Search the site

Calvary Chapel at the Bridge Phuket ThailandCalvary Chapel at the Bridge

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Sunday, August 11, 2013

 

1 Timothy 6 Be godly not greedy

1 ทิโมธี 6 จงเป็นคนเคร่งศาสนาไม่ใช่คนโลภ

1Let all who are under a yoke as slaves regard their own masters as worthy of all honor, so that the name of God and the teaching may not be reviled.

1จงให้คนทั้งหลายที่อยู่ใต้แอกแห่งความเป็นทาส   ถือว่านายของตนเป็นผู้สมควรแก่การได้รับเกียรติยศทุกสถาน   เพื่อว่าพระนามของพระเจ้าและคำสอนจะมิได้ถูกเหยียดหยาม

Paul here is addressing slaves, instructing that they should respect their masters.  

ตอนนี้เปาโลกำลังสั่งสอนพวกทาส   สอนว่าพวกเขาควรจะเคารพเจ้านายของตน

But the application for us is to respect our employer, our boss if we have one.  Why? 

แต่เราสามารถนำมาใช้คือการเคารพนายจ้างเจ้านายของเราถ้าเรามีนายจ้างคนเดียว ทำไม

Paul says, so the name of God and the teaching may not be reviled.  

เปาโลบอกว่า  ดังนั้นอย่าให้พระนามของพระเจ้าและคำสั่งสอนถูกเหยียดหยาม

In other words, working hard and being respectful so that we are a good example, is a good representation of being a follower of Christ.    

อีกนัยหนึ่ง จงทำงานหนัก และเป็นที่น่าเคารพ  เพื่อว่าเราจะเป็นตัวอย่างที่ดี   เป็นตัวแทนที่ดีของการเป็นสาวกของพระคริสต์

When you are a Christian, people know you are a Christian and they watch you. 

เมื่อคุณเป็นคริสเตียน คนก็รู้ว่าคุณเป็นคริสเตียนและพวกเขาเฝ้าดูพวกคุณ

Do you work hard, doing even more that what is required? 

คุณทำงานหนักมาก  มากยิ่งกว่าสิ่งที่จะต้องไหม

Do you come to work on time or even early? 

คุณมาทำงานตรงเวลาหรือก่อนเวลาไหม

Do you sometimes work later than required? 

บางครั้งคุณทำงานช้ากว่าที่กำหนดไหม

Do you really try to do good quality work? 

จริงๆ คุณพยายามที่จะทำงานให้มีคุณภาพดีใช่ไหม

Do you take only short breaks?  Sometimes by our actions and by our attitudes, we cause the name of Jesus to be praised but other times we can cause His name to be blasphemed, and that's tragic.

คุณใช้เวลาพักสั้น ๆ เท่านั้นใช่ไหม  บางครั้งการกระทำของเราและทัศนคติของเรา   เราทำให้พระนามของพระเยซูได้รับการยกย่อง แต่หลายครั้งที่เราสามารถทำให้พระนามของพระองค์ถูกหมิ่นประมาทและเป็นเรื่องน่าเศร้า

2Those who have believing masters must not be disrespectful on the ground that they are brothers; rather they must serve all the better since those who benefit by their good service are believers and beloved. Teach and urge these things.

2ฝ่ายคนเหล่านั้น   ผู้มีนายเป็นผู้มีความเชื่อก็ต้องไม่ขาดความเคารพนาย   เพราะเหตุที่ได้มาเป็นพี่น้องกันแล้ว   แต่ยิ่งกว่านั้นเขาต้องรับใช้นายให้ดีขึ้น   เพราะเหตุว่า   นายผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากการรับใช้ของเขานั้น   เป็นผู้ที่มีความเชื่อและเป็นที่รัก    จงสั่งสอนและสนับสนุนให้กระทำตามหน้าที่เหล่านี้

Next the exhortation is for the Christian master or boss. 

ต่อไป เป็นคำแนะนำตักเตือน สำหรับนายจ้างคริสเตียนหรือเจ้านาย

Just because he has a servant or employee who is a Christian brother, he is not to take advantage of him. 

เพียงเพราะเขามีคนรับใช้หรือลูกจ้างซึ่งเป็นพี่น้องคริสเตียน   เจ้านายไม่ควรเอาเปรียบคนนั้น

Sometimes Christians expect something for nothing from other Christians. 

บางครั้งคริสเตียนไม่ควรคาดหวังจะได้อะไรจากคริสเตียนอื่น

For example you go to church with a man who is good car mechanic, don’t expect him to fix your car for free. 

