Sunday, September 29, 2013

 

Hebrews 8 The New Covenant

ฮีบรู 8 พันธสัญญาใหม่

Last time we talked about Jesus being our great High Priest, because He is our great High Priest, is able to bring us salvation, something the law could never do for us.

ครั้งที่แล้วเราได้เรียนว่าพระเยซูทรงเป็นมหาปุโรหิตของเรา  เพราะพระองค์ทรงเป็นมหาปุโรหิตของเราที่ยิ่งใหญ่  ทรงสามารถประทานความรอดแก่เรา เป็นสิ่งที่พระบัญญัติไม่สามารถทำเพื่อเราได้

Something rules and regulations could never do for us.

กฎระเบียบและข้อบังคับบางอย่างไม่สามารถทำเพื่อเราได้

This is something that Jesus does do for us because He is our great High Priest. 

เป็นสิ่งที่พระเยซูทรงกระทำเพื่อเรา  เพราะทรงเป็นมหาปุโรหิตของเรา

Aren’t you glad that we have this Great High Priest as our Lord and Savior?

คุณไม่ดีใจหรือ  ที่เรามีมหาปุโรหิตเป็นพระเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดของเรา

1Now the point in what we are saying is this: we have such a high priest, one who is seated at the right hand of the throne of the Majesty in heaven,

1เรื่องที่เราพูดอยู่นื้มีข้อที่สำคัญคือ   เรามีมหาปุโรหิตอย่างนี้   คือมหาปุโรหิตผู้ประทับเบื้องขวาพระที่นั่งแห่งพระองค์   ผู้ยิ่งใหญ่ในสวรรค์

2a minister in the holy places, in the true tent that the Lord set up, not man.

2เป็นผู้ปฏิบัติกิจในสถานศักดิ์สิทธิ์   และในเต็นท์แท้ซึ่งพระเจ้าได้ทรงตั้งไว้   ไม่ใช่มนุษย์ตั้ง

3For every high priest is appointed to offer gifts and sacrifices; thus it is necessary for this priest also to have something to offer.

3เพราะว่าพระองค์ทรงตั้งมหาปุโรหิตทุกคนขึ้น   เพื่อให้ถวายของกำนัลและเครื่องบูชา   ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นที่มหาปุโรหิตผู้นี้จะต้องมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดถวายด้วย

4Now if he were on earth, he would not be a priest at all, since there are priests who offer gifts according to the law.

4ถ้าพระองค์ทรงอยู่ในโลก   พระองค์ก็จะไม่ได้ทรงเป็นปุโรหิต   เพราะว่ามีปุโรหิตที่ถวายของกำนัลตามพระบัญญัติอยู่แล้ว

5They serve a copy and shadow of the heavenly things. For when Moses was about to erect the tent, he was instructed by God, saying, “See that you make everything according to the pattern that was shown you on the mountain.”

5ปุโรหิตเหล่านั้นปฏิบัติกิจในเต็นท์   ที่เป็นแต่แบบและเงาแห่งศักดิ์สิทธิสถาน   ดังโมเสสเมื่อท่านจะตั้งเต็นท์นั้น   พระเจ้าก็ได้ตรัสสั่งว่า   จงระวังทำทุกสิ่งตามแบบที่เราแจ้งแก่เจ้าบนภูเขา

The reason why Moses had to make sure the craftsmen were careful in the making of the tabernacle, according to the plan God gave, was that the tabernacle is a model of heaven.

เหตุผลที่ว่าทำไมโมเสสต้องแน่ใจว่าช่างฝีมือต้องระมัดระวังในการสร้างพลับพลา   ตามแบบที่พระเจ้าทรงกำหนดให้  คือว่าพลับพลาเป็นรูปแบบของสวรรค์

Do you want to know what heaven is like? Do you want to know what heaven looks like?

คุณต้องการรู้ไหมว่าสวรรค์เป็นอย่างไร คุณต้องการรู้ไหมว่ามันมีลักษณะอย่างไร

Then we can study the Tabernacle and the Temple.

ถ้างั้นให้เราศึกษาเรื่องพลับพลาและต่อมาพระวิหาร

The Holy of Holies is a model of the throne of God in heaven.

ที่อภิสุทธิสถานชั้นในสุดเป็นแบบของราชบัลลังก์ของพระเจ้าในสวรรค์

The Tabernacle and later the Temple were models of what is real in Heaven. 

