Wednesday, January 8, 2014

 

1 John 3 The Father’s Love

1ยอห์น 3 ความรักของพระบิดา

1 See what kind of love the Father has given to us, that we should be called children of God; and so we are. The reason why the world does not know us is that it did not know him.

1 จงดูเถิด   พระบิดาทรงโปรดประทานความรักแก่เราทั้งหลายเพียงไร   ที่เราจะได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้า   และเราก็ได้เป็นเช่นนั้น   เหตุที่โลกไม่รู้จักเราทั้งหลาย   ก็เพราะเขาไม่รู้จักพระองค์

I am so glad to be a child of God, loved by Him.  There are many in the world that don’t recognize that precious relationship, because they don’t know Him yet.

ผมดีใจที่ได้เป็นบุตรของพระเจ้า   เป็นที่รักของพระองค์  มีคนมากมายในโลกที่ไม่รู้จักคุณค่าความสัมพันธ์ที่ประเสริฐ   เป็นเพราะพวกเขายังไม่รู้จักพระองค์

Luke ลูกา 15:11-32  11And he said, “There was a man who had two sons.

11 พระองค์ตรัสว่า   “ชายคนหนึ่งมีบุตรสองคน

12 And the younger of them said to his father, ‘Father, give me the share of property that is coming to me.’ And he divided his property between them.

12 บุตรคนเล็กพูดกับบิดาว่า   'บิดาเจ้าข้า   ขอทรัพย์ที่ตกเป็นส่วนของข้าพเจ้าเถิด'   บิดาจึงแบ่งสมบัติให้แก่บุตรทั้งสอง

The Father was slow to anger.

พระบิดาทรงกริ้วช้า


Psalm เพลงสดุดี 103:8 8The LORD is merciful and gracious, slow to anger and abounding in steadfast love.

8 องค์พระผู้เป็นเจ้า+ทรงเมตตาและทรงพระคุณ ทรงพระพิโรธช้าและเปี่ยมด้วยความรักมั่นคง He was just, one son asked for the inheritance both received.                                                     เขาเป็นคนยุติธรรม  เพียงบุตรชายคนหนึ่งขอรับมรดกที่ทั้งสองคนได้รับ13                              Not many days later, the younger son gathered all he had and took a journey into a far country, and there he squandered his property in reckless living.                                                                                                        13 ต่อมาไม่กี่วันบุตรคนเล็กนั้นก็รวบรวมทรัพย์ทั้งหมดแล้วไปเมืองไกล   และได้ผลาญทรัพย์ของตนที่นั่นด้วยการเป็นนักเลง                                                                                                                                                                     14 And when he had spent everything, a severe famine arose in that country, and he began to be in need.                                                                                                                                                                                                                                14 เมื่อใช้ทรัพย์หมดแล้วก็เกิดกันดารอาหารยิ่งนักทั่วเมืองนั้น   เขาจึงขัดสน                                 15 So he went and hired himself out to one of the citizens of that country, who sent him into his fields to feed pigs.                                                                                                                                                                                                      15 เขาไปอาศัยอยู่กับชาวเมืองนั้นคนหนึ่ง   และคนนั้นก็ใช้เขาไปเลี้ยงหมูที่ทุ่งนา                                          6 And he was longing to be fed with the pods that the pigs ate, and no one gave him anything    .16 เขาใคร่จะได้อิ่มท้องด้วยฝักถั่วที่หมูกินนั้น   แต่ไม่มีใครให้อะไรเขากิน                                    For the younger son to ask for an early inheritance was like asking his father to die! It must have broken the father’s heart, but he gave the boy his share of the wealth! God likewise has shared His wealth with a world of lost sinners, and they have wasted it                                         เพราะบุตรชายคนเล็กที่ขอมรดกไปก่อน เหมือนกับขอให้บิดาของเขากำลังไปตาย! มันต้องทำให้หัวใจของบิดาเสียใจ  แต่บิดาก็ให้บุตรนั้นรับส่วนแบ่งของความมั่งคั่งไป! พระเจ้าเช่นเดียวกันที่ทรงแบ่งปันความมั่งคั่งของพระองค์ต่อโลกของคนบาปที่หลงหายไป   และพวกเขาได้ทำมันสูญหายไป                                                                                                                                         The younger son dreamed of having freedom far from home and away from his father and older brother.                                                                                                                                    บุตรชายคนเล็กได้ฝันที่จะมีเสรีภาพ  ไปไกลจากบ้านและอยู่ห่างจากบิดาและพี่ชายของเขา    But life in the far country was not what he expected.

