Search the site

Calvary Chapel at the Bridge Phuket ThailandCalvary Chapel at the Bridge

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Wednesday, February 26, 2014

 

Revelation chapter 5 The Scroll with Seven Seals

วิวรณ์ บทที่5 หนังสือม้วนที่ประทับตราเจ็ดดวง

1 Then I saw in the right hand of Him who was seated on the throne a scroll written within and on the back, sealed with seven seals.

1 และในพระหัตถ์เบื้องขวาของพระองค์ผู้ประทับบนพระที่นั่งนั้น   ข้าพเจ้าได้เห็นหนังสือม้วนหนึ่งเขียนไว้ทั้งข้างในและข้างนอก   มีตราประทับอยู่เจ็ดดวง

This means that this scroll is unusual.  It wasn't common practice to write on both sides of the scroll. 

ซึ่งหมายความว่าหนังสือม้วนนี้ไม่ธรรมดา  มันไม่ได้เป็นการกระทำที่ธรรมดา  ที่จะเขียนทั้งสองด้านของหนังสือม้วน

This means that whatever the information on this scroll, there is a lot of it - almost more than the scroll can contain.  

ซึ่งหมายความว่ามีสิ่งต่างๆ มากมาย ที่เป็นข้อมูลในหนังสือม้วนนี้   – จนหนังสือม้วนแทบจะบรรจุไม่พอ

This scroll is sealed with seven seals; there are seven strings sealed with wax around the scroll.

หนังสือม้วนนี้จะถูกประทับด้วยตราเจ็ดดวง    มีตราเจ็ดดวงประทับปิดผนึกด้วยขี้ผึ้งรอบหนังสือม้วน

All the seals must be opened before the scroll can be read.  

ตราทุกดวงต้องถูกแกะออกก่อนที่หนังสือม้วนจะคลี่ออกอ่านได้

There have been many suggestions as to what the scroll says. 

มีข้อเสนอแนะนำหลายข้อตามที่หนังสือม้วนบอก

Pastor Jon Courson says, “It’s the title deed to planet earth. The title deed to this planet was originally given to Adam in the Garden of Eden when God told him to subdue the earth.” 

หลวงพ่อจอน คูร์สัน กล่าวว่า " มันเป็นโฉนดที่ดินเพื่อแผ่นดินโลก โฉนดที่ดินให้กับโลกใบนี้กำเนิดมาจากอาดัมในสวนเอเดนเมื่อพระเจ้าทรงบอกให้เขามีอำนาจเหนือแผ่นดิน"

Genesis ปฐมกาล 1:28 28 And God blessed them. And God said to them, “Be fruitful and multiply and fill the earth and subdue it and have dominion over the fish of the sea and over the birds of the heavens and over every living thing that moves on the earth.”

28 พระเจ้าทรงอวยพระพรแก่มนุษย์   ตรัสแก่เขาว่า   “จงมีลูกดกทวีมากขึ้นจนเต็มแผ่นดิน   จงมีอำนาจเหนือแผ่นดิน   จงครอบครองฝูงปลาในทะเล   และฝูงนกในอากาศ  กับบรรดาสัตว์ที่เคลื่อนไหวบนแผ่นดิน”

But Adam forfeited his right to ownership when he ate of the fruit of the tree of the knowledge of good and evil.

แต่อาดัมถูกริบสิทธิของความเป็นเจ้าของเมื่อเขาได้กินผลไม้ของต้นไม้แห่งความรู้ดีและรู้ชั่ว

Although Eve was tricked into eating the forbidden fruit, Adam’s was an overt, calculated act of rebellion, which is why the Bible speaks of Adam’s sin as that which transferred to Satan the title deed of our planet.

แม้ว่าอีวาถูกใช้เล่ห์เหลี่ยมให้กินผลไม้ต้องห้าม   การกระทำของอาดัมแสดงเจตนาชัดเจน   นับเป็นการก่อการกบฏ  ซึ่งเป็นเหตุผลที่พระคัมภีร์พูดถึงความบาปของอาดัม เหมือนโฉนดแผ่นดินของเราถูกเปลี่ยนมือไปตกที่ซาตาน

Romansโรม 5:14-16 14 Yet death reigned from Adam to Moses, even over those whose sinning was not like the transgression of Adam, who was a type of the one who was to come.

