Sunday, October 20, 2013

 

Hebrews Chapter 12 The Christian life is race, which involves discipline, and no bitterness

ฮีบรูบทที่ 12 ชีวิตคริสเตียนคือการแข่งขันที่รวมทั้งการลงวินัยและไม่มีความขมขื่น

The Christian life here is compared to a race, as it is many places in the New Testament.

ชีวิตคริสเตียนที่นี่เปรียบเทียบกับการแข่งขัน  อย่างที่เราพบหลายตอนในพันธสัญญาใหม่

2 Timothy 2ทิโมธี 4:7 7I have fought the good fight, I have finished the race, I have kept the faith.

7ข้าพเจ้าได้ต่อสู้อย่างเต็มกำลัง   ข้าพเจ้าได้แข่งขันจนถึงที่สุด   ข้าพเจ้าได้รักษาความเชื่อไว้แล้ว

I Corinthians 1โครินธ์ 9:24-27 24Do you not know that in a race all the runners compete, but only one receives the prize? So run that you may obtain it.

24ท่านไม่รู้หรือว่าคนเหล่านั้นที่วิ่งแข่งกันก็วิ่งด้วยกันทุกคน   แต่คนที่ได้รับรางวัลมีคนเดียว   เหตุฉะนั้นจงวิ่งเพื่อชิงรางวัลให้ได้

25Every athlete exercises self-control in all things. They do it to receive a perishable wreath, but we an imperishable.

25ฝ่ายนักกีฬาทุกคนก็เคร่งครัดในระเบียบ   เขากระทำอย่างนั้นเพื่อจะได้มงกุฎใบไม้ซึ่งร่วงโรยได้   แต่เรากระทำเพื่อจะได้มงกุฎที่ไม่มีวันร่วงโรยเลย

26So I do not run aimlessly; I do not box as one beating the air.

26ส่วนข้าพเจ้าวิ่งแข่งโดยมีเป้าหมาย   ข้าพเจ้ามิได้ต่อสู้อย่างนักมวยที่ชกลม

27But I discipline my body and keep it under control, lest after preaching to others I myself should be disqualified.

27แต่ข้าพเจ้าก็ทุบตีร่างกายให้มันแข็งจนอยู่มือ   เพราะเกรงว่าเมื่อข้าพเจ้าได้ประกาศข่าวประเสริฐแก่คนอื่นแล้ว   ตัวข้าพเจ้าเองจะเป็นคนที่ใช้การไม่ได้

If you a Christian, give all you have got to this race, go all out.

ถ้าคุณเป็นคริสเตียน ขอให้คุณได้เข้าในการแข่งขันนี้   ทุกคนจงเข้าในการแข่งขัน

Jesus is the author of our faith as Christians, He is the one who has put faith in our hearts.

พระเยซูทรงเป็นต้นกำเนิดความเชื่อของเราที่เป็นคริสเตียน  ทรงเป็นผู้ที่ได้ใส่ความเชื่อในจิตใจของเรา

Jesus continues to give us faith and continues to work in our lives.  

พระเยซูยังคงให้เรามีความเชื่อมั่นและยังคงทำงานในชีวิตของเรา

Philippians ฟีลิปปี1:6 6And I am sure of this, that He who began a good work in you will bring it to completion at the day of Jesus Christ.

6ข้าพเจ้าแน่ใจว่าพระองค์ผู้ทรงตั้งต้นการดีไว้ในพวกท่านแล้ว   จะทรงกระทำให้สำเร็จจนถึงวันแห่งพระเยซูคริสต์

Sometimes we think we have it hard, life is difficult.

บางครั้งเราคิดว่ามันยากนะ  ชีวิตเป็นเรื่องยาก

We feel tired of the struggles sometimes.  The writer of Hebrews gives us this encouragement:   

เรารู้สึกเหนื่อยกับการที่ต้องดิ้นรนในบางครั้ง ผู้เขียนพระธรรมฮีบรูทำให้เรามีกำลังใจขึ้น

3Consider Him who endured from sinners such hostility against Himself, so that you may not grow weary or fainthearted.

3ท่านทั้งหลายจงคิดถึงพระองค์ผู้ได้ทรงยอมทนต่อคำคัดค้านของคนบาป   เพื่อว่าท่านทั้งหลายจะได้ไม่รู้สึกท้อถอย

4In your struggle against sin you have not yet resisted to the point of shedding your blood.

4ในการต่อสู้กับบาปนั้น   ท่านทั้งหลายยังไม่ได้สู้จนถึงกับต้องเสียโลหิตเลย

5And have you forgotten the exhortation that addresses you as sons?  “My son, do not regard lightly the discipline of the Lord, nor be weary when reproved by him.

