Sunday, April 13, 2014

 

This judgment has come because the Babylonian “system” has polluted the whole world.

การพิพากษานี้ได้เกิดขึ้นเพราะ "ระบบ" แบบบาบิโลนได้ทำให้ทั้งโลกมัวหมอง

As in the judgment of “the harlot,” the sin is that of “fornication” or idolatry.

เหมือนในการพิพากษาของ "หญิงแพศยา" ความบาปคือเรื่องของ "การเล่นชู้" หรือการนับถือรูปเคารพ

The system intoxicated the people of the world with all the riches and pleasures it had to offer.

ระบบนี้ทำให้คนทั้งโลกเมามัวลุ่มหลงในความร่ำรวย และความสุขที่มันได้ยื่นให้

It catered to those who were “lovers of pleasures more than lovers of God”

มันจัดหาให้แก่คนที่เป็น "ผู้ที่รักความสนุกสนานมากกว่ารักพระเจ้า"

2 Timothy 2 ทิโมธี3:2-4 2 For people will be lovers of self, lovers of money, proud, arrogant, abusive, disobedient to their parents, ungrateful, unholy,

2 เพราะมนุษย์จะเห็นแก่ตัว   เห็นแก่เงิน   เย่อหยิ่ง   ยโส   ชอบด่าว่า   ไม่เชื่อฟังคำบิดามารดา   อกตัญญู   ไร้ศีลธรรม

3 heartless, unappeasable, slanderous, without self-control, brutal, not loving good,

3 ไร้มนุษยธรรม   ไม่ให้อภัยกัน   ใส่ร้ายกัน   ไม่ยับยั้งชั่งใจ   ดุร้าย   เกลียดชังความดี

4 treacherous, reckless, swollen with conceit, lovers of pleasure rather than lovers of God,

4 ทรยศ   มุทะลุ   หัวสูง   รักความสนุกยิ่งกว่ารักพระเจ้า

Christians in every age have had to heed the warning.

คริสตชนในทุกยุคทุกสมัยต้องใส่ใจฟังคำตักเตือน

1 John  1 ยอห์น 2:15-17 15 Do not love the world or the things in the world. If anyone loves the world, the love of the Father is not in him.

15 อย่ารักโลกหรือสิ่งของในโลก   ถ้าผู้ใดรักโลก   ความรักต่อพระบิดาไม่ได้อยู่ในผู้นั้น

16 For all that is in the world—the desires of the flesh and the desires of the eyes and pride in possessions—is not from the Father but is from the world.

16 เพราะว่าสารพัดซึ่งมีอยู่ในโลก   คือตัณหาของเนื้อหนังและตัณหาของตา   และความทะนงในลาภยศไม่ได้เกิดมาจากพระบิดา   แต่เกิดมาจากโลก

17 And the world is passing away along with its desires, but whoever does the will of God abides forever.

17 และโลกกับสิ่งที่ยั่วยวนของโลกกำลังล่วงไป   แต่ผู้ที่ประพฤติตามพระทัยของพระเจ้าจะดำรงอยู่เป็นนิตย์

How easy it is to become fascinated by the things the world has to offer.

มันง่ายแค่ไหนที่จะลุ่มหลงเสน่ห์ของสิ่งต่างๆ ที่โลกยื่นเสนอให้

Like a person taking a sip of wine, we can soon find ourselves drinking deeply and then wanting more.

เหมือนคนกำลังจิบไวน์  ที่ไม่นานเราสามารถพบตัวเองกำลังดื่มอย่างหนัก และต้องการดื่มมากขึ้น

The world system that opposes Christ has always been with us, and we must beware of its’ subtle influence.

ระบบฝ่ายโลกที่ต่อต้านพระคริสต์อยู่กับเราเสมอ และเราจะต้องระวัง อิทธิพลจากเล่ห์เหลี่ยมของมัน

The world system satisfies the desires of the earth-dwellers who follow “the beast” and reject the Lamb.

ระบบฝ่ายโลกนี้สนองความต้องการของชาวโลกที่ติดตาม "สัตว์ร้าย"  และปฏิเสธพระเมษโปดก

But worldly things never permanently satisfy or last.

แต่สิ่งของฝ่ายโลกไม่เคยสนองความพอใจอย่างถาวรหรือทนนาน

The love of pleasures and possessions is but a form of idolatry, demonic in its origin and destructive in its outcome.

