Sunday, March 9, 2014

 

ี้Revelation chapter 7 The 144,000

วิวรณ์ บทที่ 7 จำนวน144,000

1 After this I saw four angels standing at the four corners of the earth, holding back the four winds of the earth, that no wind might blow on earth or sea or against any tree.

1 ต่อจากนั้น   ข้าพเจ้าได้เห็นทูตสวรรค์สี่องค์ยืนอยู่ที่มุมทั้งสี่ของแผ่นดินโลก   ห้ามลมในแผ่นดินโลกทั้งสี่ทิศไว้   เพื่อไม่ให้ลมพัดบนบก   ในทะเลหรือที่ต้นไม้ใดๆ

2 Then I saw another angel ascending from the rising of the sun, with the seal of the living God, and he called with a loud voice to the four angels who had been given power to harm earth and sea,

2 แล้วข้าพเจ้าก็เห็นทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งปรากฏขึ้นมาจากทิศตะวันออก   ถือดวงตราของพระเจ้าผู้ทรงดำรงอยู่   และท่านได้ร้องประกาศด้วยเสียงอันดังแก่ทูตทั้งสี่   ผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจให้ทำอันตรายแก่แผ่นดินและทะเลนั้น

3 saying, “Do not harm the earth or the sea or the trees, until we have sealed the servants of our God on their foreheads.”

3 ว่า   “จงอย่าทำอันตรายแผ่นดิน   ทะเล   หรือต้นไม้   จนกว่าเราจะได้ประทับตราไว้ที่หน้าผากผู้รับใช้ทั้งหลายของพระเจ้าเสียก่อน”

4 And I heard the number of the sealed, 144,000, sealed from every tribe of the sons of Israel:

4 และข้าพเจ้าได้ยินจำนวนของผู้ที่ได้การประทับตรา   คือผู้ที่มาจากทุกเผ่าในพวกอิสราเอลได้แสนสี่หมื่นสี่พันคน

5 12,000 from the tribe of Judah were sealed, 12,000 from the tribe of Reuben, 12,000 from the tribe of Gad,

5 ผู้ที่มาจากเผ่ายูดาห์ได้หมื่นสองพันคน   ผู้ที่มาจากเผ่ารูเบนหมื่นสองพันคน   ผู้ที่มาจากเผ่ากาดหมื่นสองพันคน

6 12,000 from the tribe of Asher, 12,000 from the tribe of Naphtali, 12,000 from the tribe of Manasseh,

6 ผู้ที่มาจากเผ่าอาเชอร์หมื่นสองพันคน   ผู้ที่มาจากเผ่านัฟทาลีหมื่นสองพันคน   ผู้ที่มาจากเผ่ามนัสเสห์หมื่นสองพันคน

7 12,000 from the tribe of Simeon, 12,000 from the tribe of Levi, 12,000 from the tribe of Issachar,

7 ผู้ที่มาจากเผ่าสิเมโอนหมื่นสองพันคน   ผู้ที่มาจากเผ่าเลวีหมื่นสองพันคน   ผู้ที่มาจากเผ่าอิสสาคาร์หมื่นสองพันคน

8 12,000 from the tribe of Zebulun, 12,000 from the tribe of Joseph,

12,000 from the tribe of Benjamin were sealed.

8 ผู้ที่มาจากเผ่าเศบูลุนหมื่นสองพันคน   ผู้ที่มาจากพงศ์พันธุ์โยเซฟหมื่นสองพันคน   ผู้ที่มาจากเผ่าเบนยามินหมื่นสองพันคน

When taken at face value: “Then I heard the number of those who were sealed: 144,000 from all the tribes of Israel” (Revelation 7:4), nothing in the passage leads to interpreting the 144,000 as anything but a literal number of Jews—12,000 taken from every tribe of the “sons of Israel.”

เมื่อนำมาตีความหมายมูลค่าที่ตรา : "แล้วข้าพเจ้าได้ยินว่าจำนวนผู้รับการประทับตราคือ 144,000 คน จากทุกเผ่าของอิสราเอล" (วิวรณ์ 7:4 ) ไม่มีอะไรในเนื้อหาพระคัมภีร์ที่นำไปสู่ การตีความว่า 144,000 เป็นอะไรได้นอกจากจำนวนที่แท้จริงของชาวยิว - 12,000 คน นำมาจากทุก ๆชนเผ่าของ "บุตรชายแห่งอิสราเอล"

The New Testament offers no clear cut text replacing Israel with the church.
พันธสัญญาใหม่ ไม่แสดงเนื้อหาที่ชัดเจนที่จะใช้คริสตจักรมาแทนที่คนอิสราเอล
These Jews are “sealed,” which means they have the special protection of God from all of the divine judgments and from the Antichrist to perform their mission during the tribulation period (see Revelation 6:17, in which people will wonder who can stand from the wrath to come).