14 อย่างไรก็ตาม   ความตายก็ได้ครอบงำตลอดมา   ตั้งแต่อาดัมจนถึงโมเสส   แม้คนที่มิได้ทำบาปอย่างเดียวกับการละเมิดของอาดัม   ผู้ซึ่งเป็นแบบของผู้ที่จะเสด็จมาภายหลัง  

15 But the free gift is not like the trespass. For if many died through one man's trespass, much more have the grace of God and the free gift by the grace of that one man Jesus Christ abounded for many.

15 แต่ของประทานแห่งพระคุณนั้นหาเป็นเช่นความละเมิดนั้นไม่   เพราะว่าถ้าคนเป็นอันมากต้องตายเพราะการละเมิดของคนๆเดียว   มากยิ่งกว่านั้น   พระคุณของพระเจ้าและของประทานโดยพระคุณของพระองค์ผู้เดียวนั้น   คือพระเยซูคริสต์   ก็มีบริบูรณ์แก่คนเป็นอันมาก

16 And the free gift is not like the result of that one man's sin. For the judgment following one trespass brought condemnation, but the free gift following many trespasses brought justification.

16 และของประทานนั้นก็ไม่เหมือนกับผล   ซึ่งเกิดจากบาปของคนนั้นคนเดียว   เพราะว่าการพิพากษาที่เกิดขึ้นเนื่องจากการละเมิดเพียงครั้งเดียวนั้น   ได้นำไปสู่การลงโทษ   แต่ของประทานจากพระเจ้าภายหลังการละเมิดหลายครั้งนั้น   นำไปสู่ความชอบธรรม 

This explains why Paul called Satan the god of this world.

นี้อธิบายว่าทำไมเปาโลจึงเรียกซาตานว่าเทพเจ้าแห่งโลกนี้

2 Corinthians 2 โครินธ์ 4:4  4 In their case the god of this world has blinded the minds of the unbelievers, to keep them from seeing the light of the gospel of the glory of Christ, who is the image of God.

4 ส่วนคนที่ไม่เชื่อนั้น   พระของยุคนี้ได้กระทำใจของเขาให้มืดไป   เพื่อไม่ให้เขาได้เห็นความสว่างของข่าวประเสริฐ   เรื่องพระสิริของพระคริสต์ผู้เป็นพระฉายของพระเจ้า

And why Jesus referred to Satan as the prince of this world.

และเหตุผลที่พระเยซูเรียกซาตานว่าเป็นจ้าวแห่งโลกนี้

John ยอห์น 12:31 31 Now is the judgment of this world; now will the ruler of this world be cast out.

31 บัดนี้ถึงเวลาที่จะพิพากษาโลกนี้แล้ว   เดี๋ยวนี้เจ้าโลกนี้จะถูกกำจัดออกไป

Another suggestion by William Barclay is "God's will and testament, His final settlement of the affairs of the universe.

มีข้อเสนอแนะอีกอย่าง โดยวิลเลียม บาร์เคลย์ คือ " พระประสงค์ของพระเจ้าและพันธสัญญา  พระราชกิจสุดท้ายที่ทรงจัดการกับจักรวาลนี้

This is based on the idea that customarily, under Roman law, wills were sealed with seven seals, each from a witness to the validity of the will.

นี้ตั้งอยู่บนความคิดที่ว่าตามธรรมเนียม  ภายใต้กฎหมายโรมัน  พินัยกรรมถูกประทับตราเจ็ดดวง แต่ละดวงจากพยานความเที่ยงตรงของพินัยกรรม

2 And I saw a strong angel proclaiming with a loud voice, “Who is worthy to open the scroll and break its seals?”

2 และข้าพเจ้าได้เห็นทูตสวรรค์ที่มีฤทธิ์องค์หนึ่ง   ประกาศด้วยเสียงอันดังว่า   “ใครเป็นผู้ที่สมควรจะแกะตราและคลี่หนังสือม้วนนั้นออก”

In other words, “Who is able to meet the requirements, to pay off the debt?”

