Search the site

Calvary Chapel at the Bridge Phuket ThailandCalvary Chapel at the Bridge

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Saturday, January 4, 2014

 

We see that believers in Christ have been “justified freely by His grace through the redemption that is in Christ Jesus, whom God set forth as a propitiation by His blood, through faith, to demonstrate His righteousness, because in His forbearance God had passed over the sins that were previously committed.

เราจะเห็นว่าผู้เชื่อในพระคริสต์ได้ถูกนับว่าชอบธรรมได้อย่างเสรีโดยพระคุณของพระองค์ผ่านการทรงไถ่บาปโดยพระเยซูคริสต์  ที่พระเจ้าทรงให้เป็นการลบล้างพระอาชญาด้วยพระโลหิตของพระองค์   ด้วยความเชื่อ    เพื่อแสดงให้เห็นความชอบธรรมของพระองค์    เพราะในความอดทนของพระองค์   พระเจ้าทรงผ่านความบาปที่กระทำไว้ก่อนหน้านี้ไป

These verses are a key point in Paul’s argument in the Book of Romans and are really at the heart of the Gospel message.

ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้เป็นประเด็นสำคัญในการโต้แย้งของเปาโล ในหนังสือโรม และ เป็นในหัวใจสำคัญของข่าวประเสริฐ

In the first three chapters of Romans, Paul has made the argument that everybody, both Jew and Gentile alike, is under the condemnation of God and deserving of His wrath.

ในโรม สามบทแรก เปาโล ได้ทำการโต้แย้งว่าทุกคน ทั้งคนยิว และ คนต่างชาติ เหมือนกัน   อยู่ภายใต้ การปรับโทษ ของพระเจ้า   และ สมควรได้รับพระอาชญาของพระองค์

All of us deserve His wrath and punishment.

เราทุกคน สมควรได้รับ พระอาชญา และการลงโทษจากพระองค์

God in His infinite grace and mercy has provided a way that His wrath can be appeased and we can be reconciled to Him.

พระเจ้าทรงพระคุณ อนันต์   ความเมตตาของพระองค์ได้จัดเตรียมหนทางระงับพระอาชญาของพระองค์ และเราสามารถกลับไปคืนดีกับ พระองค์

That way is through the sacrificial death of His Son, Jesus Christ, as the atonement or payment for sins.

ทางเดียวนั้นคือโดยการสิ้นพระชนม์ของพระบุตรของพระองค์   พระเยซูคริสต์  เพื่อเป็นเครื่องไถ้ให้พ้นมลทินบาป หรือชดใช้บาป

It is through faith in Jesus Christ as God’s perfect sacrifice, foretold in the Old Testament and fulfilled in the New Testament, that we can be reconciled to God.

โดยทาง ความเชื่อใน พระเยซูคริสต์ ผู้ทรงเป็นเครื่องบูชาที่สมบูรณ์ของพระเจ้า  ได้ทำนายไว้ล่วงหน้าใน พระคัมภีร์เดิม   และสำเร็จใน พันธสัญญาใหม่   ว่าเราได้ กลับไปคืนดีกับ พระเจ้า

It is only because of Christ’s perfect life, His death on the cross, and His resurrection on the third day that a lost sinner deserving of hell can be reconciled to a Holy God.

มันเป็น เพราะพระคริสต์ผู้ทรงสมบูรณ์แบบ   การสิ้นพระชนม์บนกางเขนของพระองค์  และการฟื้นคืนพระชนม์ในวันที่สาม ที่คนบาปที่หลงหาย สมควรตกในนรก แต่สามารถกลับไปคืนดีกับพระเจ้าผู้บริสุทธิ์ได้

The wonderful truth of the Gospel message is that Christians are saved from God’s wrath and reconciled to God. 

ความจริงอัศจรรย์แห่งข้อพระคำในพระกิตติคุณ   คือว่าคริสเตียนได้รอดพ้นจากพระอาชญาของพระเจ้าและกลับไปคืนดีกับ พระเจ้า

1 John 1 ยอห์น4:10 10 In this is love, not that we have loved God but that he loved us and sent his Son to be the propitiation for our sins.