ชาวยิวเหล่านี้ " ถูกประทับตรา  " ซึ่งหมายความว่าพวกเขาได้รับการปกป้องพิเศษจากพระเจ้าให้พ้นจากการพิพากษาของสวรรค์ และจากปฏิปักษ์พระคริสต์ที่ได้ทำพันธกิจในยุคแห่งความทุกข์ลำเค็ญ (ดู วิวรณ์ 6:17 ที่ซึ่งผู้คนจะแปลกใจว่าใครสามารถรอดพ้นจากพระพิโรธที่จะมาถึง)

Revelation 6:17 17 for the great day of their wrath has come, and who can stand?”

17 เพราะว่าวันสำคัญแห่งพระพิโรธของพระองค์มาถึงแล้ว   และผู้ใดจะทนอยู่ได้เล่า”

The tribulation period is a future seven-year period of time in which God will enact divine judgment against those who reject Him and will complete His plan of salvation for the nation of Israel.

ยุคแห่งความทุกข์ลำเค็ญกินเวลานานเจ็ดปีในอนาคต ในการที่พระเจ้าจะทรงจัดการพิพากษาต่อผู้ที่ปฏิเสธพระองค์  และแผนการแห่งความรอดของพระองค์เพื่อชนชาติอิสราเอลจะสำเร็จบริบูรณ์

All of this is according to God’s revelation to the prophet Daniel (Daniel 9:24-27).

ทั้งหมดนี้เป็นไปตามการทรงเปิดเผยของพระเจ้าที่ทรงสำแดงแก่ดาเนียล (ดาเนียล 9:24-27)

Daniel ดาเนียล 9:24-27 24 “Seventy weeks are decreed about your people and your holy city, to finish the transgression, to put an end to sin, and to atone for iniquity, to bring in everlasting righteousness, to seal both vision and prophet, and to anoint a most holy place.

24 “มีเจ็ดสิบสัปตะแห่งปีกำหนดไว้สำหรับชนชาติของ ท่านและนครบริสุทธิ์ของท่าน   เพื่อให้เสร็จสิ้นการทรยศ  ให้บาปจบสิ้น  และให้ลบมลทิน   เพื่อนำความชอบธรรมนิรันดร์เข้ามา   เพื่อประทับตราทั้งนิมิตและคำของผู้เผยพระวจนะไว้   และเพื่อจะเจิมสถานศักดิ์สิทธิ์ที่สุด

25 Know therefore and understand that from the going out of the word to restore and build Jerusalem to the coming of an anointed one, a prince, there shall be seven weeks. Then for sixty-two weeks it shall be built again with squares and moat, but in a troubled time.

25 เพราะฉะนั้นจงทราบและเข้าใจว่า   นับตั้งแต่การที่ถ้อยคำนั้นออกไป   ให้สร้างกรุงเยรูซาเล็มขึ้นใหม่จน ถึงสมัยผู้ถูกเจิมไว้   ผู้เป็นประมุขก็เป็นเวลาเจ็ดสัปตะ   และเยรูซาเล็มจะถูกสร้างขึ้นพร้อมด้วยลานเมืองและคู เป็นเวลาหกสิบสองสัปตะแต่ในยุคลำบาก

26 And after the sixty-two weeks, an anointed one shall be cut off and shall have nothing. And the people of the prince who is to come shall destroy the city and the sanctuary. Its end shall come with a flood, and to the end there shall be war. Desolations are decreed.

26 หลังจากหกสิบสองสัปตะแล้ว   ท่านผู้หนึ่งที่ถูกเจิมไว้จะต้องถูกตัดออกและจะไม่มีอะไรสำหรับท่าน   และประชาชนของประมุขผู้หนึ่งที่จะมานั้น   จะทำลายกรุง  และสถานศักดิ์สิทธิ์เสีย   ที่สุดปลายของมันจะมาถึงด้วยน้ำท่วม   จนกระทั่งที่สุดจะมีสงคราม  มีความวิบัติกำหนดไว้

27 And he shall make a strong covenant with many for one week, and for half of the week he shall put an end to sacrifice and offering. And on the wing of abominations shall come one who makes desolate, until the decreed end is poured out on the desolator.”