แต่การใช้ชีวิตในดินแดนที่ห่างไกลไม่ได้เป็นเหมือนที่เขาคาดหวัง

His money ran out, his friends left him, a famine came where there was no food in the land, and the boy was forced to do for a stranger what he would not do for his own father—go to work!  

เขาสูญเงินหมด เพื่อนของเขาทิ้งเขาไป   เกิดการอดอยาก  เขาอยู่ในที่ไม่มีอาหาร  และเด็กน้อยถูกบังคับให้ต้องรับใช้คนแปลกหน้า  ทำสิ่งที่เขาจะไม่ทำต่อบิดา     ต้องไปทำงานรับใช้!

He had to take a job feeding pigs and eating their food. 

เขาต้องทำงานโดยให้อาหารสุกรและรับประทานอาหารของพวกมัน

Jews don’t eat pork, so this would not be a job he would like at all. 

ชาวยิวไม่กินหมู   ดังนั้นนี้จะไม่เป็นงานที่เขาชอบเลย

How embarrassing for him. 

ช่างน่าอายสำหรับเขา

17 “But when he came to himself, he said, ‘How many of my father's hired servants have more than enough bread, but I perish here with hunger!

17 เมื่อเขารู้สำนึกตัวแล้ว   จึงพูดว่า   'ลูกจ้างของบิดาเรามีมาก   ยังมีอาหารกินอิ่มและเหลืออีก   ส่วนเราจะมาตายเสียที่นี่เพราะอดอาหาร

The father took care of his own, both sons and servants.

บิดาดูแลตนเอง  ทั้งบุตรชายสองคนและคนรับใช้

18 I will arise and go to my father, and I will say to him, “Father, I have sinned against heaven and before you.

18 จำเราจะลุกขึ้นไปหาบิดาเรา   และพูดกับท่านว่า   “บิดาเจ้าข้า   ข้าพเจ้าได้ผิดต่อสวรรค์และผิดต่อท่านด้วย

19 I am no longer worthy to be called your son. Treat me as one of your hired servants.”’

19 ข้าพเจ้าไม่สมควรจะได้ชื่อว่าเป็นลูกของท่านต่อไป   ขอท่านให้ข้าพเจ้าเป็นเหมือนลูกจ้างของท่านคนหนึ่งเถิด” '

This boy has hit the bottom. 

เด็กคนนี้สำนึกได้

He goes around to see some of these fair-weather friends, they wouldn’t help him. 

เขาไปทั่วเพื่อตามหาเพื่อนกินของเขา  แต่พวกเขาไม่ช่วยเขาเลย

Some people are only our friends when we have money and give them things. 

บางคน เป็นเพียง เพื่อนของเรา เมื่อยามเรามี เงินและ ให้สิ่งที่เรามีแก่พวกเขา

When we are sick or have no money then those kind of friends are gone. 

เมื่อเรา ป่วยหรือ ไม่มีเงิน แล้ว เพื่อนกินเหล่านั้นจะหายไป

But this led the son to repent. 

แต่ นี้ทำให้บุตรชายสำนึกผิดกลับใจ

To “repent” means “to change one’s mind,” and that is exactly what the young man did as he cared for the pigs.

