Wednesday, April 16, 2014

 

Revelation 18b Babylon Judged and Destroyed

วิวรณ์บทที่ 18ข  บาบิโลนถูกพิพากษาและถูกทำลาย

III. The Voice of Mourning (18:9-19)

III เสียงแห่งความโศกเศร้า (18:9-19)

9 And the kings of the earth, who committed sexual immorality and lived in luxury with her, will weep and wail over her when they see the smoke of her burning.

9 บรรดากษัตริย์แห่งแผ่นดินโลก   ที่ได้ล่วงประเวณีกับนครนั้นและได้เสเพลร่วมกันนั้น   เมื่อได้เห็นควันไฟที่ไหม้นครนั้นก็จะพิลาปร่ำไห้คร่ำครวญ

10 They will stand far off, in fear of her torment, and say, “Alas! Alas! You great city,

you mighty city, Babylon!  For in a single hour your judgment has come.”

10 พวกกษัตริย์จะยืนอยู่แต่ห่างๆ   เพราะกลัวภัยแห่งการทรมานของนครนั้น   และจะกล่าวว่า  
  “วิบัติแล้ว วิบัติแล้วบาบิโลนมหานครที่ยิ่งใหญ่  เจ้าได้รับการพิพากษาโทษให้พินาศไปภายในชั่วโมงเดียวเท่านั้น”  

11 And the merchants of the earth weep and mourn for her, since no one buys their cargo anymore,

11 บรรดาพ่อค้าในแผ่นดินโลกจะร่ำไห้คร่ำครวญเพราะนครนั้น   เพราะว่าไม่มีใครซื้อสินค้าของเขาอีกต่อไปแล้ว

12 cargo of gold, silver, jewels, pearls, fine linen, purple cloth, silk, scarlet cloth, all kinds of scented wood, all kinds of articles of ivory, all kinds of articles of costly wood, bronze, iron and marble,

12 สินค้าเหล่านั้นคือ  ทองคำ   เงิน  เพชรพลอยต่างๆ   ไข่มุก   ผ้าป่านเนื้อละเอียด   ผ้าสีม่วง   ผ้าไหม   ผ้าสีแดงเข้ม   ไม้หอมทุกชนิด   เครื่องที่ทำด้วยงา   เครื่องไม้ที่มีราคามาก   เครื่องทองสัมฤทธิ์   เครื่องเหล็ก   เครื่องศิลาลาย

13 cinnamon, spice, incense, myrrh, frankincense, wine, oil, fine flour, wheat, cattle and sheep, horses and chariots, and slaves, that is, human souls.

13 อบเชย   เครื่องเทศ   เครื่องหอม   มดยอบ   กำยาน   เหล้าองุ่น   น้ำมัน   ยอดแป้ง   ข้าวสาลี โค  แกะ ม้า  รถรบ  และทาส  และชีวิตมนุษย์  

14 “The fruit for which your soul longed has gone from you, and all your delicacies and your splendors are lost to you, never to be found again!”

14 ผลซึ่งจิตของเจ้ากระหายใคร่ได้นั้นก็ล่วงพ้นไปจากเจ้าแล้ว  
  สิ่งสารพัดอันวิเศษยิ่งและหรูหราก็พินาศไปจากเจ้าแล้ว   และเจ้าจะไม่ได้พบอีกเลย  

15 The merchants of these wares, who gained wealth from her, will stand far off, in fear of her torment, weeping and mourning aloud,

15 บรรดาพ่อค้าที่ได้ขายสิ่งของเหล่านั้น   จนเป็นคนมั่งมีเพราะนครบาบิโลนนั้น   จะยืนอยู่แต่ไกล   เพราะกลัวภัยจากการทรมานของนครนั้น   พวกเขาจะร้องไห้คร่ำครวญด้วยเสียงดัง  

16 “Alas, alas, for the great city that was clothed in fine linen, in purple and scarlet, adorned with gold, with jewels, and with pearls!

16 ว่า   “วิบัติแล้ว   วิบัติแล้วมหานครนั้น   ที่ได้นุ่งห่มผ้าป่านเนื้อละเอียด   ผ้าสีม่วงและผ้าสีแดงเข้ม   ที่ได้ประดับด้วยทองคำ   เพชรพลอยต่างๆ   และไข่มุกนั้น  

17 For in a single hour all this wealth has been laid waste.”

And all shipmasters and seafaring men, sailors and all whose trade is on the sea, stood far off

17 เพียงในชั่วโมงเดียว   ทรัพย์สมบัติเหล่านั้นก็พินาศสูญไปสิ้น”   และนายเรือทุกคน   คนที่โดยสารเรือ   พวกลูกเรือ   และคนทั้งหลายที่มีอาชีพทางทะเลก็ได้ยืนอยู่แต่ห่างๆ \

18 and cried out as they saw the smoke of her burning, “What city was like the great city?”

