Sunday, September 8, 2013

 

Hebrews 1b and 2 The Excellency of Christ: Greater than angels and Erich Fickle's testimony.

4having become as much superior to angels as the name He has inherited is more excellent than theirs.

4พระองค์ทรงยิ่งใหญ่เหนือเหล่าทูตสวรรค์มากนัก   ด้วยว่าพระองค์ทรงพระนามที่ประเสริฐกว่านามของทูตสวรรค์

5For to which of the angels did God ever say, “You are my Son, today I have begotten You”?  Or again, “I will be to Him a Father, and He shall be to Me a Son”?

5เพราะว่ามีผู้ใดบ้างในบรรดาทูตสวรรค์ที่พระองค์ได้ตรัสแก่เขาว่า   ท่านเป็นบุตรของข้าพเจ้า    วันนี้ข้าพเจ้าให้กำเนิดท่าน   และยังตรัสอีกว่า   ข้าพเจ้าจะเป็นบิดาของท่าน    และท่านจะเป็นบุตรของข้าพเจ้า  

6And again, when He brings the firstborn into the world, He says, “Let all God's angels worship Him.”

6และอีกครั้งหนึ่ง   เมื่อพระองค์ทรงนำพระบุตรองค์หัวปีนั้นเข้ามาในโลก   ก็ตรัสว่า  
  ให้บรรดาพวกทูตสวรรค์ของพระเจ้ากราบไหว้ท่าน  

7Of the angels He says, “He makes His angels winds, and His ministers a flame of fire.”

7ส่วนพวกทูตสวรรค์นั้น   พระองค์ตรัสว่า    พระองค์จะทรงบันดาลพวกทูตของพระองค์ให้เป็นดุจลม    และทรงบันดาลผู้รับใช้ของพระองค์ให้เป็นดุจเปลวเพลิง  

That is a quotation from Psalm เพลงสดุดี104:4 4He makes His messengers winds, His ministers a flaming fire

นั่นเป็นการยกข้อพระคำมาจากบทเพลงสดุดี 104.44ผู้ทรงใช้สายลมเป็นทูตสื่อสารของพระองค์   เปลวเพลิงเป็นผู้ปรนนิบัติของพระองค์  

8But of the Son He says, “Your throne, O God, is forever and ever,

the scepter of uprightness is the scepter of Your kingdom.

8แต่ส่วนพระบุตรนั้น   พระองค์ตรัสว่า     พระเจ้าข้า   พระที่นั่งของพระองค์ดำรงอยู่เป็นนิตย์นิรันดร์   พระคทาแห่งแผ่นดินของพระองค์ก็เป็นพระคทาเที่ยงธรรม

This is quoting Psalm 45:6 and 7 where God calls Jesus, God.

นี้เป็นการอ้างข้อพระคัมภีร์บทเพลงสดุดีอ้าง 45:6 และ 7 ที่พระเจ้าทรงเรียกพระเยซูว่า พระเจ้า

6Your throne, O God, is forever and ever.  The scepter of your kingdom is a scepter of uprightness;

6พระเจ้าข้า พระที่นั่งของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์   และเป็นนิตย์   ธารพระกรของพระองค์เป็นธารพระกรเที่ยงธรรม  

7You have loved righteousness and hated wickedness.  Therefore God, Your God, has anointed You with the oil of gladness beyond Your companions;

7พระองค์ทรงรักความชอบธรรมและทรงเกลียดการอธรรม   ฉะนั้นพระเจ้าคือพระเจ้าของพระองค์ท่านได้ทรงเจิม พระองค์ท่านไว้    ด้วยน้ำมันแห่งความยินดียิ่งกว่า   พระสหายทั้งปวงของพระองค์ท่าน  

John calls Jesus God in the book of John; Paul calls Him God; Thomas called Him God, "my Lord and my God"; and now God calls Him God. 

ยอห์นเรียกพระเยซูว่าพระเจ้าในหนังสือยอห์น; เปาโลเรียกพระองค์ว่าพระเจ้า; โทมัสเรียกพระองค์ว่าพระเจ้า "พระเจ้าของข้าและพระเจ้าของข้า" และตอนนี้พระเจ้าทรงเรียกพระองค์เป็นพระเจ้า

9You have loved righteousness and hated wickedness; therefore God, your God, has anointed You with the oil of gladness beyond your companions.”