การรักความสนุกสนานและทรัพย์สิ่งของ  เป็นเพียงรูปแบบของการนับถือรูปเคารพ  ต้นกำเนิดจากมารร้าย   และผลที่สุดก็วิบัติ

The Voice of Separation (18:4-8)

II  เสียงแห่งความแตกแยก (18:4-8)

4 Then I heard another voice from heaven saying, “Come out of her, my people,

lest you take part in her sins, lest you share in her plagues;

4 และข้าพเจ้าได้ยินเสียงอีกเสียงหนึ่งประกาศมาจากสวรรค์ว่า   “ดูก่อน   ชนชาติของเรา  
จงออกมาจากนครนั้นเถิด   เพื่อท่าน   ทั้งหลายจะไม่มีส่วนในการบาปของนครนั้น  
  และเพื่อท่านจะไม่ต้องรับภัยพิบัติที่จะเกิดแก่นครนั้น  

5 for her sins are heaped high as heaven, and God has remembered her iniquities.

5 เพราะว่าบาปของนครนั้นกองสูงขึ้นถึงสวรรค์แล้ว  
  และพระเจ้าได้ทรงจำการทุจริตแห่งนครนั้นได้  

6 Pay her back as she herself has paid back others, and repay her double for her deeds;

mix a double portion for her in the cup she mixed.

6 นครนั้นได้ให้ผลอย่างไร   ก็จงให้ผลแก่  นครนั้นอย่างนั้น  
  และจงตอบแทนการกระทำของนครนั้นเป็นสองเท่า   ในถ้วยที่นครนั้นได้ผสมไว้  
  ก็จงผสมลงในถ้วยนั้นเป็นสองเท่าให้นครนั้น  

7 As she glorified herself and lived in luxury, so give her a like measure of torment and mourning, since in her heart she says, ‘I sit as a queen, I am no widow, and mourning I shall never see.’

7 นครบาบิโลนได้เย่อหยิ่งจองหองและเสเพลมากเท่าใด    ก็จงให้นครนั้นได้รับการทรมาน   และความระทมทุกข์มากเท่านั้น   เพราะว่านครนั้นทะนงใจว่า   'ข้าพเจ้าดำรงอยู่ในตำแหน่งราชินี   ไม่ใช่หญิงม่าย   ข้าพเจ้าจะไม่ประสบความระทมทุกข์เลย'  

8 For this reason her plagues will come in a single day, death and mourning and famine, and she will be burned up with fire; for mighty is the Lord God who has judged her.”

8 เหตุฉะนั้นภัยพิบัติต่างๆของนครนั้นจะเกิดขึ้นในวันเดียว   คือโรคระบาด   ความระทมทุกข์   การกันดารอาหาร    และไฟจะเผานครนั้นให้พินาศหมดสิ้น    เพราะว่าพระเจ้าผู้ทรงพิพากษานครนั้นทรงอานุภาพยิ่งใหญ่”  

Some of God’s people are in this city, and God wants them to come out for two reasons: (1) the city will be destroyed and He wants them saved; (2) the city is satanic and He does not want them defiled.

คนของพระเจ้าบางคนอยู่ในเมืองนี้ และพระเจ้าทรงต้องการให้ พวกเขาออกมา ด้วยเหตุผลสองประการ คือ (1) เมืองจะถูกทำลายและทรงต้องการให้พวกเขารอดได้  (2) เมืองเต็มไปด้วยปีศาจร้าย  และพระองค์ไม่ทรงต้องการให้พวกเขามีมลทิน

“Come out!” has always been God’s call to His people, for salvation means separation from the world unto the Lord.

"จงออกมา" เป็นคำที่พระเจ้าทรงเรียกประชาชนของพระองค์อยู่เสมอ  เพื่อรับความรอด หมายถึงการแยกออกจากโลกมาหาองค์พระผู้เป็นเจ้า

2 Corinthians 2โครินธ์ 6:14-17 14 Do not be unequally yoked with unbelievers. For what partnership has righteousness with lawlessness? Or what fellowship has light with darkness?

14 ท่านอย่าเข้าเทียมแอกกับคนที่ไม่เชื่อ   เพราะว่าความชอบธรรมจะมีหุ้นส่วนอะไรกับความอธรรม   และความสว่างจะเข้าสนิทกับความมืดได้อย่างไร

15 What accord has Christ with Belial? Or what portion does a believer share with an unbeliever?

15 พระคริสต์กับเบลีอัลจะลงรอยกันอย่างไรได้   หรือคนที่เชื่อจะมีส่วนอะไรกับคนที่ไม่เชื่อ

16 What agreement has the temple of God with idols? For we are the temple of the living God; as God said, “I will make my dwelling among them and walk among them,

and I will be their God, and they shall be my people.

