Wednesday, October 23, 2013

 

Hebrews 13 Exhortations for Christian Living

ฮีบรูบทที่ 13 คำตักเตือนสำหรับชีวิตคริสเตียน

  We often complain about our circumstances without realizing that they are the consequences of our own sin and are a part of the Lord's loving and gracious discipline for that sin.  

เรามักจะบ่นเกี่ยวกับสถานการณ์ของเรา   โดยไม่ทราบว่ามันเป็นผลเนื่องมาจากความบาปของเราเอง    และเป็นส่วนหนึ่งของการลงวินัยและความรักของพระเจ้าที่เราทำบาปนั้น

Last time we also talked about often times another person will hurt you deeply and then you will be at a crossroads – will you receive from God grace, the power and the desire to do the will of God, and forgive the person, or will you become bitter?   

ครั้งที่แล้วที่เราได้เรียนเกี่ยวกับบ่อยครั้งที่คนอื่นจะทำร้ายคุณอย่างล้ำลึก  และแล้วคุณจะอยู่ที่ตรงสี่แยก – คุณจะได้รับพระคุณจากพระเจ้า ได้รับกำลังและความปรารถนาที่จะทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าและยกโทษให้บุคคลอื่น หรือคุณจะรู้สึกขมขื่น

After a warning about bitterness, then the writer of Hebrews warned against immorality and unholiness

หลังจากคำเตือนเกี่ยวกับความขมขื่นนั้น   ผู้เขียนพระธรรมฮีบรูเตือนเรื่องความไม่มีศีลธรรมและความไม่บริสุทธิ์

Now in the final chapter of Hebrews the writer gives a variety of exhortations for Christian living.

ขณะนี้ในบทสุดท้ายของพระธรรมฮีบรู ผู้เขียนได้ตักเตือนเรามากมายสำหรับชีวิตคริสเตียน

1Let brotherly love continue.

1จงให้ความรักฉันพี่น้องมีอยู่ต่อกันเสมอไป

The first exhortation is to love your fellow Christian. 

คำแนะนำแรกคือจงรักเพื่อนพี่น้องคริสเตียน

Sometimes we are not all easy to love, but that is God’s command that we love one another.  

บางครั้งไม่ง่ายที่เราทุกคนจะรัก  แต่นั่นเป็นคำสั่งของพระเจ้าที่เราควรจะรักกันและกัน

John ยอห์น 13:34-35 34A new commandment I give to you, that you love one another: just as I have loved you, you also are to love one another.

34ข้าพเจ้าให้บัญญัติใหม่ไว้แก่เจ้าทั้งหลาย   คือให้เจ้ารักซึ่งกันและกัน   ข้าพเจ้ารักเจ้าทั้งหลายมาแล้วอย่างไร   เจ้าจงรักกันและกันด้วยอย่างนั้น

35By this all people will know that you are My disciples, if you have love for one another.”

35ถ้าเจ้าทั้งหลายรักกันและกัน   ดังนี้แหละคนทั้งปวงก็จะรู้ได้ว่าเจ้าทั้งหลายเป็นสาวกของข้าพเจ้า”

Romans โรม 13:8 8 Owe no one anything, except to love each other, for the one who loves another has fulfilled the law.

8อย่าเป็นหนี้อะไรใคร นอกจากความรักซึ่งมีต่อกัน   เพราะว่าผู้ที่รักเพื่อนบ้าน   ก็ได้ปฏิบัติตามธรรมบัญญัติครบถ้วนแล้ว

1 John 1ยอห์น 4:7-8 7Beloved, let us love one another, for love is from God, and whoever loves has been born of God and knows God.

7ท่านที่รักทั้งหลาย   ขอให้เรารักซึ่งกันและกัน   เพราะว่าความรักมาจากพระเจ้า   และทุกคนที่รักก็บังเกิดมาจากพระเจ้า   และรู้จักพระเจ้า

8Anyone who does not love does not know God, because God is love.

8ผู้ที่ไม่รักก็ไม่รู้จักพระเจ้า   เพราะว่าพระเจ้าทรงเป็นความรัก

1 John ยอห์น 2:9-11 9Whoever says he is in the light and hates his brother is still in darkness.

9ผู้ใดที่กล่าวว่าตนอยู่ในความสว่าง   และยังเกลียดชังพี่น้องของตน   ผู้นั้นก็ยังอยู่ในความมืด

10Whoever loves his brother abides in the light, and in him there is no cause for stumbling.

