Saturday, September 21, 2013

 

Hebrews 5 Jesus our High Priest

ฮีบรู 5 พระเยซูมหาปุโรหิตของเรา

Toward the end of the last chapter we were introduced to the fact that Jesus is our High Priest. 

ในช่วงท้ายของบทที่แล้ว  เราได้รู้ความจริงที่ว่าพระเยซูทรงเป็นมหาปุโรหิตของเรา

Hebrews ฮีบรู 4:14 Since then we have a great high priest who has passed through the heavens, Jesus, the Son of God, let us hold fast our confession.

เหตุฉะนั้น   เมื่อเรามีมหาปุโรหิตผู้เป็นใหญ่ที่ผ่านฟ้าสวรรค์เข้าไปถึงพระเจ้าแล้ว   คือพระเยซูพระบุตรของพระเจ้า   ขอให้เราทั้งหลายมั่นคงในพระศาสนาของเรา

Now in chapter 5 the writer of Hebrews wants to contrast the difference between the Old Testament high priests and our High Priest, the Lord Jesus. 

ขณะนี้ในบทที่ 5 ผู้เขียนพระธรรมฮีบรูต้องการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างปุโรหิตใหญ่ในพันธสัญญาเดิมและปุโรหิตใหญ่ของเราคือองค์พระเยซู

The high priest served two functions; he was to go before God to represent the people before God, because God is holy and righteous and people are sinful.

ปุโรหิตใหญ่ทำหน้าที่สองอย่าง เขาต้องเข้าเฝ้าพระเจ้าทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนต่อพระพักตร์พระเจ้า   เพราะพระเจ้าทรงบริสุทธิ์และชอบธรรมและคนเราบาป

A sinful person could not approach the holy, righteous God. So the priest would take the sacrifice and he would go before God for the person, make the way, and he would represent that person before God.

คนบาปที่ไม่สามารถเข้าใกล้พระเจ้าผู้บริสุทธิ์และชอบธรรม ดังนั้นปุโรหิตจะถวายเครื่องบูชาและเขาจะไปเข้าเฝ้าพระพักตร์พระเจ้าแทนคนนั้น  ทำการเตรียมการ และเขาจะเป็นตัวแทนของคนนนั้นจำเพาะพระพักตร์พระเจ้า

Then, as he came out from the offering of the sacrifice, he would then represent God to the people. The priest was a mediator. He was a go-between between God and man.  Jesus is now our Mediator. 

แล้วในขณะที่เขาออกจากการถวายเครื่องบูชาแล้วเขาก็จะเป็นตัวแทนพระเจ้าพูดกับคน ปุโรหิตเป็นคนกลาง เขาเป็นไปคนกลางระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ พระเยซูตอนนี้ทรงเป็นคนกลาง

1For every high priest chosen from among men is appointed to act on behalf of men in relation to God, to offer gifts and sacrifices for sins.

1ฝ่ายมหาปุโรหิตทุกคนก็เลือกมาจากมนุษย์   และแต่งตั้งไว้ให้แทนมนุษย์   ในบรรดาการซึ่งเกี่ยวกับพระเจ้า   คือนำเครื่องบรรณาการและเครื่องบูชามาถวาย   เพื่อลบล้างบาป

2He can deal gently with the ignorant and wayward, since he himself is beset with weakness.

2ท่านแสดงใจอดทนนานด้วยความรักต่อคนเขลาและคนหลงผิดได้   เพราะท่านเองก็มีความอ่อนแอเช่นเดียวกับมนุษย์ทุกคน

3Because of this he is obligated to offer sacrifice for his own sins just as he does for those of the people.

3เพราะเหตุนี้ท่านจึงต้องถวายเครื่องบูชาเพื่อลบล้างบาป   ทั้งของตัวเองและของคนทั้งปวงด้วย

4And no one takes this honor for himself, but only when called by God, just as Aaron was.