ในคำอื่น ๆ "เป็นใครสามารถที่จะตอบสนองความต้องการที่จะชำระหนี้ได้หรือไม่"

3 And no one in heaven or on earth or under the earth was able to open the scroll or to look into it,

3 และไม่มีผู้ใดในสวรรค์   บนแผ่นดินโลก   หรือใต้แผ่นดินที่สามารถคลี่หนังสือม้วนนั้นออก   หรือดูหนังสือนั้นได้

4 and I began to weep loudly because no one was found worthy to open the scroll or to look into it.

4 และข้าพเจ้าก็ร่ำไห้   เพราะไม่มีผู้ใดสมควรจะคลี่หนังสือม้วนนั้นออกหรือดูหนังสือนั้นได้

5 And one of the elders said to me, “Weep no more; behold, the Lion of the tribe of Judah, the Root of David, has conquered, so that he can open the scroll and its seven seals.”

5 และมีผู้หนึ่งในพวกผู้อาวุโสนั้น  บอกแก่ข้าพเจ้าว่า  “อย่าร้องไห้เลย  นี่แน่ะ  สิงห์แห่งเผ่ายูดาห์   เชื้อสายของดาวิด  พระองค์ทรงมีชัยแล้ว  พระองค์จึงทรงสามารถแกะตราทั้งเจ็ดดวงและคลี่หนังสือม้วนนั้นออกได้” 

The Messianic title Lion of the tribe of Judah comes from these three passages.

พระนามที่เรียกพระเมสสิยาห์ว่าสิงห์แห่งเผ่ายูดาห์มาจากเนื้อหาพระคัมภีร์ทั้งสามตอน

Genesis ปฐมกาล 49:9-10 9 Judah is a lion's cub; from the prey, my son, you have gone up.   He stooped down; he crouched as a lion and as a lioness; who dares rouse him?

9 ยูดาห์เป็นลูกสิงห์   ลูกเอ๋ย  เจ้าขึ้นไปจากเหยื่อ   เขาก้มลง  เขาหมอบลงเหมือนสิงห์ตัวผู้   และเหมือนสิงห์ตัวเมีย   ใครจะกล้าแหย่เขาให้ลุกขึ้น   

10 The scepter shall not depart from Judah, nor the ruler's staff from between his feet, until tribute comes to him; and to him shall be the obedience of the peoples.

10 ธารพระกรจะไม่ขาดไปจากยูดาห์   ทั้งไม้ถือของผู้ปกครองจะไม่ขาดไปจากหว่างเท้าของเขา   จนกว่าชีโลห์จะมา   และชนชาติทั้งหลายจะเชื่อฟังผู้นั้น  

Isaiah อิสยาห์ 31:4 4 For thus the LORD said to me, “As a lion or a young lion growls over his prey, and when a band of shepherds is called out against him is not terrified by their shouting or daunted at their noise, so the LORD of hosts will come down to fight on Mount Zion and on its hill.

4 เพราะพระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าดังนี้ว่า    ดังสิงห์หรือสิงห์หนุ่มคำรามอยู่เหนือเหยื่อของมัน  และเมื่อเขาเรียกผู้เลี้ยงแกะหมู่หนึ่งมาสู้มัน   มันไม่คร้ามกลัวต่อเสียงโห่ร้องของเขาทั้งหลาย  หรือย่อย่นต่อเสียงอึงคะนึงของเขา ดั่งนั้นแหละพระเจ้าจอมโยธาจะเสด็จลงมา  

Hosea โฮเชยา 11:10 10 They shall go after the LORD; He will roar like a lion; when He roars, His children shall come trembling from the west;

10 เขาทั้งหลายจะติดตามพระเจ้าไป   ผู้ซึ่งมีสิงหนาทดั่งราชสีห์   เออ  พระองค์จะทรงเปล่งพระสุรเสียง  และบุตรทั้งหลายของพระองค์   จะตัวสั่นสะท้านมาจากทิศตะวันตก  

The title Root of David comes from:

ตำแหน่งวงศ์วานของดาวิดมาจาก:

Isaiah อิสยาห์ 11:1010 In that day the root of Jesse, who shall stand as a signal for the peoples—of him shall the nations inquire, and his resting place shall be glorious.