18 และเมื่อคนเหล่านั้นได้เห็นควันไฟที่ไหม้นครนั้นก็ร้องว่า   “นครใดเล่าจะเป็นเหมือนมหานครนี้”  

19 And they threw dust on their heads as they wept and mourned, crying out,

“Alas, alas, for the great city where all who had ships at sea grew rich by her wealth!

For in a single hour she has been laid waste.

19 และเขาก็โปรยผงคลีลงบนศีรษะของตน   พลางร้องไห้คร่ำครวญ   ว่า   “วิบัติแล้ว  วิบัติแล้วมหานครนี้   อันเป็นที่ซึ่งคนทั้งปวง   ที่มีเรือกำปั่น   เดินทะเล   ได้เป็นคนมั่งมีขึ้นด้วยทรัพย์สมบัติของนครนั้น   ภายในชั่วโมงเดียวนครนั้นก็เป็นที่ร้างเปล่า”  

We see two groups lamenting the fall of Babylon: the kings of the earth (verses 9-10), and the merchants of the earth (verses 11-19).

เราได้เห็นคนสองกลุ่มคร่ำครวญถึงการล่มสลายของบาบิโลน    กษัตริย์ทั้งหลายในแผ่นดินโลก (ข้อ 9-10) และพ่อค้าในแผ่นดินโลก(ข้อ11-19)

They had “committed fornication” with Babylon by rejecting the true God and going after idols, money in particular.

พวกเขาได้ " เล่นชู้ " กับบาบิโลน โดยปฏิเสธพระเจ้าที่แท้จริง และหันไปหารูปเคารพ  โดยเฉพาะคือเงิน

They sold their souls for wealth.

พวกเขาขายวิญญาณเพื่อความมั่งคั่ง

Their luxurious living was now at an end.

ความเป็นอยู่ที่หรูหราของพวกเขาตอนนี้ถึงที่สิ้นสุด

Note the repetition of “Alas, alas!” in verses 10, 16, and 19   Babylon is judged in one day (verse 8) and one hour (verses 10, 19).

สังเกตคำซ้ำซ้อนที่ว่า "อนิจจา อนิจจา  "ในข้อ 10,16 และ19  บาบิโลนถูกพิพากษาสัก วันหนึ่ง (ข้อ 8) และหนึ่งชั่วโมง (ข้อ 10  19)

Why do the merchants and kings lament? Because their merchandise is now gone.

ทำไมพ่อค้าและบรรดากษัตริย์เศร้าโศกเสียใจ  เพราะสินค้าที่ซื้อขายกันของพวกเขาหายไปตอนนี้

Verses 12-13 indicate the vast wealth of the mercantile system, including “slaves and the souls of men.”

ข้อ12-13 บ่งชี้ความมั่งคั่งใหญ่โตของระบบการซื้อขาย  รวมทั้ง "ทาสและจิตวิญญาณของคน"

Slavery will increase in the last days, for Satan has always wanted to enslave the souls and bodies of humans.

ระบบทาสจะเพิ่มขึ้นในวันสุดท้าย เพราะซาตานอยากให้จิตวิญญาณและร่างกายของ มนุษย์เราตกเป็นทาสมัน

The rich will get richer, the poor will get poorer.

คนร่ำรวยจะรวยยิ่งขึ้น  คนยากจนก็จะยิ่งจนลง

Both luxuries and necessities will be destroyed when God judges Babylon.

ทั้งความหรูหราและความจำเป็นต่างๆ จะถูกทำลาย เมื่อพระเจ้าทรงพิพากษาบาบิโลน

Shipping will be destroyed and the shipping industry brought to ruin.

การขนส่งทางเรือจะถูกทำลาย และอุตสาหกรรมการเดินเรือพบกับความวิบัติ

The world’s peoples depend on this economic system to care for them, protect them, and satisfy them; but ultimately it will fail them.

ประชากรโลกพึ่งพาระบบเศรษฐกิจนี้ที่จะดูแลพวกเขา  ปกป้องพวกเขาและตอบสนองความพอใจแก่พวกเขา  แต่ในที่สุดมันก็จะพังลง

This long paragraph describes the mourning of the merchants as they see Babylon go up in smoke and all their wealth destroyed.