16 วิหารของพระเจ้าจะตกลงอะไรกับรูปเคารพได้   เพราะว่าเราเป็นวิหารของพระเจ้าผู้ทรงดำรงพระชนม์   ดังที่พระเจ้าตรัสไว้ว่า   “ข้าพระองค์จะอยู่ในเขาทั้งหลายและจะดำเนินในหมู่พวกเขา  และข้าพระองค์จะเป็นพระเจ้าของเขา   และเขาจะเป็นชนชาติของข้าพระองค์”  

17 Therefore go out from their midst, and be separate from them, says the Lord, and touch no unclean thing; then I will welcome you,

17 พระเจ้าตรัสว่า   “เหตุฉะนั้น   เจ้าจงออกจากหมู่พวกเขาเหล่านั้น    และจงแยกตัวออกจากเขาทั้งหลาย   อย่าแตะต้องสิ่งซึ่งไม่สะอาด   แล้วเราจึงจะรับพวกเจ้าทั้งหลาย  

The world glorifies itself (verse 7); the Christian seeks to glorify God.

ชาวโลกยกย่องให้เกียรติตัวเอง (ข้อ 7)  คริสเตียนพยายามที่จะถวายเกียรติแด่พระเจ้า

The world lives for the “delicious pleasures of sin,” while the Christian lives for the pleasures of Christ.

ชาวโลกอยู่เพื่อ "ความสนุกสนานถูกใจในความบาป” ในขณะที่คริสเตียนมีชีวิตอยู่เพื่อเป็นที่พอพระทัยของพระคริสต์

Look at Babylon’s pride in verse 7: “I sit a queen...and shall see no sorrow!”

จงดูที่ความเย่อหยิ่งของบาบิโลนในข้อที่ 7: "ฉันนั่งเป็นราชินี... และจะไม่พบความเศร้าโศก"

But verse 8 indicates that in one day she will exchange her joys for sorrow, her riches for famine!

แต่ข้อ 8 บอกเราว่าวันหนึ่งเธอจะถูกเปลี่ยนความสุขเป็นความเศร้าโศก  ความร่ำรวยเปลี่ยนเป็นสำหรับความอดอยาก

There is a lesson here for God’s people today: “Do not share in other people’s sins”

ที่นี่มีบทเรียนสำหรับประชากรของพระเจ้าวันนี้ “อย่าเข้าส่วนในการบาปของอื่นๆ”

1 Timothy 1ทิโมธี 5:22 22 Do not be hasty in the laying on of hands, nor take part in the sins of others; keep yourself pure.

22 อย่าด่วนเอามือวางเจิมผู้ใด   และอย่ามีส่วนร่วมในการกระทำบาปเลย   จงรักษาตัวให้บริสุทธิ์  

In all ages, God’s true people have had to separate themselves from that which is worldly and anti-God.

ในทุกวัย   ประชากรแท้จริงพระเจ้าได้แยกตัวเองจากสิ่งที่อยู่ฝ่ายโลก และต่อต้านพระเจ้า

When God called Abraham, He ordered him to get out of his country.

เมื่อพระเจ้าทรงเรียกอับราฮัม  พระองค์สั่งให้เขาออกไปจากดินแดนของเขา

Genesis ปฐมกาล 12:1 1 Now the LORD said to Abram, “Go from your country and your kindred and your father's house to the land that I will show you.

1 พระเจ้าตรัสแก่อับรามว่า   “เจ้าจงออกจากเมือง   จากญาติพี่น้อง   จากบ้านบิดาของเจ้า   ไปยังดินแดนที่ข้าพระองค์จะบอกให้เจ้ารู้

God separated the Jewish nation from Egypt and warned the Israelites not to go back.

พระเจ้าทรงแยกชนชาติยิวออกจากอียิปต์ และเตือนชาวอิสราเอลไม่ให้หันกลับไป

The church today is commanded to separate itself from that which is ungodly.

คริสตจักรในวันนี้รับพระบัญชาให้แยกตัวเองออกจากสิ่งที่ไม่อยู่ฝ่ายพระเจ้า

Romans โรม 16:17-18 17 I appeal to you, brothers, to watch out for those who cause divisions and create obstacles contrary to the doctrine that you have been taught; avoid them.