10 ในวันนั้น  รากแห่งเจสซี   ซึ่งตั้งขึ้นเป็นเครื่องหมายแก่ชนชาติทั้งหลาย   จะเป็นที่แสวงหาของบรรดาประชาชาติ   และที่พำนักของท่านจะรุ่งโรจน์

The title is repeated in:

ตำแหน่งนั้นได้กล่าวซ้ำใน:

Revelation วิวรณ์ 22:16 16 “I, Jesus, have sent my angel to testify to you about these things for the churches. I am the root and the descendant of David, the bright morning star.”

16 “ข้าพระองค์คือเยซูผู้ใช้ให้ทูตสวรรค์ของเรา   ไปเป็นพยานสำแดงเหตุการณ์เหล่านี้แก่ท่าน   เพื่อคริสตจักรทั้งหลาย   ข้าพระองค์เป็นเชื้อสายของดาวิด   และเป็นดาวประจำรุ่งอันสุกใส”  

Revelation วิวรณ์ 5:6 6 And between the throne and the four living creatures and among the elders I saw a Lamb standing, as though it had been slain, with seven horns and with seven eyes, which are the seven spirits of God sent out into all the earth.

6 และระหว่างพระที่นั่งกับสัตว์ทั้งสี่นั้น   และท่ามกลางพวกผู้อาวุโส   ข้าพเจ้าแลเห็นพระเมษโปดกประทับยืนอยู่ประหนึ่งทรงถูกปลงพระชนม์   พระเมษโปดกทรงมีเขาเจ็ดเขาและมีตาเจ็ดดวง   ซึ่งเป็นวิญญาณทั้งเจ็ดของพระเจ้า   ที่ทรงส่งออกไปทั่วแผ่นดินโลก

Because of the elder's announcement, John expected to see a Lion, but sees a Lamb instead. The title given Him by John the Baptist. 

ยอห์นคาดหวังว่าจะเห็นสิงโต เพราะการประกาศของผู้อาวุโส   แต่เห็นพระเมษโปดกแทน พระองค์ทรงรับตำแหน่งที่แต่งตั้งจากยอห์นบัพติศมา

John ยอห์น 1:29 29 The next day he saw Jesus coming toward him, and said, “Behold, the Lamb of God, who takes away the sin of the world!

29 วันรุ่งขึ้นยอห์นเห็นพระเยซูกำลังเสด็จมาทางท่าน   ท่านจึงกล่าวว่า   “จงดูพระเมษโปดกของพระเจ้า   ผู้ทรงรับความผิดบาปของโลกไปเสีย

“Having seven horns and seven eyes, which are the seven Spirits of God sent out into all the earth”: Even though the marks of His sacrifice are evident, the Lamb is not presented as an object of pity. 

"มีเจ็ดเขาและเจ็ดตาซึ่งเป็นพระวิญญาณทั้งเจ็ดของพระเจ้าที่ส่งออกไปทั่วแผ่นดินโลก": แม้ว่าเครื่องหมายของการเสียสละของเขาจะเห็นได้ชัดพระเมษโปดกที่ไม่ได้นำเสนอเป็นวัตถุสงสาร

He also bears the marks of omnipotence (seven horns) and omniscience (seven eyes).  What a figure! 

นอกจากนี้พระองค์ทรงรับเครื่องหมายผู้ทรงพลานุภาพสูงสุด  (แตรเจ็ดคัน) และทรงสัพพัญญู (ตาเจ็ดดวง) ช่างเป็นบุคคลที่เหมาะมากเลย!

A slain Lamb, who has the marks of omniscience and omnipotence!

