Wednesday, September 18, 2013

 

Hebrews 4 Entering into God’s Rest

ฮีบรู 4 การเข้าไปสู่ที่พักสงบของพระเจ้า

We are of the household of faith. The wonderful thing is that God desires to dwell with His people.

เราเป็นคนในครอบครัวแห่งความเชื่อ สิ่งที่ประเสริฐคือพระเจ้าทรงปรารถนาที่จะประทับอยู่กับคนของพระองค์

He could dwell anywhere in the universe that He pleased, and He does fill the universe, but it is the Lord's desire to come and to dwell in His people.

พระองค์จะทรงประทับอยู่ที่ใดก็ได้ที่พระองค์ทรงพอพระทัยในจักรวาล   และพระองค์ทรงครองจักรวาล แต่มันเป็นความปรารถนาของพระเจ้าที่จะเสด็จมาและทรงประทับในคนของพระองค์

God inhabits the praises of His people. 

พระเจ้าทรงสถิตในคำสรรเสริญของคนของพระองค์

The one who builds the house is greater than the house itself. It was the Lord who built the house; so, He is greater than the house. He is deserving of more honor and glory.

ผู้ที่สร้างบ้านย่อมเป็นใหญ่กว่าบ้านนั้นเอง   คือพระเจ้าเป็นผู้ทรงสร้างบ้าน; ดังนั้นพระองค์ทรงยิ่งใหญ่กว่าบ้าน พระองค์ทรงสมควรได้รับเกียรติและคำสรรเสริญมากกว่า

You can't have a house without a builder.

  คุณไม่สามารถมีบ้านได้โดยไม่ต้องมีคนสร้าง

Just like we live in a world that was created by God, it didn’t just happen

เหมือนกับที่เราอาศัยอยู่ในโลกที่ถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้า  มันไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น

Jesus said, "Upon this rock I will build My church." So He who has built the house is greater than the house itself.

พระเยซูตรัสว่า "บนศิลานี้เราจะสร้างคริสตจักรขึ้น" ดังนั้นพระองค์ผู้ทรงสร้างบ้านย่อมใหญ่กว่าบ้านนั้นเอง

Moses was faithful; he gave to us the laws of God.                                                       โมเสสเป็นคนสัตย์ซื่อ ท่านได้มอบธรรมบัญญัติของพระเจ้าแก่เรา

He was a servant and he declared unto us the commandments, and the statutes, and the judgments, the worship, the ordinances, which were all a shadow of Jesus Christ.

ท่านเป็นผู้รับใช้และได้ประกาศให้เราทราบเรื่องบทบัญญัติ และกฎเกณฑ์ข้อบังคับและการพิพากษา การนมัสการ  กฎข้อบังคับ, ซึ่งทั้งหมดเป็นเงาของพระเยซูคริสต์

Keep on believing, keep on trusting. It is important for us to notice the failure for Israel was the failure of faith.

จงรักษาความเชื่อไว้ต่อไป  จงรักษาความไว้วางใจ  เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราที่จะสังเกตเห็นความล้มเหลวของชนอิสราเอลคือการล้มลงในของความเชื่อ

They did not believe God was able to bring them into the land.

พวกเขาไม่เชื่อพระเจ้า ว่าทรงสามารถที่จะนำพวกเขาเข้าไปยังดินแดนนั้น

They, somehow, were looking at their own resources and looking at the power of their enemies.

บางที  พวกเขากำลังหาทรัพยากรนั้นด้วยตนเอง  และกำลังดูที่อำนาจของศัตรูของพวกเขา

They were saying, "We can't do it. We're unable to go in."

พวกเขากำลังพูดว่า "เราทำไม่ได้    เราไม่สามารถเข้าไปที่นั่น

Many times we find that it is our unbelief that keeps us from entering into that full rich life that God would have us to experience and to enjoy. 

หลายครั้งที่เราพบว่ามันเป็นความสงสัยของเราที่ทำให้เราไม่ได้เข้าอยู่ในชีวิตที่เต็มบริบูรณ์แบบที่พระเจ้าจะทำให้เราได้สัมผัสและมีความสุข

Our problem is our looking at our own abilities and looking at the power of the enemy.

ปัญหาของเราคือเรากำลังมองที่ความสามารถของเราเองและกำลังดูที่อำนาจของศัตรู

Always when we get our eyes off the Lord and onto the Enemy, terror fills our heart, and unbelief.

เรามักจะละสายตาของเราออกจากพระเจ้าและดูที่ศัตรู  หัวใจของเราเต็มไปด้วยความสงสัย

  We saw that Jesus our High Priest is greater than Moses in that Moses was only a servant in the house of God. But Jesus, the Son, is ruling over the house, the builder of the house. 

เราได้เห็นว่าพระเยซู  มหาปุโรหิตของเรา  ทรงยิ่งใหญ่กว่าโมเสส   โมเสสเป็นเพียงผู้รับใช้ในพลับพลาของพระเจ้า  แต่พระเยซู  พระบุตร, เป็นผู้ทรงปกครองในพลับพลาที่ได้ก่อสร้างขึ้น

Moses was unable to take the people into God's rest, there is no rest for us if we try to live life on our own, but if we will rely fully on Jesus, He will bring us into God's rest.

โมเสสไม่สามารถนำพาคนของพระเจ้าเข้าไปในที่พักสงบ  ไม่มีที่พักสงบสำหรับเราถ้าเราพยายามมีชีวิตอยู่ด้วยตนเอง   แต่ถ้าเราพึ่งพาพระเยซูทั้งสิ้น  พระองค์จะทรงนำเราไปที่พักสงบในพระเจ้า

What is this rest?  Well we have an eternity to enjoy eternal life in Heaven with God, but also peace now in a troubled world. 

