Saturday, March 1, 2014

 

But this is a satanic dictator who imitates Jesus.

แต่นี้เป็นจอมเผด็จการแบบซาตานที่ลอกเลียนแบบพระเยซู

He rules (a crown was given); he rules with a bow, not a sword; and he exercises dominion over the earth (went out conquering and to conquer). 

จอมเผด็จการนี้ปกครอง (ได้สวมมงกุฎ) เขาปกครองโดยใช้คันธนู ไม่ใช่ดาบ  และเขาปฏิบัติการครอบครองแผ่นดินโลก (ออกไปรบชนะและพิชิต)

But the results of his rule, as described in the following verses, show this is not the reign of Jesus.

แต่ผลจากเผด็จการปกครองของเขา  ชี้ให้เห็นว่านี้ไม่ใช่แบบพระเยซูทรงครอง ตามที่อธิบายในข้อต่อไปนี้  

The reign of Jesus shall not bring war, famine, and strife.

การปกครองของพระเยซูจะไม่นำมาซึ่งสงคราม  การกันดารอาหารและการสู้รบกัน

Many believe this rider to be the antichrist, though the antichrist is more clearly identified later.

หลายคนเชื่อว่าผู้ขี่ม้านี้จะเป็นปฏิปักษ์พระคริสต์  แม้ว่าปฏิปักษ์พระคริสต์ถูกระบุไว้อย่างชัดเจนขึ้นในภายหลัง

I believe he is an antichrist not the Antichrist, he is but a precursor. 

ผมเชื่อว่าเขาเป็นผู้ต่อต้านพระคริสต์   ไม่ใช่ปฏิปักษ์ของพระคริสต์   แต่เป็นผู้นำ

1 John 1 ยอห์น 2:18 18 Children, it is the last hour, and as you have heard that antichrist is coming, so now many antichrists have come. Therefore we know that it is the last hour.

18 ลูกทั้งหลายเอ๋ย   บัดนี้เป็นวาระสุดท้ายแล้ว   และตามที่ท่านทั้งหลายได้ยินได้ฟังมาว่า   ปฏิปักษ์ของพระคริสต์จะมีมา   บัดนี้ปฏิปักษ์ของพระคริสต์ก็มีมามากแล้ว   ฉะนั้นเราจึงรู้ว่าบัดนี้เป็นวาระสุดท้ายแล้ว

He went out conquering and to conquer: This satanic dictator over men will be the more terrible than all previous dictators were. 

เขาเดินออกมาสู้รบและเอาชนะศึกนี้      จอมเผด็จการแบบซาตานครอบครองผู้คนจะน่ากลัวกว่าเผด็จการก่อนหน้านี้ทั้งหมด

The idea of a satanic dictator over men goes back all the way to Nimrod, the ruler over Babel.

ความคิดของเผด็จการแบบซาตานปกครองผู้คนหันแนวทางกลับไปหานิมรอด เจ้าผู้ครองนครบาเบล

The first to be a ruler over multiple cities.

ผู้ครอบครองคนแรกจะเป็นผู้ครองหลายเมือง

Genesis ปฐมกาล 10:8-12 8 Cush fathered Nimrod; he was the first on earth to be a mighty man.

8 คูชมีบุตรชื่อนิมโรด  นิมโรดเริ่มเป็นคนแกล้วกล้าบนแผ่นดิน

9 He was a mighty hunter before the LORD. Therefore it is said, “Like Nimrod a mighty hunter before the LORD.”

9 นิมโรดเป็นพรานใหญ่ยิ่งต่อพระพักตร์พระเจ้า   เพราะฉะนั้นจึงมีคำสุภาษิตว่า   “เหมือนกับนิมโรดพรานใหญ่ยิ่งต่อพระพักตร์พระเจ้า”

10 The beginning of his kingdom was Babel, Erech, Accad, and Calneh, in the land of Shinar.

10 อาณาจักรแรกๆของนิมโรดนั้น   คือเมืองบาบิโลน  เมืองเอเรก   และเมืองอัคคัด   เมืองทั้งสามนี้อยู่ในแผ่นดินชินาร์

11 From that land he went into Assyria and built Nineveh, Rehoboth-Ir, Calah, and

11 นิมโรดไปจากประเทศนั้นยังแผ่นดินอัสซีเรีย   สร้างเมืองนีนะเวห์   เมืองเรโหโบทอีร์เมืองคาลาห์

12 Resen between Nineveh and Calah; that is the great city.

12 และเมืองเรเสนซึ่งอยู่ระหว่างเมืองนีนะเวห์กับเมืองคาลาห์   เมืองนี้เป็นเมืองใหญ่

The world’s political and social scene is certainly set for such a political leader. 

ฉากเหตุการณ์ทางการเมืองและสังคมของโลกแน่นอนตั้งไว้เพื่อผู้นำทางการเมืองเช่นนั้น

The four horsemen are symbolic descriptions of different events which will take place in the end times.

ผู้ขี่ม้าสี่คนเป็นคำอธิบายเชิงสัญลักษณ์ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแตกต่างกันซึ่งจะเกิดขึ้นในเวลาสิ้นยุค

The second horseman of the Apocalypse appears in Revelation 6:4

ผู้ขี่ม้าคนที่สองของบันทึกคัมภีร์ของศาสนาคริสต์ปรากฏในวิวรณ์ 6:4

The second horseman refers to terrible warfare that will break out in the end times.