คำว่า " สำนึกผิด " หมายถึง " เปลี่ยนจิตใจของตน " และนั่นก็เป็นสิ่งที่หนุ่มน้อยคนหนึ่งได้ทำในขณะที่เขาดูแลสุกร

He “came to himself,” which suggests that up to this point he had not really been himself. 

เขา " มาคิดได้ " ซึ่งแสดงให้เห็นว่าถึงจุดนี้จริง ๆ เขาไม่ได้เป็นตัวเขาเอง

He hadn’t been thinking clearly and hadn’t done right and what is best.

เขาไม่ได้คิดอย่างถี่ถ้วน  ทำไม่ถูกต้องและไม่ทำให้ที่ดีที่สุด

The young man changed his mind about himself and his situation, and he admitted that he was a sinner.

ชายหนุ่ม เปลี่ยนจิตใจตนเองและสถานะตนเองใหม่และเขา ยอมรับว่า เขาเป็น คนบาป

He confessed that his father was a generous man and that service at home was far better than freedom in the far country.

เขาสารภาพผิดต่อบิดาของเขา ซึ่งเป็นคนใจกว้าง   และงานบริการที่บ้านก็ยังดีกว่าเสรีภาพ ใน ดินแดนที่ห่างไกล

It is God’s goodness, not just man’s badness, that leads us to repentance.  If the boy had thought only about himself—his hunger, his homesickness, his loneliness—he would have seen very discouraged.

เป็นพระกรุณา ของพระเจ้า ไม่ใช่เป็นเพียงความชั่วร้าย ของคน  ที่ทำให้เราต้องสำนึกผิด   ถ้า เด็กคนนั้นคิดถึงแต่ตนเองเท่านั้น  - ความหิว ความคิดถึงบ้าน ความ เหงา - เขาคงจะหมดกำลังใจ มาก

But his painful circumstances helped him to see his father in a new way, and this brought him hope.

แต่ สถานการณ์ที่ เจ็บปวด ของเขา ช่วยให้เขาได้มาพบบิดาของเขาในรูปแบบใหม่   และสิ่งนี้ ทำให้เขามีความหวัง

If his father was so good to servants, maybe he would be willing to forgive a son.

ถ้าบิดาของเขาดีต่อคนรับใช้  บางทีเขาอาจ จะยินดีที่จะ ยกโทษให้บุตรชาย

Had he stopped there, the boy would have experienced only regret ,  sometimes really bad people, prisoners in the jail, are sorry but they are mostly sorry that the police caught them, not really wanting to change their ways. 

ถ้าหนุ่มน้อยตรงนั้น เขาจะ มีประสบการณ์แค่เสียใจเท่านั้น   บางครั้งคนที่ไม่ดี จริงๆ   นักโทษ ในคุก    เสียใจ แต่พวกเขาส่วนใหญ่แค่ เสียใจที่ถูกตำรวจจับ  พวกเขาจริงๆ ไม่ต้องการที่จะ เปลี่ยนวิถีชีวิตของเขา

But true repentance involves the will as well as the mind and the emotions. 

แต่การสำนึกผิดเสียใจแท้จริง เกี่ยวข้องกับความประสงค์ เช่นเดียวกับจิตใจและอารมณ์

We must take action, “I will arise … I will go … I will say ….” 

เราต้องลงมือทำ "ฉัน จะลุกขึ้น ... ฉันจะไป ... ฉันจะบอกว่า .... "

If repentance is truly the work of God’s Spirit in your life, then you and I as sinners will obey God and put saving faith in Jesus Christ. 

ถ้าการสำนึกผิดแท้จริงเป็นการทำงานของพระวิญญาณของพระเจ้าในชีวิตคุณแล้ว   คุณ และฉัน เป็น คนบาป จะ เชื่อฟังพระเจ้า และยึดมั่นความเชื่อในพระเยซูคริสต์

20 And he arose and came to his father. But while he was still a long way off, his father saw him and felt compassion, and ran and embraced him and kissed him.