10 ความรักที่ข้าพเจ้าพูดถึงนี้มิใช่ที่เรารักพระเจ้า   แต่ที่พระองค์ทรงรักเรา   และทรงใช้พระบุตรของพระองค์มาทรงเป็นผู้ลบล้างพระอาชญาที่ตกกับเราทั้งหลายเพราะบาปของเรา

John ยอห์น14:6 6 Jesus said to him, “I am the way, and the truth, and the life. No one comes to the Father except through me.

6 พระเยซูตรัสกับเขาว่า   “เราเป็นทางนั้น   เป็นความจริงและเป็นชีวิต   ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางเรา

The only way for God’s wrath against sinful man to be appeased and for us to be reconciled to God is through Jesus Christ. There is no other way.

ทางเดียวที่พระอาชญาของพระเจ้าต่อคนบาป   จะสามารถหลุดพ้นและสำหรับเราที่จะกลับไปคืนดีกับพระเจ้าคือ  โดยทางพระเยซูคริสต์   ไม่มีทางอื่นเลย

An important part of Christ’s saving work includes deliverance from God’s wrath that the unbelieving sinner is under, because Jesus’ atonement on the cross is the only thing that can turn away God’s divine wrath.

ส่วนที่สำคัญของการทรงช่วยให้รอดของพระคริสต์    รวมถึงการปลดปล่อยคนบาปที่ไม่เชื่อตกอยู่ภายใต้พระอาชญาของพระเจ้าให้หยุดพ้น   เพราะการไถ่ให้พ้นมลทินบาปโดยพระเยซูบนกางเขน   เป็นสิ่งเดียวที่สามารถลบล้างพระอาชญาของพระเจ้าได้


Those that reject Christ as their Savior and refuse to believe in Him have no hope of salvation.

ผู้ที่ปฏิเสธพระคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของพวกเขา   และปฏิเสธที่จะเชื่อในพระองค์   ไม่มีความหวังแห่งความรอด

They can only look forward to facing the wrath of God that they have stored up for the coming Day of Judgment.

พวกเขากำลังเผชิญกับการลงโทษของพระเจ้าที่พวกเขาได้ส่ำสมไว้สำหรับวันแห่ง

การพิพากษาที่กำลังจะมา

Romans โรม 2:5 5 But because of your hard and impenitent heart you are storing up wrath for yourself on the day of wrath when God's righteous judgment will be revealed.

5แต่เพราะท่านใจแข็งกระด้างไม่ยอมกลับใจ   ท่านจึงส่ำสมโทษให้แก่ตัวเอง   ในวันที่พระเจ้าทรงลงพระอาชญา   ซึ่งพระองค์จะทรงสำแดงการพิพากษาลงโทษที่เที่ยงธรรมให้ประจักษ์

2 There is no other propitiation or sacrifice that can be made for their sins

ไม่มีการไถ่บาปแบบอื่น  หรือการถวายบูชาใดที่สามารถทำเพื่อชดใช้ความบาปของพวกเขา

3 And by this we know that we have come to know Him, if we keep His commandments.

3 เราจะมั่นใจได้ว่าเราคุ้นกับพระองค์โดยข้อนี้   คือถ้าเราประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์

4 Whoever says “I know Him” but does not keep His commandments is a liar, and the truth is not in him,

4 คนใดที่กล่าวว่า   “ข้าพเจ้าคุ้นกับพระองค์”   แต่มิได้ประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์   คนนั้นเป็นคนพูดมุสาและความจริงไม่ได้อยู่ในคนนั้นเลย

5 but whoever keeps His word, in him truly the love of God is perfected. By this we may be sure that we are in Him:

5 แต่ผู้ใดที่ประพฤติตามพระวจนะของพระองค์   ความรักของพระเจ้าก็ถึงความบริบูรณ์ในคนนั้นแล้วอย่างแน่แท้   ด้วยอาการอย่างนี้แหละเราทั้งหลายจึงรู้ว่าเราอยู่ในพระองค์

6 whoever says he abides in Him ought to walk in the same way in which He walked.