พลับพลาและต่อมาพระวิหารเป็นรูปแบบของสิ่งที่เป็นจริงในสวรรค์

Our great High Priest entered directly into heaven and there He is representing you and me before God. 

มหาปุโรหิตของเราที่ยิ่งใหญ่ไปในสวรรค์  ซึ่งพลับพลาในโลกเป็นเพียงรูปแบบและที่นั่นพระองค์ทรงเป็นตัวแทนของคุณและผมต่อพระพักตร์พระเจ้า

That is why, though oftentimes we get may find it difficult to study and understand some of the Old Testament books, we should study those anyway.  

นั่นคือเหตุผลที่ว่า แม้ว่าบ่อยครั้งที่เราได้รับอาจพบว่ามันยากที่จะศึกษาและทำความเข้าใจหนังสือพันธสัญญาเดิมบางส่วน

In books like Exodus we read about the Tabernacle modeled after Heaven. 

ในหนังสือเช่นพระธรรมอพยพที่เรากำลังอ่านเกี่ยวกับพลับพลาถูกสร้างตามแบบในสวรรค์

Later in 1 Kings we read of Solomon building the Temple, again a model of Heaven. 

ต่อมาใน 1 พงศ์กษัตริย์เราจะอ่านเรื่องโซโลมอนทรงสร้างพระวิหาร อีกครั้งที่ตามแบบของสวรรค์

Even the offerings in Leviticus, help us understand more about heaven and the heavenly things.

แม้แต่ของถวายบูชาในเลวีนิติ   คุณจะเข้าใจสิ่งเหล่านี้มากขึ้นเกี่ยวกับสวรรค์และสรรพสิ่งในสวรรค์

6But as it is, Christ has obtained a ministry that is as much more excellent than the old as the covenant He mediates is better, since it is enacted on better promises.

6แต่พระคริสต์ทรงปฏิบัติพันธกิจอันประเสริฐกว่าของปุโรหิตเหล่านั้น   อย่างกับพันธสัญญาซึ่งพระเจ้าทรงเป็นผู้กลางนั้น   ก็ประเสริฐกว่าพันธสัญญาเดิม   เพราะว่าได้ทรงตั้งขึ้นโดยพระสัญญาทั้งหลายอันประเสริฐกว่าเก่า

As we go back to read in Exodus chapter 19, we read about the covenant that God made with the nation of Israel, in the giving of the law, the establishing of the priesthood.

ให้คุณย้อนกลับไปดูในอพยพบทที่ 19 และคุณอ่านพันธสัญญาที่พระเจ้าทรงทำกับชนชาติอิสราเอล   ในเรื่องการทรงประทานบทบัญญัติให้   ในการจัดตั้งปุโรหิต

This covenant that God made with Israel was conditional upon the people's faithfulness and the people's obedience.

พันธสัญญานี้ที่พระเจ้าทรงทำกับอิสราเอลนี้ขึ้นกับเงื่อนไขเรื่องความซื่อสัตย์ของผู้คนและการเชื่อฟังของประชาชน

Exodus อพยพ19:5-8 5Now therefore, if you will indeed obey My voice and keep My covenant, you shall be My treasured possession among all peoples, for all the earth is mine;

5เหตุฉะนี้ถ้าเจ้าฟังเสียงข้าพระองค์   และรักษาพันธสัญญาของข้าพระองค์ไว้   เจ้าจะเป็นกรรมสิทธิ์ของข้าพระองค์ที่เราเลือกสรรจากท่ามกลาง ชนชาติทั้งปวง   เพราะแผ่นดินทั้งสิ้นเป็นของข้าพระองค์

6and you shall be to Me a kingdom of priests and a holy nation. These are the words that you shall speak to the people of Israel.”

6เจ้าทั้งหลายจะเป็นอาณาจักรปุโรหิต   และเป็นชนชาติบริสุทธิ์สำหรับเรา   นี่เป็นถ้อยคำที่เจ้าต้องบอกให้คนอิสราเอลฟัง”  

7So Moses came and called the elders of the people and set before them all these words that the LORD had commanded him.

7โมเสสจึงเรียกประชุมพวกผู้ใหญ่ของประชาชน   แล้วเล่าข้อความเหล่านี้ที่พระเจ้าทรงบัญชาท่านให้ เขาฟังทุกประการ

8All the people answered together and said, “All that the LORD has spoken we will do.” And Moses reported the words of the people to the LORD.