20 แล้วเขาก็ลุกขึ้นไปหาบิดาของตน   แต่เมื่อเขายังอยู่แต่ไกล   บิดาแลเห็นเขาก็มีความเมตตา   จึงวิ่งออกไปกอดคอจุบเขา

His father saw him and had compassion on him.

บิดาของเขาเห็นเขาและมีความสงสารเห็นอกเห็นใจเขา

He was longing and searching for restoration.

เขาปรารถนาอย่างแรงกล้าและตามหาการกลับคืนมาเหมือนเดิม

Why didn’t the father go after his son before?  He allowed him free will.

ทำไมบิดาไม่ได้ไปตามหาบุตรชายของเขามาก่อนหรือ    เขาได้อนุญาตให้บุตรของเขาเป็นอิสระ

He was affectionate

เขาเป็นที่รักใคร่

He ran and took the initiative

เขาวิ่งไปและเป็นผู้ริเริ่มก่อน

Romans 5:8 8 but God shows his love for us in that while we were still sinners, Christ died for us.

8 แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เราทั้งหลาย   คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น   พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา


1 John 1ยอห์น 3:21-23 21 And the son said to him, ‘Father, I have sinned against heaven and before you. I am no longer worthy to be called your son.’

21 ฝ่ายบุตรนั้นจึงกล่าวแก่บิดาว่า   'บิดาเจ้าข้า   ข้าพเจ้าได้ผิดต่อสวรรค์และต่อท่าน   ข้าพเจ้าไม่สมควรจะได้ชื่อว่าเป็นลูกของท่านต่อไป'

22 But the father said to his servants, ‘Bring quickly the best robe, and put it on him, and put a ring on his hand, and shoes on his feet.

22 แต่บิดาสั่งบ่าวของตนว่า   'จงรีบไปเอาเสื้ออย่างดีที่สุดมาสวมให้เขา   และเอาแหวนมาสวมนิ้วมือ   กับเอารองเท้ามาสวมให้เขา

23 And bring the fattened calf and kill it, and let us eat and celebrate.

23 จงเอาลูกวัวอ้วนพีมาฆ่าเลี้ยงกัน   เพื่อความรื่นเริงยินดีเถิด

.This father was generous 

บิดามีใจกว้างขวาง


Romans 8:32 32He who did not spare his own Son but gave him up for us all, how will he not also with him graciously give us all things?

32 พระองค์ผู้มิได้ทรงหวงพระบุตรองค์เดียวของพระองค์   แต่ได้ทรงโปรดประทานพระบุตรนั้นเพื่อประโยชน์แก่เรา   ถ้าเช่นนั้นพระองค์จะไม่ทรงโปรดประทานสิ่งสารพัดให้เราทั้งหลาย   ด้วยกันกับพระบุตรนั้นหรือ

He was exuberant (knew how to throw a good party)

เขาเป็นคนมีชีวิตชีวา (รู้ว่าจะทำอย่างไรเพื่อรับพรรคพวก)

Luke ลูกา 15:7 10 Just so, I tell you, there is joy before the angels of God over one sinner who repents.”

10 เช่นนั้นแหละ   เราบอกท่านทั้งหลายว่าจะมีความปรีดีในพวกทูตของพระเจ้า   เพราะคนบาปคนเดียวที่กลับใจใหม่”

The Father was forgiving, humble, generous, passionate, and met him where he was at,

บิดาเป็นคนให้อภัย    ถ่อมใจลง   มีใจกว้างขวาง  เมตตาสงสาร และไปพบบุตรชายตรงที่เขาอยู่

24 For this my son was dead, and is alive again; he was lost, and is found.’ And they began to celebrate.

24 เพราะว่าลูกของเราคนนี้ตายแล้ว   แต่กลับเป็นอีก   หายไปแล้วแต่ได้พบกันอีก'   เขาทั้งหลายต่างก็มีความรื่นเริงยินดี

  Of course, the father pictures to us the attitude of our Heavenly Father toward sinners who repent:

แน่นอน ภาพของบิดาทำให้เราเห็นพระลักษณะพระบิดาบนสวรรค์ของเราที่มีต่อคนบาปที่กลับใจ:


Ephesians เอเฟซัส2:1- 5 1 And you were dead in the trespasses and sins

1 ท่านตายแล้วโดยการละเมิด  และการบาป

2 in which you once walked, following the course of this world, following the prince of the power of the air, the spirit that is now at work in the sons of disobedience—

2 ครั้งเมื่อก่อนท่านเคยประพฤติในการบาปนั้นตามวิถีของโลก   ตามเจ้าแห่งย่านอากาศ   คือวิญญาณที่ครอบครองอยู่ในคนทั้งหลายที่ไม่เชื่อฟัง

3 among whom we all once lived in the passions of our flesh, carrying out the desires of the body and the mind, and were by nature children of wrath, like the rest of mankind.

3 เมื่อก่อนเราทั้งปวงเคยประพฤติเป็นพรรคพวกกับคนเหล่านั้น   ที่ประพฤติตามตัณหาของเนื้อหนัง   คือกระทำตามความปรารถนาของเนื้อหนังและความคิดในใจ   ตามสันดานเราจึงเป็นคนควรแก่พระอาชญาเหมือนอย่างคนอื่น

4 But God, being rich in mercy, because of the great love with which he loved us,

4 แต่พระเจ้าผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระกรุณา   เพราะเหตุความรักอันใหญ่หลวง   ซึ่งพระองค์ทรงรักเรานั้น

5 even when we were dead in our trespasses, made us alive together with Christ—by grace you have been saved—

5 ถึงแม้ว่าเมื่อเราตายไปแล้วในการบาป   พระองค์ยังทรงกระทำให้เรามีชีวิตอยู่กับพระคริสต์   (ซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณ)


He is rich in His mercy and grace, and great in His love toward us.   All of this is possible because of the sacrifice of Jesus on the cross.

พระองค์ทรงเต็มไปด้วยพระเมตตากรุณาและพระคุณของพระองค์และยิ่งใหญ่ในความรักที่มีต่อเรา ทั้งหมดนี้เป็นไปได้เพราะการเสียสละพระชนม์ของพระเยซูบนไม้กางเขน

The ring was a sign of being a son, and the best robe was proof of his acceptance back into the family.

แหวนเป็นสัญลักษณ์ของการเป็นลูกชายคนหนึ่ง    และเสื้อที่ดีที่สุดก็คือหลักฐานการต้อนรับกลับบ้านเข้าสู่ครอบครัว

Servants did not wear rings, shoes, or expensive clothes.

คนรับใช้ไม่ได้สวมใส่แหวน, รองเท้าหรือเสื้อผ้าราคาแพง

The feast was the father’s way of showing his joy and sharing it with others.

งานเลี้ยงฉลองเป็นวิธีที่บิดาของเขาแสดงให้เห็นถึงความยินดีและแบ่งปันกับผู้อื่น

Had the boy been dealt with according to the Law, there would have been a funeral, not a feast.

ถ้าจัดการเด็กน้อยตามบทบัญญัติ ก็จะมีงานศพไม่ได้จัดงานเลี้ยง

It is interesting to consider the father’s description of his son’s experience: he was dead, and was now alive; he was lost, and now was found.

เป็นที่น่าสนใจที่จะต้องพิจารณาประสบการณ์ของบุตรชายที่บรรยายต่อบิดาของเขา: เขาตายและแล้วตอนนี้มีชีวิตอยู่   เขาสูญหายไปและตอนนี้ก็ได้พบแล้ว

This is the spiritual experience of every lost sinner who comes to the Father through faith in Jesus Christ

นี้เป็นประสบการณ์ทางจิตวิญญาณของคนบาปทุกคนที่หายไป  ผู้ที่มาถึงพระบิดาโดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์


 

1 John 3