6 ผู้ใดกล่าวว่าตนอยู่ในพระองค์   ผู้นั้นก็ควรดำเนินตามทางที่พระองค์ทรงดำเนินนั้น

7 Beloved, I am writing you no new commandment, but an old commandment that you had from the beginning. The old commandment is the word that you have heard.

7 ดูก่อนท่านที่รัก   ข้าพเจ้าไม่ได้เขียนบัญญัติใหม่ถึงท่านทั้งหลายเลย   แต่เป็นพระบัญญัติเก่าซึ่งท่านทั้งหลายได้มีอยู่ตั้งแต่เริ่มแรก   พระบัญญัติเก่านั้นคือคำซึ่งท่านทั้งหลายได้ยินมาแล้ว

8 At the same time, it is a new commandment that I am writing to you, which is true in Him and in you, because the darkness is passing away and the true light is already shining.

8 อีกนัยหนึ่งก็กล่าวได้ว่าข้าพเจ้าเขียนบัญญัติใหม่ถึงท่านทั้งหลาย   ที่ว่าใหม่ทั้งฝ่ายพระองค์และฝ่ายท่านทั้งหลาย   ก็เพราะว่าความมืดนั้นกำลังจะล่วงไป   และความสว่างแท้ก็ส่องอยู่แล้ว

9 Whoever says he is in the light and hates his brother is still in darkness.

9 ผู้ใดที่กล่าวว่าตนอยู่ในความสว่าง   และยังเกลียดชังพี่น้องของตน   ผู้นั้นก็ยังอยู่ในความมืด

10 Whoever loves his brother abides in the light, and in him there is no cause for stumbling.

10 ผู้ที่รักพี่น้องของตนก็อยู่ในความสว่าง   และในความสว่างนั้นไม่มีอะไรที่จะทำให้สะดุด

11 But whoever hates his brother is in the darkness and walks in the darkness, and does not know where he is going, because the darkness has blinded his eyes.

11 แต่ผู้ที่เกลียดชังพี่น้องของตนก็อยู่ในความมืด   และเดินในความมืดและไม่รู้ว่าตนกำลังไปไหน   เพราะว่าความมืดทำให้ตาของเขาบอดไปเสียแล้ว  

12 I am writing to you, little children, because your sins are forgiven for His name's sake.

12 ลูกทั้งหลายเอ๋ย   ข้าพเจ้าเขียนจดหมายถึงท่าน   เพราะว่าได้ทรงยกบาปของท่านแล้ว   ด้วยเห็นแก่พระนามของพระองค์

13 I am writing to you, fathers, because you know Him who is from the beginning. I am writing to you, young men, because you have overcome the evil one. I write to you, children, because you know the Father.

13 ท่านทั้งหลายที่เป็นบิดา   ข้าพเจ้าเขียนจดหมายถึงท่าน   เพราะท่านทั้งหลายได้คุ้นกับพระองค์ผู้ทรงดำรงอยู่ตั้งแต่ปฐมกาล   ท่านทั้งหลายที่เป็นคนหนุ่มๆ   ข้าพเจ้าเขียนจดหมายถึงท่านเพราะท่านทั้งหลายได้ชนะมารร้ายนั้น   ท่านทั้งหลายผู้เป็นลูก   ข้าพเจ้าเขียนจดหมายถึงท่านเพราะท่านทั้งหลายได้คุ้นกับพระบิดา

14 I write to you, fathers, because you know Him who is from the beginning.

I write to you, young men, because you are strong, and the word of God abides in you,

and you have overcome the evil one.

14 ท่านทั้งหลายที่เป็นบิดา   ข้าพเจ้าเขียนจดหมายถึงท่าน   เพราะท่านทั้งหลายได้คุ้นกับพระองค์ผู้ทรงดำรงอยู่ตั้งแต่ปฐมกาล   ท่านทั้งหลายที่เป็นคนหนุ่มๆ   ข้าพเจ้าเขียนจดหมายถึงท่านเพราะท่านทั้งหลายมีกำลังมาก   และพระวจนะของพระเจ้าดำรงอยู่ในท่านทั้งหลาย   และท่านชนะมารร้ายนั้นแล้ว 

1 John 2 part 2

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian Links Daily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash Cards Thai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top