4และไม่มีผู้ใดตั้งตนเองเป็นปุโรหิตได้   แต่พระเจ้าทรงเรียกเหมือนอย่างทรงเรียกอาโรน  

5So also Christ did not exalt himself to be made a high priest, but was appointed by him who said to him, “You are my Son, today I have begotten you”;

5ในทำนองเดียวกันพระคริสต์ก็ไม่ได้ทรงยกย่องพระองค์เองขึ้นเป็นมหาปุโรหิต   แต่ทรงรับพระเกียรตินี้จากพระเจ้า   ผู้ได้ตรัสกับพระองค์ว่า   ท่านเป็นบุตรของเรา   วันนี้เราให้กำเนิดท่าน 

The writer of Hebrews is quoting from Psalm 2:7

ผู้เขียนพระธรรมฮีบรูกำลังคัดเอาข้อพระคัมภีร์มาจากบทเพลงสดุดี2:7

I will tell of the decree: The LORD said to me, “You are my Son; today I have begotten you.

ข้าพเจ้าจะบอกถึงพระดำรัสของพระเจ้า  พระองค์รับสั่งกับข้าพเจ้าว่า  “เจ้าเป็นบุตรของเรา   วันนี้เราได้ให้กำเนิดแก่เจ้าแล้ว  

6as he says also in another place,“You are a priest forever, after the order of Melchizedek.

6และได้ตรัสอีกแห่งหนึ่งว่า   ท่านเป็นปุโรหิตเป็นนิตย์     ตามแบบอย่างของเมลคีเซเดค

The name Melchizedek has its root in two Hebrew words, melech- meaning "King" and tzedek  - meaning "righteous(ness)". 

ชื่อเม็ลคีเซเด็คมีรากจากภาษาฮิบรู 2 คำคือ เมเล็ค-หมายถึง "พระราชา" และ เซเด็ค - หมายถึง "(ความ)ชอบธรรม "

Literally then, "The King of Righteousness".  

ว่าตามตัวอักษรแล้ว "กษัตริย์แห่งความชอบธรรม"

He was first mentioned in the Bible in Genesis 14:18

เขาได้รับการกล่าวถึงเป็นครั้งแรกในพระคัมภีร์ในปฐมกาล14:18

And Melchizedek king of Salem brought out bread and wine. (He was priest of God Most High.)

เมลคีเซเดคผู้เป็นกษัตริย์เมืองซาเลม   ก็นำขนมปังกับเหล้าองุ่นออกมา(ปุโรหิตของพระเจ้าผู้สูงสุด)

Then King David gave this prophecy in Psalm 110:1-4

แล้วกษัตริย์ดาวิดได้พยากรณ์เรื่องนี้ในบทเพลงสดุดี 110:1-4

1The LORD says to my Lord:

“Sit at my right hand, until I make your enemies your footstool.”

1เพลงสดุดี ของดาวิด   พระเจ้าตรัสกับพระองค์ผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าว่า  
“จงนั่งที่ข้างขวาของข้าพเจ้า     จนกว่าเราจะกระทำให้ศัตรูของเจ้าเป็นแท่นรองเท้า ของข้าพเจ้า”  

2The LORD sends forth from Zion your mighty scepter.  Rule in the midst of your enemies!

2พระเจ้าทรงใช้คทาทรงฤทธิ์ของพระองค์ท่านไปจากศิโยน   จงครอบครองท่ามกลางศัตรูของพระองค์ท่านเถิด  

3Your people will offer themselves freely on the day of your power,

in holy garments; from the womb of the morning, the dew of your youth will be yours.

3ชนชาติของพระองค์ท่านจะสมัครถวายตัวของเขาด้วย ความเต็มใจ   ในวันที่พระองค์ท่านนำพลโยธาของพระองค์ท่านไป บนภูเขาบริสุทธิ์   จากครรภ์ของอรุโณทัย   น้ำค้างแห่งวัยหนุ่มเป็นของพระองค์ท่าน  

4The LORD has sworn and will not change His mind, “You are a priest forever

after the order of Melchizedek.”

4พระเจ้าทรงปฏิญาณแล้ว    และจะไม่เปลี่ยนพระทัยของพระองค์   “เจ้าเป็นปุโรหิตเป็นนิตย์  
ตามอย่างของเมลคีเซเดค”

 

Hebrews 5