ตัวอย่างเช่นคุณไปโบสถ์กับผู้ชายที่เป็นช่างซ่อมรถที่ดี   อย่าไปคาดหวังว่าเขาจะแก้ไขปัญหารถของคุณฟรี

That is his business, how he makes his living, and he is not obligated to fix your car free. 

นั่นคือธุรกิจของเขา  เขาหาเงินเลี้ยงชีวิตของเขา  และเขาก็ไม่จำเป็นต้องแก้ไขปัญหารถของคุณฟรี

In the next section Paul speaks of those who teach a different doctrine, teaching something outside of clear biblical Christianity.  

ในตอนถัดไปเปาโลพูดถึงบรรดาผู้สอนศาสนาที่สอนแตกต่างกัน    สอนบางสิ่งบางอย่างที่อยู่นอกพระคัมภีร์คริสต์ศาสนาที่ชัดเจน

There are some too, who just want to split hairs, to argue about things that are not important or not central to Christianity. 

มีบางคนด้วย  ที่ต้องการเพียงแค่ให้แตกแยก  โต้แย้งเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่สำคัญหรือไม่เป็นกลางในคริสต์ศาสนา

3If anyone teaches a different doctrine and does not agree with the sound words of our Lord Jesus Christ and the teaching that accords with godliness,

3ถ้าผู้ใดสอนผิดไปจากนี้   และไม่ยอมเห็นด้วยกับพระวจนะอันมีหลักของพระเยซูคริสตเจ้าของเรา   และคำสอนที่สมกับทางของพระเจ้า

4he is puffed up with conceit and understands nothing. He has an unhealthy craving for controversy and for quarrels about words, which produce envy, dissension, slander, evil suspicions,

4ผู้นั้นก็เป็นคนทะนงตัวและไม่รู้อะไร   เขาชอบทุ่มเถียงและโต้แย้งในเรื่องคำ   ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดการอิจฉากัน   การทะเลาะวิวาทกัน   การกล่าวร้ายกัน   การไม่ไว้วางใจกัน

5and constant friction among people who are depraved in mind and deprived of the truth, imagining that godliness is a means of gain.

5และการด่าทอกันระหว่างผู้ที่มีใจทรามและไร้ความสัตย์จริง   ที่คิดว่าทางของพระเจ้านั้นเป็นทางได้ประโยชน์

Some people have become Christians thinking it will make them rich. 

บางคนได้มารับเชื่อเป็นคริสเตียน  และคิดว่ามันจะทำให้พวกเขาร่ำรวย

But no, we are to be godly, and content.  The love of money is a root of evil, Paul says. 

แต่ไม่ใช่ เราต้องเดินในทางพระเจ้าและพอใจที่มีอยู่  เปาโลสอนว่าความรักเงินเป็นรากของความชั่วร้าย 6Now there is great gain in godliness with contentment,

6จริงอยู่   เราได้รับประโยชน์มากมายจากทางของพระเจ้า   พร้อมทั้งความสุขใจ

7for we brought nothing into the world, and we cannot take anything out of the world.

7เพราะว่าเราไม่ได้เอาอะไรเข้ามาในโลกฉันใด   เราก็เอาอะไรออกไปจากโลกไม่ได้ฉันนั้น

8But if we have food and clothing, with these we will be content.

8แต่ถ้าเรามีอาหารและเสื้อผ้า   ก็ให้เราพอใจด้วยของเหล่านั้นเถิด

9But those who desire to be rich fall into temptation, into a snare, into many senseless and harmful desires that plunge people into ruin and destruction.

9ส่วนคนเหล่านั้น   ที่อยากร่ำรวยก็ตกอยู่ในข่ายของความเย้ายวน   และติดบ่วงแร้วและในความปรารถนานานาที่ไร้ความคิดและเป็นภัยแก่ตัว   ซึ่งทำให้คนเราต้องถึงความพินาศเสื่อมสูญไป

10For the love of money is a root of all kinds of evils. It is through this craving that some have wandered away from the faith and pierced themselves with many pangs.

10ด้วยว่าการรักเงินทองนั้นเป็นมูลรากแห่งความชั่วทั้งมวล   และเพราะความโลภนี่แหละ   จึงทำให้บางคนห่างไกลจากความเชื่อ   และตรอมตรมด้วยความทุกข์

Money is not evil; it's not good. It all depends on your attitude towards money.

เงินไม่ได้ชั่วร้าย แต่มันก็ไม่ดี ทั้งหมดขึ้นอยู่กับทัศนคติของคุณต่อเงิน

So it is greed and covetousness that are evil. 