การพักสงบคืออะไร? เรามีที่นิรันดร์กาลที่จะมีความสุขถาวรนิรันดร์ในสวรรค์กับพระเจ้า แต่ยังมีสันติสุขในโลกที่มีปัญหา

Do you believe that God is in control of your life? Do you believe that God loves you? If you believe these things then you have entered into that rest, why should you worry, God is in control.

คุณเชื่อไหมว่าพระเจ้าทรงควบคุมของชีวิตของคุณ? คุณเชื่อไหมว่าพระเจ้าทรงรักคุณ? หากคุณเชื่อสิ่งเหล่านี้แล้วคุณจะได้เข้าไปที่พักสงบ  ทำไมคุณยังกังวลใจ พระเจ้าทรงควบคุมอยู่

God will take care of you and any problem you are facing. The way we sometimes act, you would think that God is not on the throne, that He wasn't in control any more.

พระเจ้าจะทรงดูแลคุณและปัญหาที่คุณกำลังเผชิญ  วิธีที่เราประพฤติในบางครั้ง คุณจะคิดว่าพระเจ้าไม่ได้ประทับอยู่บนบัลลังก์   คิดว่าพระองค์ไม่ได้ทรงควบคุมใด ๆ เลย

But God is in control if you have surrendered and submitted your life to Him. You have to just believe Him and trust Him knowing that He is able to take care of you.

แต่พระเจ้าทรงควบคุมอยู่ ถ้าคุณได้ยอมจำนนและมอบชีวิตของคุณแด่พระองค์  คุณแค่เพียงเชื่อและไว้วางใจพระองค์   รู้ว่าพระองค์ทรงสามารถที่จะดูแลคุณได้

1Therefore, while the promise of entering His rest still stands, let us ข้าพเจ้า lest any of you should seem to have failed to reach it.

1เหตุฉะนั้นเมื่อพระสัญญายังมีอยู่ว่า   จะให้ข้าพเจ้าเข้าสู่การพำนักซึ่งพระองค์ทรงประทาน   ก็ให้ข้าพเจ้าทั้งหลายระมัดระวังอยู่เสมอ   มิฉะนั้นอาจจะมีบางคนในพวกท่านไปไม่ถึง

2For good news came to us just as to them, but the message they heard did not benefit them, because they were not united by faith with those who listened.

2เพราะว่าแท้ที่จริง   ข้าพเจ้าได้รับข่าวอันประเสริฐเช่นเดียวกับเขา   แต่ว่าเขาไม่ได้รับประโยชน์จากข่าวอันประเสริฐ   เพราะเขาไม่เชื่อ

3For we who have believed enter that rest, as He has said, “As I swore in My wrath,

‘They shall not enter My rest,’” although His works were finished from the foundation of the world.

3สำหรับข้าพเจ้าผู้มีความเชื่อแล้วจะได้เข้าสู่การพำนัก   คือการพำนักที่พระองค์ได้ตรัสไว้แล้วว่า  
  “ตามที่ข้าพเจ้าได้ปฏิญาณด้วยความพิโรธว่า   'เขาจะไม่ได้เข้าสู่การพำนักซึ่งข้าพเจ้า
จัดให้' ”    แม้ว่างานของพระองค์จะได้สำเร็จแล้วตั้งแต่สร้างโลก

4For he has somewhere spoken of the seventh day in this way: “And God rested on the seventh day from all His works.”

4และมีข้อหนึ่งที่ได้กล่าวถึงวันที่เจ็ดดังนี้ว่า   ในวันที่เจ็ดนั้น   พระเจ้าก็ได้ทรงหยุดพักการงานทั้งสิ้นของพระองค์

Genesis ปฐมกาล 2:2

2And on the seventh day God finished His work that He had done, and He rested on the seventh day from all His work that He had done.

2วันที่เจ็ด พระเจ้าก็เสร็จงานของพระองค์ที่ทรงกระทำมานั้น   ในวันที่เจ็ดนั้นก็ทรงพักการงานทั้งสิ้นของพระองค์ที่ได้ ทรงกระทำ

5And again in this passage He said, “They shall not enter My rest.”

5แต่ในที่เดียวกันกับที่ได้อ้างไว้ข้างบนนั้น   มีคำว่า   เขาจะไม่ได้เข้าสู่การพำนักซึ่งข้าพเจ้าจัดให้

Rest means 'Sabbath rest' (as we will see in verse 9) a rest from 'works',  just as God rested from His 'work'.  

การหยุดพักหมายถึง 'สะบาโตแห่งการพักสงบ’ (ที่เราจะเห็นในข้อ 9) การพักสงบจากการทำพันธกิจของพระองค์

For the Jews they would really understand this because they truly rest on the Sabbath day from 6:00 p.m. Friday until 6:00 p.m. Saturday. 

สำหรับชาวยิวพวกเขาจะเข้าใจเรื่องนี้จริงๆ  เพราะพวกเขาพักสงบอย่างแท้จริงในวันสะบาโตแห่งการพักสงบ จากวันศุกร์เวลา 18:00 น.จนถึงวันเสาร์ 18:00 น.

So a part of the rest we can take is that we don’t have to work for our salvation, wondering if we have done enough to please God. 

ดังนั้นส่วนหนึ่งของการพักสงบ  คือว่าเราไม่ต้องประพฤติปฏิบัติเพื่อแสวงหาความรอด  หรือสงสัยว่าเราได้ทำให้เป็นที่พอพระทัยพระเจ้าหรือไม่

When we trust in Jesus and the work that He did on the cross, the salvation work is done. 

เมื่อเราวางใจในพระเยซูและการเสียสละพระชนม์บนไม้กางเขนเท่านั้นเราก็ได้รับความรอดแล้ว  For more see www.wdbydana.com/sermon.html

 

Hebrews 4