27 ท่านจะทำพันธสัญญาเข้มแข็งกับคนเป็นอัน มากอยู่หนึ่งสัปตะ   ท่านจะกระทำให้การถวายสัตวบูชา  และเครื่องบูชาอื่นๆ   หยุดไปครึ่งสัปตะ   ผู้ที่จะกระทำให้เกิดความวิบัตินั้น   จะมาบนปีกของสิ่งน่าสะอิดสะเอียน      จนความอวสานที่ได้กำหนดไว้จะถูก เทลงเหนือผู้กระทำให้เกิดความวิบัตินั้น”

The 144,000 Jews are a sort of “first fruits” (Revelation 14:4) of a redeemed Israel which has been previously prophesied (Zechariah 12:10; Romans 11:25-27), and their mission is to evangelize the post-rapture world and proclaim the gospel during the period.

ชาวยิว144,000 คน เป็นคนประเภท  " ผลแรก " ( วิวรณ์ 14:04 ) ของชนชาติอิสราเอลที่ทรงไถ่แล้ว ซึ่งได้ถูกพยากรณ์ไว้ก่อนล่วงหน้า ( เศคาริยาห์ 12:10 ; โรม 11:25-27 )  และพันธกิจของพวกเขา คือต้องประกาศการถูกรับขึ้นไปสวรรค์หลังมหากลียุค  และประกาศพระกิตติคุณในยุคแห่งความทุกข์ลำเค็ญ

Revelation วิวรณ์ 14:4 4 It is these who have not defiled themselves with women, for they are virgins. It is these who follow the Lamb wherever he goes. These have been redeemed from mankind as firstfruits for God and the Lamb,

4 คนเหล่านี้เป็นคนที่มิได้มีมลทินกับผู้หญิง   เพราะว่าเขาเป็นพวกพรหมจารี   พระเมษโปดกเสด็จไปที่ใด   คนเหล่านี้ก็ตามเสด็จไปด้วย   พวกเขาเป็นผู้ที่ทรงไถ่จากมวลมนุษย์   เพื่อเป็นผลแรกถวายแด่พระเจ้าและแด่พระเมษโปดก

Zechariah เศคาริยาห์ 12:10 10 “And I will pour out on the house of David and the inhabitants of Jerusalem a spirit of grace and pleas for mercy, so that, when they look on me, on him whom they have pierced, they shall mourn for him, as one mourns for an only child, and weep bitterly over him, as one weeps over a firstborn.

10 “และเราจะเทวิญญาณแห่งความเมตตาเอ็นดูและการวิงวอนบนราชวงศ์ดาวิดและชาวเยรูซาเล็ม   ดังนั้นเมื่อเขาทั้งหลายมองดูเรา   ผู้ซึ่งเขาเองได้แทงเขาจะไว้ทุกข์เพื่อท่าน   เหมือนคนไว้ทุกข์เพื่อบุตรคนเดียวของตน   และร้องไห้อย่างขมขื่นเพื่อท่าน   เหมือนอย่างคนร้องไห้เพื่อบุตรหัวปีของตน

Romans โรม 11:25-27 25Lest you be wise in your own conceits, I want you to understand this mystery, brothers: a partial hardening has come upon Israel, until the fullness of the Gentiles has come in.

25 พี่น้องทั้งหลาย   ข้าพเจ้าเกรงว่าท่านจะอวดรู้   จึงอยากให้ท่านเข้าใจข้อความอันล้ำลึกนี้   คือเรื่องที่บางคนในพวกอิสราเอลมีใจแข็งกระด้างไป   จนทำให้พวกต่างชาติได้เข้ามาครบจำนวน

26 And in this way all Israel will be saved, as it is written, “The Deliverer will come from Zion,

He will banish ungodliness from Jacob”;

26 และเมื่อเป็นดังนั้น   พวกอิสราเอลทั้งปวงก็จะได้รับความรอด   ตามที่มีคำเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า   พระผู้ช่วยให้รอดจะเสด็จมาจากเมืองศิโยน และจะทรงกำจัดอธรรมให้สูญสิ้นไปจากยาโคบ  

27 “and this will be My covenant with them when I take away their sins.”

27 และนี่แหละจะเป็นพันธสัญญาของข้าพระองค์กับเขาทั้งหลาย เมื่อข้าพระองค์ยกโทษบาปของเขา  

As a result of their ministry, millions—“a great multitude that no one could count, from every nation, tribe, people and language” (Revelation 7:9)—will come to faith in Christ.
          ผลจากการรับใช้พันธกิจของพวกเขา   คนนับล้าน---- " ผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนจากทุกชาติ ทุกเผ่า ทุกหมู่ชน และทุกภาษา " ( วิวรณ์ 7:9 )  จะมารับเชื่อในพระเยซูคริสต์
Much of the confusion regarding the 144,000 is a result of the false doctrine of the Jehovah's Witnesses.