ดังนั้นมันจึงเป็นความโลภ และความโลภนั่นแหละที่ชั่วร้าย

This is when you are never satisfied with what you have always desiring more and living your life pursuing money. 

นี้คือเมื่อคุณไม่เคยพอใจกับสิ่งที่คุณมีเสมอ    อยากได้มากขึ้นและชีวิตของคุณใฝ่หาแต่เงิน

James ยากอบ 4:1-4 1What causes quarrels and what causes fights among you? Is it not this, that your passions are at war within you?

1อะไรเป็นสาเหตุของสงคราม   และอะไรเป็นสาเหตุของการทะเลาะวิวาทกันในพวกท่าน   มิใช่กิเลสตัณหาของท่านหรือ   ที่ทำให้ท่านต่อสู้กัน

2You desire and do not have, so you murder. You covet and cannot obtain, so you fight and quarrel. You do not have, because you do not ask.

2ท่านทั้งหลายอยากได้   แต่ไม่ได้   ท่านก็ฆ่ากัน   ท่านโลภแต่ไม่ได้   ท่านก็ทะเลาะและทำสงครามกัน   ท่านไม่มีเพราะท่านไม่ได้ขอ

3You ask and do not receive, because you ask wrongly, to spend it on your passions.

3ท่านขอและไม่ได้รับ   เพราะท่านขอผิด   หวังได้ไปเพื่อสนองกิเลสตัณหาของท่าน

4You adulterous people! Do you not know that friendship with the world is enmity with God? Therefore whoever wishes to be a friend of the world makes himself an enemy of God.

4คนทุจริตเอ๋ย   ไม่รู้หรือว่า   การเป็นมิตรกับโลกนั้น   คือการเป็นศัตรูกับพระเจ้า   เหตุฉะนั้น   ผู้ใดใคร่เป็นมิตรกับโลก   ผู้นั้นก็ตั้งตัวเป็นศัตรูกับพระเจ้า

Love of money, the greed, is often behind all of the wars and fighting and jealousies in the world, the love of money, the root of evil.

ความรักเงิน  ความโลภ มักจะอยู่เบื้องหลังสงครามและการต่อสู้และความริษยาในโลกทุกครั้ง   ความรักเงินเป็นรากเหง้าของความชั่วร้าย

The world is in the mess that it is today because of greed. 

โลกวุ่นวายนั่นเพราะความโลภวันนี้

So often there are wars over land and disagreements over trade agreements - buying and selling and customs taxes. 

จึงมักจะมีสงครามแย่งดินแดนบ่อยครั้งและความขัดแย้งในข้อตกลงทางการค้า- การซื้อและขายและภาษีศุลกากร

Greed is a problem with individuals and country leaders. 

ความโลภเป็นปัญหากับแต่ละคนและผู้นำประเทศ

The common deception is if I just had enough money, I would be happy.

คำหลอกลวงที่พบบ่อยคือ  ถ้าเพียงแค่ฉันมีเงินมากพอ  ฉันก็จะมีความสุข

Paul is saying that these who have pursued money and perhaps even become wealthy, often have turned from the truth, erring from the truth, and have brought themselves into great sorrows.

เปาโลกำลังบอกว่าคนเหล่านี้ที่ได้ติดตามหาเงิน  และบางทีอาจจะกลายเป็นผู้มั่งคั่ง  มักจะหันหนีไปจากความจริงและได้นำตัวเองเข้าไปในความทุกข์ที่น่าเศร้า

And interestingly enough, the most wealthy are also at the same time the most miserable men.     

และที่น่าสนใจพอ  คือคนที่รวยที่สุดในเวลาเดียวกันก็เป็นคนที่น่าสังเวชที่สุด

So rather than trying to pursue money, what should we pursue?

ดังนั้นแทนที่เราจะพยายามวิ่งไล่หาเงิน  เราควรติดตามหาอะไร

11But as for you, O man of God, flee these things. Pursue righteousness, godliness, faith, love, steadfastness, gentleness.

11แต่ท่านผู้เป็นคนของพระเจ้า   จงหลีกหนีเสียจากสิ่งเหล่านี้   จงมุ่งมั่นในความชอบธรรม   ในทางของพระเจ้า   ความเชื่อ   ความรัก   ความอดทน   และความอ่อนสุภาพ

So it all comes down to what is the center of your life.

ดังนั้นมันก็มาถึงเรื่องที่เป็นศูนย์กลางในชีวิตของคุณ

If it is the desire for money, the desire for gain is at the center of your life, then you're going to be a miserable person.

