Saturday, October 26, 2013

 

James 1 Introduction

ยากอบ 1 คำนำ

The author of this letter was James, the brother of Jesus.

ผู้เขียนจดหมายฉบับนี้คือยากอบน้องชายของพระเยซู

Matthew มัทธิว 13:55 55 Is not this the carpenter's son? Is not his mother called Mary? And are not his brothers James and Joseph and Simon and Judas?

55 คนนี้เป็นลูกช่างไม้มิใช่หรือ   มีแม่ชื่อมารีย์   และน้องชายของเขาชื่อยากอบ   โยเซฟ   ซีโมน   และยูดาสมิใช่หรือ

James was skeptical of Jesus identity and works until after the resurrection.

ยากอบยังแคลงใจในแบบฉบับของพระเยซูและรับใช้จนกระทั่งหลังการฟื้นคืนพระชนม์

John ยอห์น 7:5  5 For not even His brothers believed in Him.

5 แม้พวกน้องๆของพระองค์ก็มิได้วางใจในพระองค์

Acts กิจการ 1:14 14 All these with one accord were devoting themselves to prayer, together with the women and Mary the mother of Jesus, and His brothers.

14 พวกเขาร่วมใจกันขะมักเขม้นอธิษฐานพร้อมกับพวกผู้หญิง   และมารีย์มารดาของพระเยซูและพวกน้องชายของพระองค์ด้วย  

1 Corinthians 1โครินธ์15:7 7 Then He appeared to James, then to all the apostles.

7 ภายหลังพระองค์ทรงปรากฏแก่ยากอบ   แล้วแก่อัครทูตทั้งหมด

Paul after first becoming a Christian visited James in Jerusalem. 

ครั้งแรกหลังจากที่เปาโลกลายเป็นคริสเตียน ท่านได้มาเยี่ยมยากอบที่กรุงเยรูซาเล็ม

Galatians กาลาเทีย 1:19 19But I saw none of the other apostles except James the Lord's brother.

19 แต่ว่าข้าพเจ้าไม่ได้พบอัครทูตคนอื่นเลย   นอกจากยากอบ   น้องขององค์พระผู้เป็นเจ้า

James was the head of the Jerusalem church and is mentioned first as a pillar of the church

ยากอบเป็นหัวหน้าของคริสตจักรในกรุงเยรูซาเล็มและถูกกล่าวถึงครั้งแรกในฐานะเสาหลักของคริสตจักร

Galatians กาลาเทีย 2:9 9 and when James and Cephas and John, who seemed to be pillars, perceived the grace that was given to me, they gave the right hand of fellowship to Barnabas and me, that we should go to the Gentiles and they to the circumcised.

9 เมื่อยากอบกับเคฟาสและยอห์นผู้ที่เขานับถือว่าเป็นหลัก   ได้เห็นพระคุณซึ่งประทานแก่ข้าพเจ้าแล้ว   ก็ได้จับมือขวาของข้าพเจ้ากับบารนาบัส   แสดงว่าเราเป็นเพื่อนร่วมงานกัน   เพื่อให้เราไปหาคนต่างชาติ   และท่านเหล่านั้นจะไปหาพวกที่ถือพิธีเข้าสุหนัต

The Book of James is probably the oldest book of the New Testament, written perhaps as early as A.D. 45, before the first council of Jerusalem in A.D. 50.

หนังสือยากอบน่าจะเป็นหนังสือที่เก่าแก่ที่สุดของพันธสัญญาใหม่ ที่อาจจะเขียนในช่วงต้น ค.ศ. 45 ก่อนที่จะมีสภาเยรูซาเล็มครั้งแรกในค.ศ. 50

James was martyred in approximately A.D. 62, according to the historian Josephus.

ยากอบถูกประหารเพราะศาสนาประมาณ ค.ศ.62 ตามทีนักประวัติศาสตร์โจเซฟัสบอก

The Book of James is directed to Jewish Christians scattered among all the nations (James 1:1).

หนังสือยากอบเขียนถึงคริสเตียนชาวยิวที่กระจัดกระจายอยู่ท่ามกลางประชาชาติทั้งหลาย (ยากอบ 1:1)

Some have thought that this book of James contradicts books by Paul regarding salvation by faith alone. 

บางคนคิดว่าหนังสือเล่มนี้ของยากอบ ขัดแย้งกับหนังสือที่เขียนโดยเปาโลเรื่องเกี่ยวกับความรอดเพราะความเชื่อเท่านั้น

Among them was Martin Luther, who failed to recognize that James’s teaching on works complemented, not contradicted, Paul’s teaching on faith.

ในหมู่คนเหล่านั้น มาร์ติน ลูเธอร์ ผู้ไม่ยอมรับว่าคำสอนของยากอบมีเรื่องของความประพฤติเข้าร่วมประกอบด้วย  ไม่ขัดแย้งกับคำสอนของเปาโลเรื่องความเชื่อ

While Paul’s teachings concentrate on our justification with God, James’ teachings concentrate on the works that exemplify that justification.

ในขณะที่คำสอนของเปาโลเน้นย้ำเรื่องการที่พระเจ้าทรงนับว่าเราชอบธรรม      คำสอนของยากอบเน้นการประพฤติที่เป็นแบบอย่างว่าเราเป็นคนชอบธรรม

James was writing to Jews to encourage them to continue growing in their new Christian faith.

ยากอบเขียนถึงชาวยิวเพื่อส่งเสริมให้พวกเขาเติบโตอย่างต่อเนื่องในความเชื่อของคริสเตียนใหม่

James emphasizes that good actions will naturally flow from those who are filled with the Spirit and questions whether someone may or may not have a saving faith if the fruits of the Spirit cannot be seen, much as Paul describes.

