Wednesday, October 30, 2013

 

James ยากอบ1:12

12 Blessed is the man who remains steadfast under trial, for when he has stood the test he will receive the crown of life, which God has promised to those who love Him.

12 คนที่อดทนต่อการทดลองใจก็เป็นสุข   เพราะเมื่อปรากฏว่าผู้นั้นทนได้แล้ว   เขาจะได้รับมงกุฎแห่งชีวิต   ซึ่งพระเจ้าได้ทรงสัญญาไว้แก่คนทั้งหลายที่รักพระองค์

Again the word trial in some translations is temptation.  How wonderful it is when I have been tempted and I'm victorious.

อีกครั้งการทดลองใช้คำในการแปลบางส่วนเป็นสิ่งล่อใจ วิธีที่ยอดเยี่ยมมันคือตอนที่ฉันได้รับการล่อลวงและฉันชัยชนะ

I didn't respond after the flesh. I didn't get all upset and angry and say mean things that now I am sorry for.  

ผมไม่ได้ตอบสนองตามเนื้อหนัง ฉันไม่ได้รับทั้งหมดไม่พอใจและโกรธและกล่าวว่าสิ่งที่หมายถึงว่าตอนนี้ฉันขอโทษสำหรับ

He mentions a “crown of life.” 

เขากล่าว "มงกุฎแห่งชีวิต."

There are five heavenly crowns mentioned in the New Testament that will be awarded to believers.

มีห้ามงกุฎสวรรค์ที่กล่าวถึงในพันธสัญญาใหม่ที่จะได้รับรางวัลเป็นผู้ศรัทธา

These are the imperishable crown, the crown of rejoicing, the crown of righteousness, the crown of glory, and the crown of life.

เหล่านี้เป็นมงกุฎตายมงกุฎแห่งความชื่นชมยินดีของมงกุฎแห่งความชอบธรรมมงกุฎแห่งความรุ่งโรจน์และมงกุฎแห่งชีวิต

Used during the ancient Greek games, it referred to a wreath or garland of leaves placed on a victor’s head as a reward for winning an athletic contest. As such, this word is used figuratively in the New Testament of the rewards of heaven God promises those who are faithful.

ที่ใช้ในระหว่างเกมกรีกโบราณก็เรียกพวงหรีดหรือพวงมาลัยของใบวางอยู่บนหัวของ victor เป็นรางวัลสำหรับผู้ชนะการประกวดแข็งแรง เมื่อเป็นเช่นนั้นคำนี้ถูกนำมาใช้เปรียบเปรยในพันธสัญญาใหม่ของรางวัลจากสวรรค์พระเจ้าทรงสัญญาผู้ที่มีความซื่อสัตย์

1) The Imperishable Crown

1) มงกุฎไม่มีวันตาย

1 Corinthians โครินธ์ 9:24-2524 Do you not know that in a race all the runners compete, but only one receives the prize? So run that you may obtain it.

24 ท่านไม่รู้หรือว่าคนเหล่านั้นที่วิ่งแข่งกันก็วิ่งด้วยกันทุกคน   แต่คนที่ได้รับรางวัลมีคนเดียว   เหตุฉะนั้นจงวิ่งเพื่อชิงรางวัลให้ได้

25 Every athlete exercises self-control in all things. They do it to receive a perishable wreath, but we an imperishable.

25 ฝ่ายนักกีฬาทุกคนก็เคร่งครัดในระเบียบ   เขากระทำอย่างนั้นเพื่อจะได้มงกุฎใบไม้ซึ่งร่วงโรยได้   แต่เรากระทำเพื่อจะได้มงกุฎที่ไม่มีวันร่วงโรยเลย

All things on this earth are subject to decay and will perish.

ทุกสิ่งบนโลกนี้อาจมีการสลายตัวและจะพินาศ

Jesus urges us to not store our treasures on earth “where moth and rust destroy, and where thieves break in and steal” (Matthew 6:19).

พระเยซูเรียกร้องให้เราไม่เก็บสมบัติของเราบนแผ่นดินโลก "ตัวมอดและสนิมทำลายและที่ขโมยทำลายและขโมย" (มัทธิว 6:19)

This is similar to what Paul was saying about that wreath of leaves that was soon to turn brittle and fall apart.

นี้มีความคล้ายคลึงกับสิ่งที่เปาโลพูดเกี่ยวกับพวงมาลาของใบไม้ที่กำลังจะเปิดที่เปราะและแตกเป็นชิ้น

But not so the heavenly crown; faithful endurance wins a heavenly reward.