ถ้ามันเป็นความปรารถนาอยากได้เงิน   ความปรารถนาเพื่อหากำไรเป็นศูนย์กลางในชีวิตคุณ   แล้วคุณจะเป็นคนที่มีความทุกข์น่าเวทนา

If God is at the center of your life, you're going to be rich, not with money but rich in faith, your life is going to be blessed, your life is going to be full.

ถ้าพระเจ้าเป็นศูนย์กลางในชีวิตคุณ   คุณกำลังจะรวย  ไม่ใช่ด้วยเงิน แต่เต็มไปด้วยความเชื่อศรัทธาในชีวิตคุณ     ชีวิตจะได้รับพระพร  ความสุขในชีวิตคุณจะเต็มเปี่ยม

So put God at the center of your life, put righteousness at the center of your life, godliness at the center of your life, that you might really be blessed by God and be a blessing to others, having peace, contentment, and joy.  

ดังนั้นให้พระเจ้าเป็นศูนย์กลางชีวิตคุณ  ใส่ความชอบธรรมเป็นศูนย์กลางของชีวิต   เคร่งศาสนาที่เป็นศูนย์กลางของชีวิต   คุณอาจจะได้รับพรจริงๆจากพระเจ้า  และเป็นพระพรให้กับผู้อื่น  มีสันติสุข  ความพึงพอใจ และความสุข

Notice Jesus words in Matthew

สังเกตพระคำที่พระเยซูทรงสอนในมัทธิว

Matthew มัทธิว 6:19-21 19“Do not lay up for yourselves treasures on earth, where moth and rust destroy and where thieves break in and steal,

19 “อย่าส่ำสมทรัพย์สมบัติไว้สำหรับตัวในโลก   ที่อาจเป็นสนิมและที่แมลงกินเสียได้   และที่ขโมยอาจขุดช่องลักเอาไปได้

20but lay up for yourselves treasures in heaven, where neither moth nor rust destroys and where thieves do not break in and steal.

20แต่จงส่ำสมทรัพย์สมบัติไว้ในสวรรค์   ที่ไม่มีแมลงจะกินและไม่มีสนิมจะกัด   และที่ไม่มีขโมยขุดช่องลักเอาไปได้

21For where your treasure is, there your heart will be also.

21เพราะว่าทรัพย์สมบัติของท่านอยู่ที่ไหน   ใจของท่านก็อยู่ที่นั่นด้วย

Jesus continues to say this in Matthew

พระเยซูยังทรงสอนแบบนี้ในมัทธิว

Matthew มัทธิว 6:24-34 24“No one can serve two masters, for either he will hate the one and love the other, or he will be devoted to the one and despise the other. You cannot serve God and money.

24“ไม่มีผู้ใดเป็นข้าสองเจ้าบ่าวสองนายได้   เพราะว่าจะชังนายข้างหนึ่ง   และจะรักนายอีกข้างหนึ่ง   หรือจะนับถือนายฝ่ายหนึ่ง   และจะดูหมิ่นนายอีกฝ่ายหนึ่ง   ท่านจะปฏิบัติพระเจ้าและจะปฏิบัติเงินทองพร้อมกันไม่ได้

25“Therefore I tell you, do not be anxious about your life, what you will eat or what you will drink, nor about your body, what you will put on. Is not life more than food, and the body more than clothing?

25“เหตุฉะนั้น   เราบอกท่านทั้งหลายว่า   อย่ากระวนกระวายถึงชีวิตของตนว่า   จะเอาอะไรกิน   หรือจะเอาอะไรดื่ม   และอย่ากระวนกระวายถึงร่างกายของตนว่า   จะเอาอะไรนุ่งห่ม   ชีวิตสำคัญยิ่งกว่าอาหารมิใช่หรือ   และร่างกายสำคัญยิ่งกว่าเครื่องนุ่งห่มมิใช่หรือ

26Look at the birds of the air: they neither sow nor reap nor gather into barns, and yet your heavenly Father feeds them. Are you not of more value than they?

26จงดูนกในอากาศ   มันมิได้หว่าน   มิได้เกี่ยว   มิได้ส่ำสมไว้ในยุ้งฉาง   แต่พระบิดาของท่านทั้งหลาย   ผู้ทรงสถิตในสวรรค์ทรงเลี้ยงนกไว้   ท่านทั้งหลายมิประเสริฐกว่านกหรือ

27And which of you by being anxious can add a single hour to his span of life?

