Saturday, August 17, 2013

 

2 Timothy chapter 2 Training Others and Being Vessels of Honor

2 ทิโมธีบทที่ 2 การฝึกอบรมผู้อื่นและการเป็นภาชนะที่มีเกียรติ

For about 11 years I was a missionary with Child Evangelism Fellowship (CEF).  This is a worldwide ministry who goal is to reach children with the Gospel. 

ประมาณ 11 ปีที่ผมเป็นมิชชันนารีใน การสามัคคีธรรมประกาศกับเด็ก CEF นี่คือพันธกิจระดับโลกที่มีเป้าหมายคือการนำพระกิตติคุณไปถึงเด็กๆ

The main ministry of CEF is the weekly Good News Club® which is a home Bible study for children using a flannel board with cut out pictures and visualized songs. 

พันธกิจหลักของซีอีเอฟ คือ เป็นสโมสรแห่งพระกิตติคุณรายสัปดาห์®ซึ่งเป็นการศึกษาพระคัมภีร์ตามบ้านสำหรับเด็กๆ โดยใช้กระดานสักหลาดตัดภาพออกมา และเพลงที่มีเนื้อเพลงที่มองเห็นได้

The job of the missionary mainly is to recruit and train teachers for these clubs. 

งานของมิชชันนารีส่วนใหญ่เป็นการสรรหาและฝึกอบรมครูให้กับสโมสรเหล่านี้

So every week I would offer a teacher training class and demonstrate to those teachers how to teach a Good News Club ® demonstrating the lesson that they would then teach the children, and I would teach on different topics that would help them to be better teachers. 

ดังนั้นทุกสัปดาห์ผมจะจัดให้มีการฝึกอบรมครูผู้สอนและสาธิตให้ครูผู้สอนรู้จักวิธีสอนของสโมสรพระกิตติคุณ   สาธิตให้รู้จักบทเรียนที่พวกเขาจะใช้สอนเด็ก   และผมจะสอนในหัวข้อที่แตกต่างกัน เพื่อจะช่วยให้พวกเขามาเป็นครูที่ดี

I would teach them how to prepare a Bible lesson, how to give an invitation to accept Christ, how to teach memory verses, how to teach songs and more.   

ผมจะสอนพวกเขาให้รู้ว่าจะเตรียมบทเรียนพระคัมภีร์อย่างไร  เชิญคนมายอมรับพระคริสต์อย่างไร สอนให้ท่องข้อควรจำอย่างไร สอนเพลงและอื่น ๆ

1You then, my child, be strengthened by the grace that is in Christ Jesus,

1เหตุฉะนั้นบุตรของข้าพเจ้าเอ๋ย   จงเข้มแข็งขึ้นในพระคุณซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์

2and what you have heard from me in the presence of many witnesses entrust to faithful men who will be able to teach others also.

2จงมอบคำสอนเหล่านั้น   ซึ่งท่านได้ยินจากข้าพเจ้าต่อหน้าพยานหลายคน   ไว้กับคนที่ซื่อสัตย์ที่สามารถสอนคนอื่นได้ด้วย

This is just like I did in those teacher training classes. 

นี้ก็เช่นเดียวกับที่ผมได้เคยทำในชั้นฝึกอบรมครู

This is what is done in Bible colleges, and seminaries, “entrusting to faithful men and women who will then be able to teach others.”

นี่คือสิ่งที่จะทำในวิทยาลัยพระคัมภีร์และสถาบันพระคริสตธรรม  สอนผู้ชายและผู้หญิงที่สัตย์ซื่อผู้ที่จะสามารถไปสอนคนอื่นๆ

Next Paul makes some comparisons with being a soldier, then being an athlete, and third a farming analogy compared with living the Christian life.

ต่อไปเปาโลทำการเปรียบเทียบกับการเป็นทหาร   แล้วการเป็นนักกีฬา และลำดับที่สามคือเปรียบเทียบคนที่ทำการเกษตรกับคนที่มีชีวิตคริสเตียน

3Share in suffering as a good soldier of Christ Jesus.

3จงทนการยากลำบากด้วยกันกับทหารที่ดีของพระเยซูคริสต์

4No soldier gets entangled in civilian pursuits, since his aim is to please the one who enlisted him.

4ไม่มีทหารคนใดที่เข้าประจำการแล้วจะยุ่งอยู่กับงานฝ่ายพลเรือน   ด้วยว่าเขามุ่งที่จะทำให้ผู้บังคับบัญชาพอใจ

If you are in the Thai or the U.S. Army you can’t always do what many other people are doing. 

ถ้าคุณอยู่ในกองทัพไทยหรือกองทัพสหรัฐ   คุณไม่สามารถทำในสิ่งที่คนอื่น ๆ กำลังทำ

You can’t live in the same way as the civilians. 

คุณไม่สามารถมีชีวิตอยู่ในลักษณะเดียวกับพลเรือน

To serve in the U.S. army you begin by going through “boot camp”  several months of really intensive training, lots of physical exercise,  you learn about obedience and there is some suffering. 

การรับราชการในกองทัพสหรัฐ  คุณจะเริ่มต้นโดยผ่าน "บูทแคมป์" ของการฝึกอบรมอย่างเข้มข้นจริงๆ หลายเดือน  การออกกำลังกายอย่างหนัก  คุณเรียนรู้เกี่ยวกับการเชื่อฟังและการทนทุกข์บ้าง

Afterwards in military service, you can’t do whatever you want to do whenever you want to do it. 

หลังจากนั้นในการรับราชการทหาร   คุณจะไม่สามารถทำสิ่งที่คุณต้องการทำ   หรือเมื่อใดก็ตามที่คุณต้องการได้เลย

Instead you must be ready for war and you must do whatever your commander asks of you.  This is true of the Christian as well.

แต่คุณต้องฝึกความพร้อมสำหรับการทำสงคราม  และคุณต้องทำสิ่งที่ผู้บัญชาการทหารของคุณสั่งการ แท้จริงนี่คือชีวิตคริสเตียนเช่นกัน

 

2 Timothy 2