บทความย่อหน้ายาวนี้อธิบายถึงการคร่ำครวญเศร้าโศกของพ่อค้า  เมื่อพวกเขาเห็นบาบิโลนมีควันไฟลอยขึ้น และความมั่งคั่งของพวกเขาถูกทำลายทั้งหมด

The image here is that of a prosperous ancient city that is visited by many ships.

ภาพที่นี่เป็นที่ซึ่งเมืองโบราณเจริญรุ่งเรือง  มีเรือหลายลำแวะมาจอด

The wealth of the city provides for many nations and employs many people.

เกิดความมั่งคั่งของเมืองในหลายประเทศ และมีการจ้างพนักงานหลายคน



Not only do the merchants lament the fall of Babylon (Rev. 18:11), but also the kings of the earth (Revelation 18:9).

ไม่เพียงแต่พ่อค้ามีความเศร้าโศกเสียใจต่อการล่มสลายของบาบิโลน (วิวรณ์ 18:11) แต่บรรดากษัตริย์ในโลกนี้ด้วย(วิวรณ์ 18:9)

Business and government are so intertwined that what affects one affects the other.

ธุรกิจและการปกครองพัวพันกันเสียจน สิ่งใดที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งหนึ่ง จะส่งผลกระทบต่อสิ่งอื่นด้วย

Certainly, the city of Rome was the center for world trade and government in John’s day, and it was known for its extravagance and luxury.

แน่นอนว่า กรุงโรมเป็นศูนย์กลางของการค้าโลก และการปกครองในสมัยยอห์น  และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักด้านความฟุ่มเฟือยและความหรูหรา

Politically and economically, the people in the Empire were dependent on Rome.

ประชาชนในจักรวรรดิพึ่งพากรุงโรมทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง 

Today, with the complex connections that exist between governments and businesses, and with the interrelated computer systems, it would not take long for “Babylon” to collapse and the world’s economic system to be destroyed.

ทุกวันนี้ การเชื่อมต่อที่มีความสลับซับซ้อนเกิดขึ้นระหว่างรัฐบาลและภาคธุรกิจ และโดยระบบคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงกัน   มันจะไม่ใช้เวลานานสำหรับ " บาบิโลน "ที่จะล่มสลาย  และระบบเศรษฐกิจ ของโลกจะพังทลาย

The word translated “wail” (Revelation 18:9) means “a loud lamentation” as opposed to silent weeping.

คำที่แปล " โอดครวญ " (วิวรณ์ 18:9) หมายถึง "คร่ำครวญเสียงดัง" ตรงข้ามกับการ ร้องไห้เงียบๆ

In fact, the same word is translated “weep” in Revelation 18:11.

ในความเป็นจริง  คำเดียวกันถูกแปลว่า" ร่ำไห้" ใน วิวรณ์ 18:11

Note that the merchants are not feeling sorry for the city, but for themselves: they have lost valuable customers! God had brought an end to their life of luxury and wealth. Even their employees weep (Revelation 18:17-18).

สังเกตว่าพ่อค้าจะไม่รู้สึกเสียใจสำหรับเมืองนี้  แต่สำหรับตัวพวกเขาเอง พวกเขาได้สูญเสียลูกค้าที่มีคุณค่า ! พระเจ้าได้ทรงทำลายชีวิตของพวกเขาที่เต็มไปด้วยความหรูหรา และความมั่งคั่ง แม้แต่พนักงานลูกจ้างของพวกเขาก็ยังร้องไห้ (วิวรณ์ 18:17-18 )

John gave an inventory of some of the commodities that brought wealth to these kings, merchants, and shipmasters.

ยอห์นได้ให้เหลือสินค้าคงคลังบางส่วน  ที่นำความมั่งคั่งให้กับเหล่ากษัตริย์พ่อค้าและกัปตันเดินเรือ

Gold, silver, and precious stones led the list. Then he described costly garments (see also Rev. 18:16) and items made of different materials.

ทอง เงินและ พลอยที่มีค่า นำหน้าในรายการ จากนั้นเขาก็ อธิบาย เสื้อผ้าที่ มีราคาแพง (ดูในวิวรณ์ 18:16 ) และรายการสิ่งของที่ทำจากวัสดุที่แตกต่างกัน

Imported spices were greatly sought in that day, both for foods and for personal use as perfumes.