27มีใครในพวกท่านโดยความกระวนกระวาย   อาจต่อชีวิตให้ยาวออกไปอีกสักศอกหนึ่งได้หรือ

28And why are you anxious about clothing? Consider the lilies of the field, how they grow: they neither toil nor spin,

28ท่านกระวนกระวายถึงเครื่องนุ่งห่มทำไม   จงพิจารณาดอกไม้ที่ทุ่งนาว่า   มันงอกงามเจริญขึ้นได้อย่างไร   มันไม่ทำงาน   มันไม่ปั่นด้าย

29yet I tell you, even Solomon in all his glory was not arrayed like one of these.

29แต่เราบอกท่านทั้งหลายว่ากษัตริย์ซาโลมอนเมื่อบริบูรณ์ด้วยสง่าราศี   ก็มิได้ทรงเครื่องงามเท่าดอกไม้นี้ดอกหนึ่ง

30But if God so clothes the grass of the field, which today is alive and tomorrow is thrown into the oven, will he not much more clothe you, O you of little faith?

30แม้ว่าพระเจ้าทรงตกแต่งหญ้าที่ทุ่งนาอย่างนั้น   ซึ่งเป็นอยู่วันนี้และรุ่งขึ้นต้องทิ้งในเตาไฟ   โอ   ผู้มีความเชื่อน้อย   พระองค์จะไม่ทรงตกแต่งท่านมากยิ่งกว่านั้นหรือ

31Therefore do not be anxious, saying, ‘What shall we eat?’ or ‘What shall we drink?’ or ‘What shall we wear?’

31เหตุฉะนั้นอย่ากระวนกระวายว่า   จะเอาอะไรกิน   หรือจะเอาอะไรดื่ม   หรือจะเอาอะไรนุ่งห่ม

32For the Gentiles seek after all these things, and your heavenly Father knows that you need them all.

32เพราะว่าพวกต่างชาติแสวงหาสิ่งของทั้งปวงนี้   แต่ว่าพระบิดาของท่านผู้ทรงสถิตในสวรรค์ทรงทราบแล้วว่า   ท่านต้องการสิ่งทั้งปวงเหล่านี้

33But seek first the kingdom of God and His righteousness, and all these things will be added to you.

33แต่ท่านทั้งหลายจงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า   และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน   แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงเหล่านี้ให้  

34“Therefore do not be anxious about tomorrow, for tomorrow will be anxious for itself. Sufficient for the day is its own trouble.

34“เหตุฉะนั้น   อย่ากระวนกระวายถึงพรุ่งนี้   เพราะว่าพรุ่งนี้คงมีการกระวนกระวายสำหรับพรุ่งนี้เอง   แต่ละวันก็มีทุกข์พออยู่แล้ว

This also reminds me of Psalm 1

นอกจากนี้ยังทำให้ผมนึกถึงเพลงสดุดีบทที่ 1

1Blessed is the man who walks not in the counsel of the wicked,

nor stands in the way of sinners, nor sits in the seat of scoffers;

1ความสุขเป็นของบุคคล    ผู้ไม่ดำเนินตามคำแนะนำของคนอธรรม    หรือยืนอยู่ในทางของคนบาป  
หรือนั่งอยู่ในที่นั่งของคนที่ชอบเยาะเย้ย  

2but his delight is in the law of the LORD, and on his law he meditates day and night.

2แต่ความปีติยินดีของผู้นั้นอยู่ในพระธรรมของพระเจ้า  
เขาภาวนาพระธรรมของพระองค์ทั้งกลางวันและกลางคืน  

3He is like a tree planted by streams of water that yields its fruit in its season,

and its leaf does not wither.  In all that he does, he prospers.

3เขาเป็นเช่นต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมธารน้ำ   ซึ่งเกิดผลตามฤดูกาล และใบก็ไม่เหี่ยวแห้ง  
การทุกอย่างซึ่งเขากระทำก็จำเริญขึ้น  

4The wicked are not so, but are like chaff that the wind drives away.

4คนอธรรมไม่เป็นเช่นนั้น   แต่เป็นเหมือนแกลบซึ่งลมพัดกระจายไป  

5Therefore the wicked will not stand in the judgment, nor sinners in the congregation of the righteous;

5เหตุฉะนั้นคนอธรรมจะไม่ยั่งยืนอยู่ได้   เมื่อถึงคราวพระเจ้าทรงพิพากษา  
หรือคนบาปไม่ยืนยงในที่ชุมนุมของคนชอบธรรม  

6for the LORD knows the way of the righteous, but the way of the wicked will perish.