ยากอบเน้นว่าการประพฤติที่ดีโดยปกติจะออกมาจากผู้ที่ประกอบไปด้วยพระวิญญาณและตั้งคำถามว่าบางคนอาจมีหรือไม่มีความเชื่อที่ไปถึงความรอดได้    ถ้าไม่สามารถสำแดงผลของพระวิญญาณ  อย่างที่เปาโลได้บรรยายไว้

Galatians กาลาเทีย 5:22-23 22 But the fruit of the Spirit is love, joy, peace, patience, kindness, goodness, faithfulness,

22 ฝ่ายผลของพระวิญญาณนั้น   คือความรัก   ความปลาบปลื้มใจ   สันติสุข   ความอดกลั้นใจ   ความปรานี   ความดี   ความสัตย์ซื่อ

23 gentleness, self-control; against such things there is no law.

23 ความสุภาพอ่อนน้อม   การรู้จักบังคับตน   เรื่องอย่างนี้ไม่มีธรรมบัญญัติห้ามไว้เลย

Key Verses:

ข้อพระคำที่สำคัญ

James ยากอบ 1:2-32 Count it all joy, my brothers, when you meet trials of various kinds,

2 ดูก่อนพี่น้องของข้าพเจ้า   เมื่อท่านทั้งหลายประสบความทุกข์ยากลำบากต่างๆ   ก็จงถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดี

3 for you know that the testing of your faith produces steadfastness.

3 เพราะท่านทั้งหลายรู้ว่า   การทดลองความเชื่อของท่านนั้น   ทำให้เกิดความหนักแน่นมั่นคง

James ยากอบ 1:5 5 If any of you lacks wisdom, let him ask God, who gives generously to all without reproach, and it will be given him.

5 ถ้าผู้ใดในพวกท่านขาดสติปัญญา   ก็ให้ผู้นั้นทูลขอจากพระเจ้า   ผู้ทรงโปรดประทานให้แก่คนทั้งปวงด้วยพระกรุณาและมิได้ทรงตำหนิ   แล้วผู้นั้นก็จะได้รับสิ่งที่ทูลขอ

James ยากอบ 1:1919 Know this, my beloved brothers: let every person be quick to hear, slow to speak, slow to anger;

19 ดูก่อนพี่น้องที่รักของข้าพเจ้า   จงทราบข้อนี้   จงให้ทุกคนไวในการฟัง   ช้าในการพูด   ช้าในการโกรธ

James ยากอบ 2:17-18 17 So also faith by itself, if it does not have works, is dead.

17 ความเชื่อก็เช่นเดียวกัน   ถ้าไม่ประพฤติตามก็ไร้ผล  

18 But someone will say, “You have faith and I have works.” Show me your faith apart from your works, and I will show you my faith by my works.

18 แต่บางคนจะกล่าวว่า   “คนหนึ่งมีความเชื่อแต่อีกคนหนึ่งมีการประพฤติ”   จงแสดงให้ข้าพเจ้าเห็นความเชื่อของท่าน   ที่ไม่มีการประพฤติตาม   และด้วยการประพฤติตาม   ข้าพเจ้าจะแสดงให้ท่านเห็นความเชื่อของข้าพเจ้า

James ยากอบ 3:55 So also the tongue is a small member, yet it boasts of great things.  How great a forest is set ablaze by such a small fire!

5 ลิ้นก็เช่นเดียวกัน   เป็นอวัยวะเล็กๆ  และอวดอ้างเรื่องใหญ่ๆ  

จงดูเถิด   ไฟนิดเดียวอาจเผาป่าใหญ่ให้ไหม้ได้หนอ

James ยากอบ 5:1616 Therefore, confess your sins to one another and pray for one another, that you may be healed. The prayer of a righteous person has great power as it is working.

16 เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงสารภาพบาปต่อกันและกัน   และจงอธิษฐานเพื่อกันและกัน   เพื่อท่านทั้งหลายจะพ้นโรคภัย   คำอธิษฐานของผู้ชอบธรรมนั้นมีพลังทำให้เกิดผล

The Book of James outlines the faith walk through overcoming trials and temptations (chapter 1), genuine faith (2:1-3:12) and genuine wisdom (3:13-5:20).

หนังสือยากอบแสดงเค้าโครงเรื่องความเชื่อที่ต้องผ่านการเอาชนะการทดลองและการล่อลวง (บท ที่1) ความเชื่อแท้ (2:1-3:12) และสติปัญญาแท้ (3:13-5:20)

This book parallels Jesus’ Sermon on the Mount in Matthew 5-7.

หนังสือเล่มนี้เป็นแนวเดียวกับคำเทศนาพระเยซูบนภูเขาในมัทธิว 5-7


James begins in the first chapter by describing the overall traits of the faith walk. In chapter 2 and the beginning of chapter 3 he discusses social justice and faith in action. He then compares and contrasts the difference between worldly and godly wisdom and asks us to turn away from evil and draw close to God.

ยากอบเริ่มต้นบทแรกโดยการอธิบายลักษณะแนวทางโดยรวมของการเดินในความเชื่อ ในบทที่ 2 และในตอนเริ่มต้นของบทที่ 3 เขากล่าวความยุติธรรมทางสังคมและความเชื่อที่สำแดงออกในการกระทำ จากนั้นเขาก็เปรียบเทียบ เปรียบข้อแตกต่างระหว่างสติปัญญาทางโลกและทางศาสนาและขอให้เราหันหน้าหนีจากความชั่วร้ายและเข้าใกล้ชิดกับพระเจ้า

For more see www.wdbydana.com/sermon.html

Hebrews 13b and James 1