พระเมษโปดกผู้ถูกประหาร    ผู้ทรงมีเครื่องหมายทรงสัพพัญญูและทรงพลานุภาพสูงสุด!

Revelation วิวรณ์ 5:7-8 7 And He went and took the scroll from the right hand of Him who was seated on the throne.

7 และพระเมษโปดกนั้นได้เข้ามารับม้วนหนังสือจากพระหัตถ์เบื้องขวาของพระองค์   ผู้ประทับบนพระที่นั่งนั้น

8 And when He had taken the scroll, the four living creatures and the twenty-four elders fell down before the Lamb, each holding a harp, and golden bowls full of incense, which are the prayers of the saints.

8 เมื่อพระองค์ทรงรับหนังสือนั้นแล้ว   สัตว์ทั้งสี่กับผู้อาวุโสยี่สิบสี่คนนั้น   ก็ทรุดตัวลงถวายบังคมพระเมษโปดก   ทุกคนถือพิณและถือขันทองคำบรรจุเครื่องหอม   ซึ่งเป็นคำอธิษฐานของธรรมิกชนทั้งปวง

Golden bowls full of incense: In this we see how precious the prayers are the saints are to God. 

ขันทองคำบรรจุเครื่องหอม: ในนี้เราเห็นว่าการอธิษฐานโดยพวกธรรมิกชนทูลต่อพระเจ้ามีค่าเลิศประเสริฐ

He regards them as a sweet smelling incense, as if set in precious golden bowls.

พระองค์ทรงนับว่าคำอธิษฐานของพวกเขาเหมือนเครื่องถวายบูชาหอมหวาน ดังเช่นขันทองคำอันมีค่ามาก

I suggest that these are prayers of praise, not petitions, because we have only one Mediator between Man and God. 

ผมขอเสนอว่าคำอธิษฐานสรรเสริญเหล่านี้  ไม่ใช่การอุทธรณ์  เพราะเรามีคนกลางเพียงผู้เดียวระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า

1 Timothy 1 ทิโมธี  2:5 5 For there is one God, and there is one mediator between God and men, the man Christ Jesus,

5 ด้วยเหตุว่ามีพระเจ้าองค์เดียว   และมีคนกลางแต่ผู้เดียวระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์   คือพระเยซูคริสต์ผู้ทรงสภาพเป็นมนุษย์

Psalm สดุดี 141:2 2 Let my prayer be counted as incense before you, and the lifting up of my hands as the evening sacrifice!

2 ขอให้คำอธิษฐานของข้าพระองค์เป็นดัง เครื่องหอมต่อพระพักตร์พระองค์  
และที่ข้าพระองค์ยกมือขึ้นอธิษฐาน   เป็นดังเครื่องสัตวบูชาเวลาเย็น  

Revelation วิวรณ์ 5:9-10

9 And they sang a new song, saying,“Worthy are You to take the scroll and to open its seals, for you were slain, and by your blood You ransomed people for God from every tribe and language and people and nation,

9 และเขาทั้งหลายก็ร้องเพลงใหม่ว่าดังนี้    “พระองค์ทรงเป็นผู้ที่สมควรจะทรงรับม้วนหนังสือ   และแกะตราม้วนหนังสือนั้นออก   เพราะว่าพระองค์ทรงถูกปลงพระชนม์แล้ว   และด้วยพระโลหิตของพระองค์นั้น  พระองค์ได้ทรงไถ่คนทุกเผ่า  ทุกภาษา  ทุกชาติและทุกประเทศเพื่อถวายแด่พระเจ้า  

10 and You have made them a kingdom and priests to our God, and they shall reign on the earth.”