6เพราะพระเจ้าทรงทราบทางของคนชอบธรรม    แต่ทางของคนอธรรมจะพินาศไป

Let’s go back to 1Timothy 6:12

ให้เรากลับไปที่ 1 ทิโมธี 6:12

12Fight the good fight of the faith. Take hold of the eternal life to which you were called and about which you made the good confession in the presence of many witnesses.

12จงต่อสู้อย่างเต็มกำลังความเชื่อ   จงยึดชีวิตนิรันดร์ไว้   ซึ่งพระเจ้าทรงเรียกให้ท่านรับ   ในเมื่อท่านได้รับเชื่ออย่างดีต่อหน้าพยานหลายคน

13I charge you in the presence of God, who gives life to all things, and of Christ Jesus, who in his testimony before Pontius Pilate made the good confession,

13ข้าพเจ้ากำชับท่านต่อพระพักตร์พระเจ้า   ผู้ทรงประทานชีวิตแก่สิ่งทั้งปวง   และต่อพระพักตร์พระเยซูคริสต์   ผู้ได้ทรงเป็นพยานอันดีต่อหน้าปอนทัส   ปีลาต

14to keep the commandment unstained and free from reproach until the appearing of our Lord Jesus Christ,

14ให้ท่านรักษาคำบัญชานี้ไว้อย่าให้ด่างพร้อย   และอย่าให้มีที่ติได้   จนถึงเวลาที่พระเยซูคริสตเจ้าของเราจะเสด็จมา

15which He will display at the proper time—He who is the blessed and only Sovereign, the King of kings and Lord of lords,

15ซึ่งพระเจ้าผู้เสวยสุขและทรงฤทธิ์สูงสุดแต่พระองค์เดียว   พระมหากษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งปวง   และพระผู้เป็นเจ้าเหนือเทพเจ้าทั้งปวง   จะทรงสำแดงให้ปรากฏในเวลาอันควร

16who alone has immortality, who dwells in unapproachable light, whom no one has ever seen or can see. To Him be honor and eternal dominion. Amen.

16พระองค์ผู้เดียวทรงอมตะ   และทรงสถิตในความสว่างที่ซึ่งไม่มีคนใดจะเข้าไปถึง   ผู้ซึ่งมนุษย์ไม่เคยเห็น   และจะเห็นไม่ได้   พระเกียรติและฤทธานุภาพอันถาวรจงมีแด่พระองค์นั้น   อาเมน 

The Lord Jesus Christ is the most important.  He is the One who should have our attention, our worship, our praise. 

องค์พระเยซูคริสต์เป็นผู้ที่สำคัญที่สุด  พระองค์ทรงเป็นบุคคลที่เราควรโฟกัสมุ่งเน้นความสนใจนมัสการ และสรรเสริญ

This light mentioned in verse 16 reminded me of John 1:1-5, 9-14

แสงที่กล่าวถึงในข้อ 16 นี้ทำให้ผมนึกถึงคำสอนของยอห์น 1:1-5, 9-14

1In the beginning was the Word, and the Word was with God, and the Word was God.

1ในปฐมกาลพระวาทะดำรงอยู่   และพระวาทะทรงสถิตอยู่กับพระเจ้า   และพระวาทะทรงเป็นพระเจ้า

2He was in the beginning with God.

2ในปฐมกาลพระองค์ทรงดำรงอยู่กับพระเจ้า

3All things were made through Him, and without Him was not any thing made that was made.

3พระเจ้าทรงสร้างสิ่งทั้งปวงขึ้นมาโดยพระวาทะ   ในบรรดาสิ่งที่เป็นมานั้น   ไม่มีสักสิ่งเดียวที่ได้เป็นมานอกเหนือพระวาทะ

4In Him was life, and the life was the light of men.

4พระองค์ทรงเป็นแหล่งชีวิต   และชีวิตนั้นเป็นความสว่างของมนุษย์

5The light shines in the darkness, and the darkness has not overcome it.

5ความสว่างส่องเข้ามาในความมืด   และความมืดหาได้ชนะความสว่างไม่ 

9The true light, which enlightens everyone, was coming into the world.

9ความสว่างแท้ที่ทำให้มนุษย์ทุกคนเห็นความจริงนั้นได้   แม้ขณะนั้นกำลังเข้ามาในโลก

10He was in the world, and the world was made through him, yet the world did not know him.

10พระองค์ทรงอยู่ในโลก   ซึ่งพระเจ้าทรงสร้างขึ้นมาทางพระองค์   แต่โลกหาได้รู้จักพระองค์ไม่  

11He came to his own, and his own people did not receive him.