ความสับสนวุ่นวายมากเรื่องของ144,000 คน เป็นผลมาจากหลักคำสอนเท็จของพยานพระยะโฮวา

The Jehovah’s Witnesses claim that 144,000 is a limit to the number of people who will reign with Christ in heaven and spend eternity with God.

พยานพระยะโฮวา อ้างว่า 144,000 คน เป็นจำนวนจำกัดของผู้ที่จะร่วมครองราชกับพระคริสต์ในสวรรค์ และมีชีวิตนิรันดร์กับพระเจ้า

The 144,000 have what the Jehovah’s Witnesses call the heavenly hope.

จำนวน144,000 คน มีสิ่งที่ พยานพระยะโฮวา เรียกว่าความหวังในสวรรค์

Those who are not among the 144,000 will enjoy what they call the earthly hope—a paradise on earth ruled by Christ and the 144,000.

ผู้ที่ไม่อยู่ในกลุ่ม 144,000 คน จะได้เพลิดเพลินกับสิ่งที่พวกเขา เรียกว่าความหวังในแผ่นดินโลก--สวรรค์ในโลก ที่ปกครองโดย พระคริสต์ และ 144,000 คน

Yet the Bible places no numerical limit on this group of people.

แต่พระคัมภีร์ไม่มีขีดจำกัดด้านตัวเลขในกลุ่มบุคคลเหล่านี้

Furthermore, the millennium is different from the eternal state, which will take place at the completion of the millennial period.

ยิ่งกว่านั้น  ยุคสหัสวรรษนั้นแตกต่างจากวิสุทธินคร  ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อครบยุคสหัสวรรษสมบูรณ์

At that time, God will dwell with us in the New Jerusalem.

ในเวลานั้น พระเจ้าจะทรงประทับอยู่กับพวกเรา ในกรุงเยรูซาเล็มใหม่

He will be our God and we will be His people.

พระองค์จะทรงเป็นพระเจ้าของเราและเราจะเป็นประชากรของพระองค์

Revelation วิวรณ์ 21:3 3 And I heard a loud voice from the throne saying, “Behold, the dwelling place of God is with man. He will dwell with them, and they will be His people, and God himself will be with them as their God.

3 ข้าพเจ้าได้ยินเสียงดังมาจากพระที่นั่งว่า   “ดูเถิด  พลับพลาของพระเจ้าอยู่กับมนุษย์แล้ว   พระองค์จะทรงสถิตกับเขา   เขาจะเป็นชนชาติของพระองค์   และพระเจ้าเองจะประทับอยู่กับเขา

The inheritance promised to us in Christ and sealed by the Holy Spirit (Ephesians 1:13-14) will become ours, and we will all be co-heirs with Christ.

มรดกที่พระเจ้าทรงสัญญาให้แก่เราจะถูกประทับตราโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ (เอเฟซัส 1:13-14) จะกลายเป็นของเรา   และเรา ทุกคนจะร่วม เป็นทายาท กับพระคริสต์

Ephesians เอเฟซัส 1:13-14 13 In Him you also, when you heard the word of truth, the gospel of your salvation, and believed in Him, were sealed with the promised Holy Spirit,

13 ในพระองค์นั้น   ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน   เมื่อท่านได้ฟังสัจวาทะ   คือข่าวประเสริฐเรื่องความรอดของท่าน   และได้วางใจในพระองค์   ได้รับการผนึกตราไว้ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์แห่งพระสัญญา

14 who is the guarantee of our inheritance until we acquire possession of it, to the praise of His glory.

14เป็นมัดจำของการรับมรดกของเรา   จนกว่าเราจะได้รับเป็นกรรมสิทธิ์   เป็นที่ถวายสรรเสริญแด่พระสิริของพระองค์

Romans โรม 8:17 17 and if children, then heirs—heirs of God and fellow heirs with Christ, provided we suffer with him in order that we may also be glorified with him.

17 และถ้าเราทั้งหลายเป็นบุตรแล้ว   เราก็เป็นทายาท   คือเป็นทายาทของพระเจ้า   และเป็นทายาทร่วมกับพระคริสต์   เมื่อเราทั้งหลายทนทุกข์ทรมานด้วยกันกับพระองค์นั้น   ก็เพื่อเราทั้งหลายจะได้ศักดิ์ศรีด้วยกันกับพระองค์ด้วย  

9 After this I looked, and behold, a great multitude that no one could number, from every nation, from all tribes and peoples and languages, standing before the throne and before the Lamb, clothed in white robes, with palm branches in their hands,

9 ต่อจากนั้นมา   ข้าพเจ้าก็มองดู   และ   ดูเถิด   คนมากมายเหลือคณนามาจากทุกเผ่าพันธุ์   ทุกชาติทุกภาษา   คนเหล่านั้นสวมเสื้อสีขาว   ถือใบตาลยืนอยู่หน้าพระที่นั่ง   และต่อพระพักตร์พระเมษโปดก

10 and crying out with a loud voice, “Salvation belongs to our God who sits on the throne, and to the Lamb!”

