ในยุคราชอาณาจักรมีความแตกต่างกันอยู่  เมื่อคริสตจักรครองราชย์ร่วมกับพระคริสต์ และอิสราเอลจะรับพระพรตามพระสัญญาของพระเมสิยาห์

John was so overwhelmed by all of this that he fell down to worship the angel who was guiding him, an act that he later repeats!

ยอห์น จึงเต็มล้นโดยสิ่งเหลานี้ทั้งหมด  เขาจึงคุกเข่าลงเพื่อนมัสการทูตสวรรค์ที่กำลังนำทาง  เป็นการกระทำที่ต่อมาภายหลัง เขาทำซ้ำ!

Revelation วิวรณ์ 22:8-98 I, John, am the one who heard and saw these things. And when I heard and saw them, I fell down to worship at the feet of the angel who showed them to me,

8 ข้าพเจ้าคือยอห์นเป็นผู้ได้ยินและได้เห็นเหตุการณ์เหล่านี้   และครั้นข้าพเจ้าได้ยินและได้เห็นแล้ว   ข้าพเจ้าก็ทรุดตัวลงจะนมัสการแทบเท้าทูตสวรรค์   ที่ได้สำแดงเหตุการณ์เหล่านี้แก่ข้าพเจ้า

9 but he said to me, “You must not do that! I am a fellow servant with you and your brothers the prophets, and with those who keep the words of this book. Worship God.”

9 แต่ท่านห้ามข้าพเจ้าว่า   “อย่าเลย   ข้าพเจ้าเป็นเพื่อนผู้รับใช้เช่นเดียวกับท่านและพวกพี่น้องของท่าน   ซึ่งเป็นพวกผู้เผยพระวจนะ   และพวกที่ถือรักษาถ้อยคำในหนังสือนี้   ท่านจงนมัสการพระเจ้าเถิด”  

Of course, worshiping angels is wrong and John knew this. 

แน่นอน  การนมัสการทูตสวรรค์นั้นไม่ถูกต้อง และยอห์นรู้เรื่องนี้

Colossians โคโลสั 2:18 18 Let no one disqualify you, insisting on asceticism and worship of angels, going on in detail about visions, puffed up without reason by his sensuous mind,

18 อย่าให้ผู้ใดตัดสิทธิ์ของท่าน   ด้วยเขาทำทีถ่อมตัวลง   กราบไหว้ทูตสวรรค์   ใฝ่ฝันอยู่ในนิมิต   ผยองขึ้นเปล่าๆตามความคิดของเนื้อหนัง

We must take into account the tremendous emotional content of John’s experience.

เราต้องคำนึงถึงเรื่องราวที่ยอห์นได้ประสบมาด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่น่ากลัว

Like John himself, this angel was only a servant of God and we do not worship servants.

เช่นเดียวกับยอห์น  ทูตสวรรค์ นี้เป็นเพียง ผู้รับใช้ของพระเจ้า  และเราไม่นมัสการบูชาผู้รับใช้

Hebrews ฮีบรู1:14 14 Are they not all ministering spirits sent out to serve for the sake of those who are to inherit salvation?

14 ทูตสวรรค์ทั้งปวง   เป็นแต่เพียงวิญญาณผู้ปรนนิบัติ   ที่พระองค์ทรงส่งไปช่วยเหลือบรรดาผู้ที่จะได้รับความรอดกระนั้นมิใช่หรือ

Acts กิจการ10:25-26 25 When Peter entered, Cornelius met him and fell down at his feet and worshiped him.

25 ครั้นเปโตรเข้าไป   โครเนลิอัสก็ต้อนรับเปโตรและหมอบที่เท้ากราบไหว้ท่าน

26 But Peter lifted him up, saying, “Stand up; I too am a man.”

26 ฝ่ายเปโตรจึงจับตัวโครเนลิอัสให้ลุกขึ้น   และกล่าวว่า   “จงยืนขึ้นเถิด   ข้าพเจ้าก็เป็นแต่มนุษย์เหมือนกัน”

Revelation 19b

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian Links Daily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash Cards Thai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top