11พระองค์ได้เสด็จมายังบ้านเมืองของพระองค์   และชาวบ้านชาวเมืองของพระองค์ไม่ได้ต้อนรับพระองค์

12But to all who did receive him, who believed in his name, he gave the right to become children of God,

12แต่ส่วนบรรดาผู้ที่ต้อนรับพระองค์   ผู้ที่เชื่อในพระนามของพระองค์   พระองค์ก็ทรงประทานสิทธิให้เป็นบุตรของพระเจ้า

13who were born, not of blood nor of the will of the flesh nor of the will of man, but of God.

13ซึ่งในฐานะนั้นเป็นผู้ที่มิได้เกิดจากเลือดเนื้อ   หรือกาม   หรือความประสงค์ของมนุษย์   แต่เกิดจากพระเจ้า  

14And the Word became flesh and dwelt among us, and we have seen his glory, glory as of the only Son from the Father, full of grace and truth.

14พระวาทะได้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์และทรงอยู่ท่ามกลางเรา   บริบูรณ์ด้วยพระคุณและความจริง   เราทั้งหลายได้เห็นพระสิริของพระองค์   คือพระ

So Paul says to Timothy and to us today, put God at the center of your life.

ดังนั้นเปาโลพูดกับทิโมธีและเราในวันนี้  จงให้พระเจ้าเป็นศูนย์กลางในชีวิตคุณ

Godliness, and righteousness, put these things at the center of your being, pursue them.

การเคร่งศาสนาและความชอบธรรม  ใส่สิ่งเหล่านี้ที่เป็นศูนย์กลางชีวิตของคุณ ติดตามสิ่งเหล่านี้

“I charge you before God, do this until Jesus comes.” 

“ข้าพเจ้า ขอมอบคุณต่อพระเจ้า   จงทำเช่นนี้จนกว่าพระเยซูเสด็จมา”

Because if you are pursuing the Kingdom of God, the center of your life is right, and if your relationship with God is right, then it will affect every other relationship in your life.

เพราะถ้าคุณกำลังติดตามราชอาณาจักรของพระเจ้าเป็นศูนย์กลางของชีวิตคุณนั้นถูกต้อง   และถ้าความสัมพันธ์ของคุณกับพระเจ้าถูกต้อง   แล้วมันจะส่งผลกระทบต่อทุกความสัมพันธ์อื่นในชีวิตของคุณ

Pastor Chuck Smith says, Your relationships will be right if your relationship with God is right.

บาทหลวง พอล สมิธ พูดว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกคุณจะถูกต้องถ้าความสัมพันธ์ของคุณกับพระเจ้าถูกต้อง

You'll have a right relationship with the devil; you'll defeat him every time you meet him because your relationship with God is right.

ในยามที่คุณมีความสัมพันธ์ที่ถูกต้องกับปีศาจ; คุณจะเอาชนะมันเวลาที่คุณพบมันทุกครั้ง เนื่องจากความสัมพันธ์ของคุณกับพระเจ้าถูกต้อง



You'll have a right relationship with your possessions, for you will know that they are really God's, and only entrusted to you and you'll use them wisely.

คุณจะมีความสัมพันธ์ที่ถูกต้องกับทรัพย์สินของคุณ    เพราะคุณจะรู้ว่าแท้จริงมันเป็นของพระเจ้าและคุณเพียงได้รับมอบหมายให้ดูแล แต่คุณจงฉลาดใช้มัน

You'll have a right relationship with your fellowmen, sharing, loving, and giving.

คุณจะมีความสัมพันธ์ที่ถูกต้องกับเพื่อนในโลกของคุณ   ร่วมแบ่งปัน   รักกันและมอบให้กัน

17As for the rich in this present age, charge them not to be haughty, nor to set their hopes on the uncertainty of riches, but on God, who richly provides us with everything to enjoy.

17สำหรับคนเหล่านั้นที่มั่งมีฝ่ายโลก   จงกำชับเขาอย่าให้มีมานะทิฐิ   หรือให้เขามุ่งหวังในทรัพย์ที่ไม่เที่ยง   แต่จงหวังในพระเจ้าผู้ทรงประทานทุกสิ่ง   เพื่อความสะดวกสบายของเรา

To the rich Paul says, don’t be proud.  God resists the proud. 

ส่วนคนรวย เปาโลพูดว่า  อย่าหยิ่งยโส พระเจ้าทรงต่อต้านความหยิ่งยโส

James ยากอบ 4:6 6But He gives more grace. Therefore it says, “God opposes the proud, but gives grace to the humble.”