10 คนเหล่านั้นร้องเสียงดังว่า   “ความรอดขึ้นอยู่กับพระเจ้าของเราผู้ประทับบนพระที่นั่ง   และขึ้นอยู่กับพระเมษโปดก”

11 And all the angels were standing around the throne and around the elders and the four living creatures, and they fell on their faces before the throne and worshiped God,

11 และทูตสวรรค์ทั้งปวงที่ยืนรอบพระที่นั่ง   รอบผู้อาวุโส   และรอบสัตว์ทั้งสี่นั้น   ก้มลงกราบหน้าพระที่นั่ง   และนมัสการพระเจ้า

12 saying, “Amen! Blessing and glory and wisdom and thanksgiving and honor and power and might be to our God forever and ever! Amen.”

12 และกล่าวว่า   “อาเมนความสรรเสริญ   พระสิริ   ปัญญา   คำโมทนา   พระเกียรติ   อำนาจ   และฤทธิ์เดชจงมีแด่พระเจ้าของเราตลอดไปเป็นนิตย์   อาเมน”  

13 Then one of the elders addressed me, saying, “Who are these, clothed in white robes, and from where have they come?”

13 แล้วคนหนึ่งในพวกผู้อาวุโสนั้นถามข้าพเจ้าว่า   “คนที่สวมเสื้อสีขาวเหล่านี้คือใครและมาจากไหน”

14 I said to him, “Sir, you know.” And he said to me, “These are the ones coming out of the great tribulation. They have washed their robes and made them white in the blood of the Lamb.

14 ข้าพเจ้าตอบท่านว่า   “ท่านเจ้าข้าท่านก็ทราบอยู่แล้ว”   ท่านจึงบอกข้าพเจ้าว่า   “คนเหล่านี้คือคนที่มาจากความทุกข์เวทนาครั้งใหญ่   พวกเขาได้ชำระล้างเสื้อผ้าของเขาในพระโลหิตของพระเมษโปดก   จนเสื้อผ้านั้นขาวสะอาด  

15 “Therefore they are before the throne of God, and serve Him day and night in His temple;

and He who sits on the throne will shelter them with his presence.

15 เพราะเหตุนั้นเขาทั้งหลายจึงได้อยู่หน้าพระที่นั่งของพระเจ้า   และปรนนิบัติพระองค์ในพระวิหาร ของพระองค์ทั้งกลางวันและกลางคืน และพระองค์ผู้ประทับบนพระที่นั่งจะทรงสถิตด้วย   และปกป้องคุ้มครองเขา  

16 They shall hunger no more, neither thirst anymore; the sun shall not strike them, nor any scorching heat.

16 พวกเขาจะไม่หิวกระหายอีกเลย   แสงแดดและความร้อนจะไม่ส่องต้องเขาอีกต่อไป  

17 For the Lamb in the midst of the throne will be their shepherd, and He will guide them to springs of living water, and God will wipe away every tear from their eyes.”

17 เพราะว่าพระเมษโปดก   ผู้ทรงอยู่กลางพระที่นั่งนั้นจะคุ้มครองดูแลเขา   และจะทรงนำเขาไปให้ถึงน้ำพุแห่งชีวิต และพระเจ้าจะทรงเช็ดน้ำตาทุกหยดจากตาของเขาเหล่านั้น”

Since these came out of the great tribulation they must have become Christians during the tribulation and then were martyred for their faith, or they are Christians who were raptured.  

เพราะว่าเกิดเหตุการณความทุกข์เวทนาครั้งใหญ่  พวกเขาจะต้องได้กลายเป็นคริสเตียนในระหว่างยุคความทุกข์ลำเค็ญ และจากนั้นถูกประการเพราะความเชื่อทางศาสนาของพวกเขา    หรือพวกเขาเป็นคริสเตียนผู้ที่ถูกรับขึ้นไปสวรรค์

Persecution of believers has been associated with every age. Christians have often suffered in Jesus' name.

การกดขี่ข่มเหงบรรดาผู้เชื่อเกี่ยวข้องกันทุกยุคทุกสมัย คริสเตียนมักจะได้รับความเดือดร้อนเพราะพระนามของพระเยซู

 

Revelation 7