17 พี่น้องทั้งหลาย   ข้าพเจ้าขอวิงวอนท่าน   ให้สังเกตดูคนเหล่านั้นที่ก่อเหตุวิวาทและทำให้คนอื่นหลง   ซึ่งเป็นการผิดคำสอนที่ท่านทั้งหลายได้เรียนมา   จงเมินหน้าจากคนเหล่านั้น

18 For such persons do not serve our Lord Christ, but their own appetites, and by smooth talk and flattery they deceive the hearts of the naive.

18 เพราะว่าคนเหล่านั้น   ไม่ได้ปรนนิบัติพระคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา   แต่ได้ปรนนิบัติท้องของตัวเอง   และได้ล่อลวงคนซื่อให้หลงด้วยคำดีคำอ่อนหวาน

John offered two reasons for God’s people separating themselves from the diabolical system.

ยอห์น เสนอเหตุผลสองประการสำหรับคนของพระเจ้า  ให้แยกตัวเองออกจาก ระบอบภูตผีปีศาจ

The first is that they might avoid pollution, becoming “partakers of her sins” (Rev. 18:4).

ประการแรกคือว่าพวกเขาอาจจะหลีกเลี่ยงมลภาวะเป็นพิษ    กลายเป็น "เข้าส่วนในการบาปของเธอ" (วิวรณ์ 18:4)

There is a good partnership in the Lord.

การเข้ามีส่วนร่วมอย่างดีในพระเจ้า

Philippians ฟีลิปปี 4:14-15 14 Yet it was kind of you to share my trouble.

14 ถึงกระนั้นก็เป็นความกรุณาของท่าน   ที่ได้ร่วมทุกข์กับข้าพเจ้า

15 And you Philippians yourselves know that in the beginning of the gospel, when I left Macedonia, no church entered into partnership with me in giving and receiving, except you only.

15 และพวกท่านชาวฟีลิปปีก็ทราบอยู่แล้วว่า   การประกาศข่าวประเสริฐในเวลาเริ่มแรกนั้น   มาตอนเมื่อข้าพเจ้าออกไปจากแคว้นมาซิโดเนีย   ไม่มีคริสตจักรใดมีส่วนร่วมกับข้าพเจ้าในรายรับรายจ่ายเลย   นอกจากพวกท่านพวกเดียวเท่านั้น   

But there is also an evil partnership that we must avoid

แต่ยังมีความร่วมมือชั่วร้ายที่เราต้องหลีกเลี่ยง ไม่ไปเข้าร่วมมีส่วนด้วย

Ephesians เอเฟซัส 5:11 11 Take no part in the unfruitful works of darkness, but instead expose them.

11 และอย่าเข้าส่วนกับกิจการของความมืดอันไร้ผล   แต่จงเผยกิจการนั้นให้ปรากฏดีกว่า

True unity of the Spirit exists among believers, but we must not compromise by joining forces with that which is opposed to Christ.

ความเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระวิญญาณบริสุทธิ์แท้จริงอยู่ในหมู่ผู้เชื่อ แต่เราต้องไม่ประนีประนอม โดยการเข้าร่วมกับกองกำลังที่ เป็นศัตรูกับพระคริสต์

The second reason is that God’s people might be spared the terrible plagues He will send on Babylon.

เหตุผลประการที่สองคือ คนของพระเจ้าอาจจะรอดพ้นภัยพิบัติที่น่ากลัวที่พระองค์จะส่งมายังบาบิโลน

God had patiently endured the growing sins of the evil system, but now the time had come for His wrath to be poured out.

พระเจ้าทรงอดทนระบบชั่วร้ายที่เพิ่มขึ้น แต่ตอนนี้เวลาได้มาถึงแล้วสำหรับพระพิโรธของพระองค์ที่จะเทลงมา

He would treat Babylon just as she treated His people.

พระองค์จะกระทำต่อบาบิโลนเช่นเดียวกับที่เธอได้กระทำต่อคนของพระองค์

What specific sins would God judge? We have already noted Babylon’s evil influence on the nations of the world, seducing them with idolatry.