5และท่านได้ลืมคำเตือน   ที่พระองค์ได้ทรงเตือนในฐานะที่เป็นบุตรว่า   บุตรชายของเราเอ๋ย อย่าละเลยต่อการตีสอนขององค์พระผู้เป็นเจ้า   และอย่าท้อถอยในเมื่อพระองค์ทรงตีสอนนั้น  

6For the Lord disciplines the one He loves, and chastises every son whom He receives.”

6เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตีสอนผู้ที่พระองค์ทรงรัก    และเมื่อพระองค์ทรงรับผู้ใดเป็นบุตร  
พระองค์ก็ทรงตีสอนผู้นั้น  

7It is for discipline that you have to endure. God is treating you as sons. For what son is there whom his father does not discipline?

7ท่านทั้งหลายจงรับและทนเอาเถอะเพราะเป็นการตีสอน   พระเจ้าทรงปฏิบัติต่อท่านในฐานะที่ท่านเป็นบุตรของพระองค์   ด้วยว่ามีบุตรคนใดเล่าที่บิดาไม่ได้ตีสอนเขาบ้าง

8If you are left without discipline, in which all have participated, then you are illegitimate children and not sons.

8แต่ถ้าท่านทั้งหลายไม่ได้ถูกตีสอนเช่นเดียวกับคนอื่นๆ   ท่านก็ไม่ได้เป็นบุตร   แต่เป็นลูกที่ไม่มีพ่อ

9Besides this, we have had earthly fathers who disciplined us and we respected them. Shall we not much more be subject to the Father of spirits and live?

9อีกประการหนึ่ง   เราทั้งหลายมีบิดาเป็นมนุษย์ที่ได้ตีสอนเรา   และเราก็นับถือบิดานั้น   ยิ่งกว่านั้นอีก   เราควรจะอยู่ใต้บังคับของพระบิดาแห่งวิญญาณจิต   และมีชีวิตจำเริญมิใช่หรือ

10For they disciplined us for a short time as it seemed best to them, but He disciplines us for our good, that we may share His holiness.

10เพราะบิดาที่เป็นมนุษย์ตีสอนเราเพียงชั่วเวลาเล็กน้อย   ตามความเห็นดีเห็นชอบของเขาเท่านั้น   แต่พระองค์ได้ทรงตีสอนเราเพื่อประโยชน์ของเรา   เพื่อให้เราได้เข้าส่วนในวิสุทธิภาพของพระองค์

11For the moment all discipline seems painful rather than pleasant, but later it yields the peaceful fruit of righteousness to those who have been trained by it.

11เมื่อมีการตีสอนนั้นดูไม่เป็นที่ชื่นใจเลย   เป็นเรื่องเศร้าใจ   แต่ต่อมาภายหลังก็จะก่อให้เกิดความสุขสำราญแก่บรรดาคนที่ต้องทนอยู่นั้น   คือความชอบธรรมนั้นเอง

You might remember in Deuteronomy chapter 11 Moses recorded words from God regarding His love for the people of Israel. 

คุณอาจจำได้ในเฉลยธรรมบัญญัติบทที่ 11 โมเสสบันทึกพระดำรัสของพระเจ้าเกี่ยวกับความรักของพระองค์ที่ทรงมีต่อคนอิสราเอล

They are God’s children, just like we are today God’s children as Christian believers.  

พวกเขาเป็นบุตรของพระเจ้า เช่นเดียวกับที่เราเป็นบุตรของพระเจ้าวันนี้ เป็นคริสเตียนผู้เชื่อ

In the same way as parents discipline their children because they love them and want them to learn to live righteously, so God disciplines His children.   

ในแบบเดียวกับที่พ่อแม่ลงวินัยลูกของตน  เพราะพ่อแม่รักพวกเขาและต้องการให้พวกเขาเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่อย่างถูกต้อง   ดังนั้นพระเจ้าจึงทรงทรงลงวินัยลูก ๆ ของพระองค์

Deuteronomy เฉลยธรรมบัญญัติ 11:2 2And consider today (since I am not speaking to your children who have not known or seen it), consider the discipline of the LORD your God, his greatness, his mighty hand and his outstretched arm,

2ท่านทั้งหลายจงพิจารณาในวันนี้   (เพราะข้าพเจ้ามิได้กล่าวกับลูกหลานของท่านทั้งหลาย   ผู้ไม่ได้รู้เรื่องหรือเห็นเหตุการณ์เหล่านั้น)   จงพิจารณาถึงวินัยของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน   ความยิ่งใหญ่ของพระองค์   พระหัตถ์อันทรงฤทธิ์และพระกรที่เหยียดออกของพระองค์

Also in love God rewards and blesses His children.  