10 พระองค์ได้ทรงโปรดให้เขาเป็นราชอาณาจักร   และเป็นปุโรหิตของพระเจ้าของเรา  
  และพวกเขาจะได้ครอบครองแผ่นดินโลก”  

The song honors the price of redemption: for You were slain

บทเพลงยกย่องสรรเสริญค่าแห่งการทรงไถ่  : เพราะพระองค์ทรงถูกประหาร

The song honors the worker of redemption: have redeemed us

บทเพลงยกย่องสรรเสริญคนงานที่ทำการไถ่ถอน: ผู้ได้ทรงไถ่เรา

The song honors the destination of redemption: have redeemed us to God

บทเพลงยกย่องสรรเสริญเป้าหมายของการทรงไถ่: ได้ทรงไถ่เราถวายแด่พระเจ้า

The song honors the payment of redemption: by Your blood

บทเพลงยกย่องสรรเสริญค่าชดใช้ของการทรงไถ่  : โดยพระโลหิตพระองค์

The song honors the scope of redemption: every tribe and tongue and people and nation

บทเพลงยกย่องสรรเสริญขอบเขตของการทรงไถ่ :  ทุกชนเผ่า ทุกภาษา ทุกชนชาติ และทุกประเทศ

The song honors the length of redemption: have made us kings and priests to our God

บทเพลงยกย่องสรรเสริญระยะเวลาการทรงไถ่ : ทำให้เราเป็นกษัตริย์และปุโรหิตของพระเจ้าของเรา

The song honors the result of redemption: and we shall reign on the earth

บทเพลงยกย่องสรรเสริญผลจากการทรงไถ่ :  และเราจะได้ครอบครองแผ่นดินโลก

11 Then I looked, and I heard around the throne and the living creatures and the elders the voice of many angels, numbering myriads of myriads and thousands of thousands,

11 แล้วข้าพเจ้าก็มองดู   และข้าพเจ้าได้ยินเสียงทูตสวรรค์เป็นอันมากนับเป็นโกฏิๆ   เป็นแสนๆ   ซึ่งอยู่ล้อมรอบพระที่นั่งรอบสัตว์และผู้อาวุโสทั้งหลายนั้น

12 saying with a loud voice, “Worthy is the Lamb who was slain, to receive power and wealth and wisdom and might and honor and glory and blessing!”

12 ร้องเสียงดังว่า   “พระเมษโปดกผู้ทรงถูกปลงพระชนม์แล้วนั้น   เป็นผู้ที่สมควรได้รับฤทธิ์เดช   ทรัพย์สมบัติ   ปัญญา   อานุภาพ   เกียรติ   พระสิริ   และคำสดุดี”

In their song, the angels do not offer praise for their redemption. 

ในเพลงของพวกเขา   ทูตสวรรค์ไม่ได้ยกย่องสรรเสริญการทรงไถ่พวกเขา

This is because angels are not subjects of this redemption but they are careful observers of it, and are therefore able to praise God because of it.

ทั้งนี้เพราะทูตสวรรค์ไม่ได้เป็นผู้ได้รับการทรงไถ่นี้ แต่พวกเขาเป็นผู้สังเกตการณ์อย่างรอบคอบและดังนั้นจึงสามารถที่จะร้องสรรเสริญพระเจ้าเพราะการนี้

1 Peter  1 เปโตร 1:12 12 It was revealed to them that they were serving not themselves but you, in the things that have now been announced to you through those who preached the good news to you by the Holy Spirit sent from heaven, things into which angels long to look.

12 ก็ทรงโปรดเผยให้ผู้เผยพระวจนะเหล่านั้นทราบว่า   ที่เขาเหล่านั้นได้ปรนนิบัติในเหตุการณ์ทั้งปวงนั้น   ไม่ใช่สำหรับเขาเองแต่สำหรับท่านทั้งหลาย   บัดนี้คนเหล่านั้นที่ประกาศข่าวประเสริฐแก่ท่านทั้งหลาย   ก็ได้กล่าวสิ่งเหล่านั้นแก่ท่านแล้ว   โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทรงโปรดประทานจากสวรรค์   เป็นสิ่งซึ่งพวกทูตสวรรค์ปรารถนาจะได้ดู 

Ephesians เอเฟซัส 3:10 10 so that through the church the manifold wisdom of God might now be made known to the rulers and authorities in the heavenly places.