เครื่องเทศที่นำเข้าเป็นที่ถามหากันมากมายในสมัยนั้น  เพื่อเป็นทั้งอาหารและของใช้ส่วนตัว เช่น น้ำหอมต่างๆ

The city of Rome had to depend on imported foods, just as many nations do today.

กรุงโรมต้องพึ่งพาอาหารที่นำเข้า เช่นเดียวกับหลายประเทศในทุกวันนี้

In fact, our great cities would starve were it not for trucks and trains that daily bring in fresh produce and meats.

แท้จริง เมืองใหญ่ๆ ของเราจะอดอยากอาหาร ถ้ารถบรรทุกและรถไฟไม่บรรทุกสินค้ารายวันจำพวก ผลไม้สด และเนื้อสัตว์มาให้


Last on the list, and most disturbing, is “slaves and the souls of men” (Revelation 18:13). It has been estimated that one third of Rome’s population was enslaved; and it was not unusual for 10,000 human beings to be auctioned off in one day in the great slave markets of the Empire.

ล่าสุดในรายการและที่รบกวนเรามากที่สุด ก็คือ " ทาสและจิตวิญญาณของคน" (วิวรณ์ 18:13) ประมาณว่าหนึ่งในสามของประชากรของกรุงโรมตกเป็นทาส และมันก็ ไม่ได้ผิดปกติอะไรที่คน 10,000 คน ถูกประมูลซื้อตัวไปในวันหนึ่ง ที่ตลาดค้าทาสหลายแห่งในจักรวรรดิ

There were probably over 60 million slaves throughout the Empire, people who were treated like pieces of furniture, bought and sold, used and abused.

อาจจะมีทาสมากกว่า 60 ล้านคนตลอดทั้งจักรวรรดิ  ผู้คนที่ได้รับการปฏิบัติราวกับเป็นเฟอร์นิเจอร์ ทั้งซื้อและขาย   ที่ใช้งานและที่ถูกทำทารุณ

Is John suggesting that there will, in the end times, be a return to slavery?

ยอห์นกำลังชี้นำให้เห็นว่าจะกลับไปมีระบบทาสอีกในเวลาสิ้นยุคหรือไม่

Certainly we can see an increasing loss of freedom in our world today.

แน่นอน เราได้เห็นการสูญเสียเสรีภาพเพิ่มขึ้นในโลกเราทุกวันนี้

As people become more enslaved to luxury, with more bills to pay, they find themselves unable to break loose from the “system.”

เมื่อผู้คนตกเป็นทาสความหรูหรา   มีบิลที่ต้องเสียเงินชำระมากขึ้น พวกเขาพบว่า ตัวเองไม่สามารถ ที่จะหลุดพ้นบ่วงจาก”ระบบ "

It would take little imagination to conceive of a universal enslavement under the rule of “the beast.”

น้อยมากที่จะนึกคิดจินตนาการระบบค้าทาสสากล ภายใต้การปกครองของ " สัตว์ร้าย"



We have already seen that he required his mark on everyone who would buy or sell (Revelation 13:16-17), and he also demanded that all people worship his image.

เราได้เห็นแล้วว่าเขา ต้องการทำเครื่องหมายของเขาแก่ทุกคนผู้ที่จะซื้อหรือขาย (วิวรณ์ 13:16-17 ) และเขายังเรียกร้องให้ทุกคนเคารพนับถือภาพลักษณ์ของเขา

He will promise “freedom,” but put men and women in bondage.

เขาจะสัญญาว่าจะให้ " เสรีภาพ " แต่กลับนำทั้งชายและหญิงให้ตกเป็นทาส

2 Peter 2 เปโตร2:19 19 They promise them freedom, but they themselves are slaves of corruption. For whatever overcomes a person, to that he is enslaved.

19 เขาสัญญาว่าจะให้คนเหล่านั้นพ้นจากการเป็นทาส   แต่ตัวเขาเองยังเป็นทาสของความเสื่อมทราม   เพราะว่ามนุษย์พ่ายแพ้แก่สิ่งใด   เขาก็เป็นทาสของสิ่งนั้น

He will take advantage of the people’s appetites (Rev. 18:14) and use their appetites to enslave them.

เขาจะถือประโยชน์จากความอยากอาหารของผู้คน(วิวรณ์ 18:14 ) และใช้ความอยากอาหารเพื่อให้พวกเขาตกเป็นทาสมัน

 

Revelation 18c