แต่ไม่ได้มงกุฎสวรรค์; ความอดทนซื่อสัตย์ชนะรางวัลสวรรค์

2) The Crown of Rejoicing

2) มงกุฎแห่งความชื่นชมยินดี

1 Thessalonians เธสะโลนิกา 2:19  19 For what is our hope or joy or crown of boasting before our Lord Jesus at his coming? Is it not you?

19 เพราะอะไรเล่าจะเป็นความหวังหรือความชื่นชมยินดี   หรือสิ่งภูมิใจ   จำเพาะพระพักตร์พระเยซูคริสตเจ้า   เมื่อพระองค์จะเสด็จมา   ก็มิใช่ท่านทั้งหลายดอกหรือ

The crown of rejoicing about others who have come to faith in Christ and God has used us in the process.

มงกุฎแห่งความชื่นชมยินดีกับคนอื่น ๆ ที่ได้มาถึงความศรัทธาในพระคริสต์และพระเจ้าเราได้ใช้ในกระบวนการ

3) The Crown of Righteousness

3) มงกุฎแห่งความชอบธรรม

2 Timothy ทิโมธี 4:8 8 Henceforth there is laid up for me the crown of righteousness, which the Lord, the righteous judge, will award to me on that Day, and not only to me but also to all who have loved his appearing.

8 ต่อแต่นี้ไปมงกุฎแห่งความชอบธรรมก็จะเป็นของข้าพเจ้า   ซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้พิพากษาอันชอบธรรม   จะทรงประทานเป็นรางวัลแก่ข้าพเจ้าในวันนั้น   และมิใช่แก่ข้าพเจ้าผู้เดียวเท่านั้น   แต่จะทรงประทานแก่คนทั้งปวงที่ยินดีในการเสด็จมาของพระองค์

We inherit this crown through the righteousness of Christ which is what gives us a right to it. 

เราสืบทอดมงกุฎนี้มาโดยความชอบธรรมของพระคริสต์ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีสิทธิที่จะได้มัน

An everlasting crown, promised to all who love the Lord and eagerly wait for His return. Through our enduring the discouragements, persecutions, sufferings, or even death, we know assuredly our reward is with Christ in eternity.

มงกุฎนิรันดร์สัญญาว่าจะทุกคนที่รักพระเจ้าและกระหายรอสำหรับการกลับมาของเขา ผ่านกำลังใจของเรายั่งยืนข่มเหงทุกข์หรือแม้แต่ความตายที่เรารู้แน่นอนรางวัลของเราคือกับพระคริสต์ในนิรันดร์

This crown is not for those who depend upon their own sense of righteousness or of their own works.

มงกุฎนี้ไม่ได้สำหรับผู้ที่ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของตัวเองหรือความชอบธรรมของการทำงานของตัวเอง

Such an attitude brings pride, not a longing to be with the Lord.

ทัศนคติดังกล่าวนำมาซึ่งความภาคภูมิใจไม่ปรารถนาที่จะเป็นกับลอร์ด

4) The Crown of Glory

4) มงกุฎแห่งความรุ่งโรจน์

1 Peter เปโตร 5:4 4 And when the chief Shepherd appears, you will receive the unfading crown of glory.

4 และเมื่อพระผู้เลี้ยงผู้ยิ่งใหญ่จะเสด็จมาปรากฏ   ท่านทั้งหลายจะรับศักดิ์ศรีเป็นมงกุฎที่ร่วงโรยไม่ได้เลย

Peter is addressing pastors being given a reward for their ministry. 

ปีเตอร์เป็นที่อยู่พระที่ได้รับรางวัลสำหรับการกระทรวงของพวกเขา

In the Old Testament there is also a connection made to wisdom. 

ในพันธสัญญาเดิมนอกจากนี้ยังมีการเชื่อมต่อที่เกิดขึ้นกับภูมิปัญญา

This also recognizes that believers are incredibly blessed to enter into the kingdom of God and His glory.

นอกจากนี้ยังตระหนักถึงความเชื่อว่ามีความสุขอย่างไม่น่าเชื่อที่จะเข้าไปในอาณาจักรของพระเจ้าและพระสิริของพระองค์

5) The Crown of Life

5) มงกุฎแห่งชีวิต

Revelation วิวรณ์ 2:10 10 Do not fear what you are about to suffer. Behold, the devil is about to throw some of you into prison, that you may be tested, and for ten days you will have tribulation. Be faithful unto death, and I will give you the crown of life.