ความบาปเฉพาะอันใดที่พระเจ้าจะทรงพิพากษา    เราได้สังเกตแล้วว่าบาบิโลนส่งอิทธิพลความชั่วร้ายต่อนานาประเทศในโลก ที่ทำให้พวกเขาติดใจการบูชารูปเคารพ

Another sin that will be judged is pride: “She hath glorified herself!” (Rev. 18:7)

บาปอีกอย่างที่จะได้รับการพิพากษาก็คือความหยิ่งลำพองใจ: "เธอยกย่องสรรเสริญตัวเอง " (วิวรณ์ 18:7)

She saw herself as a queen who could never be dethroned, and this false confidence and pride could never be accepted by the Lord

เธอเห็นว่าตัวเองเป็นราชินี ที่ ไม่เคยลงจากบัลลังก์  และความเชื่อมั่นที่ผิดและความหยิ่งลำพองใจนี้ อาจไม่ได้รับการยอมรับจาก พระเจ้า

Isaiah อิสยาห์ 47:7-9 7 You said, “I shall be mistress forever,” so that you did not lay these things to heart or remember their end.

7 เจ้าว่า  “ข้าจะเป็นนางพญาเป็นนิตย์”   เจ้าจึงมิได้เอาเรื่องเหล่านี้เป็นที่สอนใจ  
  หรือจดจำบั้นปลายของเรื่องเหล่านี้ไว้  

8 Now therefore hear this, you lover of pleasures, who sit securely, who say in your heart, “I am, and there is no one besides me; I shall not sit as a widow or know the loss of children”:

8 ฉะนั้น   เจ้าผู้รักความเพลิดเพลิน   จงฟังเรื่องนี้   คือผู้นั่งอยู่อย่างปลอดภัย  
  ผู้คิดในใจของตนว่า   “ข้านี่แหละ  และไม่มีผู้ใดอื่นอีก   ข้าจะไม่นั่งอยู่  เป็นแม่ม่าย  
  หรือรู้จักที่จะพรากจากลูก”  

9 These two things shall come to you in a moment, in one day; the loss of children and widowhood shall come upon you in full measure, in spite of your many sorceries and the great power of your enchantments.

9 ทั้งสองเรื่องนี้จะมาถึงเจ้า   ในขณะเดียวกัน  ในวันเดียว   คือความที่ต้องพรากจากลูก   และความที่เป็นแม่ม่าย   จะมาถึงเจ้าอย่างเต็มขนาด   ทั้งที่มีวิทยาคมเป็นอันมาก   และอานุภาพใหญ่ยิ่งในเวทมนตร์ของเจ้า  

A third sin is Babylon’s worship of pleasures and luxury. To “live deliciously” (Rev. 18:7) is to live proudly in luxury while others go without.

ความบาปประการที่สามคือ การบูชาความสุขและความหรูหราแห่งบาบิโลน ที่จะ "อยู่อย่างอิ่มเอมใจ" (วิวรณ์ 18:7) ที่จะมีชีวิตลำพองใจในความหรูหราขณะที่คนอื่นไม่มี

It means to make possessions and pleasures the most important things in life, and to ignore the needs of others.

หมายถึงว่าการเป็นเจ้าของทรัพย์สินและ ความสนุกสนานเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต และ ที่จะไม่สนใจความต้องการของคนอื่น ๆ

1 John 1 ยอห์น 2:16 16 For all that is in the world—the desires of the flesh and the desires of the eyes and pride in possessions—is not from the Father but is from the world.

16 เพราะว่าสารพัดซึ่งมีอยู่ในโลก   คือตัณหาของเนื้อหนังและตัณหาของตา   และความทะนงในลาภยศไม่ได้เกิดมาจากพระบิดา   แต่เกิดมาจากโลก

God’s people must not delay in separating themselves from this evil system, because God’s judgment will come suddenly and Babylon will be destroyed in a single day.

คนของพระเจ้าจะต้องไม่ล่าช้าในการแยกตัวเองออกจากระบอบชั่วร้ายนี้  เพราะการพิพากษาของพระเจ้าจะมาทันทีและ บาบิโลนจะถูกทำลายภายในวันเดียว

In one day, the entire economic empire will collapse!

ในวันหนึ่ง อาณาจักรทางเศรษฐกิจทั้งหมดจะพินาศลง

But those who have their citizenship in heaven will rejoice at the judgment of God.

แต่ผู้ใดที่มีสัญชาติของพวกเขาในสวรรค์จะเปรมปรีดิ์ในการพิพากษาของพระเจ้า

 

Revelation 18