10ผู้ที่รักพี่น้องของตนก็อยู่ในความสว่าง   และในความสว่างนั้นไม่มีอะไรที่จะทำให้สะดุด

11But whoever hates his brother is in the darkness and walks in the darkness, and does not know where he is going, because the darkness has blinded his eyes.

11แต่ผู้ที่เกลียดชังพี่น้องของตนก็อยู่ในความมืด   และเดินในความมืดและไม่รู้ว่าตนกำลังไปไหน   เพราะว่าความมืดทำให้ตาของเขาบอดไปเสียแล้ว  

1 John 1 ยอห์น 4:19-21 19We love because He first loved us.

19เราทั้งหลายรัก   ก็เพราะพระองค์ทรงรักเราก่อน

20If anyone says, “I love God,” and hates his brother, he is a liar; for he who does not love his brother whom he has seen cannot love God whom he has not seen.

20ถ้าผู้ใดว่า   “ข้าพเจ้ารักพระเจ้า”   และใจยังเกลียดชังพี่น้องของตน   ผู้นั้นก็เป็นคนพูดมุสา   เพราะว่าผู้ที่ไม่รักพี่น้องของตนที่แลเห็นแล้ว   จะรักพระเจ้าที่ไม่เคยเห็นไม่ได้

21And this commandment we have from Him: whoever loves God must also love his brother.

21พระบัญญัตินี้เราทั้งหลายก็ได้มาจากพระองค์   คือว่าให้คนที่รักพระเจ้านั้นรักพี่น้องของตนด้วย

Hebrews ฮีบรู 13:2

2Do not neglect to show hospitality to strangers, for thereby some have entertained angels unawares.

2อย่าละเลยที่จะต้อนรับแขกแปลกหน้า   เพราะว่าโดยการกระทำเช่นนั้น   บางคนก็ได้ต้อนรับทูตสวรรค์โดยไม่รู้ตัว

Interesting, we are exhorted to be hospitable, welcome strangers into our homes into our church, and in so doing, we might even be visited by an angel. 

ที่น่าสนใจคือเราได้รับคำเตือนให้มีน้ำใจและเป็นมิตร  ต้อนรับคนแปลกหน้าที่เข้าไปในบ้านหรือคริสตจักรของเรา  และในการทำเช่นนั้น  เราอาจจะได้ต้อนรับทูตสวรรค์ก็ได้

1 Peter 1เปโตร 4:8-10 8Above all, keep loving one another earnestly, since love covers a multitude of sins.

8ที่สำคัญยิ่งกว่าอะไรหมดก็คือจงรักซึ่งกันและกันให้มาก   เพราะว่าความรักลบล้างความผิดมากมายได้

9Show hospitality to one another without grumbling.

9ท่านทั้งหลายจงต้อนรับเลี้ยงดูซึ่งกันและกันโดยไม่บ่น

10As each has received a gift, use it to serve one another, as good stewards of God's varied grace:

10ตามซึ่งทุกคนได้รับของประทานที่ทรงประทานให้แล้ว   ก็ให้ใช้ของประทานนั้นเพื่อประโยชน์แก่กันและกัน   เป็นผู้รับมอบฉันทะที่ดี   ที่แจกและสำแดงพระคุณนานาประการของพระเจ้า

Hebrews ฮีบรู 13:3 3Remember those who are in prison, as though in prison with them, and those who are mistreated, since you also are in the body.

3จงระลึกถึงคนเหล่านั้นที่ถูกจำจองอยู่   เหมือนหนึ่งว่าท่านทั้งหลายก็ถูกจำจองอยู่กับเขาด้วย   จงระลึกถึงคนทั้งหลายที่ถูกเคี่ยวเข็ญ   เพราะว่าท่านทั้งหลายก็มีร่างกายเหมือนอย่างเขา

Jesus said what you have done to the least of these by brethren you have done unto Me. 

พระเยซูได้ตรัสว่าสิ่งที่คุณได้ทำลงไปแก่ผู้เล็กน้อยเหล่านี้ในท่ามกลางพวกพี่น้อง  คุณได้กระทำแก่เราด้วย

For more see www.wdbydana.com/sermon.html

Hebrews 13