10 ประสงค์จะให้เทพผู้ปกครองและศักดิเทพในสวรรค์สถาน   รู้จักปัญญาอันซับซ้อนของพระเจ้าทางคริสตจักร ณ บัดนี้

Revelation วิวรณ์ 5:13-14 13 And I heard every creature in heaven and on earth and under the earth and in the sea, and all that is in them, saying, “To Him who sits on the throne and to the Lamb be blessing and honor and glory and might forever and ever!”

13 และข้าพเจ้าได้ยินเสียงสิ่งมีชีวิตทั้งหมด   ทั้งในสวรรค์   ในแผ่นดินโลก   ใต้แผ่นดิน   ในมหาสมุทร   บรรดาที่อยู่ในที่เหล่านั้น   ร้องว่า   “ขอให้คำสดุดีและเกียรติ   และพระสิริและฤทธิ์เดช   จงมีแด่พระองค์ผู้ประทับบนพระที่นั่ง   และแด่พระเมษโปดกตลอดไปเป็นนิตย์”

14 And the four living creatures said, “Amen!” and the elders fell down and worshiped.

14 และสัตว์ทั้งสี่นั้นก็ร้องว่า   “อาเมน”   และผู้อาวุโสเหล่านั้นก็ทรุดตัวลงกราบนมัสการ

Because the Lamb slain has taken control of the Book—the scroll, the title deed to earth—worship abounds.

เพราะพระเมษโปดกที่ถูกประหารทรงควบคุมหนังสือ --- หนังสือม้วน โฉนดที่ดินเพื่อแผ่นดิน  จึงเกิดการนมัสการแซ่ซ้องไปทั่ว

God’s Word for Today is the radio program of Calvary Chapel at the Bridge. 

พระคำของพระเจ้าสำหรับวันนี้ เป็นรายการวิทยุคริสเตียนของคริสตจักรคาลแวรี่ ที่สะพาน

The Sarasin Bridge connects Phang Nga and Phuket.  The Lord Jesus is the bridge between God and mankind.

สะพานสารสินนี้เชื่อมต่อระหว่างพังงากับภูเก็ต องค์พระเยซูทรงเป็นสะพานเชื่อมระหว่างพระเจ้ากับมนุษยชาติ

Khun Ohn, bot nii yuu tii nay khrap?  Mii prachum mua rai khrap?

The Sunday church service has preaching from the Word of God, studying verse by verse similar to what we do on the radio.  Now, we are in the New Testament book of James.

คริสตจักรประชุมนมัสการอาทิตย์  มีการเทศนาพระคำของพระเจ้า   โดยเรียนทีละข้อคล้ายกับที่เราทำอยู่ทางรายการวิทยุ   ตอนนี้เรากำลังศึกษาหนังสือยากอบในพันธสัญญาใหม่

We worship together, sing songs, we have a separate meeting for the children, we fellowship together, and pray to God for His help in our lives. 

พวกเรานมัสการ   ร่วมกันร้องเพลง    เรามีการประชุมที่แยกต่างหากสำหรับเด็กๆ เราสามัคคีธรรมด้วยกันและสวดอ้อนวอนพระเจ้าเพื่อขอให้พระองค์ทรงช่วยในชีวิตของเรา

We invite you to visit or attend our church, all people of all religions are welcome.

เราอยากเชิญท่านมาร่วมประชุมที่โบสถ์  เรายินดีต้อนรับพี่น้องทุกศาสนา มาร่วมประชุม

We invite you to check out our website at www.phuketchurch.org

เราขอเชิญพี่น้องเข้าชมเว็บไซต์ของเราได้ที่ www.phuketchurch.org

Listen again every Wednesday, Saturday and Sunday morning to Happy Radio 105.25 MHz at this time for God’s Word For Today.

พี่น้องสามารถรับฟังพระคำของพระเจ้าได้อีกครั้ง ทุกเช้าวันพุธ, วันเสาร์และวันอาทิตย์ ที่วิทยุ แฮปปี้ เรดิโอ  

 

Revelation 5 and Tom

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian Links Daily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash Cards Thai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top