10 อย่ากลัวความทุกข์ทรมานซึ่งเจ้าจะได้รับนั้น   นี่แน่ะ   มารจะขังพวกเจ้าบางคนไว้ในคุกเพื่อจะลองใจเจ้า   และเจ้าทั้งหลายจะได้รับความทุกข์ทรมานถึงสิบวัน   แต่เจ้าจงมีใจมั่นคงอยู่ตราบเท่าวันตาย   และเราจะมอบมงกุฎแห่งชีวิตให้แก่เจ้า

This crown is for all believers, but is especially dear to those who endure sufferings, who bravely suffer persecution for Jesus, even to the point of death.

มงกุฎนี้มีไว้สำหรับผู้เชื่อทุกคน แต่โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นที่รักของบรรดาผู้ที่อดทนต่อความทุกข์ยากที่ถูกข่มเหงอย่างไม่เกรงกลัวพระเยซูแม้จุดของการเสียชีวิต

In Scripture the word “life” is often used to show a relationship that is right with God. We know that our earthly lives will end.

ในพระคัมภีร์คำว่า "ชีวิต" มักจะใช้เพื่อแสดงความสัมพันธ์ที่เหมาะสมกับพระเจ้า เรารู้ว่าชีวิตบนโลกของเราจะสิ้นสุด

But we have the amazing promise that comes only to those who come to God through Jesus that we have eternal life. 

แต่เรามีสัญญาที่น่าตื่นตาตื่นใจที่มาเฉพาะกับผู้ที่มาถึงพระเจ้าโดยทางพระเยซูว่าเรามีชีวิตนิรันดร์

James tells us that this crown of life is for all those who love God (James 1:12).

ยากอบบอกเราว่ามงกุฎแห่งชีวิตนี้สำหรับทุกคนที่รักพระเจ้า (ยากอบ 1:12)

The question then is how do we demonstrate our love for God?

คำถามก็คือทำอย่างไรเราจะแสดงให้เห็นถึงความรักของเราที่มีต่อพระเจ้า?

The apostle John answers this for us:

ยอห์นอัครสาวกคำตอบนี้เรา:

1 John ยอห์น 5:3 3 For this is the love of God, that we keep His commandments. And His commandments are not burdensome.

3 เพราะนี่แหละเป็นความรักต่อพระเจ้า   คือที่เราทั้งหลายประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์   และพระบัญญัติของพระองค์นั้นไม่เป็นภาระ

As His children we must keep His commandments, obeying Him, always remaining faithful.

ในฐานะที่เป็นลูกของพระองค์ที่เราจะต้องรักษาพระบัญญัติของการเชื่อฟังพระองค์เสมอที่เหลือซื่อสัตย์

So, as we endure the inevitable trials, pains, heartaches, and tribulations, as long as we live, may we ever move forward and receive the crown of life that awaits us.2

ดังนั้นในขณะที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการทดลองทนปวด, ความโศกเศร้าและความยากลำบากตราบใดที่เราอยู่เราอาจจะเคยก้าวไปข้างหน้าและได้รับมงกุฎแห่งชีวิตที่รอเรา

Hebrews ฮีบรู12:2-3 2 looking to Jesus, the founder and perfecter of our faith, who for the joy that was set before Him endured the cross, despising the shame, and is seated at the right hand of the throne of God.

2 หมายเอาพระเยซูเป็นผู้บุกเบิกความเชื่อ   และผู้ทรงทำให้ความเชื่อของเราสมบูรณ์   พระองค์ได้ทรงอดทนต่อกางเขน   เพื่อความรื่นเริงยินดีที่ได้เตรียมไว้สำหรับพระองค์   ทรงถือว่าความละอายนั้นไม่เป็นสิ่งสำคัญและพระองค์ได้ประทับ  ณ  เบื้องขวาพระที่นั่งของพระเจ้า  

3 Consider Him who endured from sinners such hostility against Himself, so that you may not grow weary or fainthearted.

3 ท่านทั้งหลายจงคิดถึงพระองค์ผู้ได้ทรงยอมทนต่อคำคัดค้านของคนบาป   เพื่อว่าท่านทั้งหลายจะได้ไม่รู้สึกท้อถอย

For more see www.wdbydana.com/sermon.html

James 1b