6แต่พระองค์ก็ได้ทรงประทานพระคุณเพิ่มขึ้นอีก   เหตุฉะนั้น   พระคัมภีร์จึงกล่าวว่า   พระเจ้าทรงต่อสู้ผู้ที่หยิ่งจองหอง แต่ทรงประทานพระคุณแก่คนที่ใจถ่อม

God gives to us richly all things to enjoy, whether we are rich or poor.

พระเจ้าทรงประทานให้เรามั่งคั่ง เพลิดเพลินทุกสิ่ง  ไม่ว่าเราจะรวยหรือจน

All the money in the world can't buy the thrill of sitting on the beach and watching the sunrise and just enjoying the sky that lights up in brilliant color. Sit and watch and pray. 

เงินทั้งหมดในโลกไม่สามารถซื้อความตื่นเต้นของการนั่งริมชายหาดและชมพระอาทิตย์ขึ้นและเพลิดเพลินกับท้องฟ้าที่สว่างไสวสีสรรสดใส นั่งชมและอธิษฐาน

Enjoy the waterfalls.   Enjoy the beautiful sunrise. 

เพลิดเพลินกับน้ำตก เพลิดเพลินกับพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม

Enjoy the birds and the flowers.  Then enjoy the stars at night. 

เพลิดเพลินกับนกและดอกไม้ แล้วชมดาวในเวลากลางคืน

There is so much in the God created world around us, for us to enjoy. 

มีมากมายในโลกที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นรอบตัวเราที่เราจะเพลิดเพลิน

Paul says to the rich, rather than being proud and selfish, be generous and share.

เปาโลพูดกับคนรวย   จงเป็นคนใจกว้างและรู้จักแบ่งปัน มากกว่าหยิ่งยโสและเห็นแก่ตัว

18They are to do good, to be rich in good works, to be generous and ready to share,

18จงกำชับให้เขากระทำดี   ให้กระทำดีมากๆ   ให้เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่   และไม่เห็นแก่ตัว

19thus storing up treasure for themselves as a good foundation for the future, so that they may take hold of that which is truly life.

19อย่างนี้จึงจะเป็นการวางรากฐานอันดีไว้สำหรับตนเองในภายหน้า   เพื่อว่าเขาจะได้รับเอาชีวิต   ซึ่งเป็นชีวิตอันแท้จริง  

We’ve talked a bit before about some teaching that was circulating in New Testament times called in the Greek language gnosis, which means knowledge. 

ก่อนนี้เราได้พูดคุยนิดหน่อยเกี่ยวกับคำสอนบางอย่างที่พบบ่อยในสมัยพันธสัญญาใหม่ที่เรียกในภาษากรีกว่า นอสติก ซึ่งหมายความว่าความรู้

There were certain individuals who claimed to have great knowledge and revelation, trying to add on the Bible. 

มีบุคคลบางคนที่อ้างว่ามีความรู้ที่ดีและการเปิดเผยให้รู้  จึงพยายามที่จะเพิ่มเติมในข้อพระคัมภีร์

So Paul says ignore that, avoid that, focus on the teachings from the Word of God.

ดังนั้น เปาโลบอกว่าอย่าไปสนใจ   ให้หลีกเลี่ยงเสีย  แต่ไปโฟกัสที่การสอนจากพระวจนะของพระเจ้า

20O Timothy, guard the deposit entrusted to you. Avoid the irreverent babble and contradictions of what is falsely called “knowledge,”

20ทิโมธีเอ๋ย   สิ่งที่เราบอกท่านแล้วนั้น   จงรักษาให้ดี   จงละเว้นการพูดที่ไร้สาระ   และการขัดแย้งในความเห็นซึ่งสำคัญผิดว่าเป็นความรู้

21for by professing it some have swerved from the faith.  Grace be with you.

21บางคนสำคัญผิดอย่างนั้น   จึงได้พลาดไปจากจุดหมายของความเชื่อ  

ขอพระคุณจงดำรงอยู่กับท่านเถิด

So again let us seek first the Kingdom of God and His righteousness, not money. 

ดังนั้นอีกครั้งให้เราแสวงหาราชอาณาจักรของพระเจ้าและความชอบธรรมของพระองค์ก่อน ไม่ใช่แสวงหาเงิน

May the Lord help each of us to not be greedy but to be righteous, to be content, to have our joy in Him.

ขอพระเจ้าโปรดช่วยเราแต่ละคนที่จะไม่โลภ แต่จะมีความชอบธรรม  ที่จะพอใจ  เพื่อจะมีสันติสุขในพระองค์


 

1 Timothy 6

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian Links Daily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash Cards Thai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top