9พระองค์ทรงรักความชอบธรรม และทรงเกลียดอธรรม   ฉะนั้นพระเจ้า   คือ พระเจ้าของพระองค์ได้ทรงเจิมพระองค์ไว้   ด้วยน้ำมันแห่งความยินดี   ยิ่งกว่าพระสหายทั้งปวงของพระองค์  

10And, “You, Lord, laid the foundation of the earth in the beginning, and the heavens are the work of your hands;

10และองค์พระผู้เป็นเจ้าเจ้าข้า ในเบื้องต้นพระองค์ทรงสร้างแผ่นดินโลก   และฟ้าสวรรค์เป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์

This is a quotation from another Psalm

นี่คือข้อพระคัมภีร์ที่ยกมาจากบทเพลงสดุดีอีกบท

Psalm บทเพลงสดุดี102:25 25Of old You laid the foundation of the earth,

and the heavens are the work of Your hands.

25เมื่อเดิมพระองค์ทรงวางรากฐานของแผ่นดินโลก และฟ้าสวรรค์เป็นพระหัตถกิจของพระองค์    

11they will perish, but You remain; they will all wear out like a garment,

11สิ่งเหล่านี้จะพินาศ แต่พระองค์ทรงดำรงอยู่     สิ่งเหล่านี้จะเก่าไปเหมือนเครื่องนุ่งห่ม  

12like a robe you will roll them up, like a garment they will be changed.

But You are the same, and Your years will have no end.”

12พระองค์ทรงม้วนสิ่งเหล่านี้ไว้ดุจผ้าคลุม     และสิ่งเหล่านั้นก็จะเปลี่ยนแปลงไป   แต่พระองค์ยังทรงเป็นอย่างเดิม และปีเดือนของพระองค์ไม่สิ้นสุด  

Jesus says this in Matthew:

พระเยซูตรัสอย่างนี้ในพระธรรมมัทธิว:

Matthew มัทธิว 24:35 35Heaven and earth will pass away, but My words will not pass away.

35ฟ้าและดินจะล่วงไป   แต่ถ้อยคำของข้าพเจ้าจะสูญหายไปหามิได้เลย    If the material universe is going to pass away and dissolve, it's important that we be spiritual men and spiritual women and that our hope rests in spiritual things and not in the material things, because they will pass.

13And to which of the angels has he ever said,

“Sit at my right hand until I make your enemies a footstool for your feet”?

13แต่แก่ทูตสวรรค์องค์ใดเล่าที่พระองค์ได้ตรัสว่า   จงนั่งเบื้องขวามือของข้าพเจ้า  
  จนกว่าข้าพเจ้าจะกระทำให้ศัตรูของท่าน    เป็นแท่นรองเท้าของท่าน  

14Are they not all ministering spirits sent out to serve for the sake of those who are to inherit salvation?

14ทูตสวรรค์ทั้งปวง   เป็นแต่เพียงวิญญาณผู้ปรนนิบัติ   ที่พระองค์ทรงส่งไปช่วยเหลือบรรดาผู้ที่จะได้รับความรอดกระนั้นมิใช่หรือ

Psalm บทเพลงสดุดี 91:11-12 11For He will command his angels concerning you to guard you in all Your ways.

11เพราะพระองค์จะรับสั่งเหล่าทูตสวรรค์ ของพระองค์ในเรื่องท่าน   ให้ระแวดระวังท่านในทางทั้งปวงของท่าน  
12On their hands they will bear You up, lest You strike your foot against a stone.

12เขาทั้งหลายจะเอามือประคองชูท่านไว้   เกรงว่าเท้าของท่านจะกระแทกหิน  

So the angels are ministering spirits and messengers, and God never said to the angels "Sit at My right hand until I make Your enemies Your footstool." because they are servants.

ดังนั้นทูตสวรรค์ทั้งปวงคือวิญญาณผู้ปรนนิบัติและเป็นผู้สื่อสาร  และพระเจ้าไม่เคยบอกทูตสวรรค์ว่า "จงนั่งที่ขวามือของเรา เราจะทำให้ศัตรูของเจ้าหมอบลงที่เท้าของเจ้า" เพราะพวกเขาเป็นผู้รับใช้

Jesus is not there as a servant. He is there reigning.

พระเยซูไม่ได้ทรงอยู่ที่นั่นในฐานะผู้รับใช้  พระองค์ทรงเป็นผู้ปกครอง

So there is a big difference over the angels who worship and serve God continually there in the presence of God and Jesus who sits there to be worshipped and to be served, reigning there upon the throne.

ดังนั้นจึงมีความแตกต่างกันมากกับทูตสวรรค์ที่สักการบูชาและรับใช้พระเจ้าอย่างต่อเนื่อง   อยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของพระเจ้า   และพระเยซูผู้ทรงประทับอยู่ที่นั่นทรงรับการเคารพบูชาและรับการปรนนิบัติรับใช้และทรงปกครองอยู่เหนือบัลลังก์


For more see www.wdbydana.com/sermon.html

Hebrews 1b and 2