เพราะความรักพระเจ้าทรงให้รางวัลและอวยพระพรแก่ลูก ๆ ของพระองค์

God wants us to love Him.

พระเจ้าทรงต้องการให้เรารักพระองค์

The greatest way we can demonstrate our love for God is by obeying Him.

วิธีที่ดีที่สุดที่เราสามารถแสดงให้เห็นถึงความรักของเราที่มีต่อพระเจ้าคือโดยการเชื่อฟังพระองค์

Does the Lord discipline Christians today?  Yes, He does. 

พระเจ้าทรงลงวินัยนคริสเตียนทุกวันนี้หรือไม่   ใช่แล้ว   ทรงทำอยู่

The writer of Hebrews is quoting here from Proverbs 3:11-12 

ผู้เขียนพระธรรมฮีบรูกำลังยกข้อพระคัมภีร์อ้างจากสุภาษิต 3:11-12

11My son, do not despise the LORD's discipline or be weary of His reproof,

11บุตรชายของเราเอ๋ย อย่าดูหมิ่นพระดำรัสสอนของพระเจ้า หรือเบื่อหน่ายต่อพระดำรัสเตือนของพระองค์  

12for the LORD reproves him whom he loves, as a father the son in whom he delights.

12เพราะพระเจ้าทรงตักเตือนผู้ที่พระองค์ทรงรัก   ดังบิดาตักเตือนบุตรผู้ที่เขาปีติชื่นชม  

In what way does that discipline from God come?   

การลงวินัยจากพระเจ้ามาจากทางใดบ้าง

We often complain about our circumstances without realizing that they are the consequences of our own sin and are a part of the Lord's loving and gracious discipline for that sin. 

เรามักจะบ่นเรื่องสถานการณ์ของเรา  โดยไม่นึกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นผลมาจากความบาปของเราเอง  และเป็นส่วนหนึ่งของการลงวินัยด้วยพระคุณและความรักของพระเจ้าต่อสิ่งที่เราทำบาปนั้น

We may have a lack of money, many unexpected expenses with little income. 

เราอาจจะขาดเงิน    มีค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดมากมายกับมีรายได้น้อย

You may have sickness or injury. 

คุณอาจจะเจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บ

When we have problems, it might be discipline from God. 

เมื่อเรามีปัญหาก็อาจเป็นเพราะการตีสอนจากพระเจ้า

Sometimes it is difficult to discern whether the problems are being allowed by God to bring correction in our lives, or not, but we should consider that as a possibility. 

บางครั้งก็เป็นเรื่องยากที่จะแยกแยะ  ว่าเป็นปัญหาที่ได้รับอนุญาตจากพระเจ้าที่จะนำการแก้ไขในชีวิตของเราหรือไม่ แต่เราควรพิจารณาว่าเป็นไปได้

When you have a problem, certainly you can pray that God will relieve the problem. 

เมื่อคุณมีปัญหาแน่นอนคุณสามารถอธิษฐานทูลขอพระเจ้าให้ทรงบรรเทาปัญหา

But if your conscience or the Holy Spirit is speaking to you about a sin in your life, then possibly God is permitting the problem to correct you and if so, you should repent. 

แต่ถ้าจิตวินิจฉัยผิดชอบหรือพระวิญญาณบริสุทธิ์จะตรัสกับคุณ  เกี่ยวกับความบาปในชีวิตของคุณแล้ว   เป็นไปได้ที่พระเจ้าอนุญาตให้มีปัญหา  เพื่อที่จะทรงแก้ไขคุณ  และถ้าเป็นเช่นนั้นคุณควรสำนึกผิด

12Therefore lift your drooping hands and strengthen your weak knees,

12เพราะเหตุนั้นจงยกมือที่อ่อนแรงขึ้น และจงให้หัวเข่าที่อ่อนล้ามีกำลังขึ้น

13and make straight paths for your feet, so that what is lame may not be put out of joint but rather be healed.

13และจงทำทางให้ตรงเพื่อให้เท้าของท่านเดินไป   เพื่อว่าขาที่เขยกนั้นจะได้ไม่เคล็ด   แต่จะหายเป็นปกติ

14Strive for peace with everyone, and for the holiness without which no one will see the Lord.