8ประชาชนก็ตอบพร้อมกันว่า   “สิ่งทั้งปวงที่พระเจ้าตรัสนั้น  ข้าพเจ้าทั้งหลายจะกระทำตาม”  

โมเสสจึงนำถ้อยคำของประชาชนไปกราบทูลพระเจ้า

They said they would completely obey God, but they didn't.

พวกเขากล่าวว่าพวกเขาจะเชื่อฟังพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง แต่พวกเขาไม่ได้เป็นอย่างนั้น

The covenant was "if" you will obey God’s commands, but they did not.

พันธสัญญาคือ "ถ้า" คุณจะเชื่อฟังพระบัญชาของพระเจ้า แต่พวกเขาไม่เป็นเช่นนั้น

And therefore, the first covenant was broken, not by God but by man, because it was conditional upon man's obedience, man's faithfulness. But man was not obedient or faithful.

และดังนั้น พันธสัญญาแรกถูกทำลาย  ไม่ใช่โดยพระเจ้า แต่โดยคน เพราะมันขึ้นกับเงื่อนไขในการเชื่อฟังของคน   ความซื่อสัตย์ของคน แต่คนไม่เชื่อฟังหรือซื่อสัตย์

Now Christ is the mediator of a new covenant, which is a better covenant, because it is established on better promises. Why?

ตอนนี้พระคริสต์ทรงเป็นคนกลางในพันธสัญญาใหม่  ซึ่งเป็นพันธสัญญาที่ดีกว่า   เพราะได้เกิดขึ้นจากคำสัญญาที่ดีกว่า   ทำไม?

Because the New Covenant is not dependent upon our faithfulness, the New Testament is based upon God's faithfulness.

เพราะพันธสัญญาใหม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความซื่อสัตย์ของเรา   พันธสัญญาใหม่จะขึ้นอยู่กับความสัตย์ซื่อของพระเจ้า

The New Testament is not dependent upon our work.

พันธสัญญาใหม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการประพฤติของเรา

The New Testament is based upon God's work.

พันธสัญญาใหม่จะขึ้นอยู่กับการกระทำของพระเจ้า

And because the New Testament is based upon the faithfulness and the work of God, it shall stand.

และเพราะพันธสัญญาใหม่นี้ขึ้นอยู่กับความสัตย์ซื่อและการกระทำของพระเจ้า  มันก็จะยั่งยืน

So, the New Testament is a better covenant.

ดังนั้นพันธสัญญาใหม่เป็นพันธสัญญาที่ดีกว่า

The New Testament is superior to the Old Testament, or the new covenant is superior to the old covenant or promise, because it is based upon better promises of the work that God has done through Jesus Christ, that finished work He did for us on the cross, and now the condition is believing in Him. 

พันธสัญญาใหม่จะเหนือกว่าพันธสัญญาเดิม    หรือพันธสัญญาใหม่จะเหนือกว่าพันธสัญญาเดิม  หรือคำสัญญา    เพราะมันมีพื้นฐานอยู่บนคำสัญญาที่ดีกว่าที่พระเจ้าทรงกระทำผ่านทางพระเยซูคริสต์ที่ทรงเสร็จพันธกิจบนไม้กางเขน  และตอนนี้เงื่อนไขอยู่ที่ความเชื่อของเราในพระองค์

As you believe in Him, He then takes over and begins to work in your life, conforming you into His image.

เมื่อคุณเชื่อในพระองค์นั้น   พระองค์ก็จะเป็นผู้ทรงกระทำในชีวิตของคุณ  ปรับสภาพคุณเป็นเหมือนพระฉายของพระองค์

It does not mean you can just go out and live a careless, reckless life, just sinning whenever you feel like it.

ไม่ได้หมายความว่าคุณก็สามารถออกไปใช้ชีวิตได้โดยไม่ระวัง   ชีวิตประมาท  อยากทำบาปเมื่อใดก็ตามที่คุณรู้สึกอยากทำ

In this new covenant, God begins a work in you, and continues that work in you, of conforming you into that image of Jesus Christ, and actually helping you to be what you could never be by trying to keep the law.

ในพันธสัญญาใหม่นี้  พระเจ้าทรงเริ่มกระทำกิจในตัวคุณ   และยังคงทำงานในคุณต่อไป  แก้ไขคุณให้เป็นตามแบบพระลักษณะของพระเยซูคริสต์    และแท้จริงจะทรงช่วยให้คุณให้เป็นเป็นอย่างที่คุณไม่เคยเป็น หรือที่คุณพยายามจะรักษาบทบัญญัติ

For more see www.wdbydana.com/sermon.html

Hebrews 8