ผู้ขี่ม้าคนที่สองหมายถึงสงครามที่น่ากลัวที่จะเกิดขึ้นในเวลาสิ้นสุด

3 When he opened the second seal, I heard the second living creature say, “Come!”

3 เมื่อพระองค์ทรงแกะตราดวงที่สองนั้นแล้ว   ข้าพเจ้าก็ได้ยินสัตว์ตัวที่สองร้องว่า   “มาเถอะ”

4 And out came another horse, bright red. Its rider was permitted to take peace from the earth, so that men should slay one another, and he was given a great sword.

4 และมีม้าอีกตัวหนึ่งเข้ามาเป็นม้าสีแดงสด   ผู้ที่ขี่ม้าตัวนี้ได้รับพระราชานุญาตให้นำสันติสุขไปจากแผ่นดินโลก   เพื่อให้คนทั้งปวงรบราฆ่าฟันกัน   และท่านผู้นี้ได้รับพระราชทานดาบใหญ่เล่มหนึ่ง 

The third horseman is described in Revelation 6:5-6. 

ผู้ขี่ม้าคนที่สามได้ถูกการอธิบายไว้ในวิวรณ์ 6:5-6

The third horseman of the Apocalypse refers to a great famine that will take place, likely as a result of the wars from the second horseman.

ผู้ขี่ม้าคนที่สามของบันทึกคัมภีร์ศาสนาคริสต์ หมายถึงการกันดารอาหารครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นน่าจะเป็นผลมาจากสงครามจากผู้ขี่ม้าคนที่สอง

5 When he opened the third seal, I heard the third living creature say, “Come!” And I looked, and behold, a black horse! And its rider had a pair of scales in his hand.

5 เมื่อพระองค์ทรงแกะตราดวงที่สามนั้นแล้ว   ข้าพเจ้าก็ได้ยินสัตว์ตัวที่สามร้องว่า   “มาเถอะ”   แล้วข้าพเจ้าก็แลเห็น และดูเถิด  ม้าดำตัวหนึ่งเข้ามา   และท่านที่ขี่ม้านั้นถือตราชู

6 And I heard what seemed to be a voice in the midst of the four living creatures, saying, “A quart of wheat for a denarius, and three quarts of barley for a denarius, and do not harm the oil and wine!”

6 แล้วข้าพเจ้าก็ได้ยินเสียง   เหมือนกับว่าดังออกมาจากท่ามกลางสัตว์ทั้งสี่นั้นว่า   “ข้าวสาลีราคาทะนานละหนึ่งเดนาริอัน   ข้าวบารลีสามทะนานต่อหนึ่งเดนาริอัน   แต่เจ้าอย่าทำอันตรายแก่น้ำมันและน้ำองุ่น”  

The fourth horseman of the Apocalypse is symbolic of death and devastation.

ผู้ขี่ม้าคนที่สี่ของบันทึกคัมภีร์ศาสนาคริสต์เป็นสัญลักษณ์แห่งความตายและการทำลายล้าง

It seems to be a combination of the previous horsemen.

มันดูเหมือนว่าจะมีการผนึกร่วมกันของพวกผู้ที่ขี่ม้าก่อนหน้านี้

The fourth horseman of the Apocalypse will bring further warfare and terrible famines along with awful plagues and diseases.

ผู้ขี่ม้าคนที่สี่ของบันทึกคัมภีร์ศาสนาคริสต์จะนำมาซึ่งการต่อสู้รบต่อไปและการกันดารอาหารร้ายแรงพร้อมกับภัยพิบัติและโรคที่น่ากลัว

7 When he opened the fourth seal, I heard the voice of the fourth living creature say, “Come!”

7 เมื่อพระองค์ทรงแกะตราดวงที่สี่นั้นแล้ว   ข้าพเจ้าก็ได้ยินเสียงสัตว์ตัวที่สี่ร้องว่า   “มาเถอะ”

8 And I looked, and behold, a pale horse! And its rider's name was Death, and Hades followed him. And they were given authority over a fourth of the earth, to kill with sword and with famine and with pestilence and by wild beasts of the earth.

8 แล้วข้าพเจ้าก็แลเห็น   และดูเถิด   ม้าสีกะเลียวตัวหนึ่งเข้ามา   ผู้ที่นั่งบนหลังม้านั้นมีชื่อว่ามัจจุราช   และแดนคนตายก็ติดตามมาด้วย   พระองค์ทรงให้ทั้งสองนี้มีอำนาจล้างผลาญแผ่นดินโลกได้หนึ่งในสี่ส่วน   ด้วยคมดาบ   ด้วยความอดอยาก   ด้วยโรคระบาด   และด้วยสัตว์ร้ายแห่งแผ่นดิน  

What is most amazing, or perhaps terrifying, is that the four horsemen of the Apocalypse are just “precursors” of even worse judgments that come later in the tribulation (Revelation chapters 8–9 and 16).

สิ่งที่น่าประหลาดใจหรืออาจจะน่ากลัวที่สุด  ก็คือผู้ขี่ม้าทั้งสี่ของบันทึกคัมภีร์ศาสนาคริสต์เป็นเพียง "ผู้มาก่อน" ของการพิพากษาที่ร้ายแรงยิ่งขึ้น ที่มาภายหลังยุคแห่งความทุกข์ลำเค็ญ (วิวรณ์บทที่ 8-9 และ 16)

www.wdbydana.com/sermon.html

 

Revelation 6 and Linda