14จงอุตส่าห์ที่จะอยู่อย่างสงบกับคนทั้งหลาย   และอุตส่าห์ที่จะได้ใจบริสุทธิ์   ซึ่งถ้าใจไม่บริสุทธิ์ก็จะไม่มีผู้ใดได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าเลย

15See to it that no one fails to obtain the grace of God; that no “root of bitterness” springs up and causes trouble, and by it many become defiled;

15จงระวังให้ดีอย่าให้ใครเพิกเฉยต่อพระคุณของพระเจ้า   และอย่าให้มีรากขมขื่นงอกขึ้นมา   ทำความยุ่งยากให้   ซึ่งจะเป็นเหตุให้คนเป็นอันมากเสียไป

That verse is very important. 

ข้อพระคัมภีร์นี้สำคัญมาก


Often times another person will hurt you deeply and then you will be at a crossroads – will you receive from God grace, the power and the desire to do the will of God, and forgive the person, or will you become bitter?   

บ่อยครั้งที่คนอื่นจะทำร้ายคุณอย่างล้ำลึก  และแล้วคุณจะมาถึงทางสี่แยก – คุณจะได้รับพระคุณจากพระเจ้า  มีกำลังและความปรารถนาที่จะทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า   และยกโทษให้บุคคลนั้นหรือคุณจะรู้สึกขมขื่นใจ

When I had been serving together with another hospital chaplain as his assistant for about five years, he was getting old and having some health problems, so I was doing most of the work.  I would visit all the patients and pray with them, and usually was the one to come back in, in the middle of the night for the emergency calls. 

เมื่อผมได้รับใช้ร่วมกับอนุศาสกโรงพยาบาลร่วมกับอีกคนหนึ่ง  โดยเป็นผู้ช่วยของเขาประมาณห้าปีที่ผ่านมา   พอเขาแก่ลงและมีปัญหาสุขภาพบางอย่าง  ดังนั้นผมทำงานเป็นส่วนใหญ่ ผมจะไปเยี่ยมผู้ป่วยทุกรายและอธิษฐานกับพวกเขา   และมักจะเป็นผู้ที่กลับมาโรงพยาบาลอีกในตอนดึกเป็นกรณีฉุกเฉิน

Suddenly one day, the senior chaplain, his name was Andy, said, “I am the chaplain here, not you, from now on, I am going to do the work around here.” 

ทันใดนั้นวันหนึ่งผู้รับใช้อาวุโส   ชื่อของเขาคือแอนดี้  กล่าวว่า "ผมเป็นอนุศาสกโรงพยาบาลที่นี่  ไม่ใช่คุณ   จากนี้ไปผมจะทำงานที่นี่ทั้งหมด"

I said, “okay Andy but what would you like me to do?’  “Oh, you might be able to help a little bit with a few visits, but I am going to do most everything from now on.”  

ผมบอกว่า "โอเค แอนดี้ แต่คุณต้องการให้ผมทำอย่างไร '" โอ้ คุณอาจจะสามารถที่จะช่วยนิด ๆ หน่อย ๆ กับการเยี่ยมเยียนไม่กี่คน แต่ผมจะทำงานมากที่สุดจากนี้ไป"

I was deeply hurt.  I really loved serving God there at that hospital as a hospital chaplain. 

ผมรู้สึกเจ็บปวดอย่างสุดซึ้ง  ผมรักในการปรนนิบัติพระเจ้าโดยเป็นอนุศาสกที่โรงพยาบาล

I thought, “what is wrong with Andy?  He should be grateful for all I’ve done to help him.  Why is he treating me this way?” 

ผมคิดว่า "มีอะไรผิดปกติกับแอนดี้? เขาควรจะขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผมเคยช่วยเขา ทำไมเขาใช้วิธีนี้กับผม"

I realized then I could become very bitter and angry with Andy.

ผมตระหนักแล้วผมจะรู้สึกขมขื่นมากและโกรธแอนดี้

I could talk bad about him to others and hold a grudge against him. 

ผมสามารถพูดเกี่ยวกับตัวเขาในทางที่ไม่ดีกับคนอื่น ๆ และเก็บความแค้นเขาไว้

On the other hand, I thought of this verse in Hebrews and knew God would give me grace, the power and the desire to do the will of God, to love and forgive my brother Andy for doing this, and that God would provide other opportunities for me to serve. 

อีกนัยหนึ่ง  ที่ผมนึกถึงข้อพระคัมภีร์ในหนังสือฮิบรูนี้  และรู้ว่าพระเจ้าจะทรงประทานพระคุณแก่ผม   มีกำลังและความปรารถนาที่จะทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า   ให้ผมรักและให้อภัยพี่ชายแอนดี้ของผมที่ทำเช่นนี้   และว่าพระเจ้าจะให้โอกาสอื่นสำหรับผมที่จะรับใช้

 

Hebrews 12